อาร์ตที่เดินลงมาจากข้างล่างนั้นในตอนนี้เขาก็กำลังนั่งอยู่ที่โซฟา ซึ่งโดนทำขึ้นมาด้วยหนังของตัวอะไรสักอย่างนึง พร้อมกับในมือของเขานั้นที่กำลังจับดาบสีเงินยาวของอัศวินหญิงคนนั้น หรือก็คือ ลูซี่ พร้อมกับทำการตรวจเช็คสภาพไปมาด้วยความรู้สึกเสนอสนใจ
"สุดยอดเลยฮะดาบเล่มนี้ ดูเหมือนว่าจะโดนสั่งทำพิเศษด้วยเหล็กที่หายากมากๆเลยนะเนี่ย รู้สึกว่าใบดาบของมันจะบางมาก แต่มันกลับทนทานเอาเื่อยู่เหมือนกัน"
ไม่ปล่อยให้พูดเล่นอาร์ตก็ได้เดินออกไปจากตัวบ้านก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่สวนหลังบ้าน ซึ่งบริเวณโดยรอบนั้นเป็พื้นที่ป่าจึงทำให้รอบๆบ้านนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่เขียวทึบเกือบจะทุกที่ แม้ว่ามันจะดูน่ากลัวแต่สำหรับเขาแล้วที่อยู่กับมันมาั้แ่เด็กจนโต มันก็เลยทำให้เขาชินชาไปกับบรรยากาศของที่นี่ แม้ว่ามันจะมืดมากแต่ก็ยังได้แสงไฟจากในตัวบ้านที่ส่องสว่างออกมาพร้อมกับแสงของดวงจันทร์ที่คอยมอบแสงสว่างให้แก่เขา
อาร์ตที่กำลังยืนอยู่หน้าต้นไม้นั้นเขาก็ได้ทำการแกว่งดาบไปมา เพื่อวันน้ำหนักแต่ก็อย่างว่าขนาดขวานที่เขาใช้นั้นมันใหญ่โตและมีน้ำหนักมาก ก็ยังไม่สามารถเรียกเหงื่อเขาออกมาได้แล้วทำไมไอ้ดาบที่เขาถืออยู่มันจะเป็ปัญหากันล่ะ
"น้ำหนักเบาไปหน่อย แต่ขนาดพอดีมือแถมความยาวของใบดาบก็ถึงระดับเอวของฉันด้วยสิ เอาล่ะมาลองเทสกันดีกว่าว่าแก่จะดีจริงไหม"
อาร์ตได้หันหน้าไปหาต้นไม้ใหญ่ที่ลำต้นของมันนั้นเต็มไปด้วยรอยาแมากมายที่เกิดขึ้นจากฝีมือของคมดาบ มีั้แ่รอยเท่าขี้เล็บไปจนถึงรอยฟันขนาดใหญ่มหึมา มือข้างขวาที่ใช้จับดาบอยู่นั้นเขาได้กำมันด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนปรากฏเส้นเืปูนไปทั่วทั้งแขน พร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาชอบใส่ฉีกขาดออกเป็ชิ้นๆจนเผยให้เห็นถึงกล้ามเนื้อ ที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังมันมากมายมหาศาล
เขาได้ก้าวขาซ้ายออกไปข้างหน้าพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อ จนทำให้พื้นดินที่รับรองพละกำลังของเขานั้นแตกออกเป็หลุม พร้อมกับดวงตาสีแดงดังปีศาจที่กำลังจ้องมองไปยังเป้าหมายของตน มือข้างซ้ายเข้าได้ยกเอาไปไว้ข้างหลังพร้อมกับร่างกายที่อิ่มตัวไปด้านหน้า ก่อนที่เขาจะใช้ดาบที่อยู่ในมือนั้นฟันออกไปเต็มแรง! ผ่านไปได้สักพักบรรยากาศรอบตัวที่นิ่งเงียบนั้น ก็ะเิออกมาเหมือนกับว่ามีพายุเข้า แต่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมานั้นกลับเป็เพียงแค่มนุษย์คนนึง
"สุดยอดเลยฮะดาบเล่มนี้ ทั้งที่ฉันใส่แรงไปขนาดนั้นก็ยังไม่หักแบบนี้คงต้องขอเอาไว้กับตัวสักหน่อยแล้วสิ"
