ตอนที่ 6 เ้าทาส...เ้าอ่อนแอยิ่งนัก
“เพียงแต่โชคร้ายที่เ้าทาสคนนี้ไม่อาจใช้วิชาจากโลกมันในโลกนี้ได้ เพราะปราณธรรมชาติที่มันฝึกมาจากดาวเขียวครามนั้นผสมผสานด้วยหยิน-หยางอย่างละครึ่ง แต่ในโลกนี้นั้นปราณธรรมชาติมีแต่หยินเท่านั้นไร้ซึ่งหยาง ดังนั้นมันจึงไม่อาจฝึกหรือแม้แต่ฟื้นพลังของมันได้เลยเมื่ออยู่ในโลกนี้” จักรพรรดินีเอ่ยสิ่งที่น่าตระหนกสำหรับทุกคนออกมาอย่างราบเรียบราวกับเป็เื่เล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไร้ประโยชน์สำหรับท่านน่ะสิ เมื่อเป็แบบนี้ก็ปล่อยข้ากลับไปเถอะ” จางหม่านโถวพยายามขอร้องให้ปล่อยมันไป
“ไม่เปล่าประโยชน์หรอก เ้าแค่ต้องฝึกฝนใหม่ั้แ่ต้น ปรับตัวให้เข้ากับโลกนี้ แล้วเ้าก็จะสามารถทำประโยชน์ให้ข้าได้อย่างแน่นอน ถึงเ้าฝึกไม่สำเร็จแล้วตายไปก็มีค่าเท่ากับข้าปล่อยเ้ากลับไป ดังนั้นสำหรับข้าการให้เ้าฝึกหนักเจียนตายจนสามารถทำประโยชน์ได้ย่อมดีกว่าส่งเ้ากลับไปแน่นอน” จักรพรรดินีไม่ยอมปล่อยทาสของนางไปง่ายๆ
จางหม่านโถวหน้าหม่นลงในทันที มันทุ่มเทฝึกฝนมาเกือบ 60 ปีแต่กับสูญเปล่าเมื่อมาถึงโลกนี้ แถมการเริ่มต้นฝึกใหม่ในครั้งนี้ท่าทางจะโหดหินกว่าที่เขาเคยฝึกมาอีกด้วย
“พลูตัส เ้าช่วยหาถุงมือ และอุปกรณ์สำหรับการฝึกฝนกำลังภายนอก แล้วนำมันไปยังห้องฝึกยุทธให้ข้าที โซเฟีย เ้าช่วยเตรียมยาเพื่อฟื้นพลังและบำรุงรักษากล้ามเนื้อสำหรับผู้ฝึกกำลังภายนอกขั้นต้น ข้าจะให้เ้าทาสไปหาเ้าหลังฝึกเสร็จ คามิล่า เ้าจงเตรียมอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเอาไว้ด้วย อาหารที่เ้าทาสกินจะต้องมีประโยชน์ต่อการฝึกของมันเป็หลัก เื่รสชาติไม่ต้องสนใจ อิซาเบลเ้าจงเตรียมห้องให้ทาสของข้านอน ทางที่ดีให้มันเก็บเสียง ถ้ามันครวญครางเพราะความเ็ปจะได้ไม่รบกวนคนอื่นเวลาค่ำคืน” จักรพรรดินีออกคำสั่งให้ทุกคนไปดำเนินการ ทุกคนก็รับคำสั่งและเดินออกจากห้องประชุมไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกว่าตอนเริ่มประชุมอย่างเห็นได้ชัด
“เ้าทาส ตามข้ามายังห้องฝึกยุทธ” จักรพรรดินีออกคำสั่ง
*******
ในขณะเดียวกันกับที่พวกจักรพรรดินีประชุมกันอยู่นั้น ภายในราชวังในนครหลวง
“เรียนจักรพรรดินี(ออบรี) เราตรวจพบการข้ามมิติระหว่างดวงดาวบริเวณเกาะเล็กๆในทวีปภูผาสูงเสียดฟ้า” สตรีในชุดนักปราชญ์กล่าวขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องทำงานของออบรี แม้ว่านี่จะเป็เวลาดึกแล้วก็ตาม ออบรีก็ยังอยู่ในห้องทำงาน นางใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในห้องนี้ และใช้เวลานอนเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“หาตัวคนที่บุกรุกเข้ามาได้หรือไม่” ออบรีถามขึ้นอย่างเคร่งเครียด
“ยังหาตัวไม่พบเ้าค่ะ แต่ดูเหมือนมันจะไม่ชำนาญในการข้ามมิติ มันถึงกับอาเจียรออกมาเมื่อมาถึงดาว” สตรีคนนั้นตอบ
