เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 ไร้จุดบอด

            “เหตุใดนางถึงมาที่นี่?”

            คำถามนี้เป็นสิ่งที่จิ้งจอกน้อยคิดอยู่ในใจเหมือนกัน

            นางใช้นิ้วเกาศีรษะของจิ้งจอกน้อยอย่างเบามือก่อนจะชะงักเล็กน้อย“นางอยู่ที่ไหน?”

            “ประตูด้านข้างเพคะ”

            โหยวพิงถิงครุ่นคิดก่อนจะเอ่ย“ให้นางเข้ามา”

            ไม่มีผู้ใดเห็นว่าแววตาของจิ้งจอกน้อยที่ถูกโหยวพิงถิงกอดไว้ในอ้อมแขนฉายแววลึกล้ำ

            ผ่านไปเพียงหนึ่งถ้วยชาไป๋หว่านหนิงก็เดินเข้ามา ทว่านางกลับสวมชุดสาวใช้

            ใช่แล้ว

            แม้ว่าตอนนี้ไป๋เสียนอันจะไม่อยู่ในจวนทว่าเขาได้มอบหมายให้ไป๋เหล่าฮูหยินดูแลความเรียบร้อยภายในจวน

            ในฐานะไท่จื่อเฟยในอนาคตทุกคำพูดและทุกการกระทำของไป๋หว่านหนิงย่อมได้รับความสนใจ

            แล้วไป๋เหล่าฮูหยินจะยอมให้นางออกจากจวนอย่างง่ายดายได้อย่างไร?

            “หม่อมฉันถวายบังคมจวิ้นจู่เพคะ”

            “ไม่ต้องมากพิธีไม่ทราบว่าว่าที่ไท่จื่อเฟยมาหาข้าด้วยเหตุอันใด?” โหยวพิงถิงกล่าวพลางก้มหน้ามองสัตว์ตัวน้อยน่ารักที่ดูราวกับกำลังตั้งอกตั้งใจเล่นอะไรบางอย่างอยู่บนฝ่ามือของนาง

            “จวิ้นจู่ทรงล้อเล่นแล้วเพคะ”

            “ข้าคิดว่าความสุภาพเหล่านี้ไม่จำเป็นแล้วกระมังโปรดบอกเจตนาของเจ้ามาตามตรงเถิด”

            สุดท้ายแล้วบุคคลที่เติบโตอย่างอิสระที่ชายแดนก็ไม่ชอบความอ้อมค้อมเช่นนี้

            “จวิ้นจู่ชมชอบเซ่อเจิ้งอ๋องหรือไม่เจ้าคะ?”

            โหยวพิงถิงได้ฟังก็หัวเราะออกมาเบาๆจากนั้นก็ป้อนองุ่นบนโต๊ะให้จิ้งจอกน้อยลูกแล้วลูกเล่า

            “ข้าเพียงนับถือท่านอ๋องเป็นพี่ชายเท่านั้น”

            เมื่อไป๋หว่านหนิงมองเห็นแววตาที่ดูบริสุทธิ์คู่นั้นนางก็ถอดใจทันที

            “แต่ท่านลองนึกถึงยามอยู่ที่ชายแดนในอดีตสิเจ้าคะท่านอ๋องดีต่อท่านเพียงใด แต่วันนี้ความดีเหล่านั้นกลายเป็นของผู้อื่นไปเสียแล้วในใจท่านไม่รู้สึกเสียใจหรือเจ้าคะ?”