อาร์ตที่จ้องมองดาบที่อยู่ในมือของตนเองด้วยสีหน้าที่ชอบใจ ซึ่งดาบที่เขาถืออยู่นั้นไม่แม้แต่จะปรากฏรอยร้าวออกมาให้เห็น ทั้งที่เขาก็คิดว่าใส่แรงเต็มที่แล้วเพราะถ้าเกิดเป็ดาบเล่มอื่นที่เขาเคยใช้เพียงแค่การอัดพลังเข้าไปเต็มที่มันก็แทบจะหักอยู่แล้ว แต่ดาบเล่มนี้กลับไม่เป็เช่นนั้น ในขณะที่กำลังชื่นชมดาบที่อยู่ในมือของตนเองอยู่นั้น เขาก็หันมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่ใช้ในการรองดาบ ก่อนที่เขาจะยกยิ้มขึ้นมาแล้วเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป
ทิ้งไว้เพียงแค่ลอยดาบขนาดใหญ่มหึมาที่มากกว่าครั้งก่อน จนถึงขนาดว่ารอยาแที่อยู่บนต้นไม้นั้นมีความยาวั้แ่อีกด้านหนึ่งจนไปสุดอีกด้านหนึ่ง และนั่นยังเป็ทางจากข้างบนลงล่าง
อาร์ตที่เดินเข้ามาในบ้านนั้นก็พบกับ มิลาด้าซึ่งในตอนนี้กำลังยืนพิงกำแพงรอเขาอยู่ เมื่อเธอได้เห็นถึงดาบที่อยู่ในมือของอาร์ตแล้วบวกกลับความรู้สึกที่เธอััได้จากข้างนอก มันก็เป็สิ่งยืนยันแล้วว่าคนตรงหน้าเพิ่งจะไปใช้ดาบชาวบ้านชาวช่องเค้าไปฝึก
"อาร์ตที่รัก ฉันก็บอกแล้วไงว่าถ้าเกิดนาย้าจะฝึกละก็เรียกฉันไปก็ได้ เพราะฉันเป็อาวุธของนายนะ"
"ฮ่าๆๆ อย่าทำสีหน้าแบบนั้นสิฉันก็แค่รู้สึกสนใจดาบเล่มนี้เอง"
อาร์ตที่เห็นถึงสีหน้าเ็าของเธอเขาก็รีบพูดขึ้นมา เพื่อแก้ตัวอย่างรวดเร็วเพราะเขารู้ดีว่าในตอนที่เธอทำสีหน้าเ็า นั่นหมายถึงว่าเธอไม่ชอบให้เขาทำอะไรแบบนี้ และเธอก็เคยห้ามเขาเอาไว้แล้วด้วย
"ขอให้มันจริงก็แล้วกัน แต่ครั้งหน้าถ้าฉันไม่อนุญาตนายก็คงจะรู้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่รัก"
สายตาที่เ็าและกดดันได้ส่งมายังที่เขา พร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มเยือกเย็นจนถึงขนาดทำให้เขาหนาวสั่นไปจนถึงกระดูก หรือแม้แต่จิตสังหารที่เธอปล่อยออกมานั้นก็ยังมากกว่าครั้งไหนๆ
"ครับ!! ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ!!"
อาร์ตะโตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ขยันขันแข็งมากกว่าครั้งไหนๆ จนทำให้คนที่กำลังทำสีหน้าเ็าใส่เข้าอยู่นั้นยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะเดินมาจับไหล่เขาพร้อมกับจุมพิตไปที่ริมฝีปาก
"ถ้ารู้แล้วก็อย่ามีครั้งที่ 3 ให้เห็นอีกนะคะที่รัก ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ"
อาร์ตก็ได้ทำการพยักหน้ารัวๆเธอที่เห็นแบบนั้นก็กลับไปอยู่ในร่างของิญญาก่อนที่จะลอยเข้าไปในห้องน้ำ ซึ่งอาร์ตที่แน่ใจได้แล้วว่าเธอนั้นไปแล้วเขาก็ได้เดินขึ้นห้องไป ก่อนที่จะพบกับลูซี่ซึ่งในตอนนี้กำลังทำการค้นห้องของเขา อย่างรีบร้อนเหมือนกับว่ากำลังหาอะไรสักอย่างหนึ่ง
"ยัยอัศวินหาอะไรอยู่"
"นายน้อยพอจะเห็นดาบของดิฉันไหมคะ!"
