"พานางไปอาบน้ำ"
คำพูดนี้ของเทพธิดาเซียนเหยา ทำเอาเย่หยุนซีถึงกับหน้าแดงระเรื้อราวกับลูกตำลึงสุกก็ไม่ปาน แถมยังกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หลิงจีเป็ถึงผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมขั้นที่ 9 แถมยังรักศักดิ์ศรีเอามากๆ สังเกตุได้จากที่นางยอมตายแทนที่จะยอมสยบให้กับศิษย์ของนิกายบรรพตโลหิต
ถึงแม้เด็กหนุ่มจะช่วยเหลือชีวิตนางเอาไว้ แต่หากต้องล่วงเกินขนาดปานนั้น ก็เกรงว่านางอาจจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟและไล่สังหารเขา
"เห้อ เ้าอย่าปอดแหกนักเลยน่า ที่ข้าบอกให้พานางไปอาบน้ำก็เพราะป้องกันไม่ให้พิษซึมเข้าิัอีกครั้ง แล้วก็อีกอย่างการช่วยเหลือนางถึงกับต้องแลกด้วยโอสถล้ำค่าระดับเซียนถึง 2 เม็ด ถ้านางไม่รู้จักบุญคุณขนาดนั้นข้าจะเป็สังหารนางเอง" เทพธิดาเซียนเหยายืนยัน
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็พลันพยักหน้า ก่อนจะอุ้มร่างของหลิงจีเดินไปที่น้ำตกซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก จากนั้นค่อยๆปลดอาภรณ์ซึ่งเต็มไปด้วยคราบเหงื่อพิษของนางทิ้งไปและเริ่มชำระล้างร่างกายให้กับนางโดยไม่รอช้า
"ฝู่! ใจเย็นๆไว้หยุนซี เ้าทำได้น่า อย่ารนรานๆ!" เด็กหนุ่มกล่าวย้ำเตือนสติของตนเอง พร้อมทั้งใช้ผ้าบางสีขาวลูบไล้ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าด้วยความอ่อนโยนและระมัดระวังเป็อย่างมาก
ต่อมาหลังจากชำระล้างร่างกายของหญิงงามจนเสร็จสิ้น เย่หยุนซีก็เรียกเสื้อคลุมสีขาวในแหวนมิติมาสวมให้กับนางและอุ้มกลับไปนอนที่เก่า
"เห้อ ให้ตายเถอะ เกือบสติหลุดแล้วไหมล่ะ" เย่หยุนซีกล่าวพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า
ต้องยอมรับจริงๆว่าแม่นางหลิงจีผู้นี้มีรูปร่างที่ยั่วยวนเอามากๆ โดยเฉพาะดอกบัวคู่งามที่ใหญ่เกินหน้าเกินตาหญิงสาววัยแรกรุ่นทั่วไป เมื่อมันผสานเข้ากับเอวคอด สะโพกผาย และใบหน้าอันงดงามยาดเยิ้ม ฉายายอดสตรีจึงเป็สิ่งที่นางคู่ควรจะได้รับอย่างแท้จริง
"เอาล่ะ สมควรจะทำขั้นตอนสุดท้ายได้แล้ว" เย่หยุนซีหยิบยาเม็ดสีขาวจากแหวนมิติแล้วป้อนให้กับนางโดยไม่คิดรอช้า ก่อนที่เขาจะหาที่เหมาะนั่งพักสงบสติอารมณ์ของตนเองเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เห็นมาพร้อมทั้งฟื้นฟูลมปราณ
ตัดกลับไปทางฝั่ง้าหน้าผากันบ้าง บัดนี้เหล่าศิษย์ของนิกายบรรพตโลหิตได้หนีเตลิดกันไปหมดแล้ว เพราะพวกมันสังเกตุเห็นกองทัพขนาดใหญ่กำลังตรงเข้ามาในป่า
ซึ่งแน่นอนว่า! นี่คือกองทัพประจิมของเย่ชิงหยางอย่างไม่ต้องสงสัย
"ค้นหาให้ทั่ว! ถ้าพบเบาะแสของซีเอ่อร์เมื่อไรให้มาแจ้งข้าทันที!!" เมื่อมาถึง เย่ชิงหยางก็บัญชาการทัพ พร้อมกับควบม้าหาเบาะแสของบุตรชายอย่างเร่งร้อนราวกับคนบ้า เหล่าทหารใต้บังคับบัญชาเองก็กระจายกำลังไปทั่วทั้งป่าตามหาผู้เป็นายน้อยทุกประเบียดนิ้วเช่นกัน
ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็พบเจอร่องรอยการต่อสู้และคราบเืที่ริมหน้าผา เย่ชิงหยางเมื่อเห็นภาพนี้ถึงกับดวงตาเบิกกว้างขึ้นมา เขาไม่รอช้ารีบกระโจนลงไปในทันที ซึ่งด้วยลมปราณระดับจักรพรรดิที่เขามี การบินจึงไม่ถือเป็เื่ที่ยากเย็นอะไร
"ฉีเอ่อร์ ลูกอยู่ไหน??" ผู้เป็บิดาะโเสียงดังกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา ส่งผลให้เย่หยุนซีที่นั่งฟื้นฟูพลังต้องลุกขึ้นและขี่กระบี่บินไปตามต้นเสียงนั้น
"ท่านพ่อ" เมื่อบินมาด้านหลังของเย่ชิงหยาง เย่หยุนซีะโเรียกเพียงสั้นๆ
ผู้เป็บิดาเมื่อได้ยินก็รีบหันขวับไปหาบุตรชาย สายตากวาดมองไปทั่วร่างเพื่อสำรวจอาหาราเ็พลางเอ่ยถามว่า"ลูกพ่อ ขอบคุณ์ นี่ลูกาเ็ตรงไหนหรือไม่?"
