ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำรุนแรงดุจฟ้าจะถล่มลงมา ณ ตำหนักเหมยฮวา บรรยากาศภายในห้องบรรทมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความอัปยศที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก ไป๋หลินทรุดกายอยู่บนพื้นเย็นเยียบ ร่างกายที่เคยสูงส่งและงดงามดุจดอกบัวขาวบัดนี้กลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน สายตาของนางจ้องมองไปยัง ‘ทหารเลว’ ทั้งห้าคนที่ชินอ๋องจัดเตรียมไว้ พวกมันมีร่างกายกำยำ กลิ่นกายสาบสางดุจสัตว์ป่า และดวงตาที่จ้องมองมายังนางนั้นเต็มไปด้วยตัณหาอันต่ำช้าที่พร้อมจะฉีกกระชากศักดิ์ศรีของนางให้เป็ชิ้นๆ
“ท่านพี่... ได้โปรด...” เสียงของนางสั่นเครือ น้ำตาไหลนองหน้า ทว่าชินอ๋องกลับเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ
“ในเมื่อเ้าพิสมัยรสััจากชายชั้นต่ำนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้เ้าได้รับมันจนเอ่อล้นไปถึงทรวง!” ชินอ๋องตวาดสั่ง “พวกเ้า! เข้าไปรุมทึ้งนางเสียสิ ทำให้พระชายาผู้สูงศักดิ์ของข้าได้รู้ว่า รสชาติของราคะหมื่นราตรีนั้นมันหวานล้ำเพียงใด!”
ทหารร่างั์คนแรกก้าวเท้าเข้ามาหาไป๋หลิน มือหยาบกร้านของมันเอื้อมมาหมายจะคว้าข้อมือของนาง ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วอันน่ารังเกียจกำลังจะแตะต้องผิวขาวนวล เสียงนกหวีดลับที่แหลมเล็กทว่าทรงพลังก็ดังกีดกันความเงียบสงัดของราตรีขึ้น!
“เคร้ง!”
พริบตาเดียว บานหน้าต่างที่ถูกปิดสนิทก็ะเิออกเป็เสี่ยงๆ เงาร่างสีดำทมิฬพุ่งทะยานเข้ามาในห้องดุจสายฟ้าฟาด ประกายดาบสีเงินวาวโรจน์กรีดผ่านอากาศเพียงครั้งเดียว หัวของทหารเลวคนแรกก็หลุดออกจากบ่า เืสดๆ พุ่งกระฉูดรดใบหน้าของไป๋หลินและอาภรณ์สีแดงเพลิงของนางจนชุ่มโชก
“มู่เฉิน!” ชินอ๋องคำรามด้วยความใ
มู่เฉินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไป๋หลิน ดาบยาวในมือของเขายังคงสั่นระริกและมีหยดเืไหลย้อยลงสู่พื้น สายตาของเขาที่เคยมองไป๋หลินด้วยความรักและเทิดทูน บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็ความเ็าและดุดันดุจราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำทุกชีวิต
“ชินอ๋อง... ท่านช่างใจคอคับแคบนนัก” มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลัง “ในฐานะสามี ท่านกลับปล่อยให้สตรีของตนถูกชายโฉดรุมย่ำยี แต่ในฐานะคนรัก... ข้าจะมิยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องนางได้อีก แม้แต่ท่านเอง!”
“เ้ากล้าบุกรุกจวนอ๋อง และสังหารคนของข้าเชียวหรือมู่เฉิน!” ชินอ๋องชักดาบพญาัออกมา แสงดาบของทั้งสองปะทะกันจนเกิดประกายไฟวูบวาบ “เ้ามันก็แค่ชู้รักที่นางใช้เป็เครื่องมือ เ้ายังคิดจะปกป้องนางอยู่อีกหรือ? เ้ารู้หรือไม่ว่านางเพิ่งเริงร่าอยู่ใต้ร่างของหลิวโหวเมื่อครู่นี้เอง!”
