ตอนที่ 7
แม้มหาลัยนี้จะไม่เน้นรับน้องมากนักเพราะไม่อยากให้เกิดเื่ที่จะทำให้นักศึกษาเป็อันตรายได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเพราะรุ่นพี่้าให้น้องปีหนึ่งปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้อย่างเร็วจึงจัดให้มีกิจกรรมรับน้องแบบสร้างสรรค์ที่เน้นให้น้องใหม่สนุกสนานเฮฮารวมถึงมีความรักและสามัคคีมีความเสียสละ พร้อมกับปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าด้วยกิจกรรมเข้าฐาน เกมต่างๆที่รุ่นพี่สรรหามาให้รุ่นน้องร่วมกันเล่นเพื่อจะได้ทำความรู้จักสนิทสนมคุ้นเคยกันรุ่นพี่ยังจัดให้มีสมุดล่าลายเซ็นที่จะเป็สื่อกลางระหว่างรุ่นน้องและรุ่นพี่ที่ตอนนี้น้องใหม่ปีหนึ่งยังคงรีๆ รอ ๆ เพราะไม่อยากโดนให้ทำอะไรแปลก ๆและยังมีอีกหนึ่งอย่างที่เป็สื่อกลางระหว่างรุ่นน้องและรุ่นพี่นั่นคือ...พี่รหัสที่ทำให้กลุ่มของศรวัณมีปัญหากันอยู่ในตอนนี้
ศรวัณนั่งมองกระดาษแผ่นเล็กในมืออย่างหงุดหงิดใจผ่านมาเป็อาทิตย์แล้วที่ได้กระดาษแผ่นนี้แต่เขาก็ยังตีความหมายจากข้อความจากภาพที่รวบรวมภาพอุปกรณ์ในการใช้เขียนแบบเอาไว้แต่มีการขีดฆ่า ก่อนจะเขียนเพิ่มเติมว่าขาดไม่ได้ ถ้าครบกำหนดแล้ว เขายังตามหา‘พี่รหัส’ ไม่เจอ เขาได้โดนลงโทษหนักแน่นอน
โว้ย! อยากจะบ้าจริงโว้ยทำไมถึงไม่ให้คำใบ้ง่าย ๆ ให้คนที่มันสมองน้อยอย่างเขาสามารถแก้ไขได้วะ
ศรวัณไปมองไปที่ตอเต่าซึ่งนั่งหน้ามุ่ยหัวคิ้วขมวดเข้าหากันจนหน้าผากย่น ปากสีชมพูสดยู่ยื่นออกมาบ่งบอกว่า...เ้าตัวกำลังคิดหนักและในไม่นานนี้อาจจะร้องไห้ออกมาก็เป็ไปได้
“ทำไมถึงไม่ให้เฮียก้องช่วยละเต่า”ศรวัณอดที่จะถามด้วยอยากรู้ไม่ได้
“ไม่เอา ไม่อยากเป็หนี้บุญคุณเฮียหน้าโหด”แค่เข้าใกล้เขาก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว ขืนไปขอความช่วยเหลือ ขอให้ช่วยแก้ปัญหาให้คงได้โดนด่าว่าโง่และโง่ชุดใหญ่แน่ ไม่เอาดีกว่า “แล้วยอดล่ะทำไมถึงไม่ให้พี่คายช่วย”
เพียงได้ยินชื่อ...ใบหน้าศรวัณร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีคิดว่าหน้าคงจะแดงเป็ผลมะเขือเทศแน่ ๆ เขาเลยรีบหันหน้าไปทางอื่น
เพียงเอ่ยปาก พี่คายช่วยได้แน่นอนแต่เขาไม่อยากขอความช่วยเหลือจากคนที่ชอบทำให้เขาทำตัวไม่ถูกบางครั้งหัวใจก็เต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกบางครั้งก็เหมือนกับลมฟูฟ่อง...ผีเสื้อนับร้อยโบยบินไปมา ไม่ได้จะแอบมองแต่เหมือนมีแรงดึงดูด ทำให้สายตาเขาไม่เคยห่างหายไปจากใบหน้าของพี่คายได้เลยอยากรู้...เขาเป็อะไรกันแน่
“ไงพวกมึง...ยังหาพี่รหัสไม่เจอกันใช่ไหม”
ศรวัณและเพทายทำสีหน้าบึ้งใส่คนถามที่ยิ้มระรื่นทำอย่างกับข้อความที่ได้รับมันแก้ง่ายอย่างกับปอกกล้วยเข้าปากอย่างนั้นแหละ