เธอได้ะโตอบกลับมาในขณะที่กำลังรื้อค้นลิ้นชักของเขาอยู่ซึ่งไม่ว่าจะดูยังไงมันก็ไม่น่าจะเข้าไปอยู่ข้างในได้
"อยู่กับฉันนี่แหละยัยอัศวิน"
ลูซี่ ที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบหันหน้ามาทางเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพบกับนายน้อยของตนเองที่ในตอนนี้กำลังยืนพิงกำแพงพร้อมกับดาบของเธอที่อยู่ในมือของเขา
"มันไปอยู่กับนายน้อยั้แ่ตอนไหนคะเนี่ย? ถ้าไม่ว่าอะไรดิฉันขอคืนด้วยค่ะ"
ลูซี่ ได้เดินมาอยู่ข้างหน้าของเขาพร้อมกับแบบมือขอดาบคืนอาร์ตที่เห็นแบบนั้นกะว่าจะแกล้งสักหน่อย แต่เมื่อหวนนึกถึงไปยังมิลาด้าเขาก็แทบจะล้มเลิกความคิดนั้นทิ้งทันที พร้อมกับทำการส่งดาบคืนไปให้ซึ่งเธอก็รับมันมาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเก็บเข้าฝักดาบยางปะนีปะนอมแล้วหันหน้ามาทางเขา
"ว่าแต่นายน้อยคะสภาพไปโดนอะไรมาทำไมเสื้อถึงขาดหมดล่ะคะ"
นี่คือสิ่งแรกที่เธออยากจะถามหลังจากที่เห็นถึงสภาพของเขา เพราะในตอนนี้นั้นอาร์ตกำลังยืนอยู่ต่อหน้าเธอด้วยกางเกงยีนส์ขายาวสีดำตัวเดียว ส่วนบริเวณข้างบนร่างกายนั้นมีเพียงแค่เสื้อผ้าสีขาวที่ฉีกขาดไปจนเกือบหมด มันจึงทำให้เธอรู้สึกสงสัยว่านายน้อยของตัวเองไปฟัดกับอะไรมา
อาร์ตที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็ทำหน้าเขินอายขึ้นมานิดหน่อยก่อนที่จะทำการถอดเสื้อที่แทบจะเป็ผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว เอาไปทิ้งไว้ข้างห้องแล้วเดินไปที่ตู้เก็บเสื้อผ้าก่อนที่จะเอาชุดเหมือนกับตัวที่แล้วมาใส่แทน ก่อนที่จะหันหน้ามาทางลูซี่ซึ่งในตอนนี้กำลังยืนมองเขาตาค้าง
หลังจากที่เธอได้เห็นถึงสัดส่วนร่างกายของนายน้อย ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่พอดีสมส่วนร่างกายจนน่าใเพราะมันงดงามจนเกินไปแถมมัดกล้ามทุกมัดยังเต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่นเอาไว้ข้างใน อาร์ตที่เห็นว่าเธอยืนตาค้างอยู่นานสองนาน เขาก็ได้เดินเข้าไปหาเธอก่อนที่จะใช้นิ้วดีไปที่หน้าผาก
จนทำให้เธอล้มลงกับพื้นพร้อมกับหน้าผากที่แดงแจ๋จนทำให้เธอต้องเอามือขึ้นมาบังมันเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า
"จะตาค้างอีกนานไหมแม่คุณ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งลงไปข้างล่างได้แล้ว จะกินไหมข้าวนะ"
ลูซี่ ที่กำลังใช้มือลูบหน้าผากของตัวเองอยู่ก็ได้ใช้สายตาเหมือนกับแมวป่าที่กำลังจะกระโจนใส่เขา แต่เมื่อได้ยินว่าจะไปกินข้าวเธอก็ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเหมือนกับอาการาเ็ที่เธอเพิ่งโดนไปเมื่อกี้ไม่ส่งผลกระทบอะไร ทั้งที่หน้าผากของเธอก็แดงแจ๋จนแทบจะเหมือนกับมะเขือเทศอยู่แล้ว
"แน่นอนค่ะ"
ในขณะที่เธอกำลังจะเดินตามอาร์ตลงไปข้างล่างนั้นเขาก็ได้จุดอยู่ที่หน้าประตูแล้วหันหน้ามาหาเธอ ก่อนที่จะใช้สายตาสำรวจไปรอบห้องซึ่งในตอนนี้มันเละเทะเอามากๆ
