บทที่ 25: มุ่งสู่จุดเกิดเหตุ (Move to The Scene of Incident)
ใบหน้าอันเหี้ยมโหดของเทศมนตรีเมืองเกียวโตผู้นี้มันช่างราวกับอสูรร้ายยิ่งนัก สายตาที่เขามองมานั้นช่างเต็มไปด้วยรังสีเพชฌฆาตแห่งความอำมหิตยิ่งนัก เขาถอนหายใจสักพักก่อนที่จะพูดต่อว่า“มันทำกับพวกเรามากเกินไปแล้ว มันทำให้ลูกชายผมถูกย่างสดภายในรถที่เมืองยามาชินะ”ชายนักธุรกิจคนหนึ่งที่มากับเทศมนตรีเมืองเกียวโตก็พูดต่อด้วยความแค้นว่า“มันฆ่าลูกผมตายที่ริมถนนในเมืองยามาชินะ”“ส่วนลูกฉันก็ต้องมาตายเพราะรถระเบิดจนไฟไหม้พลิกคว่ำที่กลางถนนในเมืองยามาชินะเหมือนกัน” คุณนายหญิงคนหนึ่งก็พูดต่อด้วยความแค้นด้วยเช่นกัน“ถ้าไม่มีใครทำอะไรสักอย่าง ทั้งประเทศก็จะชิบหายวาดวอดกันไปหมด”เหล่าบรรดาผู้คนที่อยู่หน้าประตูรั้วต่างก็คล้อยไปตามกับเทศมนตรีเมืองเกียวโตคนนี้“ฉันก็จะไม่ยอมให้ลูกฉันต้องมาตายฟรีเหมือนกัน”“ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน”ทันใดนั้นก็ได้มีน้ำเสียงห้าวนิดๆ ของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าบ้านว่า“แล้วพวกคุณจะต่อกรกับนางเทวีอสูรฯ ยังไง”ยูกินะรีบก้าวฝีเท้ามายืนข้างเซ็นเคียวผู้เป็นพ่อที่หน้าประตูรั้วก่อนที่จะพูดต่อไปว่า“นางเทวีอสูรฯ ไม่ใช่แค่พญาจิ้งจอก 9 หางอย่างเดียวนะคะ แต่นางเป็นถึงเทพีอิซานามิ เทพธิดาแห่งความตายนะคะ และก็เป็นถึงจ้าวแห่งอสูรโยไคทั้งมวลอีกด้วย”ยูกินะพยายามพูดให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวเป็นการขับไสไล่ส่งผู้คนแบบทางอ้อม“อย่าได้กลัวไป ยังไงซะ มันก็เป็นแค่ปีศาจจิ้งจอก 9 หางก็เท่านั้นแหละ ไม่ต่างอะไรไปกับสัตว์เดรัจฉาน...”เทศมนตรีเมืองเกียวโตเว้นจังหวะสักพักก่อนจะพูดต่อไปว่า “มันไม่สามารถสู้กับโซเคน นักพรตขมังเวทย์ได้”“ใช่ๆๆ นักพรตโซเคนหน่ะเก่งจะตาย เขาเป็นถึงทายาทของเซย์เมย์เชียวนะ สู้เขาไม่ได้หรอก” เหล่าผู้คนต่างก็รู้สึกราวกับว่าเริ่มมีความหวังขึ้นมา“งั้นถ้าพวกคุณคิดว่านางเทวีอสูรฯ อยู่ในบ้านหลังนี้จริง พวกคุณก็เข้ามาค้นกันได้เลย แต่ถ้าค้นแล้วไม่เจอ ฉันจะแจ้งความดำเนินคดีกับพวกคุณทุกคนในคดีข้อหาบุกรุกเคหสถาน” ยูกินะกล่าวเชิงท้าทายและข่มขู่ในเวลาเดียวกันภายในตำหนักหลังเล็กที่ถูกสร้างขึ้นในแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม นักพรตโซเคนที่มีบุคลิกอันน่าเกรงขามกำลังนั่งสมาธิอยู่ตรงหน้าโต๊บูชาแบบขั้นบันไดที่มีการจัดวางชุดอุปกรณ์และของเซ่นไหว้ต่างๆ ในแบบของลัทธิชินโต“ข้ารู้นะว่าพวกเจ้ามาหาข้าทำไม”“เจ้านางเทวีอสูรฯ มันฆ่าลูกชายผม และมันฆ่าพวกชาวบ้านตายไปหลายศพ”เทศมนตรีเมืองเกียวโตเข้ามาร้องทุกข์กับนักพรตขมังเวทย์ที่อยู่ภายในตำหนักแบบญี่ปุ่นโบราณ พร้อมกับผู้คนส่วนหนึ่งที่ติดตามมาด้วย“นางเทวีอสูรฯ มันจะมีอิทธิฤทธิ์ขนาดไหน พวกเจ้าไม่ต้องกลัว...”นักพรตขมังเวทย์หยิบดาบคาตานะขึ้นก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “ข้า...