ครืน------!!!!
เสียงของแรงสั่นะเืที่ดังกึกก้องกังวานไปทั่วโพรงใต้ดินแห่งนี้
“เฮ้ย! แกน่ะมาทางนี้เซ้!”
“ซ้า-----!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่หันไปหาบีสที่ะโใส่มันพร้อมกลับคำรามคู่ตัวเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าตัวมันที่กำลังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิด
“ฮึ!”
บีสที่เห็นว่ามันให้ความสนใจตัวเขาแล้วจึงได้วิ่งไปทางด้านซ้ายของเ้างูศิลาหินั์ ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-! เ้างูศิลาหินั์ที่เห็นแบบนั้นมันจึงเผยอเกล็ดที่บนหางของมันขึ้นมาและหันทั้งหมดไปทางที่ๆบีสกำลังวิ่งไปเล็งเป้าแล้วยิงหนามออกไปใสตัวเขา จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว! หนามนับสิบที่ได้ถูกยิงออกไปเข้าไปใส่บีสด้วยความเร็วที่เท่ากับะุปืนพก
“ฮึ!”
บีสที่เห็นแบบนั้นได้แสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะเอนตัวหลบหนามที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดายโดยที่ความเร็วในการวิ่งนั้นไม่ตกลงเลยแม้แต่น้อย
บีสที่กำลังวิ่งอยู่เป้าหมายของเขานั้นนั่นก็คือก้อนหินขนาดใหญ่ที่กองอยู่บนพื้นตรงหน้าของเขา ตึ้ง! เขาที่ไปถึงกองหินได้ใช้มือของตัวเขาชกเข้าไปที่หินก้อนหนึ่งที่วางอยู่ตรงนั้น ครืน-! เขาได้ใช้มือที่จิกอยู่ในหินก้อนนั้นยกมันขึ้นมาด้วยมือเพียงแค่ข้างเดียว
“ไอ้เ้าั์!เอานี่ไปกินซะ---!”
ครืน-!เขาได้หมุนตัวเหวี่ยงหินก้อนนั้นเข้าไปใส่เ้างูศิลาหินั์
หินที่ถูกโยนออกไปจากมือของบีสได้พุ่งเข้าไปใส่เ้างูศิลาหินั์ด้วยความเร็วและแรงพอๆกันกับหนามที่มันยิงออกมาใสตัวเขา ตึ้ง! หินก้อนนั้นได้พุ่งเข้าไปปะทะเข้าที่หน้าของเ้างูศิลาหินั์อย่างจัง
“ซ้า----!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่โดนหินคว้าใส่ได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วด
“ซ้า----!!!”
เ้างูศิลาหินั์ได้คำรามออกมาใส่บีสที่ตัวมันนั้นกำลังจ้องมองตัวเขาอยู่ด้วยความโกรธ คลืน!คลืน!คลืน!คลืน!คลืน!คลืน! มันได้ยอหัวอันใหญ่โต้ของมันลงมาปรากฎให้เห็นเกล็ดจำนวนมากที่อยู่บนหลังหัวของมันที่ได้เผยอขึ้นมาแล้วทั้งหมดนั่นกำลังเล็งมาที่บีสอยู่
“ซ้า----!!!”
จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว! หนามปลายแหลมจำนวนมากได้ถูกยิงออกมาจากเกล็ดที่เผยอขึ้นมาของมันพุ่งเข้าใส่บีสที่ยืนอยู่ตรงหน้าของมันด้วยความเร็วที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ชิ!”
บีสที่แสดงสีหน้าที่ไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนได้รีบวิ่งด้วยความเร็วไปยังหินขนาดใหญ่ที่กองอยู่ข้างๆตัวเขาในทันที ตึ้ง! เมื่อเขาไปถึงเขาก็ได้ใช้มือชกเข้าไปในหินก้อนนั้นแบบเดียวกันกับหินก้อนที่แล้ว ครืน-! เข้าได้ยกหินก้อนนั้นขึ้นแล้วโยนมันออกไปใส่หนามที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตัวเขา ตึ้ง! แต่หนามที่โดนหินคว้าใส่อันนั้นก็ไม่ได้รับผลอะไรจากหินก้อนนั้นเลยมันยังคงพุ่งเข้ามาหาบึสด้วยความเร็วสูงอยู่เช่นเดิมแต่บีสที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้แปลกใจหรือใอะไรเลย เขารู้อยู่แล้วว่ามันจะไม่ได้ผลเพราะแบบนั้นเขาจึงได้เตรียมหินอีกสองก้อนเอาไว้ในมือของเขาเรียบร้อยแล้ว คลืน-!คลืน-! เข้าได้คว้าหินขนาดใหญ่อีกสองก้อนเข้าไปใส่หนามอันนั้นที่ถูกหินอันแรกคว้าใส่ ตึ้ง!ตึ้ง! คลืน~! หนามที่โดนหินคว้าเข้าใส่ถึงสามครั้งติดได้กระเด็นไปหาบีสอย่างช้าๆ หมับ! เขาได้ใช้มือขวาจับหนามอันนั้นที่กระเด็นเข้ามาหาตัวเขาเอาไว้
“หึ!”