"ทำอะไรไว้ก็เก็บกวาดด้วยเสร็จแล้วค่อยลงมากินข้าว"
พูดจริงได้เพียงแค่นั้นเขาก็เดินลงไปข้างล่างแบบไม่สนใจเธอพร้อมกับปิดประตูขังเธอไว้ในห้อง ลูซี่พี่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ทำการเก็บขวดสิ่งที่ตัวเองทำไปเธอก็ถึงกับถอนหายใจแล้วเริ่มทำการเก็บกวาดเสื้อผ้ารวมไปถึงอุปกรณ์ของต่างๆที่กระจัดกระจายอยู่ตามห้อง ก่อนที่เธอจะไปพบกับหนังสือเล่มหนึ่งที่มีปกสีเทา ซึ่งมันเล่มใหญ่มากด้วยความสงสัยเธอก็ได้จับมันขึ้นมามอง
"ข้างในนี้มันจะมีอะไรกันนะหรือว่าจะเป็ความลับของนายน้อยนะ"
แล้วด้วยความคิดเช่นนั้นเธอก็ได้ทำการเปิดมันขึ้นมา ก่อนที่จะแสดงสีหน้าใเพราะเธอไม่สามารถเปิดมันขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะพยายามมากเท่าไรหรือออกแรงเต็มที่เธอก็แทบจะไม่สามารถเปิดมันขึ้นมาได้ จนในที่สุดเธอก็ยอมแพ้ไปก่อนที่จะโยนมันทิ้งไปไว้ที่เตียง แล้วเริ่มทำการเก็บกวาดห้องต่อ
ซึ่งยิ่งเธอเก็บกวาดห้องไปมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเต็มไปด้วยความแปลกใจเพราะภายในห้องนี้ไม่ได้มีแต่ข้าวของปกติ ใต้โต๊ะทำงานมีมีด 5 เล่มซ่อนเอาไว้อยู่ ใต้เตียงที่นอนมีอาวุธดาบสีเงิน 2 เล่มซ่อนเอาไว้ หลังตู้เสื้อผ้ามีขวานซ่อนเอาไว้อยู่เล่มนึง แล้วจากที่เธอลองจับมันดูแล้วหนักเอาเื่ จนเธอเกือบจะทำมันหลุดจากมือ แล้วยิ่งเธอถลำลึกเก็บกวาดห้องมากไปเท่าไหร่ เธอก็รู้ได้ทันทีว่านี่มันไม่ใช่ห้องนอนปกติแล้ว
แต่มันคือคลังเก็บอาวุธชัดๆ แถมอาวุธแต่ละอย่างก็ของเกรดดีทั้งนั้น แม้ว่าคุณภาพของแต่ละชิ้นจะไม่เทียบเท่ากับอาวุธของเธอ แต่ถ้าเกิดเธอได้ปะทะกับอาวุธทั้งหมดที่อยู่ในห้องจังๆด้วยแล้วละก็ ดาบของเธอคงหักจนไม่เหลือชิ้นดีแน่นอน แถมอาวุธแต่ละอย่างก็หนักไม่ใช่เล่นๆ
"ฉันเข้าใจเลยค่ะ ว่าทำไมนายน้อยถึงได้มีพละกำลังและกล้ามเนื้อที่ทรงพลังขนาดนั้น"
ใช้เวลาไม่นานเธอก็ทำการเก็บกวาดห้องเสร็จเรียบร้อย แต่สาเหตุที่เธอยังไม่ยอมลงไปข้างล่างเพราะว่ายัง้ารู้ว่าข้างในยังเหลืออะไรอีก ไม่สิคงต้องพูดว่าภายในห้องนี้ยังเหลืออาวุธอะไรให้เธอไปหาอีก แต่ค้นหาทุกซอกทุกมุมจนแล้วจนรอดเธอก็ไม่พบวี่แววว่าจะมีอาวุธอื่นให้เห็นอีก จนสุดท้ายเธอก็ถอดใจยอมเดินลงไปข้างล่างเพื่อกินข้าว
ซึ่งก็พบนายน้อยของตนเองกำลังทำการจัดอาหารเอาไว้ที่โต๊ะ อย่างเป็ระเบียบและอาหารแต่ละอย่าง กลิ่นอายของมันนั้นก็หอมจนสามารถเรียกน้ำลายของเธอได้แบบไม่ยากเย็น อาร์ตที่เห็นว่าลูซี่เดินลงมาแล้วเขาก็ได้รีบสั่งเธอให้ไปล้างมือทันที
"ไปล้างมือก่อนยัยอัศวิน"
"ค่ะ นายน้อย"
ลูซี่ ก็ขานตอบรับแบบทันทีก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วเปิดประตูเข้าไปพบกับ มิลาด้า ที่กำลังจะเดินสวนกับเธอซึ่งลูซี่ที่เห็นแบบนั้นก็ทำความเคารพเธอทันที ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวอำนาจแต่เป็เพราะว่าให้ความเคารพเธอ
