เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 73 นางมาแน่หรือ?

            จิ้งจอกน้อยกระโดดลงพื้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหนีหายไป

            อิ๋งเฟิงยืนนิ่งเป็นหินอยู่ท่ามกลางสายลม

            บอกว่าจะสามัคคีปรองดองกันไม่ใช่หรือ?

            จิ้งจอกจอมหลอกลวง!

            ไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนบอกว่าจิ้งจอกมีนิสัยเจ้าเล่ห์เหลือร้าย

            ไม่อยากคิดว่าขาของเขาจะเป็นอย่างไร...

            ยามดึก

            บนยอดเขาที่ไร้ผู้คนในเขตล่าสัตว์ของราชวงศ์

            เงาร่างสีดำสายหนึ่งยืนต้านลมชายเสื้อสีดำถูกสายลมหนาวของราตรีในเหมันตฤดูพัดจนเกิดเสียง

            แววตาของเขาดูราวกับอาบยาพิษเขามองไปยังสถานที่ที่จุดไฟสว่างไสวราวกับประดับประดาไปด้วยดวงดาวในเขตล่าสัตว์

            “นางมาแน่หรือ?”

            น้ำเสียงของเขาแหบพร่าระคายหูยิ่งกว่าเสียงเคาะทองแดงเสียอีก

            “ขอรับข้าน้อยไปตรวจสอบด้วยตนเอง”

            “ดีคราวนี้ข้าจะทำให้นางมาแล้วไม่ได้กลับไปอีก!”

            สายสมอันเย็นยะเยือกไม่สามารถปิดบังไอสังหารเข้มข้นในน้ำเสียงได้ชวนให้ผู้คนหายใจไม่ออก

            แสงรุ่งอรุณมาเยือนแล้วหมอกจางหายไป

            ท้องฟ้าที่ถูกสายฝนปรอยชะล้างมาทั้งคืนดูแจ่มใสกลิ่นดินโคลนเปียกชื้นลอยมากับอากาศ

            ‘ตึกๆๆ...’

            เสียงเคาะสามครั้งเป็นสัญญาณของการรวมตัว

            โลหิตพลุ่งพล่านแม้แต่ผืนดินยังสั่นสะเทือน

            วันนี้ฮั่วเยี่ยนไหวสวมชุดคลุมยาวปักลายงูหลามสีม่วงเข้มเส้นผมยาวถูกรวบขึ้นสูง ไข่มุกบูรพาขนาดเท่าไข่ห่านเม็ดหนึ่งประดับอยู่บนกวาน ดูงดงามและเรืองรองภายใต้แสงอาทิตย์

            ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายสูงส่งและน่าเกรงขามออกมาอย่างเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เกิด

            ด้านหลังของเขาคือโหยวพิงถิงในชุดจิ้นจวงสีเหลืองอ่อนที่ดูสง่างาม

            เนื่องจากวันนี้ต้องขี่ม้าจึงไม่เหมาะที่จะสวมกระโปรงสตรีที่จะเข้าร่วมการล่าสัตว์ในวสันตฤดูจึงเปลี่ยนไปสวมชุดจิ้นจวงที่สะดวกสบายกว่า

            โหยวพิงถิงสวมเครื่องประดับเล็กน้อยมีเพียงฮวาเตี้ยน[1]สีเหลืองอ่อนอันประณีตตรงหว่างคิ้วและการประทินโฉมที่วิจิตรงดงาม

            นางดูราวกับกระต่ายที่กำลังขลาดกลัวโดยเดินตามหลังฮั่วเยี่ยนไหวติดๆ และไม่สนทนากับสตรีนางอื่นเลย

            เห็นได้ชัดว่าท่าทีของนางดูไม่เข้าพวกกับท่าทีอันอบอุ่นและกระตือรือร้นของผู้อื่น

            ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางยิ่งดูน่าสงสารและปวดใจเมื่อได้มอง

            “พี่สะใภ้ ท่านมาแล้ว”

            น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้นชวนให้รู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจ

            ภายในลานแห่งนี้ นอกจากฮั่วเยี่ยนไหวที่ทำให้หญิงงามผู้นี้เผยรอยยิ้มได้แล้วอีกคนก็คงเป็นไป๋เซี่ยเหอ

            เมื่อถูกโหยวพิงถิงเรียกขานเช่นนี้ไป๋เซี่ยเหอที่เดิมทีคิดจะไปยืนหลบมุมก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนขึ้นมาทันที

            เด็กสาวสวมชุดจิ้นจวงสีฟ้าน้ำทะเลเรือนผมหนาสีดำขลับถูกถักเป็นเปียเล็กๆ แล้วรวบเป็นหางม้า ในความงามเพริศพริ้งนั้นมีความกล้าหาญแฝงอยู่เล็กน้อย

            ไป๋เซี่ยเหอเดินตรงไปหาทั้งสองคนก่อนจะกล่าวทักทายด้วยท่าทีเหินห่าง

            จากนั้นนางก็ตรงไปนั่งลงที่ข้างกายของฮั่วเยี่ยนไหวทันที

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่เอ่ยวาจาใดคนอื่นๆ ไหนเลยจะกล้าพูดมาก

            แม้แต่ฮ่องเต้ยังเข้าข้างเซ่อเจิ้งอ๋องถึงเจ็ดส่วนแล้วพวกเขาคือผู้ใดกัน?

