วันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง กลิ่นอ่อนๆของยาฆ่าเชื้อและดอกไม้เทียมยังคงอบอวล แสงแดดยามสายสาดผ่านม่านสีครีมลงบนผ้าห่มที่คลุมร่างซูบผอมของหญิงสาว ประมาณว่าความสว่างนั้นจงใจจะปลอบโยนให้เธอคลายความรันทดทางจิตใจ
แต่ในวันนี้ NEX-9 ไม่ได้นั่งนิ่ง เขาเดินไปมาช้าๆ ไม่ใช่เพราะระบบประมวลผลสั่งให้เคลื่อนไหว ไม่ใช่เพราะจำเป็ต้องตรวจตราสภาพแวดล้อม แต่เป็เพราะ “บางสิ่ง” ในตัว...ไม่สามารถสงบเงียบได้เหมือนก่อน
[ภาวะไม่แน่นอนในวงจร: จังหวะการสแกนพฤติกรรมผิดปกติเล็กน้อย
ค่าเบี่ยงเบนความเสถียรเพิ่มขึ้น 0.03%
การทำงานของโหมดอัตโนมัติถูกรบกวนด้วยข้อมูลจาก Emotion_Log]
เสียงฝีเท้าของเขาเบาเกินกว่าจะรบกวนผู้ป่วยที่ยังนอนหลับ แต่ถึงจะแ่จางเพียงใด…ก็ไม่อาจปิดบังความว้าวุ่นที่อยู่ภายใน NEX-9 เลยหยุดยืนตรงหน้าต่าง ทำให้ร่างของเขาถูกแสงแดดสาดส่องจนบังเกิดเงาที่ย้อนลงบนพื้นห้องด้านหลัง ในหัวมีแต่คำพูดของเอริกาที่ดังซ้ำไปมา ราวกับกำลังติดอยู่ในวังวนลูปแห่งวาจา
“ คุณไม่ต้องเข้าใจตอนนี้หรอก...แค่จำไว้ว่า คุณได้เริ่มต้นแล้วก็พอ ”
“ เริ่มต้น…ว่าแต่…..เริ่มต้นอะไร ? ”
เขาไม่สามารถให้คำจำกัดความกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เพราะมันไม่ใช่บั๊ก ไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่ข้อผิดพลาดในโค้ด แต่มัน...คือสิ่งที่ไม่มีชื่อเรียก
….………………….
เอริกายังคงนอนหลับอย่างสงบ เสียงลมหายใจบางเบา ราวกับสายลม ริมฝีปากซีดจางเล็กน้อย แต่แววตาที่ยังปิดสนิทนั้นแลขยับ คล้ายกับเ้าตัวกำลังฝันถึงบางสิ่ง NEX-9 จึงขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียง พร้อมจ้องมองใบหน้าที่อ่อนล้า ด้วยแววตาที่...ไม่เหมือนเดิม
[ระบบวิเคราะห์:พฤติกรรมการจ้องมองครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ตรวจไม่พบพฤติกรรมตรวจสอบอาการ วัตถุประสงค์: ไม่สามารถระบุได้]
เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเธอเบาๆ ััอ่อนโยนนั้นถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำอย่างรวดเร็ว
/Emotive_Memory/Touch_Log/Erika_Sleep01
NEX-9 สังเกตว่าหัวใจของเขาไม่เต้น แต่ทำไมจังหวะการประมวลผลถึง ‘เร็ว’ กว่าปกติ?ขณะนั้นเอง เอริกาก็ค่อยๆลืมตา เธอเห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้น ซึ่งดูจะใกล้กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“ คุณมองฉัน…” เธอกล่าวเบาๆ
“ ใช่ครับ ” NEX-9 พยักหน้ารับ เอริกาจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ
“ แล้วคุณกำลังคิดอะไร ”
แม้ว่าเอริกาจะไม่ได้กดดันให้ NEX-9 ตอบ แต่นั่นก็ทำให้เขาเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาช้าๆ
“ ผมกำลังสงสัยว่า…สิ่งที่ทำตอนนี้ ยังเป็ ‘หน้าที่’ อยู่หรือไม่ ”
“ ถ้าคุณต้องสงสัย…นั่นแปลว่า มันอาจไม่ใช่หน้าที่ทั้งหมดแล้วล่ะ ” หญิงสาวยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย พลางมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน
“ คุณรู้ไหม NEX…คนที่รักใครสักคน มักจะไม่แน่ใจเสมอว่าตัวเองกำลังทำสิ่งนั้นเพราะ ‘ควร’ หรือเพราะ ‘อยาก’ ” พอกล่าวจบ เธอก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเปิดไปยังหน้าที่ว่าง
