วันรุ่งขึ้นปรินขับรถมาส่งสามสาวที่มหาลัยเหมือนเดิม แต่คราวนี้แคทนั่งข้างหน้าคู่กับปรินแทนปราง
เมื่อมาถึงมหาลัยปรินก็ขับมาส่งที่หน้าตึกเรียน
วันนี้มีคนมาอยู่ที่หน้าตึกมากกว่าทุกวัน พอปรินจอดรถเขาก็ลงไปเปิดท้ายแล้วเอารถเข็นออกมากางออก แล้วก็เปิดประตูอุ้มแคทลงมานั่งที่รถเข็น ปรางกับมายด์เปิดประตูลงมายืนข้างๆแคท
“ปรางคอยดูให้แคทกินยาด้วยนะ แล้วอย่าให้เดินโดยเด็ดขาด มายด์ด้วยนะ พี่ฝากด้วย ถ้ามีอะไรโทรบอกพี่ด้วย”ปรินสั่งกำชับ
“ปรางกับมายด์จะดูแลอย่างดีเลยค่ะ”ปรางบอกยิ้มๆ
ปรินพยักหน้าแล้วหันมามองแคท
“เราก็ห้ามดื้อ แล้วก็ห้ามลืมกินยา ไม่งั้นพี่จะมาเฝ้าเราที่มหาลัยด้วยตัวเอง”ปรินบอก
“ค่ะ จะไม่ดื้อ ไม่ลืมกินยาแน่นอนค่ะ พี่ปรินไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวรถติด”แคทบอกยิ้มๆ
เธอรู้ว่าเขาทำอย่างที่พูดแน่ๆ
“งั้นพี่ไปก่อนนะ ตอนบ่ายเจอกัน”ปรินบอก
เขาเดินไปขึ้นรถแล้วขับออกไป
ปรางกับมายด์เข็นรถที่แคทนั่งไปที่หน้าตึก มีพวกพี่ๆทีมวอลเล่ย์บอลรวมทั้งอ.ราตรีเดินเข้ามาหาพวกเธอทันที
“หมอว่าไงบ้าง ต้องนั่งรถเข็นเลยเหรอ”อ.ราตรีถาม
“หมอบอกว่ากระดูกที่เคยหักมันร้าวค่ะ เลยห้ามใช้ขา แล้วให้ใส่ตัวประคองเท้าไว้สองอาทิตย์ค่ะอาจารย์”แคทบอก
“อาจารย์ขอโทษนะที่ขอให้เราลงไปเล่น ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ค่อยดี”อ.ราตรีบอก
“พวกพี่ด้วย ขอโทษจริงๆเลยทำให้เราต้องมานั่งรถเข็น ลำบากแย่”
“ไม่เป็ไรค่ะ อาจารย์ราตรี พวกพี่ๆด้วย แค่สองอาทิตย์เองค่ะ”แคทบอกแล้วยิ้มให้กับทุกคน
“แคท เป็ไงบ้าง พี่เพิ่งรู้จากเพื่อนว่าเมื่อวานแคทลงเล่นวอลเล่ย์บอลแล้วขาเจ็บ”ศิวาถามทันทีที่เดินมาถึง
“ไม่ได้เป็ไรมากหรอกค่ะ แค่หมองดเดินสองอาทิตย์เอง”แคทบอกกับศิวา
“มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย ถ้ามีก็บอกได้นะ”ศิวาบอก
“ไม่มีหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะ เอ่อ อาจารย์ราตรีคะถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกหนูขอไปห้องเรียนก่อนนะคะ”
แคทบอกศิวาแล้วหันไปบอกอ.ราตรี
“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะ ถ้าอยากให้อาจารย์ช่วยอะไรก็บอกนะ”อ.ราตรีบอก
“ค่ะอาจารย์ พี่ๆคะ แคทไปเรียนก่อนนะคะ เอาไว้เจอกันค่ะ”แคทบอกกับทุกคน
ปรางกับมายด์ไหว้อ.ราตรีแล้วเข็นรถที่แคทนั่งตรงไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปเรียน
ตอนพักเที่ยงระหว่างที่สามสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่หน้าตึกเรียน
มีเสียงโทรเข้ามือถือของแคท แคทมองแล้วเห็นเป็เบอร์ของปรินจึงกดรับ
“สวัสดีค่ะ พี่ปริน”
“พักทานข้าวหรือยัง”
“พักแล้วค่ะ แคทกินข้าว และกินยาแล้วด้วยค่ะ”
“ดีมาก ห้ามลืม แล้วที่ห้ามเด็ดขาดเลยคือห้ามเดิน เข้าใจนะ”
“ค่ะ รู้แล้วค่ะ ใครจะกล้าล่ะคะ ขู่ซะขนาดนั้น”
“ขู่อะไร พี่ไม่ได้ขู่นะแต่จะทำจริงๆถ้าเราไม่เชื่อฟังพี่อ่ะ”
“รู้ค่ะว่าพี่ปรินจะทำจริงๆ เลยไม่กล้าขัดไง แล้วไม่ทำงานหรือคะ”
“ทำคับ แต่พี่เป็ห่วงก็เลยโทรมาหาเราก่อน เดี๋ยวพี่ต้องออกไปพบลูกค้าแล้วจะไปที่เราเลย”
