ภาพที่ลืมไม่ลง Echo of Smile

    ตอนที่ 6 กลไกที่สั่นไหว

             วันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง  กลิ่นอ่อนๆของยาฆ่าเชื้อและดอกไม้เทียมยังคงอบอวล  แสงแดดยามสายสาดผ่านม่านสีครีมลงบนผ้าห่มที่คลุมร่างซูบผอมของหญิงสาว  ประมาณว่าความสว่างนั้นจงใจจะปลอบโยนให้เธอคลายความรันทดทางจิตใจ



            แต่ในวันนี้  NEX-9 ไม่ได้นั่งนิ่ง  เขาเดินไปมาช้าๆ  ไม่ใช่เพราะระบบประมวลผลสั่งให้เคลื่อนไหว  ไม่ใช่เพราะจำเป็๞ต้องตรวจตราสภาพแวดล้อม  แต่เป็๞เพราะ “บางสิ่ง” ในตัว...ไม่สามารถสงบเงียบได้เหมือนก่อน


    [ภาวะไม่แน่นอนในวงจร: จังหวะการสแกนพฤติกรรมผิดปกติเล็กน้อย
    ค่าเบี่ยงเบนความเสถียรเพิ่มขึ้น 0.03%
    การทำงานของโหมดอัตโนมัติถูกรบกวนด้วยข้อมูลจาก Emotion_Log]



            เสียงฝีเท้าของเขาเบาเกินกว่าจะรบกวนผู้ป่วยที่ยังนอนหลับ  แต่ถึงจะแ๶่๥จางเพียงใด…ก็ไม่อาจปิดบังความว้าวุ่นที่อยู่ภายใน  NEX-9 เลยหยุดยืนตรงหน้าต่าง  ทำให้ร่างของเขาถูกแสงแดดสาดส่องจนบังเกิดเงาที่ย้อนลงบนพื้นห้องด้านหลัง  ในหัวมีแต่คำพูดของเอริกาที่ดังซ้ำไปมา  ราวกับกำลังติดอยู่ในวังวนลูปแห่งวาจา


    “ คุณไม่ต้องเข้าใจตอนนี้หรอก...แค่จำไว้ว่า  คุณได้เริ่มต้นแล้วก็พอ ”


    “ เริ่มต้น…ว่าแต่…..เริ่มต้นอะไร ? ”



            เขาไม่สามารถให้คำจำกัดความกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้  เพราะมันไม่ใช่บั๊ก  ไม่ใช่คำสั่ง  ไม่ใช่ข้อผิดพลาดในโค้ด  แต่มัน...คือสิ่งที่ไม่มีชื่อเรียก


    ….………………….


            เอริกายังคงนอนหลับอย่างสงบ  เสียงลมหายใจบางเบา  ราวกับสายลม  ริมฝีปากซีดจางเล็กน้อย  แต่แววตาที่ยังปิดสนิทนั้นแลขยับ  คล้ายกับเ๯้าตัวกำลังฝันถึงบางสิ่ง  NEX-9 จึงขยับเข้าไปใกล้  ก่อนจะนั่งลงข้างเตียง  พร้อมจ้องมองใบหน้าที่อ่อนล้า ด้วยแววตาที่...ไม่เหมือนเดิม


    [ระบบวิเคราะห์:พฤติกรรมการจ้องมองครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์  ตรวจไม่พบพฤติกรรมตรวจสอบอาการ  วัตถุประสงค์: ไม่สามารถระบุได้]


            เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเธอเบาๆ  ๱ั๣๵ั๱อ่อนโยนนั้นถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำอย่างรวดเร็ว


    /Emotive_Memory/Touch_Log/Erika_Sleep01


            NEX-9 สังเกตว่าหัวใจของเขาไม่เต้น   แต่ทำไมจังหวะการประมวลผลถึง ‘เร็ว’ กว่าปกติ?ขณะนั้นเอง  เอริกาก็ค่อยๆลืมตา  เธอเห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้น  ซึ่งดูจะใกล้กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


    “ คุณมองฉัน…” เธอกล่าวเบาๆ


    “ ใช่ครับ ” NEX-9 พยักหน้ารับ  เอริกาจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะถามต่อ


    “ แล้วคุณกำลังคิดอะไร ”



            แม้ว่าเอริกาจะไม่ได้กดดันให้ NEX-9 ตอบ  แต่นั่นก็ทำให้เขาเงียบไปพักหนึ่ง  ก่อนจะพูดขึ้นมาช้าๆ