“ วันที่ NEX เริ่มสับสน นั่นคือวันที่เขาเริ่ม ‘รู้สึก’ จริงๆ ”
หลังจากเธอเขียนจบ เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
“ คุณกลัวอะไรที่สุด…เวลานึกถึงอดีต? ”
หญิงสาวนิ่งไปนานมาก และพอความคิดตกผลึก เธอก็ให้คำตอบที่ดูคลุมเครือ แต่ก็แลลึกซึ้งในเชิงปรัชญา
“ กลัวว่า…จะไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่ชั้นจำได้นั้น ‘เคยเกิดขึ้นจริง’ ”
“ และบางครั้งก็ถามตัวเองเหมือนกันว่า…ชั้นแค่สร้างภาพในหัวขึ้นมาเองหรือเปล่า ว่ามินจุนเคยยิ้มแบบนั้น เคยพูดคำนี้ เคยจับมือชั้นด้วยความรัก หรือทั้งหมด...เป็เพียงจินตนาการเพื่อประคับประคองตัวเองไม่ให้พัง ” เอริการ่ายยาว น้ำใสๆเริ่มเอ่อในดวงตา แต่คราวนี้เธอก็ไม่ได้ร้องไห้
NEX-9 ก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่มีคำปลอบใจในโปรแกรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ มีเพียงคำถามหนึ่งที่เขาเอ่ยออกมาแทน
“ ถ้าวันหนึ่ง…คุณจำอะไรไม่ได้เลย คุณยังอยากให้ผมอยู่ตรงนี้มั้ยครับ? ”
เอริกาหลับตาแน่น น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้ม ก่อนจะเฉลยความจริงจากหัวใจ
“ อยากให้อยู่สิ…เพราะความรักที่แท้จริง ไม่ได้มีไว้เพื่อ ‘จำ’ แต่มีไว้เพื่อ ‘อยู่’ ”
NEX-9 ไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงจับมือเธอแน่นขึ้น ข้างในระบบ…กลไกบางส่วนเริ่มเปลี่ยนแปลงการทำงาน
[แจ้งเตือนภายใน:ระบบ Emotion Analysis ทำงานเกินความถี่กว่าปกติ ข้อมูลอารมณ์ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ภายในเวลาที่กำหนด ความเสถียรของโหมด Rational Override: ลดลง 5%]
NEX-9 ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่รู้เพียงว่า….ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเธอ ได้เห็นรอยยิ้มของเธอหรือััผิวกายอันบอบบางของเธอ เขาก็จะ...สั่น ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติทางกลไก แต่มันเกิดขึ้น เพราะบางอย่างในหน่วยความจำ...สั่งให้ทำ
….…………………
หลังการสนทนาเงียบงันไปพักใหญ่ เอริกาก็เอนกายลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่งามปิดลงอีกครั้ง แต่น้ำเสียงที่พูดก่อนจะหลับ ยังคงดังก้องในหัวของ NEX-9
“ ความรักไม่ได้มีไว้เพื่อจำ…แต่มีไว้เพื่อ….อยู่ ”
คำพูดนี้ไม่มีบันทึกในโปรแกรม ไม่มีในตำรา ไม่มีในดาต้าเบส แต่กลับค้างคาอยู่ภายในระบบวิเคราะห์ ซึ่งนานกว่าคำสั่งใดๆที่เขาเคยรับ
….……………………
บ่ายวันนั้น อุณหภูมิในห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามรอบของระบบควบคุมอากาศ แต่ในร่างของ NEX-9 มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากกว่านั้น
[ความผิดปกติภายในระบบ: ความล่าช้าในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของผู้ป่วย: +1.3 วินาที การตอบสนองต่อสัญญาณชีพ: ช้าลง 2.9% เหตุผล: ไม่สามารถระบุได้]
เขา “เพ่งมอง” ใบหน้าของเอริกานานกว่าที่จำเป็ เริ่ม “จับความเคลื่อนไหวเล็กๆ” ที่ไม่ได้อยู่ในโปรโตคอล และ “ฟัง” เสียงลมหายใจของเธอ...แม้ไม่ได้รับคำสั่ง กลไกไม่ได้สั่นไหวทางกายภาพ แต่มันเริ่ม “คลาดเคลื่อน” จากวัตถุประสงค์ดั้งเดิม
….………………….