“หาตัวมันให้ได้ ถ้าเป็ผู้ชายละก็ จับเป็ไม่ได้ก็ให้จับตายทันที ห้ามปล่อยให้หนีรอดเด็ดขาด” ออบรีสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“รับทราบเ้าค่ะ” สตรีคนนั้นรับคำสั่งและเดินออกจากห้องไป
“อย่าให้มันเป็คนในคำพยากรเลย ข้าไม่อยากทำาอีกแล้ว” ออบรีพูดกับตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากสตรีนางนั้นเดินออกไปแล้ว
******
จักรพรรดินีเดินนำหน้าไปยังห้องฝึกยุทธที่อยู่ลงไปใต้ดิน 1 ชั้น จางหม่านโถวได้แต่เดินตามนางไปโดยดี ในใจเขาก็คิดว่าเหตุใดนางจึงให้เขาฝึกกำลังภายนอก ในโลกของเขานั้นแทบจะไม่มีผู้ฝึกวิชากำลังภายนอกเลย ผู้ฝึกวิชากำลังภายนอกจนถึงจุดสูงสุดแล้วก็ยังเทียบได้แค่ผู้ฝึกกำลังภายในที่บรรลุระดับปราณมั่นคงขั้นสูงสุดเท่านั้น ถ้าผู้ฝึกกำลังภายในก้าวเข้าสู่ระดับปราณก้าวหน้าแล้วละก็สามารถชนะยอดยุทธกำลังภายนอกได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว การฝึกกำลังภายนอกอย่าง กงเล็บเหยี่ยว ฝ่ามือทรายชาด ระฆังทองคลุมกาย พวกนี้เป็วิชาสำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นชีพจรจนทำให้ฝึกวิชากำลังภายในไม่ได้เท่านั้น ระหว่างที่คิดไปเดินไปนั้น จางหม่านโถวก็ได้มาถึงห้องฝึกยุทธแล้ว
“เอาละข้าจะอธิบายวิธีการฝึกกำลังภายนอกของดาววิกาลนิรันดร์ให้เ้าได้รู้ไว้ วิชากำลังภายนอกของเรานั้นแตกต่างจากวิชากำลังภายนอกของดาวเขียวครามอย่างมาก วิชากำลังภายนอกของดาวเขียวครามนั้นเป็วิชาของคนโง่อย่างแท้จริง ใช้นิ้วตัวเองเป็อาวุธอย่างนั้นเหรอ ฝึกิัให้แข็งแกร่งทนอาวุธได้อย่างนั้นเหรอ ช่างเป็วิชาที่โง่บัดซบแท้ๆ ฝึกให้ตายนิ้วเ้าก็ไม่มีทางคมกว่ามีดเหล็กม่วงไปได้ ฝึกิัให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ทนทานสู้เกราะอ่อนเกร็ดัไม่ได้หรอก ดังนั้นแทนที่จะไปฝึกวิชาพวกนั้น ไปหาซื้ออาวุธและชุดเกราะดีๆก็ทดแทนกันได้แล้ว” จักรพรรดินีตอบข้อสงสัยเบื้องต้นที่จางหม่านโถวคิดมาตลอดทางเดินลงมานี่
“วิชาที่ข้าจะสอนให้เ้าต่อไปนี้เรียกว่าวิชา [วชิรกายา-ทรงพลัง] วิชานี้มีทั้งหมด 7 ระดับ
เมื่อฝึกขั้นแรกสำเร็จเ้าจะแข็งแรงขึ้น สามารถยกน้ำหนัก 100 กก. ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว
ขั้นที่ 2 จะสามารถยกน้ำหนักได้ 300 กก. ต่อแขนหนึ่งข้าง
ขั้นที่ 3 จะสามารถยกน้ำหนักได้ 1000 กก. ต่อแขนหนึ่งข้าง
ขั้นที่ 4 ไม่เพียงสามารถยกน้ำหนักได้ 3000 กก. ต่อแขนหนึ่งข้าง ยังสามารถควบคลุมกล้ามเนื้อ กระดูดข้อต่อทุกส่วนบนร่างได้อย่างเสรี สามารถยืดแขน ยืดขาได้ จะฝึกขั้นนี้ให้สำเร็จ จะต้องกินผลไม้ปีศาจชนิดพิเศษและต้องแช่ร่างกายในน้ำที่สกัดมาจากใบและรากของต้นผลไม้ปีศาจชนิดนั้นด้วย
ขั้นที่ 5 จะสามารถยกน้ำหนักได้ 10,000 กก. ต่อแขนหนึ่งข้าง