“ถ้าแก้ได้แล้วจะมานั่งหน้าตาห่อเหี่ยวหัวคิ้วผูกกันเป็โบว์แบบนี้หรือเหรอหวาย”
“นั่นสิ หวายถามไม่คิดเลย” เพทายเสริมต่อคำพูดของศรวัณ
“มันก็ไม่ได้ยากหรือเปล่าว่ะ แค่มึงมีสมองน้อยไปหน่อยเลยคิดไม่ได้เท่านั้นเอง”พฤศจิกาหัวเราะเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงและดวงตาขุ่นเขียวของผู้เป็เพื่อน
“ก็ใช่ไง ยอดกับน้องเต่าไม่ฉลาดเท่าหวายถ้าอย่างคนนั้นคนฉลาดอย่างหวายก็ต้องช่วยเพื่อนไหมล่ะ”
ศรวัณพยักหน้ากับคำพูดของเพทาย “ใช่ตอเต่าพูดถูกแล้ว หวายต้องช่วยเราสองคน”
“ช่วยแล้วได้อะไรล่ะ”พฤศจิกาแกล้งถามทั้งที่ตนเองก็คิดช่วยเพื่อนอยู่แล้ว
“น้องเต่าจะเลี้ยงขนมหวายสามวัน” เพทายเสนอเพราะความชอบของตัวเองล้วนๆ
“กูไม่ใช่มึงค่ะน้องเต่ากินเก่งจนตัวจะอ้วนกลมเป็ลูกบอลกลิ้งเองได้อยู่แล้ว”
“หวาย!” เพทายเผลอทำปากยู่ยื่นใส่เพื่อนด้วยความหงุดหงิดอยากจะโกรธอยู่นะแต่พฤศจิกาพูดความจริงและกลัวว่าเพื่อนจะไม่ช่วยตนเองด้วย
“เราเห็นหวายรำคาญพวกผู้ชายที่มาจีบเราจะช่วยปกป้องหวายจากผู้ชายพวกนั้น” ศรวัณพูดพร้อมกับยิ้มกว้างในขณะที่พฤศจิกาได้แต่กะพริบตาปริบ ๆก่อนหญิงสาวจะส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่ายใจนี่ศรวัณกับเพทายคิดว่าผู้ชายที่มาพูดคุยกับเธอกำลังจีบเธออย่างนั้นเหรอเฮ้อ...ช่างซื่อบื้อเสียจริง
“หวายจ๋า...อย่าพูดแบบนี้ได้ไหม น้องเต่าเครียดหวายรู้ใช่ไหมว่าถ้าน้องเต่าเครียดมาก ๆ ก็จะหิวที่หวายจะต้องไปซื้อเป็เพื่อนด้วย”เพทายถามพลางทำแก้มป่องอย่างที่เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มเห็นแล้วถึงกับทำหน้าเอือมระอา
“เบื่อมาก เริ่มเครียดมากแล้วด้วยทำไมคำใบ้ของน้องเต่าถึงได้ยากขนาดนี้ หวายจ๋า...ช่วยน้องเต่าหน่อยนะ”เพทายนั่งคอหด ก่อนจะเลื้อยลงไปเรื่อย ๆ วางคางลงบนแขนที่อยู่บนโต๊ะพลางส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องพฤศจิกาให้เห็นจนตนเองจนต้องรีบตัดสินใจช่วยอย่างเร็วที่สุด
“หยุดเรียกกูแบบนี้ไอ้น้องเต่า ขนลุกฉิบหาย”พฤศจิกาผลักศีรษะเพทายพลางเบะหน้าอย่างระอา
“จะเรียก...ถ้าหวายไม่ยอมช่วยน้องเต่า”
“เออ...ถ้าไม่ช่วยมึงสองคนแล้วกูจะช่วยหมาที่ไหน”
“หวายพูดไม่เพราะอีกแล้ว คอยดูนะถ้ามีผู้ชายคนไหนมาจีบหวาย น้องเต่าจะรีบใส่พานประเคนให้เลย”
“ไอ้ลูกเต่า...พูดอย่างนี้ไม่อยากให้ช่วยใช่ไหม”พฤศจิกาตวาดใส่เพื่อนที่นั่งหน้าตูมอยู่
ศรวัณหัวเราะ แต่กลับมีบางคนนั่งนิ่งเงียบทำหน้าตาเหมือนโลกนี้เป็อะไรที่...ทุกเื่และทุกคนที่อยู่รอบกายเป็อะไรที่น่าเบื่อไม่น่าสนใจ จนผมชักจะสงสัยว่าจะมีเื่อะไรที่ทำให้หนุ่มแว่นตื่นเต้นและกระตือรือร้นได้บ้าง
“ตกลงแว่นจะทำอย่างที่ในกระดาษบอกไหม”
‘ไปเป็เดือน’
ตอนที่เห็นข้อความกระดาษขอแว่นผม...ตอเต่าและหวายต่างก็อ้าปากค้าง ไม่ใช่ตะลึงอะไรทั้งนั้น แต่...
