ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ตอนที่ 51 ศึกสังหารราชา·การควบคุมที่เหนือคาด

    ตอนที่ 51

    ศึกสังหารราชา·การควบคุมที่เหนือคาด

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำสัมผัสได้ว่าค่ายกลจตุลักษณ์ของเฉินหมิงหาได้สร้างแรงคุกคามต่อตัวเองแต่อย่างไรไม่ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเฉินหมิงมีความชำนาญในการควบคุมวิชาค่ายกลมากเพียงใด 

     

    หากผู้ฝึกตนโดยทั่วไปต้องการที่จะสร้างค่ายกลจตุลักษณ์ ก่อนอื่น ต้องมีผู้ฝึกตนที่สามารถใช้เคล็ดวิชาคุณสมบัติอัคคี ดิน วายุ วารีทั้งสี่แขนงได้ จากนั้นก็ให้พวกเขาที่มีระดับการฝึกปรือที่ไม่แตกต่างกันมากนักใช้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อีกทั้งแต่ละคนต้องมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อวิชาค่ายกล ด้วยระดับความยากเช่นนี้ ในมุมมองของผู้ฝึกตนราวกับเป็นเรื่องที่ยากเสียยิ่งกว่ายาก แทบจะไม่มีคนสามารถที่จะทำได้เลยด้วยซ้ำ

     

    แต่ว่าเฉินหมิงสามารถตั้งค่ายกลได้ด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งค่ายกลในแต่ละจุดล้วนแต่มีพลังถึงขีดสุด อีกทั้งยังสามารถที่จะควบคุมได้อย่างง่ายดายอย่างถึงที่สุด จนแทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วงว่าจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นไม่ ! 

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าว : “น้องหวูเต้า โปรดทำให้ข้าได้ตกอยู่ภายใต้พลังของค่ายกลนี้ เพื่อให้ข้าได้ทดสอบพลังทำลายของค่ายกลนี้หน่อย! ”

     

    เฉินหมิงทราบถึงความตั้งใจของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำ เขาคิดที่จะทดสอบพลังทำลายของค่ายกลจตุลักษณ์ จึงจะทราบได้ว่าตนเองนั้นมีข้อได้เปรียบมากถึงเพียงใด

     

    เมื่อทำการปกคลุมราชาปีศาจพยัคฆ์ดำให้อยู่ภายในค่ายกล ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเองก็สัมผัสได้ว่า ค่ายกลได้สะกดพลังของตนเองเอาไว้ถึงสี่ส่วน กระนั้นก็มีอยู่สามส่วนที่เป็นผลลัพธ์ที่มาจากค่ายกล ทว่าภายในค่ายกลก็ยังคงมีสภาวะประหลาดอยู่อีกสายหนึ่ง ที่ทำให้ชนชั้นราชาต้องแตกพ่าย ซึ่งเป็นผลที่แสดงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน

     

    บัดนี้เฉินหมิงได้ทราบแล้วถึงความแข็งแกร่งของประกายวงแหวน【ปลงชีพกษัตริย์】ที่เพิ่มพูนพลังทำลายของวิชาค่ายกลได้ จะว่าอย่างไรดีล่ะ 【ปลงชีพกษัตริย์】ก็คือสิ่งที่ทำให้ใจกลางเวทมนตร์อภินิหารของเขา มีสภาวะอันเฉียบคมขึ้นอีกชั้นหนึ่ง จนสามารถที่จะทลายพลังมนตร์ตราได้

     

    หากว่าใช้พลังมนตร์ตราเข้าปะทะพลังมนตร์ตราของผู้อื่น ก็คล้ายกับตอไม้แต่ละตอ ส่วนพลังมนตร์ตราของเฉินหมิงนั้นก็คือกระบี่แต่ละเล่ม

     

    นี่ก็คือข้อแตกต่างด้านคุณสมบัติของพลังมนตร์ตรา

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำหันไปพยักหน้าให้กับเฉินหมิง ฉีกยิ้มกว้างแล้วกล่าว : “น้องหวูเต้าถือเป็นผู้มีความกระจ่างแจ้งต่อวิชาค่ายกล ช่างทำให้ผู้คนแตกตื่นไปทั้งใต้หล้า จนข้าเองก็ยังรู้สึกเช่นนั้นได้อย่างชัดเจนแล้ว !”