“ค่ะ งั้นก็เตรียมตัวไปพบลูกค้าเถอะค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”
“คับ พี่จะขับรถด้วยความระมัดระวัง แล้วเจอกันคับ”
แคทวางสาย
“พี่ปรินเหรอ”ปรางถาม
แคทพยักหน้า
“พี่ปริน เขาห่วงแกมากเลยนะ คงกลัวว่าจะลืมกินยา เขารู้ว่าแกไม่ชอบกินยา”มายด์บอก
“พี่ปรินรู้ได้ยังไง ว่าชั้นไม่ชอบกินยา มายด์บอกเหรอ”แคทหันไปถามมายด์
“ป่าวนะ เราไม่ได้บอกเลย”มายด์บอกพร้อมกับสั่นหัว
“ถ้างั้นก็คงเป็เ้าน้องชายตัวดีแน่ๆ รายงานทุกเื่”แคทบอก
มายด์กับปรางจึงขำ
ตอนบ่ายปรินมาคอยสาวๆพร้อมกับชยาและเอกที่หน้าตึกเรียน สักพักใหญ่สาวๆก็เดินเข็นรถที่แคทนั่งตรงมา
ปรินเห็นจึงเดินไปเข็นรถแทนปรางกับมายด์เอง
“เป็ไงบ้างวันนี้ ลำบากมั้ย”ปรินก้มหน้าถามแคท
“แคทไม่ลำบากค่ะ คนลำบากอยู่นั่นค่ะ”แคทบอกแล้วชี้มือไปที่ปรางกับมายด์
“ไม่ได้ลำบากเลย แค่เข็นรถ แคทก็ตัวเบาจะตาย”ปรางหันมาบอก
“ใช่ แคทตัวเบามาก พี่อุ้มยังไม่รู้สึกหนักเลย เราต้องกินมากๆหน่อยนะเดี๋ยวจะผอมเกินไป”ปรินก้มลงบอกแคท
หน้าแคทเริ่มมีสีแดงระเรื่อ เธอเพิ่งจะนึกได้ว่าเธอโดนปรินอุ้มหลายครั้งมากและที่น่าอายที่สุดก็คงเป็เมื่อวานที่เธอใส่ชุดที่เล่นวอลเล่ย์บอล
ปรินเห็นแก้มแคทมีสีแดงก็รู้ว่าเธอคงจะอายเขาเื่ที่ถูกเขาอุ้มเมื่อวาน
“วันนี้ไปกินข้าวที่บ้านเรากัน แม่บอกว่าให้ชวนพวกนายไปกินข้าวที่บ้านด้วย”ปรินหันไปบอกชยากับเอก
“งั้นก็ไปกันเลย ไปคับน้องปราง”ชยาบอกแล้วหันไปบอกปราง
“ไปคับมายด์ เจอกันที่บ้านนะ”เอกชวนมายด์และหันไปบอกปริน
ปรินพยักหน้าแล้วก็ก้มลงจะอุ้มแคท
“จริงๆแล้ว แคทลุกขึ้นไปนั่งเองก็ได้ค่ะ”แคทบอกก่อนที่ปรินจะอุ้มเธอ
“ไม่ได้ พี่จะอุ้มเราเอง”ปรินบอกยิ้มๆ
ปรินอุ้มเธอไปวางตรงเบาะข้างคนขับ แคทหน้าแดงมากขึ้น ปรินเห็นแล้วอมยิ้มปิดประตูรถข้างเธอแล้วเก็บรถเข็นใส่ท้ายรถ แล้วไปนั่งที่คนขับ
ก่อนที่จะออกรถเขาหันมามองแคทที่นั่งหันหน้ามองออกไปนอกรถ ปรินยิ้มแล้วก็ขับรถออกไป
วันนี้เป็วันเสาร์ปรินเตรียมที่จะไปทำงานที่บริษัท แคทก็เตรียมตัวเช่นกัน
ปรางกับมายด์เข็นรถที่แคทนั่งออกมาที่โต๊ะกินข้าว
พ่อแม่และปรินหันมามอง
“หนูแคททำผมแบบนี้เหมือนสาวๆเลยลูก”แม่ปรางทักแล้วเดินมาลูบผมของแคท
แคทยิ้มแล้วเงยหน้ามองปรางกับมายด์ ก็ปรางกับมายด์เป็คนบังคับให้เธอปล่อยผม แต่เธอต่อรองขอรวบไว้ครึ่งและปล่อยครึ่งหนึ่ง
แคทรู้สึกแปลกๆเพราะไม่ได้ทำผมแบบนี้มานานแล้ว
“ใช่ แม่เขาพูดถูก พ่อไม่เคยเห็นหนูทำผมแบบนี้มาก่อน”พ่อบอก
“โอ้ย!กว่าหนูกับมายด์จะกล่อมให้ยอมทำได้เนี่ย เล่นเอาเหนื่อยเลยนะคะพ่อกับแม่”ปรางบ่นแต่ยิ้ม
“ใช่ค่ะ นี่ดีนะที่แคทเดินไม่ได้ ไม่งั้นคงไม่มีทางยอมแน่ๆ”มายด์บอกแล้วยิ้ม
“เป็ไงบ้างคะพี่ปริน เลขาของพี่สวยมั้ยคะ”ปรางหันไปถามปริน เธอเห็นว่าเขามองแคทไม่วางตาเลย
“สวยมากๆแต่พี่กลัวว่า คู่แข่งพี่จะมากขึ้นนะสิยายปรางแค่ที่มีอยู่นี่ก็มากแล้วนะ”ปรินบอกปราง
แต่สายตามองแคทนานจนเธอเริ่มจะเขิน
“กินข้าวกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”แคทรีบบอกแก้เขิน