มู่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง หันกลับมามองไป๋หลินที่ยังคงนั่งสั่นเทาอยู่บนพื้น ความเ็ปพาดผ่านดวงตาของเขาเพียงวูบเดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มที่บ้าคลั่ง “ต่อให้นางจะเน่าเฟะเพียงใด ต่อให้นางจะร่วมสังวาสกับบุรุษทั้งแผ่นดิน... นางก็ยังเป็ ‘เ้าชีวิต’ ของข้า ข้าจะฆ่าทุกคนที่ขวางทางข้ากับนาง!”
การต่อสู้ที่รุนแรงเริ่มต้นขึ้น มู่เฉินพุ่งเข้าปะทะกับทหารองครักษ์และชินอ๋องอย่างดุเดือด เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วตำหนัก ไป๋หลินมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่บีบคั้น นางเห็นโอกาสที่จะรอดพ้นจากนรกนี้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง อาเฉิง ที่ถูกคุมตัวอยู่ข้างๆ กลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายจากการถูกทรมาน พุ่งเข้ามากอดขาของนางไว้
“พระชายา... ไปกับกระหม่อม... กระหม่อมจะพาท่านหนีไปจากวงจรที่เน่าเฟะนี้!” อาเฉิงพึมพำด้วยสติที่พร่าเลือน เขายังคงหลงระเริงอยู่ในกามราคะที่นางเคยมอบให้
“ปล่อยข้า! ทาสชั้นต่ำเช่นเ้าไม่มีค่าพอจะแตะต้องตัวข้าอีก!” ไป๋หลินถีบยอดอกของอาเฉิงอย่างแรงจนเขาหงายหลังลงไปกองกับพื้น สายตาของนางไม่ได้มองไปที่อาเฉิงเลย แต่นางกลับจ้องมองไปยัง ‘กล่องไม้สีดำ’ ที่บรรจุพิษราคะหมื่นราตรี ซึ่งตกอยู่ไม่ไกล
แผนการใหม่ผุดขึ้นในสมองของนางมารร้าย ไป๋หลินอาศัยจังหวะที่มู่เฉินและชินอ๋องกำลังพัวพันกัน คว้าขวดพิษขึ้นมาและกรอกมันลงไปในปากของตนเองทั้งหมด!
“อึก... อ๊าาา!” ร่างของไป๋หลินกระตุกวูบ ความร้อนรุ่มดุจไฟบรรลัยกัลป์แล่นพล่านไปทั่วกระแสเื ผิวพรรณของนางที่เคยขาวซีดกลับกลายเป็สีชมพูระเรื่อและร้อนระอุจนควันแทบจะพุ่งออกมาจากรูขุมขน ั์ตาของนางพร่าเลือนด้วยความ้าที่รุนแรงกว่าครั้งใดในชีวิต
“ไป๋หลิน! เ้าทำอะไรลงไป!” มู่เฉินะโก้อง เขาผละออกจากชินอ๋องและพุ่งเข้าหาพระนาง
“พิษ... พิษราคะ...” ไป๋หลินครางกระเส่า ร่างกายของนางบิดเร้าด้วยความรัญจวนที่ไม่อาจต้านทานได้ “พี่มู่เฉิน... ช่วยข้า... หรือไม่ก็ฆ่าข้าเสีย... ข้า้า... ข้า้าบุรุษ...”
มู่เฉินมองดูสภาพของนางด้วยความโหยหาและเวทนา ทว่าชินอ๋องกลับหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆๆ! เ้าได้ในสิ่งที่เ้า้าแล้วไป๋หลิน! คืนนี้เ้าจะต้องเสพสมจนกว่าจะสิ้นใจตาย หรือไม่ก็ต้องยอมเป็นางบำเรอให้ทหารทั้งกองร้อยของข้า!”