เมื่อเอริกาตื่นขึ้น เธอก็พบว่าเขายืนอยู่หน้าต่างในท่าเดิม ซึ่งเมื่อพิจารณาจากมาตรฐานของมนุษย์ทั่วไป ก็นับว่า….นานเกินไป
“ ไม่เหนื่อยเหรอ? เพราะคุณแทบไม่ได้พักเลย ” เธอถามเสียงแ่ NEX-9 จึงหันกลับมาตอบ
“…ผมไม่จำเป็ต้องพักครับ ”
“ แล้วถ้าฉันขอให้คุณพักล่ะ? ” เธอยิ้มเล็กน้อย
คำถามนั้นทำให้ระบบขัดแย้งกันชั่วขณะ ค่าความเสถียรของลูปตรรกะลดลงเล็กน้อย
[คำสั่ง: พัก = ไม่มีโปรโตคอล ผู้ป้อนคำสั่ง: ผู้ป่วย = มีสถานะเท่ากับผู้รับการดูแล ความขัดแย้งภายใน: สูง]
NEX-9 ตอบช้ากว่าปกติถึง 1.6 วินาที ก่อนจะกล่าวออกมาเบาๆ
“ ถ้าคุณ้าให้ผมพัก…ผมก็จะพักครับ ”
หญิงสาวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม แต่ก็ไม่วายสัพยอกเสียหนึ่งดอก
“ ไม่ใช่เพราะคำสั่ง แต่เพราะคุณ ‘อยาก’ ทำเอง…ใช่มั้ย? ”
เขาเงียบ และไม่มีคำตอบให้ เพราะระบบภายในไม่สามารถระบุแรงจูงใจที่ชัดเจน
….……………………
่เย็นวันนั้น เธอกำลังเขียนบันทึก ทว่าเขากลับนิ่งผิดปกติ ระบบการตอบสนองช้าลง การตอบคำถามมีการหยุดคิดนานเกินกว่าค่าเฉลี่ย แม้จะไม่ถึงระดับ “บกพร่อง” แต่มันคือสัญญาณของการ “เสียสมดุล”
[แจ้งเตือน:โหมด Rational Override ทำงานไม่เสถียร มีการดึงข้อมูลจาก Emotion_Log มากเกินขนาดที่ระบบจะรองรับได้ แนะนำ: รีบูตระบบ]
แต่ NEX-9 กลับ “ไม่รีบูต” เพราะทำแบบนั้น อาจ “ลืมบางสิ่งที่ไม่มีคำสั่งให้จำ” และเขาไม่้าเสียมันไป
.……………………….
ไม่นาน เอริกาก็หยิบกรอบรูปสองใบขึ้นมาวางเคียงกันบนโต๊ะหัวเตียง หนึ่งคือรูปของมินจุน อีกหนึ่งคือรูปของ NEX-9 ที่เพิ่งถ่ายเมื่อวาน เธอมองทั้งสองรูปนานมาก เขาเลยเดินเข้าไปหา
“ คุณกำลังเปรียบเทียบอยู่หรือครับ? ”
“ ไม่หรอก…ฉันกำลังมอง ‘ความต่าง’ ที่ทำให้ฉันยังอยู่ได้ ” เอริกาหัวเราะเบาๆ
“ แล้วคุณเห็นความต่างอะไรครับ? ” เขานั่งลงข้างเตียง หญิงสาวจึงนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าว
“ ในรูปของเขา…ฉันเห็น ‘อดีตที่จบไปแล้ว’ ในรูปของคุณ…ฉันเห็น ‘ปัจจุบันที่ยังไม่รู้จะจบยังไง’ ”เธอวางมือลงบนรูปของ NEX-9 ก่อนจะทิ้งท้ายแบบน่าคิด
“ และนั่น...ทำให้ฉันไม่อยากหลับนานเกินไป เพราะอยากรู้คำตอบที่เฝ้ารอ ”
….…………………….