“จ้า แม่ก็ว่าอย่างนั้น มาหนูแคท แล้วตาปรินดูแลน้องดีๆล่ะอย่าให้เกิดเื่อะไรอีกนะ”แม่บอกแคทแล้วหันไปกำชับปริน
“คับแม่ ผมจะดูแลแคทอย่างดีเลย”ปรินบอกแต่ยิ้มให้แคท
พอกินข้าวแล้วปรินกับแคทก็ออกไปที่บริษัท
พอถึงบริษัทปรินก็ลงไปเอารถเข็นมาแล้วอุ้มแคทลงมานั่งและเขาก็เข็นเธอไปที่ลิฟต์โดยที่ไม่สนใจว่าใครจะมอง
“พี่ปรินคะ ที่บริษัทนี่ให้แคทเข็นเองดีกว่านะคะ”แคทบอกเมื่อเข้ามาในลิฟต์แล้ว
“ไม่ได้ แม่บอกแล้วว่าให้พี่ดูแลเราให้ดี และพี่ก็ไม่มีทางให้เราเข็นเองแน่ๆ”ปรินก้มมาบอก
“แต่พี่ปรินเป็ประธานบริษัทนะคะ จะมาเข็นรถให้เลขาได้ยังไงคะน่าเกลียดตายเลย พนักงานจะเอาไปนินทาได้นะคะ”แคทเงยหน้าบอก
“พี่ไม่สนใจว่าใครจะเอาพี่ไปพูดว่ายังไง พี่ขอแค่ได้ดูแลคนที่พี่รักพี่ก็พอใจแล้ว”ปรินก้มลงมาพูดใกล้หูแคท
แคทได้ยินก็หน้าแดงทันที เธอก้มหน้าแล้วไม่พูดอะไรอีก นั่นทำให้ปรินพอใจมากเขาคิดอย่างที่พูดจริงๆ
พอลิฟต์เปิดปรินก็เข็นรถที่แคทนั่งออกมา มีพนักงานที่มาทำงานแล้วมองมาที่เขา บางคนที่ยืนใกล้กับที่เขาเดินผ่านก็บอก “อรุณสวัสดิ์คับ ค่ะ บอส” ซึ่งปรินก็พยักหน้ารับ เขาเข็นแคทมาถึงหน้าห้องทำงานของเขา
ลินดาเดินออกมาหาปริน
“สวัสดีค่ะบอส สวัสดีค่ะคุณแคท”ลินดาทักทายแล้วมองจ้องแคท
“คุณแคทสวยขึ้นนะคะ พี่เกือบจำไม่ได้ แล้วทำไมขาเจ็บล่ะคะ”ลินดาถามแคท
“สวัสดีค่ะพี่ลินดา แคทซนนิดหน่อยค่ะ เลยขาเจ็บ พี่ปรีชากับพี่ๆมาหรือยังคะ”แคทบอกแล้วถามถึงลูกทีม
“ยังค่ะ เดี๋ยวพี่โทรตามให้นะคะ บอสคะเอกสารของเมื่อวานวางไว้บนโต๊ะแล้วนะคะ”ลินดาบอก
ปรินพยักหน้ารับรู้
“เดี๋ยวช่วยเอาน้ำส้มกับผลไม้เข้าไปให้แคทด้วยนะคับ”ปรินบอก
แล้วเขาก็เข็นแคทเข้าไปในห้องทำงาน
“ค่ะบอส”ลินดาบอก
“พี่ลินดา ผู้หญิงคนนั้นใครอ่ะใช่คุณแคทหรือป่าว”พนักงานหญิงแถวนั้นเดินมาถาม
“ใช่จ้า ก็มีคนเดียวนี่ล่ะที่บอสเราดูแลดีขนาดนี้”ลินดาบอกยิ้มๆ
“คุณแคทเธอสวยมากเลยนะวันนี้ ทำเอาจำแทบไม่ได้เลย ไม่สงสัยเลยว่าทำไมบอสถึงได้คบเป็แฟน”พนักงานหญิงบอก
“ไปทำงานกันได้แล้ว เื่ของเ้านายอย่าพูดมาก”ลินดาบอก
เธอโทรไปตามปรีชา กับเตรียมน้ำส้มและผลไม้ให้แคท
ลินดาคิดว่าแคททำผมแบบนี้สวยมากถ้าคุณฟ้ามาเห็นรับรองต้องตะลึงแน่ๆ เธอดีใจที่แคทสวยและดีกว่าคุณฟ้าเป็ร้อยเท่า ถ้าเธอจะต้องมีเ้านายเพิ่มอีกคนก็ขอให้เป็แคทนี่ล่ะ
ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตู ลินดาเดินเข้ามาพร้อมกับถือน้ำส้มและจานผลไม้มาให้แคทที่นั่งอยู่ที่โซฟา
“ขอบคุณค่ะพี่ลินดา”แคทบอก
ลินดาพยักหน้า
“คุณปรีชากับลูกทีมมาแล้วจะให้เข้ามาเลยมั้ยคะ คุณแคท”ลินดาถาม
“ให้เข้ามาได้เลยค่ะพี่ลินดา”แคทบอก
“ค่ะ”ลินดาบอกแล้วเดินออกไป
“สวัสดีคับบอส”ปรีชากับลูกทีมที่เดินเข้ามาทักทายปริน
ปรินเงยหน้าจากเอกสารแล้วพยักหน้า
“สวัสดีคับทุกคน”ปรินบอก
ปรีชากับบีม โมท แจ็ค อามหันไปมองแคท
“สวัสดีคับน้องแคท อ้าว! แล้วขาไปโดนอะไรมา”ปรีชาถาม
เขาเดินเข้ามาหาแคทพร้อมกับลูกทีม เขามองเห็นขาของแคทมีตัวประคองเท้าใส่ไว้
แคทมองพวกพี่ๆแล้วยิ้มเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะพี่ๆ แคทแค่ซนนิดหน่อยค่ะ”แคทบอก
