> แรก
ผมไม่ชอบนั่งเครื่องบินไฟลท์ยาว ๆ ตอนไปหาไอ้สองตัวนั่นคราวที่พวกมันเรียนอเมริกาหนหลังสุด เครื่องบินเจอ turbulence ผมนึกว่าไม่รอดแล้ว
หากพวกมันชวนไปเที่ยว ผมยอมไปแถว ๆ เกาหลี ญี่ปุ่น คือห้ามบินนานเกินสี่ชั่วโมง ประมาณนี้
ทว่าตอนนี้ต้องมานั่งไฟลท์ที่ยาวกว่าแปดชั่วโมง
ั้แ่เทคออฟ ผมภาวนาอย่าให้เจอะ turbulence อีกเลย
และ...นั่นไง กูว่าละ
โบราณบอกว่าไม่ชอบอะไรจะได้แบบนั้น กูล่ะเชื่อจริง ๆ
เครื่องบินเริ่มสั่น สัญญาณเตือนสว่างขึ้น เหล่าลูกเรือรีบเข็นรถอาหารไปเก็บก่อนกลับมานั่งรัดเข็มขัด
เสียงกัปตันประกาศว่าเข้าสู่สภาวะอากาศแปรปรวน โปรดนั่งรัดเข็มขัดอยู่กับที่
อาการสั่นแรงขึ้น ๆ เครื่องบินดิ่งวูบเหมือนตกจากที่สูงหลายครั้ง
ผมเหลือบมองจอแสดงแผนที่การบิน เชี่ย นี่มันกลางทะเลเลยนะมึง กูตายแน่ แง
มือใหญ่กว่าเอื้อมมากุมมือผมไว้
“ไม่เป็ไรหรอก ถ้ากลัวก็บีบมือพี่นะ กลัวมากก็บีบแน่น ๆ เลย”
ผมบีบมือพี่ก้าวแน่น มือเย็นๆ ของผมรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่อุ่นกว่า
“ดูหนังมั้ย เื่นี้สนุกนะ นี่ มาดูจอพี่ก็ได้ เดี๋ยวเปลี่ยนหูฟังให้ เอาที่แบ่งกันฟังได้ดีไหม มีเพื่อนดูหนังจะได้ไม่กลัว”
ผมดูหนังที่พี่ก้าวเปิดหนังค้างไว้ เชี่ย ‘Top Gun: Maverick’ ละเสือกเป็ตอนที่พระเอกกำลังทดสอบเครื่องบิน แต่บินสูงจนเครื่องบินะเิ พระเอกต้องดีดตัวออกจากเครื่อง
ผมหลับตาปี๋
มือใหญ่จับหัวผมลงไปแนบไหล่ ลูบหัวผมเบา ๆ
อา...สบายขึ้นเยอะเลย
กว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋า และเดินออกมาที่โถงก็กินเวลาร่วมชั่วโมง ท้องผมเริ่มเรียกร้องขออาหาร เพราะั้แ่เมื่อคืนผมกลัวจนกินอะไรไม่ลง
ผ่านร้านสะดวกซื้อในสนามบิน ผมขอพี่ก้าวแวะหาอะไรรองท้องก่อน
แต่เอาเข้าจริง ๆ เห็นอะไรก็เหมือนกลืนลงยาก เลยเลือกนมสตรอว์เบอร์รีของโปรดหนึ่งกล่อง
เดินออกจากร้านพร้อมปักหลอดลงกล่องนม กำลังจะอ้าปากดูดเพิ่งนึกได้เมื่อเห็นพี่ก้าวกำลังลากกระเป๋าใบใหญ่สองใบหลบหลีกผู้คนที่จะเดินเข้าร้าน
เอ่อ กูลืมซื้อเผื่อพี่ก้าวรึเปล่าวะ แม่งโคตรน่าเกลียด แกจะว่าเราไม่มีน้ำใจป่าววะ
ผมยื่นกล่องนมไปตรงหน้าพี่ก้าว
“อะพี่ กินมั้ย นี่ผมยังไม่ได้ดูดเลยนะ”
“กินเถอะ สายแบ๊วเลยนะเรา นมสตรอว์เบอรี”
“โหยพี่ ถ้าพี่ได้ลองชิมแล้วจะติดใจ หอม ๆ หวาน ๆ ฟินสุดอะ ไม่กินจริงนะ ผมดูดละนะ ละอย่ามาว่าไม่มีน้ำใจเด้อ”
ผมดูดนมจนแก้มบุ๋ม อดไม่ได้ต้องยกกล่องมาเพ่งยี่ห้ออีกทีจะได้ซื้อคราวหน้า โคตรหอมและก็ไม่หวานมาก ที่สำคัญคือมัน สด มากเว้ย
กำลังจะยกนมดูดรอบสอง พี่ก้าวก็คว้าข้อมือผม และดึงทั้งมือทั้งกล่องนมไปดูด
เฮ้ย! นั้นกูดูดไปแล้วนะ!