            แม้ว่าไป๋หว่านหนิงจะไม่เคยเห็นเรื่องเหล่านี้เองกับตาทว่ามีข่าวลือแพร่สะพัดในเมืองหลวงไม่น้อย

            ว่ากันว่ายามที่ทหารฝ่ายศัตรูกล่าววาจาดูหมิ่นอันหนิงจวิ้นจู่เซ่อเจิ้งอ๋องก็นำทัพออกรบอย่างโกรธเกรี้ยวจนทำให้อีกฝ่ายสูญเสียเมืองไปสองเมือง

            ว่ากันว่าครั้งหนึ่งที่ค่ายทหารบนภูเขาอันหนิงจวิ้นจู่เป็นไข้อยากทานโจ๊กฟักทอง เซ่อเจิ้งอ๋องก็รีบพุ่งไปซื้อโจ๊กมาจากเมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้เคียงโดยไม่สนใจอันตรายใดๆ

            และยังมีข่าวลืออีกมากมาย

            มือของโหยวพิงถิงปอกองุ่นไม่หยุดราวกับกำลังฟังเรื่องเล่าที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองนางคลี่ยิ้มบางๆ ด้วยความอ่อนโยนและมีเมตตา “คุณหนูรอง หวังเฟยคือพี่สาวแท้ๆของเจ้า เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้”

            ไป๋หว่านหนิงแทบจะกัดลิ้นตนเองเสียแล้ว

            หรือว่านางจะได้ข่าวมาผิด?

            “เจ้ากลับไปเถิดข้าจะถือว่าเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ภายภาคหน้าเจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้อีก”

            “แม้ว่าเจ้าจะอิจฉาพี่สาวของเจ้าที่เกิดมาเป็นบุตรีของภรรยาเอกทั้งยังได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋อง แต่เจ้าก็ไม่ควรเล่นงานนางเช่นนี้”

            สีหน้าของไป๋หว่านหนิงหมองคล้ำท่าทีดูเปลี่ยนไปไม่รู้จบ สุดท้ายนางก็พยักหน้า “เป็นข้าที่หุนหันพลันแล่นเองขออภัยเจ้าค่ะ”

            หลังไป๋หว่านหนิงจากไปสาวใช้ของโหยวพิงถิงก็เอ่ยปากอย่างอดไม่ได้ “จวิ้นจู่เพคะเหตุใดคุณหนูรองสกุลไป๋ถึงได้...”

            ยังไม่ทันจบคำโหยวพิงถิงก็ยกมือห้าม

            “หยาเอ๋อร์เจ้าต้องจำไว้ว่าวันหน้าเราต้องอยู่ห่างจากนางเสียหน่อย คนเช่นนี้อันตรายเกินไปนางคิดว่าเข้ามาทางประตูด้านข้างแล้วจะไม่เป็นอะไรอย่างนั้นหรือ?หารู้ไม่ว่าทั่วทั้งจวนเซ่อเจิ้งอ๋องนั้นถูกคุ้มกันด้วยอินทรีโลหิต”

            “เรียกได้ว่าไร้จุดบอด!”

            จู่ๆ นางก็วางจิ้งจอกน้อยลงไป๋เซี่ยเหอจึงถือโอกาสวิ่งจากไป

            นึกไม่ถึงเลยว่าไป๋หว่านหนิงจะมาหาโหยวพิงถิง

            ทว่าการปฏิเสธของโหยวพิงถิงก็อยู่เหนือความคาดหมายของไป่เซี่ยเหอเช่นเดียวกัน

            โหยวพิงถิงไม่ได้ชมชอบฮั่วเยี่ยนไหวจริงหรือ?

            หากเป็นเช่นนี้คงคุยกันง่าย

            ส่วนไป๋หว่านหนิงนั้น ไป๋เซี่ยเหอย่อมไม่เห็นนางอยู่ในสายตา

            เมื่อฮั่วเยี่ยนไหวที่อยู่ในห้องหนังสือได้ยินข่าวจากอินทรีโลหิตเขาก็ไม่แสดงท่าทีอะไร ไป๋หว่านหนิงเพียงคนเดียวไม่อาจก่อคลื่นลมได้