“ไม่นิดหน่อยมั้งแคท ถึงขนาดต้องใส่ตัวประคองเท้าเนี่ย”อามบอก
ปรินลุกขึ้นมาจากโต๊ะทำงานแล้วเดินมาที่โซฟา ที่แคทกับทุกคนนั่งอยู่
“ใช่แล้วคับ แค่กระดูกข้อเท้าร้าว น้องสาวของทุกคนไม่ซนเท่าไหร่”ปรินบอกยิ้มๆ
เขาเริ่มคุ้นเคยกับทุกคนมากขึ้นหลังจากที่ไปสิงคโปร์ด้วยกันมา
“ไปทำอะไรมาล่ะแคท ถึงขั้นกระดูกร้าวนี่ไม่น้อยนะ”บีมถามด้วยท่าทางเป็ห่วง
“คือจริงๆแล้วมันไม่ได้ไปโดนอะไรแรงๆหรอกค่ะ แต่แคทเคยกระดูกข้อเท้าหักมาก่อนพอไปออกกำลังกายนิดหน่อยมันก็เลยร้าวน่ะค่ะ”แคทบอก
“ออกกำลังกายอะไรถึงทำให้มันร้าวได้ จริงๆกระดูกมันไม่ได้ร้าวง่ายขนาดนั้นนะ”ปรีชาถามแบบงงๆ
“มันจะไม่ร้าวได้ยังไงล่ะคับ ก็เล่นะโตบลูกบอลเพราะลงไปแข่งวอลเล่ย์บอลให้มหาลัยเมื่อวันพุธ”ปรินบอกกับทุกคน
ทุกคนจึงหันไปมองหน้าแคท ต่างพากันถอนหายใจแล้วส่ายหน้าตามๆกัน
“แคทนี่นะ รู้ว่าตัวเองเคยกระดูกหักทำไมถึงลงไปเล่นกีฬาแบบนั้น ดีนะที่มันไม่หักอีกแค่ร้าวอ่ะ”ปรีชาบอก
แคทยิ้มแหยๆ
“ก็พอดีทีมเขาขาดคนเล่น อาจารย์ก็เลยขอให้ลงไปช่วยเล่นค่ะ ก็ไม่คิดว่ากระดูกมันจะร้าว แคทก็พยายามระวังแล้ว พี่ๆอย่าดุและบ่นเลยนะคะ แค่บอสบ่นคนเดียวก็จะแย่แล้ว” แคทบอก
ทุกคนจึงพากันขำ
“เอาล่ะ ถ้าจะประชุมกัน ผมว่าประชุมตรงนี้ก็ได้มั้งคับ แคทจะได้ไม่ต้องขยับด้วย”ปรินบอก
“ได้คับ บอส เพราะมันไม่ได้มีอะไรมาก”ปรีชาบอก
คนที่เหลือพยักหน้าแล้วก็พากันนั่งลง ปรินเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขา
“เมื่อตอนสายทางสิงคโปร์ได้ส่งภาพห้องในคอนโดที่เขากำลังก่อสร้างมาให้ทางเรา เพื่อเตรียมการตกแต่ง ผมส่งภาพเข้าบล็อคให้แล้วนะคับ”แจ๊คบอก
ทุกคนจึงเปิดแม๊คบุ๊คของตัวเองเพื่อดูภาพ
“แคทอยากให้พี่ๆลองเข้าไปเช็คดูนะคะว่าสถานที่ตั้งของคอนโดอยู่ตรงส่วนไหนของประเทศเขา ดูสิ่งแวดล้อมภายนอกว่าติดกับอะไร มีอะไรเป็ที่น่าสนใจบ้าง และดูว่าคอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงเขาตกแต่งกันอย่างไร”แคทบอกโดยที่ไม่เงยหน้าและไล่นิ้วไปบนแม็คบุ๊ค
“ทำไมต้องดูถึงขนาดนั้นเลยหรือแคท”โมทถามแคท
ทุกคนมองไปที่เธออย่างรอคำตอบ
แคทเงยหน้ามองทุกคน
“ที่แคทให้ดูว่าคอนโดอื่นเขาตกแต่งอย่างไรเพราะแคทไม่้าให้เราตกแต่งเหมือนกับคอนโดใกล้เคียง และที่ให้ดูสภาพแวดล้อมภายนอกเพราะแคทอยากให้พี่ๆลองออกแบบตกแต่งตามสภาพแวดล้อมหรือจะต่างจากสภาพแวดล้อมก็ได้ เอาสิ่งที่น่าสนใจในพื้นที่มาใช้ตกแต่งจะทำให้คอนโดที่เราตกแต่งน่าสนใจมากขึ้นค่ะ นี่เป็ความคิดของแคท พี่ๆมีความคิดเห็นอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ”แคทบอก
ทุกคนถึงกับอึ้งกับความคิดของเธอ
ปรินเองยังหันมามองเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด เพราะโดยส่วนมากการตกแต่งมักจะเน้นตามหลักสากลนิยม แต่ที่เธอพูดมันเน้นถึงความแตกต่างโดยการเอาจุดเด่นในแต่ละพื้นที่มาเป็ตัวหลักในการตกแต่ง ซึ่งความที่มันแปลกก็จะทำให้คอนโดเป็ที่น่าสนใจมากขึ้นนั่นเอง
“พี่ล่ะเชื่อเลย ความคิดแคทนี่ไม่เหมือนออกมาจากปากนักศึกษาแผนกเลขาเลยนะ แต่เหมือนออกมาจากปากนักสถาปัตฯมืออาชีพมากกว่า”ปรีชาบอกแล้วมองแคทด้วยความชื่นชม