บีสได้กำหนามในมือเอาไว้แน่นแล้วใช้มันตีเข้าไปยังหนามอันอื่นๆที่ได้พุ่งเข้ามาหาตัวเขาด้วยความเร็วเท่ากับะุปืนพก คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง!คลืน-!ตึ้ง! หนามนับสิบที่พุ่งเข้ามาได้ถูกบีสใช้หนามในมือตีพวกมันจนกระเด็นออกไปจากตัวเขาตกลงกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้นไปหมด
“ฮ่าฮะ!ฮ่าฮะ!ฮ่าฮะ! อะไรกัน---แกมีดีแค่นี้เองงั้นเหรอ!ฮะ!”
บีสที่ยืนยืดอกะโออกมาใส่เ้างูศิลาหินั์พร้อมกับใช้หนามในมือชี้ไปยังใบหน้าที่ใหญ่โต้ของมันด้วยท่าทางที่ราวกับว่ากำลังยั่วโมโหมันอยู่ไม่มีผิด
“ซ้า----!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่เห็นแบบนั้นได้คำรามออกมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมกลับชูหัวอันใหญ่โต้ของมันขึ้น้าด้วย
“เฮอะ! ดูเหมื่อนว่าแกจะโกรธมากขึ้นกว่าเดิมแล้วสินะ…”
(เร็วเข้าเถอะเ้าหนูทั้งสอง...ข้าผู้นี้คงจะล่อมันเอาไว้ได้อีกไม่นามหรอกจะทำอะไรก็รีบๆทำเข้าเถอะ!...)
ตัดมาที่อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกัน ยูโตะกับวีวแลนที่หลบอยู่หลังหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งที่กองอยู่ตรงข้างๆกับผนังของโพรงขนาดใหญ่แห่งนี้ เพื่อหลบจากสายตาของเ้างูศิลาหินั์และกำลังวางแผ่นที่จะจัดการกับมันอยู่
“ตอนนี้หัวหน้าบีสกำลังล่อเ้างูั์นั้นอยู่...พวกเราจะต้องรีบแล้วล่ะยูโตะ…”
วีวแลนที่กำลังมองดูการต่อสู้ของบีสกับเ้างูศิลาหินั์อยู่ด้วยสายตาที่เป็ห่วงเขาได้พูดออกมาพร้อมกับหันหลังกลับมาหายูโตะที่อยู่ที่ด้านหลังของตัวเขา แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นก็คือยูโตะที่กำลังนั่งหลับตาพิงผนังโพรงอยู่
“ยูโตะ! นี่ไม่ใช้เวลาจะมาหลับนะ!”
วีวแลนที่ะโออกมาได้เข้าไปหายูโตะแล้วใช้มือทั้งสองข้างเขย่าตัวของยูโตะที่นั่งหรับตาพิงผนังโพรงอยู่
“นายจะมาหลับไม่ได้นะ!ตื่นสิๆ”
“อ่า...อ่า...อ่า…เฮ้ย! ไม่ได้หลับซะหน่อย!...”
ยูโตะที่หลับตาอยู่ได้ลืมตาขึ้นมาเพราะรำคาญวีวแลนที่กำลังเขย่าตัวเขาไปมาอยู่
“ให้ตายสิ...ตัวข้าไม่ได้หลับซะหน่อย ตัวข้ากำลังจินตนาการแผ่นการต่างๆอยู่ในหัวของตัวข้าต่างหากล่ะ!”