     

    เฉินหมิงคลายพลังจากวิชาค่ายกลที่อยู่บนตัวราชาปีศาจพยัคฆ์ดำออก ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำจึงขยับเคลื่อนไหวพลองเหล็กดำ พลางหัวเราะขึ้นแล้วกล่าว : “ชนชั้นราชางั้นหรือ? ชนชั้นราชามีอะไรยอดเยี่ยมนักหรือไง? วันนี้ ข้าจะเป็นผู้ชนะศึกสังหารราชานี้ และข้าจะใช้กำลังเพียงคนเดียวสู้กับพวกเจ้าทั้งสอง!”

     

    ผู้ฝึกตนที่ชมการต่อสู้ต่างพากันล่าถอยอีกครั้ง ไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ค่ายกลจตุลักษณ์ : “กลายเป็นศึกสังหารราชาแล้ว!”

     

    “ในศึกนี้ จะเป็นตัวตัดสินตำแหน่งผู้ปกครองเขตแดนทางตอนใต้!”

     

    “ผู้ใดชนะ ผู้นั้นจะได้กลายเป็นผู้ปกครองเขตแดนทางตอนใต้แต่เพียงหนึ่งเดียว!”

     

    “อีกทั้งในศึกครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ของหุบเขาพรางอากาศ หากว่าฮวาหยางและม่อเทียนชนะ พันธมิตรหกราชาย่อมต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย หากว่าเป็นราชาปีศาจยาหวูเต้าและราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเป็นฝ่ายกำชัยชนะ หุบเขาพรางอากาศก็ย่อมต้องตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่วิกฤติอย่างแน่นอน!”

     

    “ในตอนนี้พวกเราไม่สามารถที่จะจากไปได้กันอย่างแน่นอน ผลแพ้ชนะในศึกนี้ จะเป็นตัวตัดสินของสิ่งต่างๆอีกมากมาย ยังไงก็ต้องมีข้อสรุปอย่างแน่นอน เพื่อที่จะได้ไปรายงานแก่เจ้าสำนักของพวกเราได้ทราบเป็นอันดับแรก!”

     

    “มีแต่ต้องนำหน้าไปก่อนก้าวหนึ่ง มิเช่นนั้นหากยืนอยู่ผิดข้าง ก็คงจะไม่ทราบว่าจะมีผลลัพธ์เช่นไรตามมา!”

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำก้าวขึ้นสู่เมฆปีศาจมุ่งหน้าพุ่งทะยานเข้าใส่ฮวาหยาง ทว่าเพียงแค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น ก็สามารถทำให้ฮวาหยางกระอักเลือดออกมา! 

     

    ฮวาหยางกล่าวขึ้นด้วยโทสะ : “พลังทำลายของวิชาค่ายกลนี้ ได้จำกัดพลังของพวกเรา ยังไงก็ต้องหาทางทลายวิชาค่ายกลนี้ให้ได้!”

     

    ม่อเทียนกล่าว : “ช่วงเวลาที่เขาตั้งค่ายกล ได้โยนกระบี่ทั้งสี่เล่มนั้นออกไป คาดว่านั่นจะต้องเป็นดวงตาค่ายกลอย่างแน่นอน ยังไงก็ต้องคิดหาวิธีทำลายกระบี่ทั้งสี่เล่มนั้นให้ได้ก่อน!”

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำกล่าวอย่างเดือดดาล : “คิดจะทำลายกระบี่ทั้งสี่เล่ม พวกเจ้าไม่คิดที่จะถามข้าก่อนหรือไง!”

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำที่พูดต่อชนชั้นราชาทั้งสอง ว่าจะใช้หนึ่งสู้กับสอง แต่ทว่าอีกฝ่ายไม่มีแม้แต่กระทั่งเรี่ยวแรงในการตอบโต้ อีกทั้งในยามนี้ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำยังรู้สึกปลอดโปร่งอย่างเป็นที่สุด เหตุที่เขาสามารถปลอดโปร่งได้เช่นนี้ ล้วนแต่เป็นเพราะพลังค่ายกลจตุลักษณ์ของเฉินหมิง เช่นนั้นแล้วเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะปล่อยให้ฮวาหยางและม่อเทียนทำลายค่ายกลจตุลักษณ์ได้! 

     

    ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำขยับกายบุกเข้าหาอีกฝ่าย ทันใดนั้นพลองเหล็กดำในมือก็มีพลังทำลายดุจภูผา ในทุกพลองล้วนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการถล่มภูผาบดขยี้ศิลา! 