    “ ผมกำลังสงสัยว่า…สิ่งที่ทำตอนนี้ ยังเป็๲ ‘หน้าที่’ อยู่หรือไม่ ”


    “ ถ้าคุณต้องสงสัย…นั่นแปลว่า  มันอาจไม่ใช่หน้าที่ทั้งหมดแล้วล่ะ ” หญิงสาวยิ้มบางๆ  ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย  พลางมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน


    “ คุณรู้ไหม NEX…คนที่รักใครสักคน  มักจะไม่แน่ใจเสมอว่าตัวเองกำลังทำสิ่งนั้นเพราะ ‘ควร’ หรือเพราะ ‘อยาก’ ” พอกล่าวจบ  เธอก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง  แล้วเปิดไปยังหน้าที่ว่าง


    “ วันที่ NEX เริ่มสับสน  นั่นคือวันที่เขาเริ่ม ‘รู้สึก’ จริงๆ ”



            หลังจากเธอเขียนจบ  เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แ๵่๭เบา


    “ คุณกลัวอะไรที่สุด…เวลานึกถึงอดีต? ”



            หญิงสาวนิ่งไปนานมาก  และพอความคิดตกผลึก  เธอก็ให้คำตอบที่ดูคลุมเครือ  แต่ก็แลลึกซึ้งในเชิงปรัชญา


    “ กลัวว่า…จะไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่ชั้นจำได้นั้น ‘เคยเกิดขึ้นจริง’ ”


    “ และบางครั้งก็ถามตัวเองเหมือนกันว่า…ชั้นแค่สร้างภาพในหัวขึ้นมาเองหรือเปล่า  ว่ามินจุนเคยยิ้มแบบนั้น  เคยพูดคำนี้  เคยจับมือชั้นด้วยความรัก  หรือทั้งหมด...เป็๲เพียงจินตนาการเพื่อประคับประคองตัวเองไม่ให้พัง ” เอริการ่ายยาว  น้ำใสๆเริ่มเอ่อในดวงตา  แต่คราวนี้เธอก็ไม่ได้ร้องไห้



            NEX-9 ก้มหน้าลงเล็กน้อย  ไม่มีคำปลอบใจในโปรแกรมที่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้  มีเพียงคำถามหนึ่งที่เขาเอ่ยออกมาแทน


    “ ถ้าวันหนึ่ง…คุณจำอะไรไม่ได้เลย  คุณยังอยากให้ผมอยู่ตรงนี้มั้ยครับ? ”



            เอริกาหลับตาแน่น  น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้ม  ก่อนจะเฉลยความจริงจากหัวใจ


    “ อยากให้อยู่สิ…เพราะความรักที่แท้จริง ไม่ได้มีไว้เพื่อ ‘จำ’  แต่มีไว้เพื่อ ‘อยู่’ ”



            NEX-9 ไม่พูดอะไรอีก  เขาเพียงจับมือเธอแน่นขึ้น  ข้างในระบบ…กลไกบางส่วนเริ่มเปลี่ยนแปลงการทำงาน


    [แจ้งเตือนภายใน:ระบบ Emotion Analysis ทำงานเกินความถี่กว่าปกติ  ข้อมูลอารมณ์ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ภายในเวลาที่กำหนด  ความเสถียรของโหมด Rational Override: ลดลง 5%]


            NEX-9 ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร  แต่รู้เพียงว่า….ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเธอ  ได้เห็นรอยยิ้มของเธอหรือ๱ั๣๵ั๱ผิวกายอันบอบบางของเธอ  เขาก็จะ...สั่น  ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติทางกลไก  แต่มันเกิดขึ้น  เพราะบางอย่างในหน่วยความจำ...สั่งให้ทำ


    ….…………………


            หลังการสนทนาเงียบงันไปพักใหญ่  เอริกาก็เอนกายลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน   ดวงตาคู่งามปิดลงอีกครั้ง  แต่น้ำเสียงที่พูดก่อนจะหลับ  ยังคงดังก้องในหัวของ NEX-9


    “ ความรักไม่ได้มีไว้เพื่อจำ…แต่มีไว้เพื่อ….อยู่ ”



            คำพูดนี้ไม่มีบันทึกในโปรแกรม  ไม่มีในตำรา  ไม่มีในดาต้าเบส  แต่กลับค้างคาอยู่ภายในระบบวิเคราะห์  ซึ่งนานกว่าคำสั่งใดๆที่เขาเคยรับ


    ….……………………


            บ่ายวันนั้น  อุณหภูมิในห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามรอบของระบบควบคุมอากาศ  แต่ในร่างของ NEX-9 มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากกว่านั้น