ยูโตะที่บอกสิ่งที่ตัวเขากำลังทำอยู่ให้กลับวีวแลนได้รับรู้ พร้อมกับใช้นิ่วนวดระหว่างตาของตนเองเพื่อปรับจูนสมองของตนพร้อมกลับเรียบเรียงแผ่นการต่างๆที่อยู่ในหัวของตัวเขาให้ออกมาเป็รูปร่าง
“...งะ....งั้นหรอ โทษทีนะพอดีฉันลนลานไปหน่อย...”
วีวแลนได้พูดออกมาพร้อมกลับเกาหัวของตนเองไปมาด้วย
“...แล้วนายได้แผ่นการอะไรดีๆมาบ้างรึป่าวล่ะ?”
วีวแลนที่มองมาที่ยูโตะพร้อมกลับถามออกมาด้วยความสงสัย
“...เฮ้อ~ให้ตายสิ เพราะนายเลยทำให้ตัวข้าไม่เห็นภาพรวมของแผ่นการทั้งหมดที่วางเอาไว้เลย…”
ยูโตะที่เกาหัวของตนเองอยู่ได้ตอบคำถามของวีวแลน
“ฮะ...ฮะ...ขอโทษ…”
วีวแลนที่สำนึกผิดแล้วพูดขอโทษออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เบาและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ยูโตะที่เห็นแบบนั้นจึงถอนหายใจออกมาแล้วพูดออกมาใส่วีวแลนด้วยนํ้าเสียงที่มีความรู้สึกผิดปนอยู่เล็กน้อย
“เฮ้อ~เอาเถอะ ที่จริงก็ได้แผ่นการที่พอจะเป็ไปได้มาแล้วล่ะ…”
“จริงงั้นเหรอ! แล้วแผ่นการเป็แบบไหนล่ะ”
วีวแลนที่พูดออกมาพร้อมกลับดวงตาที่เป็ประกายอีกครั้ง แล้วเมื่อตัวเขากลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้วตัวเขาได้ถามแผ่นการจากยูโตะอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น
“เฮ้อ~ให้ตายสินายเนี่ยนะ…”
ยูโตะที่กำลังจะดุวีวแลนได้หยุดพูดไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นดวงตาที่เป็ประกายของตัวเขา…
“เฮ้อ~เอาเหอะ...ต่อจากนี้ตัวข้าจะบอกแผ่นการแค่รอบเดียวเพราะฉะนั้นฟังเอาไว้ให้ดีๆล่ะ”
ยูโตะที่พูดออกมาอีกครั้งได้บอกกลับวีวแลนให้ตั้งสมาธิเตรียมพร้อมฟังแผ่นการที่เขากำลังจะบอกให้ดีๆ
“อื่อ เข้าใจแล้ว!”
วีวแลนได้ตอบรับด้วยเสียงที่หนักแน่นแล้วเตรียมพร้อมรับฟังแผ่นการของยูโตะ
“อื่อ ถ้างั้นเอาล่ะนะ!”
ยูโตะได้หรับตาแล้วสูดหายใจลึกๆเข้าไปหนึ่งครั้งก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาแล้วเริ่มพูดแผ่นการที่ตนเองคิดเอาไว้ออกมาด้วยนํ้าเสียงที่จริงจังให้กลับวีวแลนได้รับรู้
“ด้วยร่างกายอันใหญ่โต้ของมันการที่จะหยุดมันด้วยพลังกายของพวกเรานั้นเป็เื่ที่ยากเพราะฉะนั้นพวกเราจำเป็จะต้องใช้พื้นที่โดยรอบเข้ามาช่วยในแผ่นการในครั้งนี้ด้วย…”
“ใช้พื้นที่รอบๆงั้นเหรอ? อย่างไงล่ะ”
ยูโตะได้เดินไปที่หินก้อนที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่แล้วชะโงกหน้าออกมาจากหินก้อนนั้นแล้วใช้นิ่วชี้ไปที่เนินดินที่กลายเป็หินที่อยู่ตรงข้างๆกับเ้างูศิลาหินั์ที่กำลังโดนบีสดึงดูดความสนใจเอาไว้อยู่
“เราจะใช้เนินนั่นให้เป็ประโยชน์”
วีวแลนที่เดินมาข้างๆยูโตะได้มองไปที่เนินนั่นเช่นกันแล้วถามออกมาด้วยความสงสัย
“แล้วเราจะใช้มันยังไงล่ะ?”