            หารู้ไม่ว่าเพราะความประมาทเลินเล่อในครานี้แทบจะพรากชีวิตของคนสองคนไป

            เวลาผ่านไปสามวันด้วยความรวดเร็ว

            เนื่องจากไป๋เซี่ยเหอไม่ได้คืนร่างมนุษย์นางจึงไม่อาจกลับจวนสกุลไป๋ได้ โชคดีที่นางได้คำตอบที่ชัดเจนจากโหยวพิงถิงแล้ว นางจึงเปลี่ยนไปติดตามฮั่วเยี่ยนไหวแทน

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่รอโหยวพิงถิงเขาเข้าวังแต่เช้าตรู่ เพื่อทำหน้าที่คอยคุ้มกันอยู่ข้างกายของฮ่องเต้และฮองเฮาในขณะเดินทางไปยังเขตล่าสัตว์

            จิ้งจอกน้อยสีขาวขนปุกปุยถูกเขาซ่อนไว้ในอกเสื้อ

            โชคดีที่เสื้อผ้าในช่วงเหมันตฤดูมีความหนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทั้งยังมีเสื้อคลุมทับอีกชั้น จึงไม่มีผู้ใดรู้ว่าฮั่วเยี่ยนไหวซ่อนจิ้งจอกน้อยเอาไว้

            เมื่อได้ยินเสียงหัวใจเต้นที่สม่ำเสมอและทรงพลังของฮั่วเยี่ยนไหวจิ้งจอกน้อยก็ถูกกล่อมให้หลับไปทั้งอย่างนั้น โดยหลับอยู่ในอกเสื้อของอีกฝ่ายตลอดการเดินทางสองวัน

            “ข้าเพิ่งเคยเห็นจิ้งจอกจำศีลเป็นครั้งแรก”

            เขาใช้นิ้วตรวจสอบลมหายใจของมันหลายครั้งด้วยเกรงว่าสหายตัวน้อยจะถูกห่ออยู่ในเสื้อผ้าหนาเตอะจนขาดอากาศหายใจตาย

            ทว่าผู้ใดจะรู้ว่ามันกลับหลับสบายไปตลอดทางมีความสุขยิ่งกว่าผู้ใด

            จิ้งจอกน้อยทำเสียงสูดน้ำลายก่อนจะถูไถใบหน้าเข้ากับฝ่ามือของฮั่วเยี่ยนไหว จากนั้นก็เหยียดขาสั้นๆ ทั้งสี่ข้างจนสุดแรงเพื่อยืดตัวอย่างเกียจคร้าน

            “หงิง?”

            เหตุใดถึงยังไม่ออกเดินทางอีก?

            “ถึงแล้ว เจ้านอนหลับมาสองวันเต็ม”

            ฮั่วเยี่ยนไหวลูบหางของจิ้งจอกน้อยด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติทว่าจิ้งจอกน้อยกลับกระโดดลงจากฝ่ามือของเขาทันที

            ใบหน้าของจิ้งจอกน้อยแดงก่ำราวกับจับไข้ก็ไม่ปาน

            หางเป็นจุดที่จิ้งจอกเพศผู้ใช้ในการกระตุ้นอารมณ์ของจิ้งจอกเพศเมีย

            เพราะฉะนั้นจับหางจิ้งจอกตามอำเภอใจได้อย่างไร?

            หน้าไม่อาย!

            ฮั่วเยี่ยนไหวเลิกคิ้วผ่านไปนานกว่าเขาจะได้สติกลับมา แววตาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความหยอกเย้า

            “เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้ามีความคิดเกินเลยกับจิ้งจอกตัวหนึ่งหรอกกระมัง?”

            ผู้ใดจะไปรู้เล่า?

            ถึงอย่างไรร่างจริงของนางก็เป็นสตรีที่รูปโฉมงดงาม!

            และยังเป็นคู่หมั้นของเขาอีกด้วย

            เมื่อคิดเช่นนี้ ใบหน้าของไป๋เซี่ยเหอก็ยิ่งแดงขึ้น

            นางอายแทบตายแล้ว

            นางยกอุ้งเท้าจ้ำม่ำคู่หนึ่งขึ้นมาป้องศีรษะโดยไม่เงยหน้า

            “ยังไม่ไปอีก?”