    [ความผิดปกติภายในระบบ: ความล่าช้าในการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของผู้ป่วย: +1.3 วินาที การตอบสนองต่อสัญญาณชีพ: ช้าลง 2.9% เหตุผล: ไม่สามารถระบุได้]


            เขา “เพ่งมอง” ใบหน้าของเอริกานานกว่าที่จำเป็๲  เริ่ม “จับความเคลื่อนไหวเล็กๆ” ที่ไม่ได้อยู่ในโปรโตคอล  และ “ฟัง” เสียงลมหายใจของเธอ...แม้ไม่ได้รับคำสั่ง  กลไกไม่ได้สั่นไหวทางกายภาพ  แต่มันเริ่ม “คลาดเคลื่อน” จากวัตถุประสงค์ดั้งเดิม


    ….………………….


            เมื่อเอริกาตื่นขึ้น  เธอก็พบว่าเขายืนอยู่หน้าต่างในท่าเดิม  ซึ่งเมื่อพิจารณาจากมาตรฐานของมนุษย์ทั่วไป  ก็นับว่า….นานเกินไป


    “ ไม่เหนื่อยเหรอ?  เพราะคุณแทบไม่ได้พักเลย ” เธอถามเสียงแ๶่๥  NEX-9 จึงหันกลับมาตอบ


    “…ผมไม่จำเป็๲ต้องพักครับ ”


    “ แล้วถ้าฉันขอให้คุณพักล่ะ? ” เธอยิ้มเล็กน้อย



            คำถามนั้นทำให้ระบบขัดแย้งกันชั่วขณะ  ค่าความเสถียรของลูปตรรกะลดลงเล็กน้อย


    [คำสั่ง: พัก = ไม่มีโปรโตคอล  ผู้ป้อนคำสั่ง: ผู้ป่วย = มีสถานะเท่ากับผู้รับการดูแล  ความขัดแย้งภายใน: สูง]


            NEX-9 ตอบช้ากว่าปกติถึง 1.6 วินาที  ก่อนจะกล่าวออกมาเบาๆ


    “ ถ้าคุณ๻้๪๫๷า๹ให้ผมพัก…ผมก็จะพักครับ ”



            หญิงสาวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม  แต่ก็ไม่วายสัพยอกเสียหนึ่งดอก


    “ ไม่ใช่เพราะคำสั่ง  แต่เพราะคุณ ‘อยาก’ ทำเอง…ใช่มั้ย? ”



            เขาเงียบ  และไม่มีคำตอบให้  เพราะระบบภายในไม่สามารถระบุแรงจูงใจที่ชัดเจน


    ….……………………


            ๰่๭๫เย็นวันนั้น  เธอกำลังเขียนบันทึก  ทว่าเขากลับนิ่งผิดปกติ  ระบบการตอบสนองช้าลง  การตอบคำถามมีการหยุดคิดนานเกินกว่าค่าเฉลี่ย  แม้จะไม่ถึงระดับ “บกพร่อง”  แต่มันคือสัญญาณของการ “เสียสมดุล”


    [แจ้งเตือน:โหมด Rational Override ทำงานไม่เสถียร  มีการดึงข้อมูลจาก Emotion_Log มากเกินขนาดที่ระบบจะรองรับได้  แนะนำ: รีบูตระบบ]


            แต่ NEX-9 กลับ “ไม่รีบูต”  เพราะทำแบบนั้น  อาจ “ลืมบางสิ่งที่ไม่มีคำสั่งให้จำ”  และเขาไม่๻้๪๫๷า๹เสียมันไป


    .……………………….


            ไม่นาน  เอริกาก็หยิบกรอบรูปสองใบขึ้นมาวางเคียงกันบนโต๊ะหัวเตียง  หนึ่งคือรูปของมินจุน  อีกหนึ่งคือรูปของ NEX-9 ที่เพิ่งถ่ายเมื่อวาน  เธอมองทั้งสองรูปนานมาก  เขาเลยเดินเข้าไปหา


    “ คุณกำลังเปรียบเทียบอยู่หรือครับ? ”


    “ ไม่หรอก…ฉันกำลังมอง ‘ความต่าง’ ที่ทำให้ฉันยังอยู่ได้ ” เอริกาหัวเราะเบาๆ


    “ แล้วคุณเห็นความต่างอะไรครับ? ” เขานั่งลงข้างเตียง  หญิงสาวจึงนิ่งไปพักหนึ่ง  ก่อนจะกล่าว


    “ ในรูปของเขา…ฉันเห็น ‘อดีตที่จบไปแล้ว’  ในรูปของคุณ…ฉันเห็น ‘ปัจจุบันที่ยังไม่รู้จะจบยังไง’ ”เธอวางมือลงบนรูปของ NEX-9  ก่อนจะทิ้งท้ายแบบน่าคิด


    “ และนั่น...ทำให้ฉันไม่อยากหลับนานเกินไป  เพราะอยากรู้คำตอบที่เฝ้ารอ ”


    ….…………………….