เย่หยุนซียกยิ้มบางในทันใด "ท่านพ่อ ข้าไม่เป็อะไรขอรับ พวกเราไปพูดคุยกันด้านล่างดีกว่า"
เย่ชิงหยางพลันพยักหน้า จากนั้นสองพ่อลูกก็พากันบินลงไปยังก้นเหวบริเวณน้ำตกซึ่งห่างจากจุดที่หลิงจีสลบไสลไม่มาก และเป็เย่หยุนซีที่เอ่ยปากเล่าเื่ทั้งหมดให้บิดาฟังเกือบทุกอย่างโดยเก็บเื่เม็ดยาระดับเซียนสองเม็ดนั้นเอาไว้ตามคำสั่งของเทพธิดาเซียนเหยา
"สรุปก็คือลูกช่วยเหลือบุตรสาวของประมุขนิกายท่วงทำนอง์จากเงื้อมมือของศิษย์นิกายบรรพตโลหิตสินะ เห้อ ต่อไปอย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีกเข้าใจไหม พ่อกับแม่เกือบจะหัวใจวายตายแล้วรู้หรือเปล่า" เย่ชิงหยางกล่าวพลางถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย
"ขออภัยจริงๆขอรับ" ผู้เป็บุตรชายก้มหัวยอมรับผิดแต่โดยดี
“เห้อ เอาเถอะๆ ไหนๆลูกก็ปลอดภัยแล้ว ไปอุ้มนางมาเถอะ มาแล้วพวกเราจะได้กลับจวนกัน” แม่ทัพเย่ชิงหยางกล่าวอย่างปรงๆ
“เอ่อ......ท่านพ่อ ลูกว่าคงไม่เหมาะสมเท่าไรกระมังขอรับ?”
“หืม ไม่เหมาะสมเช่นไร? ในที่นี้ลูกเป็คนเดียวที่เคยอุ้มนาง หากจะให้คนอื่นอุ้มเกรงว่าจะไม่เหมาะสมยิ่งกว่า”เย่ชิงหยางทำสีหน้าไม่เข้าใจ
“เห้อ ลูกไม่ได้หมายความเื่อุ้มเสียหน่อยขอรับ ที่จะสื่อก็คือหากพานางกลับจวนแล้วมีคนเห็นนิกายบรรพตโลหิตกับขุมกำลังอื่นๆจะไม่จับตามองพวกเราหนักกว่าเดิมอย่างนั้นหรือ”
“โอ้ ที่แท้ก็กังวลเื่นี้ ถ้างั้นพ่อจะพาลูกและนางบินเหนือเมฆาเพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตุเห็น ส่วนกองทัพประจิมพ่อจะมอบหมายให้พ่อบ้านเหวินเคลื่อนทัพกลับ แบบนี้นักปราชญ์น้อยของเราจะวางใจได้หรือยัง?”
“ตกลงตามนั้นขอรับ” เย่หยุนซีรีบไปจัดแจงเสื้อผ้าอาภรณ์ของหญิงงามจนรัดกุม ก่อนจะอุ้มนางเดินไปหาบิดาในทันที
“ไปกันเถอะ” เย่ชิงหยางกางม่านพลังปกคลุมร่างบุตรชายและหญิงสาวเอาไว้ จากนั้นพาบินขึ้นจากหุบเหวและใช้ความเร็วสูงสุดพาทั้งสองบินกลับจวนโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