     

    เมื่อเฉินหมิงได้ฟังม่อเทียนกล่าวออกมาเช่นนี้ ก็ราวกับได้เห็นสุนัขเฒ่าที่กำลังร้อนรน ทั้งยังดูร้อนรนเสียยิ่งกว่าสุนัขเฒ่าเสียอีก!  

     

    เขารู้สึกขบขันอยู่ในใจ คิดว่าเมื่อทำลายกระบี่ทั้งสี่เล่มนั้นได้ ก็จะทำลายวิชาค่ายกลได้เลยงั้นหรือ? 

     

    เหอะ เหอะ

     

    ดวงตาค่ายกลของค่ายกลแห่งนี้ แทบจะไม่มีใครคาดเดาได้ว่า แท้จริงแล้วดวงตาค่ายกลของค่ายกลจตุลักษณ์ ก็คือตัวของเขาเอง ! 

     

    เฉินหมิงเดินเหินอยู่ในใจกลางค่ายกล ระหว่างนั้นก็ได้กระตุ้นหอกวายุอัคคีน้ำแข็งทิ่มแทงเข้าสู่ผู้ฝึกตนขอบเขตสู่วิถีที่อยู่ด้านข้าง ทันใดนั้นเฉินหมิงที่ยืนอยู่ใจกลางค่ายกลก็สัมผัสได้ว่า ในค่ายกลแห่งนี้เขานั้นควบคุมได้ทุกสิ่งอย่างแท้จริง! 

     

    ทุกอย่างในนี้ล้วนขึ้นยู่กับความคิดของเขา เขาไม่จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวแต่อย่างไร เพียงแค่นึกคิดก็คือความเป็นเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์[1]! 

     

    เอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์เปล่งเป็นประกายอยู่ด้านบนจิตกระบี่!

     

    หากกล่าวกันตามหลักวิถีกระบี่ ขอบเขตเช่นนี้เรียกว่าเอกภาพแห่งมนุษย์กระบี่ ทว่าก็แค่คำเรียกขานที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น ตามความเป็นจริงก็คือเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์อยู่ดี

     

    ใจกลางค่ายกลแห่งนี้ เฉินหมิงก็คือมิติของความเป็นเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์ ทุกสิ่งรอบด้านล้วนแต่เป็นสิ่งที่ตนเองสามารถใช้ได้ ! 

     

    เฉินหมิงหันไปมองหลิงเซียนแวบหนึ่ง บัดนี้ม่อหวินตกอยู่ในสภาพปางตาย ด้วยฝีมือของหลิงเซียน เขาเตรียมชักดาบเล่มหนึ่งออกมาจากข้างเอวของปีศาจชั้นสูงตนหนึ่ง หมายมั่นที่จะปลิดชีพอีกฝ่าย ทันใดนั้นม่อหวินก็ตะโกนเสียงดัง : “ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย!”

     

    ม่อหวินทอแววตาปวดร้าว : “บุตรข้าอย่าได้กลัว ข้าจะไปช่วยเจ้าเดียวนี้!”

     

    เฉินหมิงหัวเราะอย่างเย็นเยียบ : “คิดจะช่วยคน ถามข้าดูก่อนแล้วหรือยัง?”

     

    คลื่นพายุหมุนอัคคีปะทุเข้ามาดุจมังกรเพลิงสายหนึ่ง ตรงดิ่งเข้ากดดันจนทำให้ม่อเทียนต้องล่าถอยไปในทันที ขณะเดียวกันพลองของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำก็ได้ลอยเข้ากระแทกม่อเทียนจนเลือดทะลักเต็มปากล้นจมูก

     

    ม่อเทียนสาดแววตาดุร้ายหันไปมองเฉินหมิง : “ยาหวูเต้า หากว่าข้าสามารถออกไปจากที่แห่งนี้ได้ สักวันข้าจะต้องหั่นเจ้าให้เป็นหมื่นๆชิ้นให้ได้!”