            “จิ้งจอกน้อยอยู่กับเจ้าหรือไม่?”

            หัวใจของไป๋เซี่ยเหอเต้นผิดจังหวะทันที“อืม มันหลับอยู่ในกระโจม”

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่เอ่ยอันใดอีก

            “ท่านอ๋องเหตุใดวันนี้อิ๋งเฟิงถึงไม่ได้ตามท่านมาด้วยเจ้าคะ?”

            จู่ๆโหยวพิงถิงที่นั่งอยู่ข้างหลังทั้งสองคนก็ถามขึ้นมา

            ไป๋เซี่ยเหอหันหน้าไปมองก่อนจะพบว่าผู้ที่ติดตามอยู่ข้างกายของฮั่วเยี่ยนไหวในวันนี้ไม่ใช่อิ๋งเฟิงแม้ว่าจะสวมหน้ากากอินทรีสีเงิน ทว่าโครงหน้าดูไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย

            “เขากำลังทำท่าม้าอยู่”

            ไป๋เซี่ยเหอนึกขึ้นได้ทันทีว่าเมื่อวานฮั่วเยี่ยนไหวสั่งให้อิ๋งเฟิงคอยดูแลจิ้งจอกน้อย ทว่าตอนนั้นนางกำลังจะคืนร่างเป็นมนุษย์จึงต้องรีบหนีไป

            คิดไม่ถึงว่านางจะทำร้ายอิ๋งเฟิงผู้น่าสงสารอีกครา

            ตอนนี้บริเวณด้านนอกของกระโจมหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนักมีบุรุษในชุดจิ้นจวงสีดำผู้หนึ่งกำลังทำท่าม้าอยู่ ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นเทิ้มเหงื่อไหลรินลงมาตามขมับราวกับสายฝน

            “ฮัดชิ้ว”

            อิ๋งเฟิงเอามือถูจมูก เขาแหงนหน้ามองฟ้าแววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “จามเสียแล้ว แสดงว่ามีคนกำลังคิดถึงข้าใช่ท่านอ๋องหรือไม่?ท่านอ๋องยกโทษให้ข้าแล้วสินะ”

            ณ เขตล่าสัตว์

            ผู้คนมากันพร้อมหน้า

            “เวลาอันเป็นมงคลมาถึงแล้วฝ่าบาท โปรดทรงยิงธนูดอกแรกด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            ข้าราชบริพารจะปล่อยเหยี่ยวที่ได้ตระเตรียมเอาไว้จากนั้นฮ่องเต้จะยิงมันด้วยลูกธนูหนึ่งดอก

            ความหมายโดยนัยของธรรมเนียมนี้คืออวยพรให้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

            นี่คือธรรมเนียมที่มีมานับตั้งแต่โบราณกาลและไม่อาจทำลายลงได้

            “เมื่อวานเราบาดเจ็บที่มือให้เซ่อเจิ้งอ๋องยิงแทนก็แล้วกัน”

            ทุกคนเงียบเสียงลงทันที

            สายตาของพวกเขามองไปที่แขนของฮ่องเต้

            ดูแล้วก็ไม่มีอาการผิดปกติแม้แต่น้อยไหนเลยจะได้รับบาดเจ็บ?

            ทว่าแม้จะรู้ว่าฮ่องเต้ไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด ก็ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้ง

            “เสด็จพ่อนี่ไม่ค่อยดีกระมังพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮั่วหมิงเชินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหแม้ว่าเสด็จพ่อจะบาดเจ็บที่มือ ก็ควรให้เขาที่เป็นไท่จื่อยิงธนูแทนสิส่วนคนอื่นนับเป็นอะไรกัน?

            “เจ้าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเราหรือ?”

            น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลงอย่างฉับพลันกดดันให้ฮั่วหมิงเชินจำต้องคุกเข่าลง

            “ลูกมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

            ไป๋หว่านหนิงที่นั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนไหนเลยจะไม่โมโหส้มสีเหลืองทองผลหนึ่งถูกนางบีบจนเละ

            นางปรารถนาให้สิ่งที่นางบีบในเวลานี้ไม่ใช่ผลส้มทว่าเป็นศีรษะของไป๋เซี่ยเหอ!

            อาศัยอะไรนางถึงถูกประทานสมรสแก่เซ่อเจิ้งอ๋องทั้งที่นางกับไท่จื่อถอนหมั้นกันแล้ว?

            อาศัยอะไรเซ่อเจิ้งอ๋องที่ไม่ชอบใกล้ชิดกับสตรีถึงได้ปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดีปานนั้น?