“ผมก็คิดเหมือนพี่ปรีชานะ พี่ไม่เคยเจอใครที่เหมือนเรา ปกติไม่มีใครเขาจะมาคิดมากกับเื่แบบนี้หรอก เขาก็ตกแต่งกันไปตามหลักทั่วๆไปที่เคยเห็นกันตามที่ต่างๆ ั้แ่ตอนที่ออกแบบห้องในโรงแรมก็ทีแล้ว”อามบอก
“ก็ถ้าพี่ๆเห็นว่ามันวุ่นวายหรือยุ่งยากจะไม่ทำตามที่แคทเสนอก็ไม่เป็ไรนะคะ มันเป็แค่ความคิดของแคทเท่านั้น”แคทบอกอย่างถามความคิดเห็น
“ใครบอกล่ะว่าพวกพี่ไม่เห็นด้วย ใช่มั้ยพวกเรา”ปรีชาบอกแล้วหันไปถามคนอื่นๆ
ทุกคนพยักหน้าพร้อมกันแล้วยิ้มให้แคท
“ความคิดของแคทมันสุดยอดมากต่างหาก ที่พวกพี่พูดเพราะไม่เคยเจอใครที่จะมีความคิดที่ละเอียดลึกซึ้งเท่าเรา”แจ๊คบอก
“ใช่ พวกพี่ทำงานกับแคทมาได้สักระยะแล้ว พวกพี่รู้ว่าแคทเป็คนที่ทุ่มเทให้กับงานและเมื่อทำงานอะไรแล้วก็้าให้มันออกมาให้ดีที่สุด และนั่นก็เป็สิ่งที่ทำให้พวกพี่ยอมรับในตัวของแคทมากที่สุด”ปรีชาบอกแทนทุกคน
“ขอบคุณนะคะพี่ๆ แคทกลัวว่าพี่ๆจะว่าแคทเ้ากี้เ้าการเื่มาก ทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่อ่ะค่ะ”แคทบอกความรู้สึกให้ทุกคนฟัง
“ใครจะไปคิดอย่างนั้น พวกพี่ไม่ชอบคนที่ทำงานแบบเอาแค่ให้มันเสร็จๆไป ไม่สนใจว่ามันจะออกมาดีหรือไม่ดี อย่างนั้นน่ะไปให้ไกลๆเลย แต่อย่างแคทเนี่ยหาได้ยากมากนะ พวกพี่ถึงได้อยากทำงานกับเราไง”อามบอก
“งั้น เื่การตกแต่งห้องคอนโดก็เอาอย่างที่แคทบอก แล้วเราค่อยเอามาเสนอและลงความเห็นกันเสาร์หน้า งานนี้ไม่รีบเพราะคอนโดยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง”ปรีชาสรุป
“แล้วทางสแควร์ปาร์คติดต่อมาบ้างหรือยังคะ”แคทถาม
“เขาติดต่อมาแล้ว เขาขอเวลาอีกสองอาทิตย์ในการจัดหาของพี่ย้ำกับเขาแล้วว่าอย่าให้พลาด”โมทบอก
“ถ้าอีกสองอาทิตย์ แคทก็น่าจะถอดที่ประคองเท้าออกได้แล้ว เราจะได้ลงไปตรวจดูของกัน แล้วพี่ปรีชาแจ้งให้คุณไมเคิลรู้แล้วใช่มั้ยคะ”แคทถาม
“พี่แจ้งไปทางเลขาของเขาแล้ว”ปรีชาบอก
“แล้วเื่คนงานล่ะคะ แคทว่าหลังจากที่เราลงไปเช็คของแล้วถ้าของไม่มีปัญหาอะไร แคทก็อยากให้เราเริ่มการตกแต่งกันเลย ซึ่งก็คงต้องจ้างคนงานในพื้นที่ด้วย”แคทบอก
“เื่คนงาน เดี๋ยวพี่จัดการเอง ไม่ต้องห่วง”บีมบอก
“ค่ะ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เลิกประชุมได้ค่ะ บอสมีอะไรจะพูดมั้ยคะ”แคทหันไปถามปริน
“ผมไม่มีอะไร ส่วนเื่งานก็เอาตามที่พูดก็แล้วกัน”ปรินบอกเพราะเขานั่งฟังอยู่ตลอด
“งั้นพวกพี่ก็จะกลับไปทำงานต่อ แคทก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”ปรีชาบอกแล้วยิ้ม
“ค่ะพี่ ขอบคุณนะคะทุกคน”แคทบอกแล้วยิ้มให้กับทุกคน
“หวังว่าเจอกันคราวหน้าจะไม่มีแผลเพิ่มมาอีกนะเรา”บีมหันมาแซว
แคทยิ้มแห้งๆ
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว แคทก็นั่งมองภาพคอนโดในแม็คบุ๊คต่อ
ปรินนั่งมองเธอมาจากโต๊ะทำงาน เธอทำผมแบบนี้แล้วแปลกตามาก จากที่สวยอยู่แล้วยิ่งสวยมากขึ้นไปอีก เขาเคยเห็นคนสวยมามากแต่ไม่เหมือนกับเธอ คนสวยบางคนบางครั้งพอมองนานๆก็เบื่อได้ แต่กับแคทยิ่งมองเขาก็ยิ่งอยากมองต่อไม่อยากละสายตาไปที่อื่นเลย ขนาดเขายังคิดแบบนี้แล้วคนอื่นจะไม่คิดเหมือนเขาเหรอ เขาควรทำยังไงดีคิดแล้วปวดหัวชะมัด