ศรวัณมองรูปร่างของแว่น...คือจะพูดยังไงดีล่ะความสูง...ชะลูดอย่างกับเสาไฟฟ้าถือว่าผ่านอยู่นะ แต่อย่างอื่นนี่ซิเป็ปัญหาคนประกวดเดือนเขาว่าจะต้องหล่อ ดูดี แบบสะดุดตาตั้งแรกเห็นในครั้งแรกต่อมาก็คือความสามารถ แต่นายมหาสมุทรเพื่อนเขาคนนี้ ห่างไกลจากคำพวกนั้นมากหน้าตาเอากันตรง ๆ ั้แ่คบกันเป็เพื่อน เขา หวายและเพทายยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตาของแว่นๆ ชัด ๆ สักครั้ง เพราะแว่นมีแว่นสายตาปกปิดไปเกือบจะครึ่งหน้าไหนจะหุ่นที่มันควรจะต้องมี...six pack แต่เขาก็เห็นเพียงหุ่นเพรียวๆ ของแว่นเท่านั้น
“นั่นซิ”
เมื่อเขาถามตอเต่าและหวายก็ยื่นหน้ามาฟังด้วยความอยากรู้
“เดา”
“หวายคิดว่าไง”ศรวัณหันไปถามความเห็นของหวายทันทีที่แว่นพูดจบ ถ้าให้เดา แว่นน่าจะต้องเข้าประกวดแต่คงยากที่จะผ่านรอบคัดเลือกเป็เดือนสาขาไปเป็เดือนคณะได้ถ้าหน้าตาดีก็ว่าไปอย่าง...
“มึงจะให้เดาทำไมแว่นสุดท้ายมึงก็ต้องไปทำอย่างพี่เขาว่าอยู่ดี” มีอย่างที่ไหนรุ่นพี่สั่ง...จะไม่ทำตาม ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่ารุ่นพี่สายวิศวะแต่ละคนโหด ๆ ทั้งนั้นขนาดเธอที่ว่าแน่ ตอนเจอพี่รหัสยังถูกแกล้งให้ทำอะไรน่าอาย ๆ ตั้งหลายอย่างแต่ที่มันน่ากลัวกว่านั้นก็คือ...ให้เธอไปประกวดดาวมหา’ ลัย ไม่เอาเว้ย!ไม่อยากอับอายขายขี้หน้าชาวประชาทั้งมหา’ ลัย
“รู้แล้วถามทำไม”
เดี๋ยวนะ...ประกวดเดือนเหรอ ทำไมมันคุ้น ๆจังหว่า...
“ยอด...เต่าส่งกระดาษพวกแกมาหน่อย”
“หวายคิดอะไรออกแล้วใช่ไหม” เพทายถามด้วยความดีใจใบหน้าเบิกบานด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกับจะดึงดูดให้คนรอบข้างเข้ามาสานสัมพันธ์ด้วย
หวายพยักหน้ารับขณะอ่านคำใบ้ของเพทาย ‘t คือแรงดึงดูด คือศูนย์กลางของความแตกต่าง’
“เอ่อ...คือ...”
“คุณน้องเต่าจะพูดอะไรไม่ทราบคะ”
“ไม่น่าถามนะหวาย มาอีหรอบนี้ คงไม่พ้นเื่กิน”
“ก็น้องเต่าเครียดนี่นา กระเพาะน้องเต่าก็เลยทำงาน”เพทายพูดเสียงอ่อยและยิ้มอาย ๆ
“ไปเถอะ จะกินกี่จานก็ตามสบายยังไงน้องเต่าก็ยังน่ารักเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“หวายอ่า...ทำไมชอบพูดว่าน้องเต่าน่ารักอยู่เรื่อยเลยน้องเต่าเป็ผู้ชาย ต้องหล่อซิ”
“พูดกับมึงแล้วปวดหัว อยากจะไปหาอะไรกินก็ไปให้ไอ้แว่นไปเป็เพื่อนแล้วกันเดี๋ยวจะไม่ทันได้ซื้ออะไรกินก็ถูกฉุดไปปล้ำทำเมียเสียก่อน”
“หวาย!”
“หยุดหัวเราะน้องเต่าเลยนะยอด” เพทายชี้หน้าเพื่อนพลางทำหน้างอ...แกล้งโกรธกลบเกลื่อนความอายที่มีทำยังไงก็ไม่ชินกับคำล้อของเพื่อนร่วมเรียน...ที่มีมาตลอด
“ไป...ไปได้แล้ว”
ศรวัณคิดว่า...มันมีอะไรแปลก ๆแต่แม้จะอยากรู้แค่ไหนแต่เขาก็เลือกที่จะรอให้ตอเต่ากับแว่นเดินจากไปก่อนจึงหันไปเลิกคิ้วมองหวาย สายตาเต็มไปด้วยคำถาม ที่หวายเองก็รีบบอกสิ่งที่ได้รู้ทำให้ผมอดที่จะกังวลใจไม่ได้
อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่พี่รหัสคือรุ่นพี่ที่จะคอยดูแลรุ่นน้องตลอดจนตัวเองจบการศึกษาไป แต่วิศวะคือสายโหดสายเถื่อน การจะยอมรับรุ่นน้องมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายเหมือนกัน
เพทายจะรับกับรุ่นพี่จอมโหดและสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นยังไง?
แล้วตัวเขาล่ะจะรับมือกับพี่รหัสที่หวายบอกมา...เป็คนที่เข้าถึงยากที่สุดได้ยังไง?