“พวกเราจะล่อมันให้เลื้อยไปมาวนรอบๆเนินนั่นจนตัวของมันพันเข้ากับเนิน แล้วหลังจากนั้นพวกเราจะวิ่งขึ้นไปบนหลังของมันแล้วหลอกล่อให้มันยิงหนามออกมาจากรอบทิศทางเข้าไปใส่เนินดินที่กลายเป็หินจนมันถลายลงมาทับตัวมัน...”
“เดี๋ยวก่อน!”
วีวแลนได้พูดออกมาขัดยูโตะที่กำลังบรรยายแผ่นการของตนเองอยู่
“หนามพวกนั่นจะแรงพอที่จะทำลายเนินนั่นได้งั้นเหรอ?”
“หนามพวกนั้นน่ะแรงพอที่จะยิงทะลุกำแพงของโพรงแห่งนี้ได้แบบสบายๆเลยนะ กะอีแค่เนินดินที่กลายเป็หินมันยิงเข้าได้สบายๆอย่างแน่นอน แล้วถ้ายิงจากรอบด้านล่ะก็จะทำให้มันถลมลงมาได้อย่างแน่นอน...”
“หือ...แล้วเ้างูั์ตัวนั้นจะตามพวกเรามาแน่ๆงั้นเหรอ?”
“จะต้องตามมาอย่างแน่นอนเพราะตัวข้าจะเป็คนบังคับตัวมันให้ไปยังที่นั้นเองไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก...”
“แล้วหลังจากที่เนินถล่มลงมาทับมันแล้วจะเอายังไงต่อล่ะ ด้วยขนาดตัวของมันกะอีแค่เศษเนินดินที่กลายเป็หินไม่น่าจะหยุดมันได้และที่สำคัญแผ่นการนี้มันจะได้ผลจริงๆงั้นเหรอ?”
วีวแลนที่ยิงคำถามออกมารั่วๆเข้าใส่ยูโตะจนตัวเขานั้นรำคาญจนต้องถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“เฮ้อ~!ให้ตายสินายเนี่ยจะวิตกกังวลไปถึงไหนกันเนี่ย ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกหลังจากที่มันโดนทับพวกเราจะเข้าไปใช้หนามของมันทิ่มแทงเข้าไปที่ดวงตาของมัน ตัวมันที่มองไม่เห็นจะไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีเผด็จศึกของพวกเราได้แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็จะเป็ผ่ายที่จะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน”
“การโจมตีเผด็จศึกงั้นเหรอ?แล้วมันคืออะไรล่ะ”
วีวแลนๆได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
“ตัวข้าไม่รู้หรอก…”
“นายไม่รู้งั้นเหรอ? หมายความว่ายังไงเนี่ยยูโตะ”
“เื่นั้นคนที่จะปิดฉากมันไม่ใช้พวกเราแต่เป็ลาโน่ต่างหากล่ะ”
“ลาโน่?....อ่อหัวหน้าหน่วย มิราเคิล ฉายาผู้ใช้เวทย์มนต์แห่งอาร์คพ่อมดสีครามคนนั้นงั้นเหรอเขาอยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ”
“อือ ใช้แล้วเขาอยู่ที่นี่ด้วยคนที่บอกให้ตัวข้าถ่วงเวลามันเอาไว้ก็คือเขานั่นแหละ”
“”งั้นเหรอแล้วจะเชื่อใจเขาได้มากน้อยแค่ไหนล่ะ จะปิดฉากมันได้จริงรึป่าวก็ไม่รู้”
“ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกเข้าจะต้องปิดฉากมันได้อย่างแน่นอน ตัวข้าเชื่อมั้นในตัวเขาเหมือนกันกับที่ตัวข้าเชื่อมันในตัวของนายกับลาน่านั่นแหละ”
ยูโตะที่ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่มีความเชื่อมันอันแรงกล้า วีวแลนที่เห็นแบบนั้นได้ทำหน้าอึ้งไปคู่นึ่งก่อนที่จะมองกลับไปด้วยสีหน้าที่เชื่อมันในตัวพวกพ้องแล้วพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
“โอ้! ถ้านายว่าอย่างงั้นล่ะก็ฉันก็จะเอาตามนั้นด้วยในแบบเดียวกันกับที่นายเชื่อมันนั้นแหละ!”
“...”