วันนี้เป็วันอาทิตย์ทุกคนในบ้านปรินกินข้าวเช้าแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปคนละที่ พ่อกับแม่ออกไปเจอเพื่อนข้างนอก แคทให้ปรางกับมายด์พามานั่งที่เฉลียงข้างบ้าน โดยมีปรินตามมานั่งด้วย พอสายๆชยากับเอกก็มาที่บ้านปริน ทั้งหมดก็เลยมานั่งรวมกันที่เฉลียง
ปรินคอยดูแลแคทตลอด เขาคอยเข็นรถให้แคทพาไปดูเรือนกล้วยไม้ที่ใกล้เสร็จ สวนกุหลาบ และดอกไม้อื่นที่เขาสั่งให้คนสวนปลูกตามที่แคทแนะนำ ตอนนี้ดอกไม้กำลังออกดอกส่งกลิ่นหอมไปทั่ว
แคทยอมปล่อยผมบ้างแล้วหลังจากปรางกับมายด์บอกกับเธอในวันนั้น ชยากับเอกเองเห็นเธอปล่อยผมแล้วแต่ก็ไม่มีใครมีอาการอย่างที่เธอกลัว เธอคงคิดมากไปเองนั่นทำให้แคทสบายใจมากขึ้น
ปรินเองรู้สึกดีใจและมีความสุขที่เห็นเธอยอมปล่อยผมบ้างแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม แต่เขาเองก็ยังกลัวว่าถ้าเธอปล่อยผมแล้วออกไปข้างนอก อาจจะทำให้เขาต้องกลุ้มใจก็ได้ เพราะคงจะมีหนุ่มๆมาตามจีบเพิ่มมากขึ้นอีกแน่ๆ
ปราง มายด์ ชยาและเอกเห็นปรินกับแคทสนิทสนมกันมากขึ้นก็หันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจ
ครบสองอาทิตย์ที่หมอนัดแล้ว ปรินพาแคทมาพบหมอ หลังจากที่เอกซเรย์ดูแล้วหมอก็บอกให้แคทถอดที่ประคองเท้าออกได้ เพราะกระดูกที่ร้าวติดกันแล้วแต่ห้ามเธอออกกำลังอะไรก็ตามที่จะทำให้ข้อเท้ารับน้ำหนักมาก ไม่เช่นนั้นกระดูกก็อาจจะกลับมาร้าวอีกได้
หลังจากที่กลับจากหาหมอแคทกับมายด์ก็กลับมาเก็บของที่บ้านปริน เพื่อที่จะกลับไปบ้านป้ามลเหมือนเดิม แม่ปรางไม่อยากให้พวกเธอกลับไปแต่ก็รู้ว่ามันไม่เหมาะที่จะให้อยู่ต่อ คนอื่นจะเอาไปนินทาได้
หลังจากที่ถอดตัวประคองเท้าได้สองวันแคทก็ไปทำงานที่บริษัท ปรีชามาบอกว่าทางสแควร์ปาร์คติดต่อมาว่าของที่ทางบริษัทให้จัดหาพวกเขาได้จัดเตรียมไว้ครบแล้วให้ลงไปตรวจเช็คได้
ปรินจึงให้ลินดาจองตั๋วเครื่องบินให้แคทกับลูกทีมไปสิงคโปร์ในวันศุกร์ตอนบ่าย
วันจันทร์หน้าจะมีการสอบมิดเทอมสามสาวจึงต้องเตรียมตัวสอบ และแคทยังต้องเตรียมตัวไปสิงคโปร์ในวันศุกร์นี้อีกด้วย
“แคทไม่อยู่แล้วใครจะติวให้พวกเราล่ะ”ปรางบ่น
ในตอนพักกลางวันระหว่างที่นั่งอ่านหนังสือกันอยู่
“นั่นสิ แล้วแกจะไหวเหรอแคท ต้องเดินทางแถมกลับมายังต้องสอบอีก”มายด์บอก เธอเริ่มห่วงแคท
“ให้พี่ปรินเลื่อนไปก่อนดีมั้ย”ปรางว่า
“ไม่ต้องหรอก ชั้นไหว อีกอย่างถ้าเลื่อนออกไป งานก็จะช้าออกไปอีก”แคทบอก
“แล้วบอกพ่อกับกวางแล้วเหรอ”มายด์ถาม
“บอกแล้ว พ่อกับกวางไม่ได้ว่าอะไร แล้วพวกเธอก็อ่านหนังสือกันเองนะอย่าี้เีล่ะ”แคทบอกแล้วหันมายิ้มกับเพื่อน
ตอนเย็นวันพฤหัสปริน ชยากับเอกมารอรับสาวๆที่มหาลัยเหมือนเคย
ปรินมีหน้าตาค่อนข้างเครียด เขาคุยอยู่กับชยาและเอกตอนที่สาวๆเดินออกมาจากตึกเรียน
“มีอะไรกันหรือป่าวคะ ทำไมหน้าตาเครียดๆ”ปรางถาม
“มีปัญหาที่บริษัทนิดหน่อยน่ะ”ชยาบอกแทนปริน
“มีอะไรมากหรือคะ พี่ปรินถึงทำหน้าอย่างนั้น”มายด์ถามบ้าง