ขั้นที่ 6 ไม่เพียงสามารถยกน้ำหนักได้ 50,000 กก. ต่อแขนหนึ่งข้าง ยังสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับิัเฉพาะส่วนให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชรได้เป็เวลาสั้นๆอีกด้วย แม้แต่อาวุธระดับเหล็กกล้าม่วงขั้นสูงสุดก็ไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนบนิัได้
ขั้นที่ 7 นั้นพิเศษสุด ว่ากันว่าถ้าฝึกสำเร็จจะยกน้ำหนักได้ 500,000 กก. ต่อแขนหนึ่งข้าง ทั้งความแข็งแกร่งดุจเพชรของิันั้นก็คงอยู่เป็การถาวร แต่ขั้นนี้ยังไม่เคยมีใครฝึกสำเร็จมาก่อน บางคนเชื่อว่าขั้นนี้เป็เพียงจินตนาการของคนสร้างวิชานี้ขึ้นมาเท่านั้น แม้แต่คนสร้างวิชานี้ก็สำเร็จแค่ขึ้น 6 เท่านั้น” นางอธิบายลำดับขั้นของวิชานี้อย่างละเอียดให้จางหม่านโถวฟัง
“สำหรับเ้าถ้าฝึกถึงขั้นที่ 3 ได้ก็เทียบเท่ากับปีศาจระดับกายปีศาจขั้นสูง สามารถเอาชนะปีศาจระดับกายปีศาจขั้นกลางและขั้นต่ำได้ ถึงตอนนั้นเ้าค่อยออกไปเก็บประสบการณ์การต่อสู้กับปีศาจ ก่อนจะถึงตอนนั้นเ้าห้ามออกจากรังลับแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว” นางออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
“ถ้าข้าใช้พลังปราณการยกของหนัก 50,000 กก. ด้วยมือเพียงข้างเดียวก็ไม่ใช่เื่ยาก แต่การจะยกน้ำหนัก 1,000 กก. ด้วยมือข้างเดียวโดยไม่ใช้พลังปราณช่วยนั้น ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถทำได้แน่ ข้าเชื่อในวิชาของเผ่าปีศาจท่าน แต่ร่างกายของมนุษย์ย่อมแตกต่างจากร่างกายของปีศาจ ดังนั้นการที่ข้าจะฝึกวิชานี้ให้สำเร็จก็คงเป็ไปไม่ได้” จางหม่านโถวไม่เชื่อแน่ว่ามนุษย์จะยกน้ำหนัก 1,000 กก. ได้ ต่อให้ใช้ 2 มือยกก็เถอะ
“ข้าให้เ้าฝึก เ้าก็ต้องฝึก ต่อให้เ้าฝึกไม่สำเร็จแล้วตายไประหว่างการฝึกก็ไม่เป็ไร” จักรพรรดินีตอบกลับแบบไม่แยแสต่อคำทักท้วงของจางหม่านโถว
“หลักการฝึกวิชา [วชิรกายา-ทรงพลัง] 3 ขั้นแรกนั้นก็ง่ายๆ เ้าต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายเ้าให้ถึงขีดสุดและข้ามขีดจำกัดทางร่างกาย จากนั้นก็ใช้ยาและอาหารเพื่อฟื้นฟูการาเ็ของกล้ามเนื้อ ร่างกายเ้าก็จะสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นมาชดเชย ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของระดับขั้นต่างๆ แน่นอนนี่เป็วิธีฝึกขั้นพื้นฐานที่คนทั่วไปใช้ในการฝึกวิชานี้ แต่ข้ามีเคล็ดลับในการฝึกวิชานี้อยู่ เป็วิธีพิเศษที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายของแต่ละขั้นได้เร็วขึ้น การสร้างกล้ามเนื้อก็ทำได้เร็วขึ้น” จักรพรรดินีสอนต่อไปโดยไม่สนใจสีหน้าอ้อนวอนขอร้องดุจลูกแมวขี้อ้อนของจางหม่านโถว