จะไปจัดการมันเอง”เทศมนตรีเมืองเกียวโตและเหล่าผู้คนในตำหนักต่างก็มีความรู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่งที่นักพรตขมังเวทย์ผู้นี้จะช่วยพวกเขาในการจัดการกับนางเทวีอสูรฯในท่ามกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืนอันมืดมิดจนแทบจะมองไม่เห็นหนทาง เจ้าชายฮิโกโบชิและเจ้าหญิงโอริฮิเมะกำลังเดินทางบนหลังซากุระอุชิ ภูติพิทักษ์วัวแห่งบุปผาอยู่บนทางเปลี่ยวที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเปลวไฟสีบานเย็นลุกโชนไปทั่วเขาแหลมยาวทั้งสองข้างที่มีรูปทรงขนาดใหญ่บนหัว พร้อมกับกลีบดอกซากุระนับพันกว่ากลีบที่ลอยฟุ้งออกมา ในระหว่างทางนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งคอยเดินนำทางพวกเขาอยู่ที่ด้านหน้า มือเรียวงามของเธอนั้นพลางถือคบเพลิงที่จุดเปลวไฟเอาไว้ที่บ้านกระท่อมภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนอนซมอยู่บนเสื่อหมอน พลางห่มผ้าด้วยอาการหนาวสั่นราวกับป่วยเป็นไข้ ภายในบ้านกระท่อมนั้นมีแสงจากเทียนไขส่องสว่างอยู่ภายในบ้านอันมืดมิด“แค่กๆๆ” ชายวัยกลางคนผู้นั้นมีอาการไอออกมาเป็นบางครั้ง“พ่อจ๋า อดทนไว้นะ แม่กำลังไปตามท่านองค์ชายกับท่านองค์หญิงอยู่”เด็กชายตัวเล็กนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า พลางพูดกับพ่อด้วยความไร้เดียงสาทางด้านเจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะก็ได้เดินทางมาถึงที่บ้านกระท่อมแห่งนั้น และเด็กชายคนนั้นก็วิ่งออกมาหาทั้งสอง “พี่ๆ ค้าบ ช่วยพ่อผมทีเถอะค้าบ พ่อผมกำลังป่วย”เจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะรีบวิ่งตามเด็กชายเข้าไปในบ้านกระท่อม และเห็นชายวัยกลางคนกำลังนอนซมอยู่ภายในบ้าน เจ้าหญิงโอริฮิเมะรีบนำผ้าขาวที่เธอทอเองกับมือมาให้เจ้าชายฮิโกโบชิทำการปลุกเสกลงบนผ้าขาว ก่อนที่จะนำไปห่มให้กับชายที่นอนซมอยู่บนเสื่อ และนั่งสวดภาวนาต่อทวยเทพ มือเรียวงามนั้นพลางกุมจี้สร้อยอัญมณีมากะทามะไว้ จนมันเรือนแสงออกมาทางด้านเจ้าชายฮิโกโบชิที่อยู่ในท่านั่งทับเท้าตามแบบสไตล์ญี่ปุ่นก็นำผ้าขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว มารองไว้ในถ้วยชามขนาดกลาง ก่อนที่จะนำสมุนไพรรักษาอาการไข้มาใส่ไว้ในถ้วยชามที่มีผ้าขาวมารองไว้ด้านใน และทำการห่อเอาไว้ในลักษณะเป็นก้อนกลม จากนั้นก็ค่อยๆ รินเหล้าขาวใส่ลงบนถ้วยชามที่ได้ใส่ก้อนสมุนไพรที่ถูกห่อเอา ไว้ พลางค่อยๆ เพิ่มความร้อนให้กับเหล้าขาวด้วยพลังเวทย์ทีละระดับ จนทำให้เหล้าขาวนั้นเดือดพล่าน และมีควันลอยฟุ้งขึ้น มาราวกับน้ำที่ถูกต้มจนสุกเหล้าขาวในถ้วยชามนั้นค่อยๆ ถูกก้อนสมุนไพรเปลี่ยนสีจนกลายเป็นสีออกน้ำตาลเข้ม และกลายเป็นเหล้าสมุนไพรที่ใช้ดื่มเพื่อรักษาอาการไข้หลังสิ้นสุดการสวดภาวนาของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ เจ้าชายฮิโกโบชิก็ทำการปรับความร้อนของเหล้าสมุนไพรให้มันอุ่นลงด้วยพลังเวทย์ ก่อนที่ยื่นให้ชายวัยกลางคนดื่มมันเข้าไป ทันทีที่เหล้าอุ่นๆ ผ่านลำคอของชายวัยกลางคน ก็เกิดรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ชายวัยกลางคนนั้นก็ได้หายจากอาการไข้เป็นปลิดทิ้งในทันที มันช่าวราวกับเป็นยาวิเศษยิ่งนักคนในสมาชิกครอบครัวภายในบ้านกระท่อมหลังนี้ ต่างก็โค้งคำนับด้วยความรู้สึกขอบคุณเจ้าชายฮิโกโบชิกับเจ้าหญิงโอริฮิเมะเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองโค้งคำนับตอบกลับเป็นการรับคำขอบคุณ ก่อนที่จะออกมาจากบ้านกระท่อม และเดินทางกลับไปยังพระราชวัง“รุ่นพี่ยูโตะ รุ่นพี่ยูโตะ ใกล้จะถึงนาสุชิโอบาระแล้วนะคะ...”น้ำเสียงอันหวานแหววของโยชิโกะนั้นดังขึ้นในโสตประสาท“รุ่นพี่ยูโตะคะ” น้ำเสียงเอ่ยเรียกในครั้งนี้ทำให้ยูโตะตื่นขึ้นจากในความฝันโดยสมบูรณ์นี่เราฝันแบบนั้นอีกแล้วเหรอเนี่ย“รีบเตรียมตัวกันเถอะยูโตะ ใกล้จะถึงแล้ว”หลังจากที่มาถึงเมืองนาสุในจังหวัดโทชิกิแล้ว ทั้งยูโตะ โยชิโกะ คาริน เอย์จิ และสมาชิกในทีมงานทั้ง 7 คน ก็รีบเดินออกมาจากสถานีรถไฟ และรีบนำอุปกรณ์ขึ้นรถตู้ที่ได้จัดเตรียมไว้ ก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงไปยังที่ราบสูงนาสุ เพื่อจะข่าวเกี่ยวกับก้อนหินเซสโชเซกิที่ได้แตกกระจายลง‘อยู่ไหนกันแล้ว’ ยูโตะที่นั่งอยู่ภายในรถตู้ ทักแชทข้อความถามเพื่อนนักข่าวทั้งสองในกลุ่มทีมนักข่าว NP-News‘ผ่านสถานีนาโกย่ามาได้สักระยะแล้ว’‘กำลังจะถึงตัวเมืองยามาชินะ’ คนที่ทักแชทข้อความตอบกลับก็คือสึคาสะ‘แล้วพวกนายหล่ะ อยู่ไหนกันแล้ว’วาตารุเป็นคนทักข้อความถามกลับพวกยูโตะในกลุ่ม‘พวกเรามาถึงเมืองนาสุแล้วค่ะ รุ่นพี่วาตารุ’‘กำลังมุ่งหน้าไปยังก้อนหินเซสโชเซกิบนที่ราบสูง’โยชิโกะพิมพ์ข้อความตอบกลับ‘เข้าไปในเมืองยามาชินะแล้ว’ นัทสึมิทักแชทข้อความในขณะเดียวกันนั้น ทางด้านนางเทวีอสูรฯ ก็คอยจับตามองยูโตะผ่านภาพฉายที่เกิดจากพลังเวทย์ของเฒ่าปีศาจขมังเวทย์โยโมทสึชิโกเมะ สมุนเอกของนางในขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ภายในพระราชวังในแดนปรภพ“ในที่สุดเจ้าก็ต้องมา อิซานางิ ไม่ว่าเจ้าจะเกิดเป็นเจ้าชายฮิโกโบชิ หรือจะเกิดเป็นใครก็ตาม เจ้าก็จะยังคงเป็นตัวเจ้าอยู่เหมือนเดิม...อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อีกไม่นานนักหรอก เราก็จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง...เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะทำให้เจ้า...ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเหมือนอย่างที่ข้าได้รับ”นางเทวีอสูรฯ ถอนหายใจสักพักก่อนที่จะเอ่ยด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นต่อไปว่า“เจ้าจะต้องชดใช้...ในสิ่งที่เจ้าเคยทำไว้กับข้า อิซานางิ”นางเทวีอสูรฯ นั่งบนบัลลังก์ในลักษณะท่านั่งไขว่ห้าง นิ้วมือเรียวยาวนั้นสัมผัสที่ใบหน้างามอย่างแผ่วเบา ทวยเทพ ณ ที่นี้ หมายถึงเทพเจ้าญี่ปุ่นในลัทธิชินโต