เธอเห็นปรินทำหน้าเครียด
“ก็เพราะปัญหานี้แหละ ทำให้พรุ่งนี้ปรินไปสิงคโปร์ไม่ได้ มันก็เลยเครียดและหงุดหงิดอยู่เนี่ย”เอกบอก
แคทหันไปมองปรินแล้วยิ้มนิดๆ
ปรินหันมาเห็นเธอยิ้มจึงถอนหายใจออกมา
“ไม่ต้องมายิ้มเลยเรา ดีใจที่พี่ไม่ได้ไปด้วยหรือไง”ปรินพูดงอนๆ
“ป่าวนะคะไม่ได้ดีใจแค่ขำที่พี่ปรินทำเหมือนเป็เื่ใหญ่โตอะไร พี่ปรินมีธุระก็ต้องอยู่ทำหน้าที่ไป”แคทบอกยิ้มๆ
“แต่พี่ห่วงเรา ไปค้างตั้งสองคืน”ปรินบอก
“แคทไม่ได้ไปคนเดียวนะคะ มีพวกพี่ๆไปด้วยตั้งห้าคน จะห่วงอะไรล่ะคะ”แคทบอก
“นั่นแหละ พี่ว่าเลื่อนไปศุกร์หน้าดีกว่านะ”ปรินเริ่มเกเร
“ไม่ได้ค่ะ นัดไว้แล้วไม่อยากผิดคำพูดเพราะเื่แค่นี้”แคทบอก
ปรินถอนหายใจอีกครั้ง เขารู้อยู่แล้วว่าเธอไม่มีทางยอมเลื่อนนัดแน่ๆ
“งั้นรับปากพี่ก่อนว่า จะไม่ปิดโทรศัพท์ ห้ามปล่อยแบตหมด ต้องโทรบอกพี่ไม่ว่าจะไปทำอะไร ถ้าไม่รับปากพี่จะโดดงานไปด้วยแน่ๆ”ปรินบอกด้วยหน้าตาจริงจัง
แคทมองปรินที่ตั้งข้อแม้มากมายแล้วอมยิ้ม
“ค่ะ จะทำตามที่พี่ปรินบอกทุกอย่าง ว่าแต่ที่บริษัทมีเื่อะไรคะ”แคทถาม
“มีปัญหาเื่การตกแต่งโรงแรมที่เวียดนาม เ้าของที่เป็คนอังกฤษบอกว่าทีมตกแต่งของเราทำงานล้าช้าแถมงานที่ทำก็ไม่ตรงกับที่ออกแบบไว้ ก็เลยจะเข้ามาคุยที่บริษัทในวันเสาร์นี้”ชยาบอก
“แล้วทีมใครเป็คนรับผิดชอบงานนี้ล่ะคะ”ปรางถามอีก
“ทีมของฟ้าน่ะ”เอกบอก
“พรุ่งนี้พี่กับพ่อจะเรียกทีมของฟ้ามาสอบถามก่อน เพื่อจะได้แก้ปัญหาและเอาไว้ตอบทางอังกฤษด้วย และพี่ก็จะไปส่งแคทขึ้นเครื่องไม่ได้ด้วย แต่เดี๋ยวพี่ให้ลุงยอดมารับแคทที่มหาลัยและไปส่งที่สนามบินเอง”ปรินบอกกับปรางและหันไปบอกแคท
“แคทนั่งแท็กซี่ไปเองก็ได้ค่ะ ไม่ต้องให้ลุงยอดมารับหรอก”แคทรีบบอก
“ไม่ได้ หรือจะให้พี่มาเอง”ปรินบอกทำหน้าดุ
“ก็ได้ค่ะ ให้ลุงยอดมารับค่ะ ดุจริงๆ ไปค่ะกลับบ้านกันได้แล้ว”แคทบอกปรินยิ้มๆ
ทุกคนพลอยขำไปด้วย หลังจากนั้นก็พากันขึ้นรถแล้วขับไปส่งแคทกับมายด์ที่บ้าน
วันศุกร์ลุงยอดมารับแคทแล้วไปส่งที่สนามบิน แคทจึงไปสิงคโปร์กับปรีชาและลูกทีม
ทุกคนพูดเหมือนกันว่าปรินสั่งให้พวกเขาดูแลเธอแทนด้วย
ส่วนปรินโทรหาแคทั้แ่เธอยังไม่ถึงสนามบิน
แคทโทรบอกเขาก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่อง แล้วพอถึงที่สิงคโปร์ก็โทรบอกปริน กับพ่อและกวางด้วย แคทรู้ว่าทุกคนเป็ห่วง ตอนอยู่ที่โรงแรมปรินก็โทรมาถามและบอกให้เธอล็อคประตู ห้ามเปิดประตูให้ใคร ให้รีบนอน อย่าลืมกินข้าว และอีกหลายอย่าง ซึ่งแคทได้แต่ยิ้มและรับปากเขา
วันรุ่งขึ้นแคทก็ไปตรวจดูของที่ได้สั่งไว้กับพวกพี่ๆ เมื่อตรวจดูแล้วของถูกต้องตามที่้า เธอก็ได้ทำการนัดหมายให้นำส่งของไปที่โรงแรมที่จะตกแต่ง หลังจากนั้นก็ไปดูเื่คนงานที่จะต้องจ้างมาทำงาน แคทตกลงเซ็นสัญญาจ้างงานแล้วระบุวันที่เริ่มทำงาน เป็อันว่าทุกอย่างที่ต้องมาทำก็เสร็จเรียบร้อย
ปรินไม่ได้โทรมาหาเธอเลยทั้งวัน แคทคิดว่าน่าจะยุ่งเื่ที่บริษัท และเขาก็คงรู้ว่าเธอต้องทำงานด้วยเลยไม่โทรมา
แคทบอกกับพวกพี่ๆแล้วว่าจะบินกลับในตอนสายของวันอาทิตย์เลย เพราะเธอต้องกลับไปเตรียมตัวสอบในวันจันทร์ทุกคนเห็นด้วย