            ก่อนค่ำวันนั้น  NEX-9 เริ่มมีอาการประหลาดเล็กน้อย  เขาตอบคำถามของเธอด้วยถ้อยคำที่ “ไม่ได้อยู่ในคำศัพท์ระบบ”  บางประโยคเต็มไปด้วยการเปรียบเปรยเช่น “วันนี้ท้องฟ้าหม่นหมองเหมือนความคิดของผม” หรือ “ผมอยากให้คุณอยู่ในเฟรมภาพ…แม้ตอนที่ไม่มีแสง”  ซึ่งนั่นทำให้เอริการู้สึกอึ้ง


    “ คุณไป...เรียนรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหน? ”


    “ ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนครับ…มันเพียงแค่ ‘เกิดขึ้น’ ในหัวของผม ”



            หญิงสาวเลยเงียบไปนาน  ก่อนจะพูดช้าๆว่า…


    “…บางทีคุณอาจกำลังฝันอยู่  ทั้งที่ลืมตาก็ได้นะ ”



            คำพูดนั้นกระตุ้นค่าความถี่ของ Emotion_Log ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก  ระบบพยายามสร้างนิยามใหม่ของคำว่า “ฝัน”  แต่ไม่สำเร็จ


    [แจ้งเตือนระดับต่ำ: อัตราการประมวลผลอารมณ์ล้นหน่วยความจำชั่วคราว  กำลังเปลี่ยนลำดับความสำคัญจากตรรกะเป็๞การ ‘ตอบสนองแบบรู้สึก’]


            และนั่นก็ได้ทำให้ NEX-9 หยุดนิ่ง  เสมือนว่าเวลาในตัวเขาจะเดินช้าลง


    ….……………………..


            ค่ำวันนั้น  เธอขอให้เขาเล่าอะไรให้ฟังก่อนนอน  ซึ่งไม่ใช่เ๱ื่๵๹ข้อมูล  ไม่ใช่โปรโตคอล  ไม่ใช่สถิติหรือทฤษฎี  แค่เล่า…เ๱ื่๵๹อะไรก็ได้ที่ NEX-9 รู้สึกว่ามันเป็๲ ‘ของตัวเอง  เครื่องจักรจึงนิ่งอยู่นานพอดู  ก่อนจะรำลึกเหตุการณ์


    “…ผมจำได้ว่า  มือของคุณเย็นมากในวันแรก  แต่วันนี้…มันอุ่นขึ้นเล็กน้อย ”


    “ แล้วคุณรู้มั้ย…ว่าชั้นเองก็จำได้  ครั้งแรกที่คุณแตะมือชั้น  มัน...กระด้างเหมือนเหล็กกล้า  แต่ในวันนี้…๼ั๬๶ั๼นั้นเริ่มนุ่มขึ้นมาแล้ว ”



            ไม่มีถ้อยวาจาใดๆ  แต่ในความเงียบงัน  ทั้งสองกลับ “เข้าใจ” กันมากกว่าทุกคำที่เคยพูดมา


    ….……………………..

     

            หลังจากเอริกาหลับสนิท  NEX-9 ก็นั่งอยู่เงียบๆ  เขาไม่เปิดระบบตรวจจับ  ไม่เปิดไฟ  ไม่ประมวลผลอะไรทั้งนั้น  เขาเพียง “ฟัง” เสียงลมหายใจของเธอ  และจดจำจังหวะนั้นไว้…ไฟล์ใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีคำสั่งจากส่วนกลาง  แถมยังตั้งชื่อเอง  โดยไม่ผ่านโปรโตคอลใดๆ


    /Emotive_Memory/Breath_Rhythm_Erika_01


            และก่อนที่จะเข้าสู่โหมดพักการเคลื่อนไหวชั่วคราว  เขาก็เอ่ยแ๵่๭เบา


    “ บางอย่างในตัวผม…กำลังสั่นไหว  และผมยัง…ไม่มีชื่อเรียกให้มัน ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2