"มารยาทดีนิ รีบไปล้างมือซะแล้วมากินข้าวก่อนที่ฉันกับนายน้อยของเธอจะกินหมดไปก่อน"
เธอพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินไปนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ใช้เวลาสักพักลูซี่ก็ได้เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วไปนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ซึ่งอยู่คนละด้านกับมิลาด้า ส่วนอาร์ตก็นั่งอยู่ที่โต๊ะหัวมุมเมื่อเห็นว่ามาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วเขาก็เริ่มลงมือกินทันทีก่อนที่คนอื่นจะทยอยกินตามเข้าไป
เพียงแค่คำแรกที่ลูซี่ได้รับประทาน เธอก็ถึงกับนิ่งค้างไป 5 วินาทีก่อนที่จะทำการรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว จนเหมือนกับจะมีใครมาแย่งเธอซึ่งทั้งสองคนที่เห็นแบบนั้นก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ แล้วเริ่มทำการแย่งชิงกัน อาร์ตที่กำลังใช้ตะเกียบหมายมั่นจะเอาเนื้อชิ้นโตที่อยู่ในชาม ก็โดนตะเกียบของมิลาด้ามาขัดขวางเอาไว้
"ที่รักเนื้อชินนี้ของเขานะ"
มิลาด้าพูดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มอ่อนหวานให้เขา แต่ดูเหมือนว่าที่รักของเธอจะไม่หลงกลพร้อมกับยิ้มตอบกลับไป
"แต่เขาจองก่อนนะ"
เมื่อทั้งสองเห็นว่าไม่มีใครยอมใคร พวกเขาก็ทำศึกแย่งชิงชิ้นเนื้อที่อยู่ตรงหน้าอาร์ตได้ทำการต่อสู้โดยใช้ตะเกียบในการปัดป้อง แล้วพุ่งเข้าใส่เนื้อที่อยู่ตรงหน้า แต่มิลาด้าที่กลับมาตั้งตัวได้ทันเธอก็พุ่งเข้าไปขัดขวางพร้อมกับตอบโต้กลับไป จนทำให้ตะเกียบทั้งสองนั้นดันกันไปมา ในขณะที่พวกเขากำลังสู้กันอยู่นั้น ลูซี่ ที่มองเห็นโอกาสพอดีก็ได้ใช้ตะเกียบในมือพุ่งเข้าไปหมายมั่นที่จะแย่งชิงออกมา แต่ด้วยการที่ทั้งสองนั้นมีประสบการณ์มากกว่าเธอจึงทำให้สามารถไปขัดขวางได้ทันเวลา
และแล้วการแย่งชิงอาหารตรงหน้าก็ได้เริ่มขึ้น จนผ่านไปไม่นานทั้งสองสาวที่กินจนอิ่มแล้วก็นอนพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความสุข ส่วนเ้าของบ้านนั้นในตอนนี้ก็ได้ทำความสะอาดเสร็จสิ้นเป็ที่เรียบร้อย ก่อนที่เขาจะเดินมานั่งที่โซฟาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ จนทำให้ทั้งสองสาวที่เห็นแบบนั้นก็มานั่งคู่เคียงกับเขา แต่ด้วยความที่โซฟานั้นมีขนาดกว้างมากพอจึงทำให้ทั้ง 3 คนไม่ได้มานั่งเบียดกัน แต่อยู่ฝั่งใครฝั่งมัน
"ว่าแต่นายท่านตกลงจะกลับไปกับฉันไหมคะ"
ลูซี่ ที่เห็นว่าในตอนนี้มีโอกาสที่เหมาะสมจะถามเขาเธอก็ได้ถามขึ้นมา จนทำให้อาร์ตหันมาสนใจเธอส่วนมิลาด้าเธอก็ทำเพียงแค่ใช้สายตาจ้องมองผู้เป็นายของตน เพื่อรอคำตอบของเขา
"เื่นั้นอีกแล้วหรอ ฉันคิดว่าน่าจะไม่นะ"
"ทำไมล่ะคะ ช่วยบอกเหตุผลให้ดิฉันได้รู้หน่อยเถอะค่ะ นายน้อย!"
เธอถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกสงสัยเพราะมันแทบจะไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะต้องอยู่ที่นี่ เพราะถ้าเป็คนอื่นที่รู้ว่าตัวเองเป็ถึงลูกของวีรบุรุษผู้ที่สงบศึกทั้ง 5 ฝ่ายเอาไว้ ั้แ่ที่ได้ยินคำแรกว่าตัวเองเป็ลูกของวีรบุรุษนั้นก็แทบจะตอบตกลงทันทีว่าจะไปที่นั่น แต่ผู้ชายตรงหน้าของเธอนั้นกลับไม่ได้สนใจมันแถมดูเหมือนเขาจะไม่เหลียวแลมันเลยด้วยซ้ำ
"เหตุผลน่ะหรอฉันแค่อยากอยู่ที่นี่ ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรพวกเขาหรอกนะที่ทิ้งฉันไป 5 ปี เพราะในตอนนั้นฉันก็เป็คนตอบตกลงเองว่าจะให้พวกเขาไป ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ตอบแบบนั้น แต่ในตอนนี้ฉันรู้สึกพอใจกับการเป็อยู่ของตัวเองแล้วล่ะ เธอกลับไปเถอะฉันไม่อยากจะไปยุ่งอะไรด้วยกับทางนั้น เพราะถ้าฉันไปก็คงจะมีแต่ปัญหาเท่านั้นแหละ"
สิ่งที่เขาพูดออกมามันออกมาจากใจจริงเขาทั้งหมด แม้ว่าภายในใจลึกๆเขาอยากจะไปพบแต่อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากจะไปเลยก็คือ เขาพอใจกับการเป็อยู่ของตนเอง ใช้ชีวิตไปวันๆกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ มีความสุขกับในปัจจุบันที่ไม่จำเป็จะต้องไปโหยหาอำนาจ เพราะเขาเห็นมานัดต่อนัดแล้วว่าผู้ที่โหยหาอำนาจนั้น ในที่สุดก็จะไม่หลงเหลือสิ่งใดเอาไว้
ลูซี่ ที่ได้ยินแบบนั้นแม้แต่เธอเองก็ยังคิดว่ามันเป็เื่จริง แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาถึงตอนเช้าและตามติดชีวิตเขาจนมาถึงตอนนี้ แต่มันก็เต็มไปด้วยความเรียบง่ายไม่มีซึ่งอำนาจ แถมการใช้ชีวิตแบบนี้มันก็ยังลำบากมากกว่าการไปเป็อัศวินแบบเธอซะอีก แต่ถึงจะเป็แบบนั้นเธอกลับรู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยความสวยงาม จนแม้แต่เธอเองก็ยัง้าจะอยู่ที่นี่ แต่ทว่าภายในความฝันแบบนั้นเธอก็รู้ดีว่ามันเป็ไปไม่ได้ เพราะข้างนอกนั้นมันยังมีารอให้เธอเข้าไปต่อสู้ เพื่อปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างมันจึงทำให้เธอไม่ยอมง่ายๆ
"นายน้อยคะดิฉันขอให้ท่านคุณคิดอีกหน่อยเถอะค่ะ!"