     

    เฉินหมิงกวาดตามองไปทางม่อเทียน หัวเราะออกมาแล้วกล่าว : “เจ้าคิดหรือว่า เมื่อเจ้ากล่าวประโยคเช่นนี้ออกมา ข้าจะปล่อยเจ้าไปงั้นหรือ คนอย่างข้า มีแต่จะขุดรากถอนโคนไม่ให้เหลือสักต้น เพื่อกันลมวสันต์ปลุกตื่นคืน ! ”

     

    หลิงเซียนมีหรือที่จะเกิดความลังเล : “ข้ารอเวลาที่จะได้ฆ่าเจ้ามานานเกินไปแล้ว!” หลิงเซียนสะบั้นดาบ แทงเข้าหัวใจของม่อหวินในทันที ม่อหวินยื่นมือคว้าคมดาบเอาไว้ คิดที่จะหยุดดาบยาวที่หวังแทงทะลุหัวใจของตนเอง ทว่าในเวลานี้เขาที่เต็มไปด้วยบาดแผลอยู่ทั่วร่าง มีหรือที่จะมีเรี่ยวแรงหยุดดาบไว้ได้ เลือดในปากไหลซึมออมมาเป็นสาย เพียงชั่วครู่ตัวเขาก็แข็งทื่อจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งอยู่บนพื้น

     

    ในตอนนี้ฮวาชิงถิงได้หวาดกลัวขึ้นมาแล้ว คลานเข้ามาจนถึงเบื้องหน้าหลิงเซียน กอดเข้าไปที่น่องขาของเขา : “หลิงเซียน ไม่ใช่เป็นข้าที่ทำร้ายเจ้านะ ล้วนแต่เป็นม่อหวิน ล้วนแต่เป็นม่อหวิน!”

     

    หลิงเซียนยิ้มอย่างเย็นชา แล้วกล่าว : “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่ออย่างงั้นหรือ? ข้ายังจำบาดแผลที่เจ้าได้ทิ้งไว้เป็นความอัปยศบนร่างข้าได้อย่างชัดเจน แล้วไหนจะตอนที่เจ้าคิดจะป้อนอาหารสุนัขให้ข้ากินอีก!”

     

    หลิงเซียนจะสะบัดกระบี่อีกครั้ง ทันใดนั้นเขาเกิดความลังเลขึ้นชั่วขณะ  ในขณะเดียวกันเฉินหมิงมายืนอยู่ที่ข้างกายหลิงเซียน เขามองไปยังเฉินหมิง พร้อมเอ่ยถาม : “ท่านอาจารย์ ข้าควรจะทำอย่างไรดี?”

     

    เฉินหมิงกวาดตามองไปทางฮวาชิงถิงอยู่คราหนึ่ง อายุอานามก็ยังน้อย แต่กลับมีจิตใจที่อำมหิตได้ถึงเพียงนี้ แล้วตอบกลับอย่างประชดประชัน : “ที่นางชมชอบ คือความแข็งแกร่ง และเกียรติยศของเจ้า วันนี้นางไม่ฆ่าเจ้า วันหน้านางย่อมรอที่จะฆ่าเจ้า ขึ้นอยู่กับจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น”

     

    หลิงเซียนพยักหน้า ผสานมือแล้วกล่าว : “ศิษย์เข้าใจแล้ว!”

     

    ใช่แล้ว ที่นางชมชอบข้าเป็นเพราะความแข็งแกร่ง และเกียรติยศอันจอมปลอมเหล่านี้ของข้า หลังจากที่ข้าล้มเหลวในการฝึกปรือไปแล้ว นางก็จงเกลียดจงชังจนอยากที่จะฆ่าข้า ในยามนั้น มีเพียงอาจารย์ที่ยังเชื่อมั่นในตัวข้า เพื่อช่วย   ตัวข้าท่านไม่ร้องขอสิ่งตอบแทนใด ถึงแม้การแลกเปลี่ยนวิชากับศิษย์พี่หญิงในแต่ละครั้งจะต้องเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าการลงมือของศิษย์พี่หญิงล้วนแต่ทำให้บาดเจ็บเพียงภายนอก ซึ่งใช้เวลาพักฟื้นเพียงวันสองวันเท่านั้น

     

    หลิงเซียนลงดาบ ทำให้ในโลกหล้านี้ไม่มีฮวาชิงถิง และไม่มีหลิงเซียนที่เคยมีความสัมพันธ์กับฮวาชิงถิงอีกต่อไป

    .

    .

    .

    .

     

     


     

    [1] ตามปรัชญาเต๋า ความเป็นเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์ จะหมายถึง มรรค หรือ หลักวิถี (เต๋า)

    คล้ายกับเรื่องระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498