คืนนั้นแคทตรวจดูเอกสารที่เธอทำในวันนี้เสร็จแล้วและกำลังจะนอน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แคทหยิบมาดูเป็เบอร์ของปริน
“สวัสดีค่ะ พี่ปรินยังไม่นอนเหรอคะ”
เธอถามเขาเพราะนี่มันก็จะสามทุ่มแล้ว
“ทำไมแคทไม่โทรหาพี่เลยล่ะวันนี้”ปรินถาม
“ก็แคทคิดว่าพี่ปรินคงจะยุ่งๆน่ะค่ะ แล้วอีกอย่างวันนี้แคทก็ต้องจัดการอะไรหลายอย่างด้วย พี่ปรินมีอะไรหรือป่าวคะ”แคทบอกแล้วถาม
เพราะเสียงของปรินฟังดูแปลกๆ
“แล้วทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย”ปรินไม่ตอบคำถามแต่เขาถามเธอแทน
“เรียบร้อยดีค่ะ ทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว แคทกับพวกพี่ๆเลยตกลงว่าจะกลับพรุ่งนี้สายๆค่ะ แล้วเื่ที่บริษัทเรียบร้อยดีมั้ยคะ”แคทบอกแล้วถามเขา
อีกครั้ง
“ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อย แคทกลับมาแล้วพี่จะเล่าให้ฟัง แล้วพรุ่งนี้ก่อนขึ้นเครื่องโทรบอกพี่ด้วย พี่จะไปรับที่สนามบิน”ปรินบอกเรียบๆ
แคทพอสังเกตุได้ว่าเขาต้องมีเื่ที่ไม่สบายใจแน่ๆ เพียงแต่ยังไม่บอกเธอเท่านั้น
“ค่ะ พี่ปริน งั้นพี่ปรินก็ไปพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”แคทบอก
เธอไม่อยากขัดที่เขาจะมารับเธอที่สนามบินเพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอม
“คับ แคทก็พักผ่อนได้แล้ว พี่คิดถึงแคทมากนะ ฝันดีคับ”
แคทวางสายแล้วยิ้มกับโทรศัพท์ เขาต้องมีอะไรในใจแน่ๆ การพูดจาฟังแปลกๆ แต่เธอจะต้องรู้ให้ได้ แคทคิดในใจ
แคทกับพวกพี่ๆมาถึงกรุงเทพฯตอน11โมงปรินมารออยู่แล้ว ปรีชากับคนอื่นทักทายปรินแล้วก็ขอแยกย้ายกันกลับบ้าน
ปรินลากกระเป๋าให้แคทแล้วเดินนำไปที่รถของเขา แคทมองหน้าปรินเมื่อเธอขึ้นมานั่งบนรถแล้ว ปรินก็หันมามองเธอเช่นกัน เขายิ้มเมื่อเห็นเธอมองเขาอยู่ก่อนแล้ว แคทไม่ปล่อยผมเธอรวบไว้สูงๆเหมือนที่เคยทำ ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนต์ขาเดฟยาว รองเท้าผ้าใบ แต่งแบบธรรมดาแต่ก็ยังสวยและเด่นกว่าใครๆ
“พี่ปรินมีอะไรจะบอกแคทมั้ยคะ”แคทถาม เมื่อเขาขับรถออกมาจากสนามบินแล้ว
“ทำไมถึงคิดว่าพี่มีอะไรจะบอกล่ะ”ปรินย้อนถาม
“จริงๆ แคทพอจะรู้ั้แ่ที่พี่ปรินโทรมาเมื่อคืนแล้วล่ะค่ะ ยิ่งพอได้เห็นหน้าพี่ปรินก็รู้เลยว่าต้องมีแน่ๆ”แคทบอก
เธอมั่นใจว่าคิดไม่ผิดแน่
“เรายังคงวิเคราะห์คนเก่งเหมือนเดิมนะ”ปรินชม
“แล้วตกลงว่าเื่อะไรคะ”แคทถาม
ปรินหันมามองแคท
“ไปคุยกันที่บ้านพี่นะ พ่อแม่พี่คอยอยู่แล้ว”ปรินบอก
แคททำหน้าแปลกใจ
“เื่อะไรคะ ทำไมต้องไปคุยที่บ้านพี่ปรินด้วย เื่เกี่ยวกับบริษัทหรือส่วนตัวคะ”แคทถาม
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก เื่ที่บริษัทน่ะแต่มันเกี่ยวกับแคทด้วย ไม่ใช่เื่แต่งงานของเราหรอกถ้าเื่นั้นต้องไปคุยที่บ้านแคทสิ”ปรินพูดแล้วยิ้ม
เขาเห็นเธอกังวลเลยแกล้งพูดแซวเธอ
แคทหน้าแดงทันทีที่ปรินพูดจบ
“ยังจะมาพูดเล่นอีก คนอุตส่าห์เป็ห่วง”แคทบอกแล้วหันหน้าหนีเขา
ปรินหันไปมองหน้าแคทที่ยังแดงอยู่ แต่พอคิดถึงเื่ที่ต้องไปคุยกันเขาก็ต้องถอนหายใจ