แต่แล้ว เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มู่เฉินไม่ได้พานางหนีออกทางหน้าต่าง ทว่าเขากลับตวัดดาบกั้นระหว่างเขากับชินอ๋อง ก่อนจะใช้วรยุทธ์ขั้นสูง ‘ผนึกประตู’ ห้องบรรทมไว้ด้วยพลังปราณที่รุนแรง จนไม่มีใครภายนอกสามารถพังเข้ามาได้ง่ายๆ
“ในเมื่อท่านอ๋อง้าเห็น ‘ความอัปยศ’ นัก... ข้าก็จะแสดงให้ท่านเห็นต่อหน้าต่อตา!” มู่เฉินกล่าวเสียงเหี้ยม เขาอุ้มร่างที่ร้อนระอุของไป๋หลินขึ้นมาบนเตียงกว้างที่ยังคงมีกลิ่นอายของหลิวโหวหลงเหลืออยู่
“มู่เฉิน! เ้าจะทำอะไร!” ชินอ๋องคำราม
“ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่า... แม้แต่พญาัอย่างท่าน ก็ไม่อาจมอบความสุขสมให้นางได้เท่ากับ ‘ชู้รัก’ อย่างข้า!”
มู่เฉินเริ่มฉีกกระชากอาภรณ์ของตนออก เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็จากการสู้รบ เขาโน้มตัวลงหาไป๋หลินที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่โหยหาการเติมเต็มจากพิษร้าย ท่ามกลางสายตาของชินอ๋องที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยปราณของมู่เฉิน และอาเฉิงที่นอนมองดูด้วยน้ำตาเป็สายเื
บทรักที่รุนแรง ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความอัปยศที่สุดในประวัติศาสตร์จวนชินอ๋องกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... ทว่าความลับที่มู่เฉินนำกลับมาด้วยนั้นกลับเป็สิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า
ในจังหวะที่มู่เฉินกำลังจะเริ่ม ‘ถอนพิษ’ ให้กับไป๋หลินอย่างเร่าร้อน ทันใดนั้นเอง ประตูห้องที่ถูกผนึกไว้กลับสั่นะเือย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะแรงกระแทกจากทหารภายนอก แต่เป็เพราะ ‘เงามืด’ ขนาดใหญ่ที่วูบผ่านหน้าต่างเข้ามา
“เปรี้ยง!”
ร่างของชายชุดดำอีกคนหนึ่งร่วงลงมาจากเพดานห้อง ในมือของเขาถือ ‘ตราประทับตระกูลไป๋’ ที่หายสาบสูญไปนาน และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าของชายผู้นี้ครึ่งหนึ่งถูกไฟคลอกจนเสียโฉม ทว่าดวงตาที่จ้องมองมายังชินอ๋องและไป๋หลินนั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่ลึกล้ำยิ่งกว่าใคร
“เ้า... พี่ใหญ่?” ไป๋หลินที่พอจะมีสติหลงเหลืออยู่พึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ
บุรุษผู้มาใหม่ไม่ตอบคำถาม เขาหันไปมองชินอ๋องแล้วแสยะยิ้มที่น่ากลัว “ชินอ๋อง... ท่านคิดว่าท่านกำจัดตระกูลไป๋ไปหมดแล้วงั้นหรือ? และไป๋หลิน... เ้าน้องสารเลวที่ยอมขายตัวเพื่ออำนาจ... ข้ากลับมาจากนรกเพื่อทวงทุกอย่างคืน!”
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ควันสีม่วงประหลาดก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะของ ‘ใครบางคน’ ที่ดังมาจากภายนอกตำหนัก... เป็เสียงที่ทำให้ชินอ๋องถึงกับหน้าถอดสี!
“ฮ่องเต้เสด็จ!!!”
ความลับของชินอ๋องที่แอบซ่อน ‘กองกำลังเงา’ ไว้กำลังจะถูกเปิดโปง และไป๋หลินที่กำลังติดอยู่ในบ่วงพิษราคะ จะทำอย่างไรเมื่อบุรุษทั้งสี่คนพร้อมใจกันติดอยู่ในกรงขังแห่งตัณหาและความแค้นนี้ โดยมีฮ่องเต้ผู้โเี้กำลังจะก้าวเข้ามาเห็นทุกอย่าง!