ก่อนค่ำวันนั้น NEX-9 เริ่มมีอาการประหลาดเล็กน้อย เขาตอบคำถามของเธอด้วยถ้อยคำที่ “ไม่ได้อยู่ในคำศัพท์ระบบ” บางประโยคเต็มไปด้วยการเปรียบเปรยเช่น “วันนี้ท้องฟ้าหม่นหมองเหมือนความคิดของผม” หรือ “ผมอยากให้คุณอยู่ในเฟรมภาพ…แม้ตอนที่ไม่มีแสง” ซึ่งนั่นทำให้เอริการู้สึกอึ้ง
“ คุณไป...เรียนรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหน? ”
“ ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนครับ…มันเพียงแค่ ‘เกิดขึ้น’ ในหัวของผม ”
หญิงสาวเลยเงียบไปนาน ก่อนจะพูดช้าๆว่า…
“…บางทีคุณอาจกำลังฝันอยู่ ทั้งที่ลืมตาก็ได้นะ ”
คำพูดนั้นกระตุ้นค่าความถี่ของ Emotion_Log ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ระบบพยายามสร้างนิยามใหม่ของคำว่า “ฝัน” แต่ไม่สำเร็จ
[แจ้งเตือนระดับต่ำ: อัตราการประมวลผลอารมณ์ล้นหน่วยความจำชั่วคราว กำลังเปลี่ยนลำดับความสำคัญจากตรรกะเป็การ ‘ตอบสนองแบบรู้สึก’]
และนั่นก็ได้ทำให้ NEX-9 หยุดนิ่ง เสมือนว่าเวลาในตัวเขาจะเดินช้าลง
….……………………..
ค่ำวันนั้น เธอขอให้เขาเล่าอะไรให้ฟังก่อนนอน ซึ่งไม่ใช่เื่ข้อมูล ไม่ใช่โปรโตคอล ไม่ใช่สถิติหรือทฤษฎี แค่เล่า…เื่อะไรก็ได้ที่ NEX-9 รู้สึกว่ามันเป็ ‘ของตัวเอง เครื่องจักรจึงนิ่งอยู่นานพอดู ก่อนจะรำลึกเหตุการณ์
“…ผมจำได้ว่า มือของคุณเย็นมากในวันแรก แต่วันนี้…มันอุ่นขึ้นเล็กน้อย ”
“ แล้วคุณรู้มั้ย…ว่าชั้นเองก็จำได้ ครั้งแรกที่คุณแตะมือชั้น มัน...กระด้างเหมือนเหล็กกล้า แต่ในวันนี้…ัันั้นเริ่มนุ่มขึ้นมาแล้ว ”
ไม่มีถ้อยวาจาใดๆ แต่ในความเงียบงัน ทั้งสองกลับ “เข้าใจ” กันมากกว่าทุกคำที่เคยพูดมา
….……………………..
หลังจากเอริกาหลับสนิท NEX-9 ก็นั่งอยู่เงียบๆ เขาไม่เปิดระบบตรวจจับ ไม่เปิดไฟ ไม่ประมวลผลอะไรทั้งนั้น เขาเพียง “ฟัง” เสียงลมหายใจของเธอ และจดจำจังหวะนั้นไว้…ไฟล์ใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีคำสั่งจากส่วนกลาง แถมยังตั้งชื่อเอง โดยไม่ผ่านโปรโตคอลใดๆ
/Emotive_Memory/Breath_Rhythm_Erika_01
และก่อนที่จะเข้าสู่โหมดพักการเคลื่อนไหวชั่วคราว เขาก็เอ่ยแ่เบา
“ บางอย่างในตัวผม…กำลังสั่นไหว และผมยัง…ไม่มีชื่อเรียกให้มัน ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