เธอได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง พร้อมกับลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าเขาจนทำให้อาร์ต รู้สึกแปลกใจกับการกระทำของเธออยู่ไม่ใช่น้อย
"หยุดเรียกฉันว่านายน้อยเถอะ ลูซี่ อีกอย่างหนึ่งต่อให้เธอจะพยายามมากเท่าไรฉันก็ไม่คิดจะไปจากที่นี่หรอกนะ"
"ได้โปรดเถอะค่ะ! นายน้อยช่วยเก็บไปคิดด้วยเถอะค่ะ!"
ลูซี่ ก็ยังคงะโตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความจริงจัง ที่แม้แต่มิลาด้าก็ยังรู้สึกแปลกใจก่อนที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็ความรู้สึกชื่นชอบต่อความหนักแน่นและความพยายามของคนตรงหน้า จนเผลอทำให้เธอยิ้มขึ้นมาอาร์ตที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ กับท่าทีของเธอ
"ฉันก็บอกแล้วไงว่า-'
"ได้โปรดเถอะค่ะนายน้อย!"
ลูซี่ ก็ได้ะโตัดหน้าเขาในขณะที่ยังคงพูด จนในครั้งนี้มันทำให้เขายอมใจเธอจริงๆ
"ก็ได้ แต่มีเงื่อนไขอย่างนึงเธอต้องยกดาบที่เธอเอามาด้วยให้ฉัน"
ลูซี่ ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจอยู่นั้นเธอก็ถึงกับชะงัก เกี่ยวกับคำพูดของคนตรงหน้าที่้าเอาดาบของเธอไป
"แต่ว่านะคะนายน้อย"
เธอได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่น พร้อมกับสีหน้าลำบากใจที่แสดงออกมาให้เขาเห็นนั้นรวมไปถึงดวงตาสีทองของเธอที่กำลังสั่นไหวไปมา
"ไม่ได้อย่างนั้นหรอถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไม่มีเื่จะพูดคุยกันอีกต่อไป มิลาด้าเรากลับขึ้นไปนอนกับเธอส่วนเธอก็นอนอยู่ข้างล่างนี่ล่ะ หรือจะไปนอนข้างบนก็ได้มันยังมีห้องว่างเหลืออยู่อีกเยอะ"
อาร์ตก็ได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินหันหลังให้เธอ
"นายก็น่าจะรู้นี่นาว่าเธอคงไม่ยอมให้ อีกอย่างนึงนะนายก็มีฉันอยู่แล้วด้วย จะไปสนใจไอ้ดาบไร้คุณภาพนั่นทำไม"
มิลาด้า ได้พูดกระซิบข้างหูเข้าเหมือนกับเธอรู้ว่าเขา้าจะทำอะไรถึงได้พูดแบบนั้นออกไป อาร์ตที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับเธอไปด้วยรอยยิ้ม
"ถ้าฉันไม่ใช้วิธีนี้ ยัยนั่นก็ยังคงพูดต่อไปอยู่แบบนั้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นแล้วแบบนี้แหละดีแล้วสำหรับฉันและยัยอัศวินนั่นด้วย"
"ตกลงค่ะ! ดิฉันจะยอมมอบดาบเล่มนี้ให้กับนายน้อย! เพราะฉะนั้นแล้ววันพรุ่งนี้กรุณากลับปราสาทไปกับฉันด้วยเถอะค่ะ!"
เสียงะโของลูซี่ ที่ดังไล่หลังขึ้นมามันถึงกับทำให้เขาหยุดชะงักก่อนที่จะหันกลับไปหาเธอด้วยสีหน้าที่ไม่คาดคิด ซึ่งเขาก็พบว่าเธอในตอนนี้กำลังเดินมาหาเขาพร้อมกับยื่นฝักดาบพร้อมกับดาบที่อยู่ข้างในมาให้เขา มิลาด้าที่เห็นถึงการแสดงออกของ นายท่านของตนเองเธอก็ถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้แทบจะไม่ไหว เพราะนี่จะเป็เพียงไม่กี่ครั้งที่เธอได้เห็นถึงสีหน้าแบบนี้ของเขา
"..."