“ทำไมต้องถามถึงคนอื่นด้วย” สายตาเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ฉันกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกได้ถึงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันเบือนหน้าหนีไปอีกทางแกล้งทำเป็มองอย่างอื่นที่ไม่ใช่คนตรงหน้า ทั้งที่ข้างในเริ่มปั่นป่วน
“เพราะ…ส้มไม่อยากเป็มือที่สามของใคร” ฉันพูดเบา ๆ จนเหมือนพึมพำกับตัวเอง
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดอย่างหนักแน่น
“พี่กับพิมพ์มีแค่เื่งานไม่มีความรู้สึกอย่างอื่น” เป็อีกครั้งที่พี่เจพูดแบบนี้กับฉัน
พี่เจทำให้ฉันสับสน…สับสนมากจริง ๆ ปากก็บอกว่าไม่ได้เป็อะไรกัน แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม เขาทำเหมือนห่วง หวง…แถมยังดูแลจนฉันเผลอคิดไปไกลอีก แต่เขากลับยังคงทำหน้าตาเรียบเฉย เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีความหมาย
ในขณะที่ฉันยังยืนงุนงงกับความรู้สึกของตัวเอง พี่เจก็ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบศีรษะฉันเบา ๆ
“พี่ว่าเรากลับกันเถอะ เราน่าจะเมามากแล้วล่ะ” เขาพูดเสียงเรียบ
“ไม่เมาค่ะ” ฉันรีบเถียงทันที พูดจบก็พยายามจะเดินหนีออกไปจากตรงนั้น แต่ขาเ้ากรรมกลับไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไร
“ไม่เมาอะไร จะให้พี่ปล่อยเราไว้แบบนี้เหรอ?” เขาจ้องหน้าฉันนิ่ง น้ำเสียงเริ่มแฝงด้วยความไม่พอใจ
“ส้มโตแล้วค่ะ เมาได้” ฉันพูดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
“ส้มจะรู้ตัวบ้างไหม…ว่าถ้าพี่ไม่ห่วง พี่คงไม่ตามหาเราให้วุ่นแบบนี้หรอก” พี่เจพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น สายตานิ่งแต่ซ่อนความว้าวุ่นไว้ข้างใน
หัวใจดวงน้อย ๆ ของฉัน เพียงแค่ประโยคเดียวของเขาก็เต้นโครมครามไม่หยุด เขาเบือนหน้าหนีเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ก่อนจะพูดออกมาอย่างเว้าวอน
“กลับบ้านกันเถอะ” เขาพูดสั้น ๆ แถมสายตาที่มองมานั้นล้วนเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
Jay’ s Part
ผมมองดูคนตัวเล็กที่เดินเป๋ไปเป๋มาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ส้มไม่รู้จักระวังตัวเลยสักนิด เธอคงไม่รู้เลยว่ามีแต่ผู้ชายมองเธออยู่ โดยเฉพาะเวลาที่เธอยิ้มน้อย ๆ นั่น…
“เกาะแขนพี่ไว้” ผมก้มลงไปพูดกับเธอเบา ๆ
“ไม่เอาค่ะ ส้มเดินไหว สบายมาก~” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างภูมิใจ
แน่ล่ะ…ไหวแบบเดินถอยหลังสามก้าวเดินหน้าสองก้าวแบบนี้น่ะสิไม่ว่า พอเห็นว่าเธอจะล้มอยู่รอมร่อ ผมเลยรีบเข้าไปประคองทันที
“ทำไมพี่เจสูงจัง สูงกว่าส้มเยอะเลยอ่า…” เธอเงยหน้ามองผมแล้วยิ้ม ยัยเด็กขี้เมานี่ เมาแล้วกลายเป็เ้าหนูจำไมเหรอไงเนี่ย…
“ก็พี่เป็ผู้ชาย” เธอจับมือผมขึ้นมาเล่น ลูบไปลูบมาไม่หยุด
“ทำไมมือพี่เจใหญ่จัง~”
“พี่เจ พี่เจว่าตอนนี้เราอยู่ไหนแล้วนะคะ”