“วิธีลับที่ว่าก็คือ การนำพลังปราณธรรมชาติมาเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่วมกับยาและอาหาร ปกติแล้วเมื่อคนฝึกกำลังภายในนั้นพวกเขาจะดูดซับพลังปราณธรรมชาติรอบกายเข้ามาในร่างและเก็บสะสมไว้ที่ทะเลปราณ แต่วิธีนี้ของข้ากลับนำเอาพลังปราณไปสะสมตามกล้ามเนื้อแทน แน่นอนว่าปริมาณที่เข้าไปสะสมในกล้ามเนื้อนั้นย่อมน้อยกว่าเอาไปสะสมที่ทะเลปราณอย่างมากจนเทียบกันไม่ได้ แต่มันก็ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้ออย่างมากชนิดที่ยาวิเศษยังเทียบไม่ได้เลยทีเดียว” จักรพรรดินีกล่าวต่อจนจบ
“สะสมพลังปราณไว้ที่กล้ามเนื้ออย่างนั้นหรือ ไหนท่านว่าข้าไม่สามารถดูดซับพลังปราณในดาวดวงนี้ได้ แล้วจะให้ข้าสะสมพลังปราณไว้ที่กล้ามเนื้อได้อย่างไรกัน” จางหม่านโถวเริ่มสนใจวิธีสะสมพลังปราณไว้ที่กล้ามเนื้อขึ้นมาแล้ว
“ที่ข้าบอกว่าเ้าไม่สามารถดูดซับพลังปราณธรรมชาติของดาวดวงนี้ได้นั้น หมายถึงการดูดซับไปเก็บไว้ที่ทะเลปราณ เนื่องจากพลังเดิมที่เ้าสะสมอยู่นั้นเป็พลังปราณที่มีทั้งหยินและหยางผสมกันอย่างละครึ่ง ในขณะที่ปราณธรรมชาติบนดาวดวงนี้มีแต่พลังหยิน ดังนั้นหากเ้านำพาพลังของดาวดวงนี้ไปสะสมที่ทะเลปราณจะส่งผลให้ หยินหยางในทะเลปราณของเ้าขาดสมดุล และจะส่งผลร้ายกับเ้าอาจร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้ ในขณะที่เ้าไม่เคยฝึกสะสมปราณไว้ที่กล้ามเนื้อเลย ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเื่ความไม่สมดุลของหยินหยางอีกต่อไป และกล้ามเนื้อกับเส้นชีพจรก็ไม่ได้ถ่ายโอนพลังหยินหยางถึงกันโดยตรง มันจะเชื่อมต่อกันก็ต่อเมื่อเ้าพยายามเชื่อมต่อมันเท่านั้น จึงไม่เป็ปัญหาที่กล้ามเนื้อเ้าจะมีแต่พลังหยินในขณะที่เส้นชีพจรเป็หยินหยางสมดุล” จักรพรรดินีอธิบายเพิ่มเติม
“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ทำลายพลังในทะเลปราณของข้า แล้วเริ่มฝึกใหม่แทนล่ะ น่าจะทำได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ” จางหม่านโถวถามเพราะมันเคยได้ยินว่ามีคนที่สูญเสียวรยุทธไปแล้วเริ่มต้นฝึกใหม่ั้แ่ต้นได้สำเร็จ
“การทำลายพลังเก่าโดยไม่ทำให้เส้นชีพจรเสียหายและสามารถฝึกได้ใหม่อีกครั้งไม่ใช่เื่ง่าย ตราบใดที่ข้ายังหาวิธีทำแบบนั้นโดยปลอดภัยไม่ได้ ข้าจะไม่เสี่ยงทำแบบนั้นเป็อันขาด แต่ไม่แน่ในอนาคต หากเราได้พบแร่ธาตุพิเศษหรือสมุนไพรวิเศษที่สามารถลบพลังเก่าของเ้าออกไปโดยไม่ทำให้ชีพจรเ้าเสียหายได้ ข้าอาจจะทำแบบนั้น เพราะอย่างไรก็ตามการฝึกกำลังภายในนั้นเร็วกว่า ง่ายกว่า และให้ผลที่ดีกว่าการฝึกกำลังภายนอกอย่างแน่นอน” จักรพรรดินีตอบคำถาม
“ถ้าเช่นนั้นทำไมไม่ออกไปหาของวิเศษพวกนั้นก่อนเล่า ข้าว่ามันน่าจะเร็วกว่าให้ข้าฝึกวิชากำลังภายนอกนะ” จางหม่านโถวต่อรอง
“เ้าคิดว่าของวิเศษพวกนั้นหาได้โดยง่ายเช่นนั้นหรือ หากข้าสามารถออกไปหาของวิเศษพวกนั้นได้ ข้าคงออกทำอย่างอื่นเพื่อตัวข้าเองมากกว่า ทำไมข้าต้องออกไปหาของวิเศษให้เ้าเล่า เ้าต้องเป็คนออกไปหาของวิเศษให้ข้าต่างหาก” จักรพรรดินีตอนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้หมายถึงให้ท่านออกไป แต่เป็ทาสรับใช้คนอื่นออกไปหาน่ะ” จางหม่านโถวบอกเสียงอ่อย
