และกว่าเขาจะเลือกรองเท้าได้ อาทิตยาก็หอบถุงเท้าห้าสิบคู่ เนกไทสามสิบเส้น เสื้อเชิ้ตสีขาวและสีพาสเทลยี่สิบตัวมารอให้เขาเลือกเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มกลอกตาไปมาด้วยความเบื่อเพราะี้เีจะเลือก
แต่เมื่อถูกเลขาแม่ชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือเป็เชิงเตือนให้รีบก็ถอนใจหนักๆ ออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้พนักงานขายแพ็กของทั้งหมดลงถุงโดยไม่ต้องเสียเวลาเลือกอีก ก็ในเมื่อของที่อยู่ตรงหน้าเข้าตาตรงใจไม่น้อยแล้ว
“แปดหมื่นเก้าพันห้าร้อยค่ะ ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ให้แล้วนะคะ จะจ่ายเป็เงินสดเหมือนเดิมหรือบัตรเครดิตดีคะ”
เพราะพนักงานขายคุ้นหน้าอาทิตยาเป็อย่างดี ก็มาซื้อของให้คุณผู้ชายทีจ่ายไปหลายหมื่นทุกครั้ง ลูกค้ากระเป๋าหนักๆ ย่อมเป็ที่จดจำแน่ มือบางรูดซิปกระเป๋าสะพายดึงเงินปึกหนึ่งออกมาเป็คำตอบ ก่อนจะนับอย่างคล่องแคล่วส่งให้พนักงานขาย จิณณวัตรอดสงสัยไม่ได้
“คงไม่ใช่เงินคุณหรอกนะ” เลขาแม่หันไปยิ้มขำๆ ปนสายตาประชดประชันให้
“ฉันไม่ได้รวยขนาดนี้หรอกค่ะ นี่เป็เงินคุณผู้หญิงให้แอดวานซ์ก่อน วันหลังฉันจะไปเบิกคืนจากคุณผู้ชายเพราะถือเป็ค่าใช้จ่ายในครอบครัว เอ๊ะ! หรือว่าจะให้ไปเบิกจากคุณดีล่ะคะ ยังไงๆ ก็ช่วยเคลียร์กันให้เรียบร้อยหน่อยก็ดีนะคะ ลูกจ้างอย่างฉันจะได้ทำตัวถูก เสร็จแล้ว! งั้นเราไปต่อเลยเหลือของใช้ส่วนตัวเท่านั้น ทางนี้เลยค่ะ”
คนพูดไม่รอให้คู่สนทนาได้ต่อปากต่อคำก็ตัดบทฉับ พร้อมกับก้าวขาออกจากร้านทันที
“ผมมีหมดแล้ว” เขาแย้งมือก็เข็นรถที่มีข้าวของเต็มเดินตามแม่ถั่วงอกไปอยู่ดี
“คุณหอบของพวกนี้กลับมาจากเมืองนอกด้วยเหรอคะ”
ที่โกนหนวดกับโฟมถูกสองมือบางยกขึ้นขณะปากถามอย่างผู้ชนะอีกครั้ง เพียงเท่านั้นจิณณวัตรก็เดินไปเลือกของบนชั้นหย่อนลงรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะเป็ของใช้จำเป็แทบทุกอย่างที่เขาเองก็ลืมเลือนไปชั่วขณะ ส่วนอีกคนก็ถือโอกาสซื้อหาของใช้ส่วนตัวเล็กน้อยไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะคงกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดไม่ทันแน่นอน
ทั้งคู่รีบตรงไปยังเคาน์เตอร์คิดเงินเมื่อได้ทุกอย่างครบ จิณณวัตรเห็นแม่ถั่วงอกแยกของส่วนตัวออกไปคิดเงินคนละใบเสร็จจึงอดจะประชดนิดๆ ไม่ได้