ความเมาของเธอทำให้ผมต้องบอกตัวเองว่าอย่าคิดอะไรไปไกล ถ้าเป็คนอื่นคงจะอดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปขย้ำเธอ ส้มยังคงเดินเอนไปเอนมาไม่หยุด ผมคิดว่าถ้าปล่อยเธอไว้แบบนี้เราคงไปไม่ถึงรถแน่ ๆ
ผมเลยตัดสินใจย่อตัวลงเพื่อจะให้เธอขึ้นหลัง แต่นอกจากเธอไม่ยอมให้ความร่วมมือแล้ว ยังคงเอามือมาเล่นผมของผมไม่หยุด
“ผมพี่เจนุ่มจังเลย~”
“พี่ไม่ได้ให้เราเล่นผมนะ…ขึ้นมาได้แล้ว พี่จะพาเรากลับบ้าน” ยื้อยุดกันอยู่สักพักในที่สุดเธอก็ยอมทิ้งตัวลงมาบนหลังของผม แล้วพูดเสียงอู้อี้ใกล้หู
“หอมจัง…” ผมชะงักไปทันที เมื่อเธอพูดแล้วงับเข้าที่หูของผมอย่างแ่เบา
ร่างสูงชะงักนิ่งไปชั่วขณะ รู้สึกคล้ายกับถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงไปทั่วทั้งร่าง…เด็กนี่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าการกระทำแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน ผมเองก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรู้สึกเื่อย่างว่า ไม่ใช่พระอิฐพระปูน…
เธองับเข้าที่หูผมซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ผมแทบอยากจะพาเธอลงจากหลังแล้วทำอะไรต่อมิอะไรที่เธออาจจะเสียใจทีหลัง
ผมวางเธอลงบนเบาะข้างคนขับ เธอยังคงยิ้มและพูดงึมงำเหมือนยังคงอยู่ในโลกของตัวเอง
“ตัวก็เบาอยู่หรอก แต่เมาแล้วซนแบบนี้ พี่เหนื่อยนะรู้มั้ย” ผมพูดพร้อมกับดึงเข็มขัดคล้องตัวส้มไว้ เธอกลับยื่นหน้ามาใกล้พร้อมกับจ้องผมด้วยดวงตาที่กลมโต
“พี่เจ…”
“ว่าไง...”
“ทำไมพี่เจ ชอบทำตัวไม่น่ารัก”
“พี่ทำอะไร?”
“พี่ทำดีกับทุกคนไปทั่ว...”
“หืม?”
“อยากกินไก่ทอดจังงืม ๆ” มือเล็ก ๆ คว้ามือผมไว้ก่อนจะงับเข้าที่มือผมแล้วหลับตาลง เธอทำให้ผมใจเต้นแรง แล้วก็ตบหัวผมด้วยการมองมือผมเป็ไก่ทอดงั้นเหรอ แต่มันก็ทำให้ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“ส้ม…” ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอเบา ๆ แต่เธอไม่ได้ตอบอะไร ร่างเล็ก ๆ เพียงแค่ขยับตัวเข้ามาใกล้ ยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่มาจับที่ใบหน้าของผม
“จุ๊บ”
“นี่!”
ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอััลงบนแก้มผมอย่างแ่เบา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอเป่ารดที่ลำคอ ผมรู้สึกราวกับมีกระแสไฟแล่นไปทั่วทั้งร่าง
เธอหัวเราะคิกคักอย่างน่ารักแล้วพึมพำเบา ๆ “ไก่ทอด งืม ๆ ไก่ทอดอร่อยจังเลย”
ผมหลับตาลงอย่างหมดความอดทน เอื้อมมือไปประคองใบหน้าของเธอไว้ ก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างหมดความยับยั้งช่างใจ รสหวานจากเครื่องดื่มที่เธอดื่มผสมกับกลิ่นหอมจากตัวเธอ ทำให้ผมอยากลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเธออีกครั้ง ร่างเล็กสบตากับผมด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้ม เธอยื่นหน้าเข้ามามองผมก่อนจะพึมพำว่า
“นี่ฝันอีกแล้วเหรอ…ฮี่ ๆ” แล้วจุ๊บเบา ๆ ที่ริมฝีปากผมอีกครั้ง
หัวใจผมเต้นแรงจนอดไม่ได้ที่จะประทับริมฝีปากลงบนปากเล็ก ๆ นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า