ตอนที่ 9: แผลกระบี่และคนดูแล
แม้เ้าสำนักเฟิงจะถอยทัพกลับไปแล้ว แต่ความเคียดแค้นของพวกฝ่ายธรรมะจอมปลอมยังไม่จบลงง่ายๆ
ยามพลบค่ำ ฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างหนัก สายลมหนาวพัดพาเอาเอากลิ่นดินโคลนโชยเข้ามา ในขณะที่ ‘ซ่งเหวิน’ และ ‘เย่ว์เสียน’ ออกไปช่วยกันเก็บของและตรวจความเรียบร้อยหน้าร้าน ‘จิ่งเหอ’ ก็นำขยะและเศษฟืนออกไปทิ้งที่ลานหลังร้านเพียงลำพัง
ฟึ่บ!
ทว่า มือสังหารสองคนในชุดดำของสำนักชิงหลิงที่แอบซุ่มรอโอกาสอยู่บนยอดต้นไผ่ พลันโฉบลงมาจากความมืดหมายจะเด็ดหัวศิษย์น้องผู้ทรยศ! กระบี่คมกริบมุ่งตรงมาที่หลังคอของจิ่งเหออย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ!
“ตายซะ ศิษย์เอกสำนักธรรมะ!”
จิ่งเหอที่กำลังก้มเก็บฟืนััได้ถึงรังสีสังหารกะทันหัน แม้จะมีเพลงกระบี่ขั้นเทพแต่เพราะระยะกระชั้นชิดเกินไป เด็กหนุ่มทำได้เพียงเอี้ยวตัวหลบ ทว่ากระบี่เล่มที่สองกลับพุ่งตรงมาที่หน้าอกของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะยกกระบี่ขึ้นรับทัน!
‘ไม่ทันแล้ว!’ จิ่งเหอหลับตาแน่น
ฉึก!
เสียงคมกระบี่เฉือนเนื้อดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ! ทว่าความเ็ปกลับไม่ได้เกิดขึ้นกับจิ่งเหอ... เมื่อเขาลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นคือแผ่นหลังกว้างของ ‘มู่ชิง’ ในชุดดำที่เข้ามาใช้ร่างตัวเองรับกระบี่แทนเขาเต็มๆ!
กระบี่เสียบเข้าที่ไหล่ขวาของมู่ชิง เืสีเข้มไหลทะลักออกมาตามาแ มู่ชิงไม่แม้แต่จะร้องสักคำ สายตาคมดุกร้าวฉายรังสีทมิฬอย่างโเี้ มือหนาคว้าจับใบกระบี่ของมือสังหารไว้ด้วยมือเปล่า ก่อนจะตวัดดรรชนีสยบิญญาซัดใส่หน้าอกของมือสังหารทั้งสองคนจนกระเด็นลอยไปกระแทกต้นไผ่สลบไสลด์ไปทันที!
“มู่ชิง!” จิ่งเหอเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีด ถุงฟืนในมือร่วงหล่นลงพื้น เขารีบเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ของมู่ชิงที่เริ่มทรุดลงกับพื้น “เ้า... เ้ามาบังกระบี่ให้ข้าทำไม! เ้าเป็บ้าไปแล้วหรืออย่างไร!”
มู่ชิงหอบหายใจโรยแรง ใบหน้าคมเข้มเริ่มซีดเผือดเพราะฤทธิ์พิษในกระบี่ ทว่าดวงตาดุร้ายคู่นั้นยามมองจิ่งเหอกลับนุ่มนวลลง “เ้า... ปลอดภัยก็ดีแล้ว... เด็กซื่อบื้อ...”
สิ้นคำพูด ร่างสูงใหญ่ของมือขวาพรรคมารก็หมดสติล้มลงทับร่างของจิ่งเหอทันที!