“คุณแม่คงจะจ่ายให้คุณได้หรอกมั้งของแค่ไม่กี่ร้อยบาท หรือไม่คุณก็ส่งบิลไปเบิกกับผมก็ได้ เงินเดือนออกแล้วจะจ่ายคืนให้ทุกบาททุกสตางค์เลยล่ะ ทริปงามๆ ด้วย”
อาทิตยายิ้มด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในทันที เพราะรู้ดีว่าคุณชมจันทร์ วัชราเวโรจน์นั้นจะไม่ชอบให้ใครแอบหาเศษหาเลยด้วยเงินเล็กๆ น้อยๆ เป็แน่ ไม่ว่าจะเลขาคู่ใจหรือเด็กรับใช้ แม้เงินนั้นจะหลักสิบหรือร้อยก็ตาม
แต่จะเต็มใจเลี้ยงแขกที่แทบจะไม่เคยรู้จักได้ทีละเป็หมื่นๆ โดยไม่เอ่ยปากบ่นสักคำ ถ้าหากนั่นจะนำมาซึ่งคำสรรเสริญเยินยอ หรือความมีหน้าตาในวงสังคมไฮโซจอมปลอม
“ฉันก็มีเงินจ่ายให้ตัวเองเหมือนกันค่ะ เก้าหมื่น จำไม่ได้เหรอคะ”
คงไม่มีลูกคนไหนจะยอมรับว่าแม่ตัวเองเป็อย่างนี้แน่นอน อาทิตยาจึงไม่คิดจะอ้าปากบอกให้เสียเครดิต นอกจากรีบควักเงินจ่ายๆ ไปให้จบเื่และรีบตรงไปหารถแล้วขับออกไปทันที ด้วยเหลือเวลาไม่เท่าไหร่แล้ว
จิณณวัตรไม่ได้หันไปคุยอะไร นอกจากมองออกนอกหน้าต่าง ดูบ้านเกิดเมืองนอนที่จากไปเป็สิบปีช่างเปลี่ยนแปลงไปมากมายจนจำแทบไม่ได้ว่าตรงไหนเป็ตรงไหน
เขาคิดไปเรื่อยเปื่อยไปถึงชีวิตสมัยเรียนมัธยม เพื่อนก็ไม่รู้หายไปไหนหมดแล้วตอนนี้ เพราะต่างคนก็ต่างแยกกันไปร่ำเรียนตามทางถนัด มีหลายคนไปเรียนต่างประเทศ สองสามคนรับราชการ
อีกสองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลายคนแต่งงานมีครอบครัวแสนสุข มีลูกมีเต้าไว้คลายเหงา และหลายคนก็หย่าร้างไป หลายคนครองตัวเป็โสดแม้จะเลยเลขสามมาแล้ว รวมทั้งตัวเขาด้วย
ความคิดล่องลอยไปถึงเพื่อนๆ และงานที่ทำตอนอยู่อเมริกา ประสบการณ์ได้มากมายก่ายกอง ถึงเวลาต้องนำมาใช้กับกิจการของพ่อ พรุ่งนี้เขาจะต้องไปเรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจังต่อเสียที
หลังจากหนีหน้ามานานหลายปี ตอนนี้พ่อคงจะได้พักหรือเหนื่อยน้อยลง เมื่อมีลูกมารับ่ความเหน็ดเหนื่อยแทน จู่ๆ ก็คิดขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าตั้งใจจะทำอะไร
“ร้านนี้คุณผู้ชายมาตัดประจำค่ะ ท่านบอกว่าทำให้ท่านหล่อกลับบ้านทุกครั้ง ช่างคงจะทำให้ลูกชายท่านหล่อกลับบ้านไม่แพ้กัน ฉันจะอยู่ร้านทำผมข้างๆ กันนี่ล่ะนะคะไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมงคงจะเสร็จ เพราะฉันโทรมาจองคิวไว้ให้แล้ว”