            เสียงของฮั่วเยี่ยนไหวฟังดูห่างไกลออกไปเล็กน้อยจิ้งจอกน้อยเหยียดขาสั้นขนปุกปุยทั้งสี่ข้างแล้วรีบตามไป

            ลานล่าสัตว์ตั้งอยู่ในสถานที่ที่คนไม่พลุกพล่านตอนนี้อากาศสดชื่น ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆ

            กระโจมสูงต่ำคละกันได้ถูกตระเตรียมไว้นานแล้วกระโจมหลังที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดถูกกระโจมหลังอื่นล้อมไว้ตรงกลาง

            นั่นคือกระโจมของฮ่องเต้และฮองเฮา

            สายลมอันหนาวเหน็บพัดมาเสียงเกือกม้าวิ่งเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

            วันนี้โหยวพิงถิงสลัดชุดกระโปรงยาวทิ้งแล้วหันมาสวมชุดจิ้นจวง[1]แทน ทำให้ความบอบบางลดลงไปสามส่วน ความองอาจเพิ่มขึ้นถึงห้าส่วน

            “ท่านอ๋องพาข้าขี่ม้าไปรอบๆได้หรือไม่เจ้าคะ?ข้าไม่ได้ขี่ม้ามานานแล้ว รู้สึกคิดถึงจริงๆ เจ้าค่ะ”

            แววตาของนางเต็มไปด้วยความโหยหาอิสรภาพ

            นางคิดถึงวันเวลาที่อาศัยอยู่ในชายแดนส่วนจะคิดถึงสิ่งใดนั้น มีเพียงตัวนางเองที่รู้

            “ได้”

            ครั้งนี้ฮั่วเยี่ยนไหวไม่ได้ปฏิเสธเขายื่นจิ้งจอกน้อยให้อิ๋งเฟิง

            “ดูแลจิ้งจอกน้อยให้ดีหากเกิดเรื่องกับมันแม้เพียงเล็กน้อย ก็เตรียมทำท่าม้าได้เลย”

            เป็นท่าม้าอีกแล้ว

            อิ๋งเฟิงมีสีหน้าอมทุกข์ท่านอ๋องโปรดทรงเปลี่ยนบทลงโทษจะได้หรือไม่?

            เขาอุ้มจิ้งจอกน้อยด้วยความทะนุถนอมก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าอมทุกข์ “จิ้งจอกน้อย ท่านเซียนจิ้งจอก ขาสองข้างของข้าต้องพึ่งเจ้าช่วยรักษาไว้เสียแล้วพวกเราต้องสามัคคีปรองดองกันนะ”

            จิ้งจอกน้อยผงกศีรษะรับปาก

            ไม่รู้ว่าเหตุใดสองสามวันมานี้นางถึงได้ง่วงงุนเป็นพิเศษถือโอกาสนี้พักผ่อนน่าจะดี

            “จิ้งจอกน้อยดูเหมือนว่าเจ้าจะ...โตแล้วสินะ”

            อิ๋งเฟิงจำได้ว่ายามที่พบจิ้งจอกน้อยในคราแรกมันเพิ่งจะมีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น ตอนนี้ยาวเกือบจะเท่าแขนแล้ว

            แม้แต่ขนก็ดูเงางามยิ่งกว่าเดิม

            เก้าหางแกว่งไกวอยู่ด้านหลังอย่างงดงามไร้ที่ติ

            ความรู้สึกอันคุ้นเคยจู่โจมเข้ามาอีกคราไป๋เซี่ยเหอไม่ได้สังเกตว่าตนเองเติบโตตั้งแต่เมื่อใด

            จู่ๆ ร่างกายของนางก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นร้อนรุ่ม

            ------------------------

            [1] ชุดจิ้นจวงหมายถึง ชุดที่มีความทะมัดทะแมง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808