            อาศัยอะไรทุกคนถึงดูเหมือนจะอยู่ฝั่งเดียวกับไป๋เซี่ยเหอและเซ่อเจิ้งอ๋องไปเสียหมด?

            ไม่ยุติธรรม!

            ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!

            ใบหน้าของไป๋หว่านหนิงที่ประทินโฉมอย่างงดงามแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวและดุร้าย

            ทันใดนั้นก็ราวกับคิดอะไรได้แววตาของนางมีไอสังหารพลุ่งพล่าน มุมปากยกขึ้นอย่างเลือดเย็น

            “ข้าจะให้คู่ชายโฉดหญิงชั่วอย่างพวกเจ้าลำพองใจต่อไปจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก็แล้วกัน!”

            เดิมทีน้ำเสียงของนางก็ทุ้มต่ำอยู่แล้วจึงถูกเสียงเอะอะโวยวายของผู้อื่นกลบไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีผู้ใดได้ยินคำกล่าวของนาง

            ฮั่วเยี่ยนไหวลุกขึ้นยืนเขาไม่รับคันธนูที่ข้าราชบริพารส่งมาให้

            ทว่ากลับหยิบลูกธนูอันแหลมคมขึ้นมาดอกหนึ่งก่อนจะขว้างมันออกไป การกระทำนั้นราวกับเมฆาล่องสายน้ำไหล

            สิ่งที่น่าตกใจก็คือ เหยี่ยวตัวนั้นบินอยู่บนท้องฟ้าในระยะที่ไกลมากทว่าเขากลับขว้างลูกธนูใส่มันด้วยมือเปล่า!

            ร่างของเหยี่ยวที่มีลูกธนูปักตรึงไว้ตกลงบนพื้นอย่างแรง

            “ยอดเยี่ยม ไม่เสียทีที่เป็นเซ่อเจิ้งอ๋องเทพสงครามของพวกเรา!”

            เซ่อเจิ้งอ๋องหรือฮั่วเยี่ยนไหวมีพรสวรรค์โดยกำเนิดอายุสองปีรู้หนังสือท่องตำราได้ อายุหกปีได้รับการสั่งสอนจากฮ่องเต้องค์ก่อน อายุแปดปีติดตามแม่ทัพโหยวออกไปต่อสู้อายุสิบสี่ปีนำทัพออกศึก ยึดชายแดนคืน และยุติความไม่สงบ

            ความดีความชอบทางการทหารมากมายนับไม่ถ้วยตอนนั้นทุกคนต่างคิดว่าเขาจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮ่องเต้

            อันที่จริงฮ่องเต้องค์ก่อนก็มีความคิดเช่นนี้จริงๆ

            เพียงแต่ตอนเกิดสงครามใหญ่ครั้งนั้นหลังจากสองพี่น้องกลับมาจากการกรำศึก ทั้งสองคนก็ดูแตกต่างกันราวกับน้ำและไฟความผูกพันบังเกิด ตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

            ต่อมาเมื่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์ฮั่วเยี่ยนไหวก็ถูกแต่งตั้งเป็นเซ่อเจิ้งอ๋อง

            ไม่มีผู้ใดทราบว่าเมื่อปีนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่

            ธรรมเนียมการเปิดงานด้วยการขว้างลูกธนูของฮั่วเยี่ยนไหวได้กระตุ้นความตื่นเต้นให้กับผู้คนเสียงเกือกม้าดังกึกก้อง ฝุ่นลอยคละคลุ้ง ทุกคนแย่งกันวิ่งเข้าไปในป่าด้านหลัง

            ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะได้รับรางวัลใหญ่อันแสนลึกลับ

            ยิ่งลึกลับก็ยิ่งเย้ายวน!

            “เจ้าไปกับข้า”

            จู่ๆ ก็มีเงาดำบดบังไป๋เซี่ยเหอที่กำลังเลือกม้าอย่างสบายอารมณ์

            ฮั่วเยี่ยนไหวนั่งอยู่บนหลังม้าลวดลายงูเหลือมบนอาภรณ์ถูกปักด้วยด้ายสีทอง ดูเป็นประกายเรืองรองภายใต้แสงอาทิตย์

            นางไม่ตอบ ผู้คนล้วนทยอยจากไปไกลแล้ว

            ฮั่วเยี่ยนไหวเลิกคิ้ว“ยังเหม่ออยู่อีก?”

            เมื่อไป๋เซี่ยเหอได้สติกลับมานางก็ยื่นมือออกไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว นางถูกดึงขึ้นมาบนม้าและนั่งอยู่ด้านหน้าในอ้อมแขนของเขาโพรงจมูกของนางอบอวลไปด้วยกลิ่นสะระแหน่เย็นอันคุ้นเคยที่นางชื่นชอบ

            ------------------------

            [1] ฮวาเตี้ยนหมายถึง การเขียนชาดเป็นรูปดอกไม้บนหน้าผาก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138