“เ้าคิดว่าข้ามีทาสที่เก่งพอจะเอาของวิเศษขนาดนั้นกลับมาได้โดยปลอดภัย และมีค่าน้อยกว่าเ้าอยู่อย่างนั้นหรือ” จักรพรรดินียกหางคิ้วขึ้นถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
แน่นอนว่าเหล่าผู้าุโในห้องประชุมย่อมมีความสามารถเหนือกว่าจางหม่านโถวอย่างไม่ต้องสงสัย แต่พวกเขาก็มีค่ากับจักรพรรดินีเป็อย่างมากเกินกว่าจะให้ออกไปทำภารกิจภายนอกได้ ส่วนพวกสาวใช้นั้นก็อ่อนแอเกินไป หากปล่อยให้ออกไปแล้วถูกจับได้ก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเปิดเผยความลับรองรังลับแห่งนี้
“ข้าคิดว่าไม่มี ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องฝึกด้วยตัวเองแล้วออกไปหาของวิเศษนั่นด้วยตัวเอง” จางหม่านโถวยอมรับในที่สุด
“เอาล่ะ เ้าน่าจะเข้าใจหลักการฝึกเบื่องต้นแล้ว งั้นเรามาเริ่มฝึกกันเลย เริ่มจากยกแท่งเหล็กหนัก 50 กก. แทงนั้น 100 ครั้งแล้วสลับมือยก 100 ครั้ง เป็อันดับแรก” จักรพรรดินีสั่ง
จางหม่านโถวเดินไปหยิบแทงเหล็กทันทีและเริ่มทำการยก เมื่อยกได้ 5 ครั้งเหงื่อก็ออกทั่วใบหน้าของจางหม่านโถว เมื่อยกครั้งที่ 10 หน้าของมันก็แดงก่ำหอบหายใจเหมือนกำลังจะขาดอากาศ หลังจากยกครั้งที่ 14 มันก็ไม่สามารถยกได้ต่อไปแม้จะอยู่ภายใต้คำสั่งของ [ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส] ก็ตาม เนื่องจากการหยุดยกครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะหยุด หากแต่เป็ร่างกายของมันไม่สามารถจะยกได้ต่างหาก แม้แต่[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]ก็มีข้อจำกัดเนื่องจากร่างกายของทาส ท่านอาจสั่งให้มันไปยกูเามาให้ท่านได้ แต่มันก็ทำได้แค่เพียงเดินไปและพยายามยกูเาขึ้นเท่านั้น มันไม่สามารถยกเขามาให้ท่านได้ตามที่สั่งไปแม้มันจะอยากทำแค่ไหนก็ตาม
“เ้าทาส...เ้าอ่อนแอยิ่งนัก” จักรพรรดินีพูดด้วยน้ำเสียงดูิ่เต็มที่
นอกเื่ท้ายตอน
จางหม่านโถว: นี่ลุง ข้าต้องกิน ผลโกมุโกมุ ก่อนใช่ป่ะ ถึงจะฝึกขั้นที่ 4 สำเร็จ
ตาลุงติดเกมส์: ผลโกมุโกมุอะไร ข้าไม่รู้จัก
จางหม่านโถว: ส่วนขั้น 6 นี่ก็ฮาคิเกราะสินะ ลุงนี่ก๊อปแบบหน้าไม่อายจริงๆ
ตาลุงติดเกมส์: ถ้าเ้ายังว่ายน้ำได้ก็ถือว่าข้าไม่ได้ก๊อป
จางหม่านโถว: แถแบบนี้ไม่เจ็บสีข้างแย่เหรอลุง
ตาลุงติดเกมส์: นี่เ้าเบี่ยงประเด็นความอ่อนแอของเ้าใช่มั้ย
จางหม่านโถว: ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ เหล็กหนัก 50 กก. ยกด้วยมือเดียวนะลุง ลุงอ่ะยก 10 กก. ให้ได้20ทีก่อนค่อยมาบอกว่าข้าอ่อนแอ
ตาลุงติดเกมส์: เฮอะ ข้าไม่ใช่จอมยุทธนะ ข้าเป็ตาลุงติดเกมส์
จางหม่านโถว: (Win 2 ตอนติด)