“อื้ม อร่อย”
ว่าแล้วก็เดินนำไปโดยไม่หันมามอง
อะไรของแม่งวะ
เรานั่งรถไฟจากสนามบินมาลงสถานีในเมือง จากนั้นลากกระเป๋าออกมาต่อรถบัสไปโรงพยาบาล ซึ่งเป็ทั้งสถานที่ฝึกงานและที่พักของเราตลอดหกเดือนต่อจากนี้
ผมเริ่มมีอาการคลื่นไส้ ไม่รู้เพราะนอนน้อย หรือหิว หรือเพราะขึ้นรถลงรถ แถมยังลากขามาตั้งไกล
พี่ก้าวเดินไปเจรจาที่ security office บริเวณประตูโรงพยาบาล ส่วนผมยืนเฝ้ากระเป๋าตรงฟุตพาท
ดูเหมือนจะมีปัญหา เพราะผมเห็นเ้าหน้าที่เดินออกจากออฟฟิศ ส่วนพี่ก้าวหันมาทำไม้ทำมือเป็สัญญาณให้ผมรออยู่ที่เดิม ก่อนที่แกจะจ้ำเดินตามเ้าหน้าที่ไป
ผมนั่งยอง ๆ ใกล้ ๆ กระเป๋าด้วยรู้สึกเพลียเอามาก ๆ
ผู้ชายตัวสูงตาสีฟ้า คาดว่าน่าจะเป็เ้าหน้าที่โรงพยาบาล เดินจากออฟฟิศตรงมายังผมก่อนยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้
(หมายเหตุ : ต่อจากนี้จะพิมพ์เป็ภาษาไทย แต่จริง ๆ เขาสปีกภาษาอังกฤษกันนะคะ)
“ให้ผมเหรอ?”
เขายิ้มกว้าง
แม่ง โคตรหล่ออะ ตัวสูง อกแน่น ไหล่กว้าง ผมทรงสกินเฮดโคตรรับกับใบหน้า ดูเหมือนคีอานู รีฟส์ จากหนังเื่ ‘Speed’ ที่เคยดูทางเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งทำเอาผมอยากตัดทรงนี้แต่ติดตรงเบ้าหน้ามิได้เป็เช่น ต่อ ฮอร์โมน ไอ้หัวกลมหน้ากลมอย่างผมจึงหมดสิทธิ์ กลัวตัดแล้วออกไปทางแป๊ะยิ้มมากกว่า
กำลังจะยื่นมือไปรับกระป๋องน้ำอัดลม ปรากฏว่ามีอีกมือโฉบตัดหน้า
“ขอบคุณนะ ผมรับไว้แทนเอง ปะ ได้กุญแจห้องกับบัตรประจำตัวละ ไปกัน”
ประโยคหลังพี่ก้าวพูดไทยกับผม
ผมไม่ลืมหันไปยิ้มและโค้งขอขอบคุณคีอานู ก่อนลากกระเป๋าวิ่งตามพี่ก้าว
นึกในใจว่า แค่น้ำกระป๋องเดียวก็ยังมาแย่ง ชิ
©©©