อาทิตยาบอกยืดยาวเมื่อจอดเทียบหน้าบาร์เบอร์ ซึ่งนั่นทำเอาชายหนุ่มทึ่งไม่น้อย เพราะกำลังจะเอ่ยปากบอกอยู่พอดีว่าให้พาไปตัดผมที แต่เื่อะไรจะเผยไต๋ให้รู้ล่ะ สู้เดินเข้าร้านเฉยๆ กับมาดนิ่มๆ ดีกว่าตั้งหลายขุม ครึ่งชั่วโมงเพียงเท่านั้น เขาก็เห็นแม่ถั่วงอกเดินออกมาจากร้านเสริมสวย พร้อมกับผมถูกรวบขึ้นไปเปียก้างปลารอบศีรษะเรียบร้อยแล้ว
อดคิดถึงภาพเด็กหัวฟูๆ กับเหล็กดัดฟันเต็มปาก ผอมเก้งก้าง ขี้โรคขี้แยและขี้งอนเมื่อสิบกว่าปีก่อนไม่ได้จริงๆ ให้ตายดิ้น พลอยมองเห็นภาพเขาเสียหลักชนแม่ถั่วงอกตกบ่อปุ๋ยหมักหลังบ้านได้อย่างแจ่มชัด
ตามติดด้วยภาพเขากับเพื่อนต่างคนต่างรีบวิ่งไปคว้าจักรยานปั่นหนีไปกินไอติมหน้าปากซอย ทิ้งให้ยัยถั่วงอกนั่งนับหนึ่งถึงพันอยู่ข้างโอ่งหลังบ้าน เปิดตาออกมาแล้วไม่พบใครก็ร้องไห้ไปฟ้องแม่
และที่ติดตาไม่ลืมเลือนก็เห็นจะเป็ภาพที่ยัยไม้เสียบผีวิ่งหญ้าราบั้แ่หน้าบ้านยันท้ายสวนเพื่อหนีเ้าจำศีลงูหลามบอลเหลืองอร่ามงามสง่าของเขา ซึ่งจู่ๆ ก็หลุดออกจากตู้กระเด็นไปหายัยถั่วงอกด้วยสองมือเขาเองแท้ๆ
จำได้ไม่เคยลืมเลยทีเดียวว่าวันนั้นเขากับเพื่อนๆ สนุกสนานกับการได้แกล้งมากแค่ไหน เ้าหลามทองเองก็ยังสนุกไปด้วย เพราะขดตัวพันรอบแขนเขาเป็การใหญ่
แต่ก็ลืมไม่ลงเหมือนกันกับไม้เรียวอันเบ้อเร่อของพ่อที่หวดลงบนก้นเขากับผองเพื่อน โทษฐานร้ายแรงกับการแกล้งยัยถั่วงอกที่กลัวเ้าหลามจนขี้ขึ้นสมองเป็ไข้จับสั่นไปหลายวันทีเดียว
นั่นดูเหมือนจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาได้แกล้ง เพราะอีกไม่กี่วันยัยถั่วงอกก็ถูกส่งกลับบ้านนอกไปอยู่กับยายและเรียนประถม ส่วนเขาก็เริ่มเข้ามัธยมเลยไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเท่าไหร่
หรืออาจจะเป็เพราะยัยถั่วงอกไม่อยากเจอเข้าด้วยก็เป็ได้ เพราะทุกครั้งเวลาปิดเทอมแล้วยัยถั่วงอกมาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านเขาทีไร ก็ไม่ค่อยจะย่างกายมาใกล้เขากับเพื่อนๆ เลย อ้อ! มีอีกวีรกรรมที่ลืมไม่ลงอีกเช่นกัน
นั่นก็คือเดินชนยัยถั่วงอกตกสระว่ายน้ำ เขากับเพื่อนพากันยืนหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเมื่อเห็นร่างผอมๆ ป๋อมแป๋มอยู่กลางสระ กว่าจะรู้ว่าว่ายน้ำไม่แข็งเขาก็เกือบจะกลายเป็ฆาตกรฆ่าคนโดยไม่ได้ตั้งใจไปเสียแล้ว