ภายในห้องพักชั้นล่างหลังร้านน้ำชา
แสงเปลวเทียนวูบวาบส่งเสน่ห์ความอบอุ่นแข่งกับสายฝนภายนอก ซ่งเหวินช่วยถอนพิษาแเบื้องต้นและป้อนยาให้มู่ชิงเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะขอตัวพาเย่ว์เสียนไปพักผ่อน ทิ้งให้จิ่งเหอเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงเพียงลำพัง
จิ่งเหอนั่งยองๆ อยู่ข้างเตียง มองใบหน้ายามหลับของมารหน้าตายที่บัดนี้ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง มือเล็กๆ บรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับเหงื่อตามกรอบหน้าและแผงอกหนาของมู่ชิงอย่างเบามือที่สุด
“ไอ้มารซื่อบื้อ...” จิ่งเหอกระซิบเสียงเบาหวิว ดวงตากลมโตฉายแววรู้สึกผิดและสับสน “กระบี่นั่นมีพิษแท้ๆ เ้าจะเข้ามาบังให้ข้าทำไมกัน...เ้าเกือบตายแล้วรู้ไหม”
หัวใจของจิ่งเหอเต้นระทึกและบีบรัดอย่างประหลาด ความรู้สึกว้าวุ่นใจยามเห็นมู่ชิงาเ็ มันลึกซึ้งและทรมานยิ่งกว่าตอนโดนศิษย์พี่ซ่งเหวินปฏิเสธเสียอีก
ขณะที่จิ่งเหอกำลังจะยื่นผ้าไปเช็ดแผลที่ไหล่ มือหนาอันร้อนผ่าวของมู่ชิงก็คว้าข้อมือบางของจิ่งเหอไว้อย่างกะทันหัน!
จิ่งเหอสะดุ้งโหยง “มู่... มู่ชิง! เ้าฟื้นแล้วหรือ?”
มู่ชิงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบทอดมองจิ่งเหอที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างเตียง แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่ฝ่ามือที่จับข้อมือเล็กไว้กลับไม่ยอมปล่อย “เ้า... อยู่เฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ?”
“เ้าาเ็เพราะช่วยข้า ถ้าข้าไม่ดูแลเ้า ข้าก็กลายเป็คนอกตัญญูกันพอดีสิ!”
มู่ชิงมองอาการหูแดงของเด็กหนุ่มตัวเล็ก มุมปากของมือขวาพรรคมารพลันขยับเป็รอยยิ้มเอ็นดู เขาดึงข้อมือบางเบาๆ บังคับให้จิ่งเหอต้องโน้มตัวลงมาใกล้
“เอ๊ะ! เ้าจะทำอะไร...” จิ่งเหอร้องโวยวายเบาๆ
“ขอบใจนะ... จิ่งเหอ” มู่ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่น สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “แผลแค่นี้... แลกกับการได้เห็นเ้าเป็ห่วงข้า ถือว่าคุ้มค่าแล้ว”
คำพูดตรงไปตรงมาบวกกับสายตาหวานซ่านทำเอาหัวใจของจิ่งเหอพองโตจนแทบะเิ หน้าคมขึ้นสีแดงก่ำไปถึงคอ จิ่งเหอรีบสะบัดมือออกแล้วลุกขึ้นยืนทำตัวไม่ถูก
“เ้า... เ้ามารหน้าตาย! เพิ่งฟื้นก็พูดจาเพ้อเจ้อ! นอนพักไปเลยนะ ข้าจะไปเคี่ยวยาขมๆ มาให้เ้ากินให้ลิ้นชาไปเลย!”
จิ่งเหอะโกลบเกลื่อนก่อนจะรีบวิ่งพรวดพราดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มู่ชิงนอนมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยความสุขใจ
าแทางกายอาจจะเจ็บ... แต่าแทางใจของมู่ชิง ได้รับการรักษาจนหายดีด้วยความสดใสของเด็กหัวอ่อนคนนี้เสียแล้ว!