‘แม่จ๋า!!! ฮื้อๆ ๆ ๆ คุณจิณผลักตะวันตกน้ำ’
ยัยถั่งงอกก็ปรักปรำเขาทั้งน้ำตา เมื่อถูกช่วยขึ้นมาจากสระได้ ส่วนเขากับเพื่อนก็ต้องแอ่นบั้นท้ายรับไม้เรียวของพ่อตามเคย เพราะไม่มีใครจะสนใจฟังคำแก้ตัว ด้วยทุกคนยึดถือเอาตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เขาเลยตกเป็จำเลยสังคมั้แ่นั้น
ส่วนแม่ถั่วงอกก็แทบจะไม่มองหน้าเขาอีก กระทั่งเขาไปเรียนต่อหลายปี กลับมาเยี่ยมบ้านยัยถั่วงอกก็แทบไม่มองด้วยซ้ำ มีได้พูดคุยกันก็ตอนนี้เอง แต่ก็เพราะงานของเ้าหล่อนล้วนๆ
“คุณผู้หญิงน่าจะใกล้ถึงบ้านแล้ว เรารีบไปกันเถอะค่ะ”
หญิงสาวไม่มัวโอ้เอ้รีบเดินนำเขาไปทันที นั่นเรียกความคิดอันล่องลอยให้กลับมาหาปัจจุบัน เขาไม่เอ่ยอะไรนอกจากแอบยิ้มด้วยความขำ แล้วตามเ้าหล่อนไป ไม่นานนักก็ถึงคฤหาสน์หลังงามแล้ว
ชุดในรถถูกมือบางหิ้วเดินเข้าบ้าน ส่วนอีกคนก็ได้ถุงของใช้หลายใบ ที่เหลือแหม่มกับแก้มวิ่งมาช่วยกันขนให้ จิณณวัตรเพิ่งคิดขึ้นได้ จึงรีบร้องถามแม่ถั่วงอกที่กำลังจะเลี้ยวเข้าของนอนแม่
“แล้วชุดไปงานคืนนี้ กับกางเกงใส่ไปทำงานผมล่ะ ไม่เห็นคุณซื้อเลยนะ”
อาทิตยาไม่ได้ตอบ แต่เอนตัวมองผ่านเขาไปหาสาวใช้ทั้งสองที่กำลังเดินตามมาไม่ห่าง
“พี่จิ๋มให้เด็กเอาของคุณจิณมาหรือยังจ้ะสองสาว”
“เรียบร้อยค่ะ แหม่มเอาไปแขวนไว้ในตู้ให้แล้วค่ะ”
“แต่วันนี้มีมาให้แค่ห้าชุดนะคะ ใส่ไปก่อนอาทิตย์หน้าพี่จิ๋มคงจะตัดชุดของคุณที่เลือกไว้วันนี้มาให้อีกค่ะ”
สิ้นคำร่างเล็กที่เริ่มหนักกับชุดในมือก็หันกลับไปทางเดิม เพราะกลัวคุณผู้หญิงจะมาถึงก่อน แต่ก็เหมือนคิดขึ้นได้จึงหันกลับมาหาคุณชายเนี้ยบอีกครั้ง
“อ้อ!!! คืนนี้ไม่ต้องใส่สูทนะคะ เป็งานโอเพ่นแอร์ค่ะ น่าจะมีพัดลมไอน้ำตั้งไว้อย่างเคย แต่ยังไงๆ ก็คงจะร้อนอยู่ดี โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยู่ในอากาศเย็นๆ มาเป็สิบปีอย่างคุณ แล้วเจอกันข้างล่างหกโมงตรงนะคะ”
แล้วคนพูดก็หายวับเข้าประตูห้องนอนของเ้านาย จัดการวางชุดไว้เรียงรายไว้บนเตียงเพื่อให้เลือกได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะเก่งกาจหรือรอบรู้แค่ไหน ก็ไม่มีทางคาดได้ว่าคุณผู้หญิงจะใส่ชุดไหน
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