(ให้ตายสิเ้าบ้าไม่เห็นจะต้องะโออกมาเลยเดี๋ยวเ้างูนั้นก็รู้ตัวหรอก...เฮ้ย~ให้ตายสินายเนี่ยก็เป็ซะแบบนี้เสมอเลยนะ บางทีความร่าเริ่งของนายอาจจะเป็ตัวช่วยให้พวกเราทุกคนมีกำลังใจขึ้นมาก็ได้นะ ถึงบางครั้งการกระทำของนายแต่ล่ะครั้งเกือบที่ทำให้พวกเราต้องลำบากไปบ้างก็เถอะ แต่ว่าถึงจะเป็แบบนั้นเขาก็เป็คนที่รวมจิตรใจของพวกเราเอาไว้ด้วยกันเสมอ เช่นเดียวกันกับลาน่าเธอมักจะคอยช่วยเหลื่อพวกเราอยู่ตลอดเวลา ส่วนตัวข้าก็จะคอยจัดการกับศัตรูทุกคนที่จะเข้ามาทำลายพวกเรา นั้นแหละคือสายสัมพันธ์ของพวกเราทั้งสามคนไม่ใช้แค่นั้นพวกเรายังเป็ครอบครัวที่ไม่อาจมีอะไรมาแทนกันได้อีก เพราะฉะนั้นพวกเราจะไม่มีวันหักหลังกันอย่างเด็ดขาดแล้วจะคอยต่อสู้และผจญภัยไปเคียงข้างกันทั้งสามคนตลอดไป)
“หึ...ให้ตายสิ!ก็สมกับเป็ตัวนายดีนะ”
ยูโตะที่เดินมาตรงหน้าของวีวแลน ตัวเขาได้กำหมัดแล้วยืนมือขวาที่กำหมัดอยู่ออกไปหาวีวแลนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ถ้างั้นพวกเราออกไปลุยด้วยกันเลยมั้ยสหายของตัวข้า”
“อือ! แน่นอนออกไปลุยด้วยกันเถอะพวกพ้องของฉัน!”
วีวแลนที่พูดอออกมาได้ยืนมือที่กำหมัดอยู่ออกไปเช่นกัน
ตึ้ง! ทั้งสองคนได้ใช้มือที่ยืนออกไปชนหมัดกันแล้วเดินออกไปจากหินก้อนนั้น เดินเข้าไปสู่การต่อสู้ที่แท้จริงที่กำลังรอคอยพวกเขาอยู่
ตึ้ง!ๆทั้งสองคนได้วิ่งออกมาจากหินขนาดใหญ่เข้าไปหาเ้างูศิลาหินั์ที่กำลังยิงหนามนับสิบเข้าใสบีสที่กำลังหลบการโจมตีของมันแล้วคว้าเศษหินขนาดใหญ่เข้าใส่เ้างูั์ไปพร้อมกันด้วย
“เดี๋ยวตัวข้าจะไปล่อมันให้เข้าไปหาเนินเอง ส่วนนายไปบอกแผ่นการกับเ้าตัวใหญ่โอเคนะ!”
ยูโตะที่วิ่งอยู่ได้หันไปหาวีวแลนแล้วฝากให้ตัวเขาไปบอกแผ่นการกับบีสให้ด้วย
“อือ! เข้าใจแล้ว แต่เดี๋ยวนะไม่ใช้เ้าตัวใหญ่แต่เป็หัวหน้าบีสต่างหากล่ะ จำให้ได้สักทีสิ!”
วีวแลนได้หันกลับมาตอบยูโตะ
“เฮ้อ-!ยังไงก็ช่างเหอะ!”
ยูโตะได้ตอบกลับก่อนที่ตัวเขาจะวิ่งแยกออกไปตรงไปที่เ้างูศิลาหินั์ ส่วนวีวแลนนั้นแยกไปหาบีสเพื่อบอกแผ่นการทั้งหมดให้ตัวเขาได้รับรู้
ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ยูโตะที่วิ่งเข้าไปหาเ้างูศิลาหินั์ที่กำลังหยุดนิ่งและมีสมาธิอยู่กับการยิงหนามเข้าใสบีส ตึ้ง! ครืน! ตึ้ง! ยูโตะได้ะโขึ้นไปบนหลังหางของเ้างูศิลาหินั์ ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ยูโตะได้วิ่งไปด้วยความเร็วบนหางของมันมุ่งไปยังหัวของเ้างูศิลาหินั์ ครืน! เ้างูศิลาหินยักบ์ที่เริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนวิ่งขึ้นมาบนหลังของมัน ครืน!ครืน!ครืน!ครืน!ครืน! มันจึงได้เผยอเกล็ดจำนวนมากของมันขึ้นมาเป็แถวเรียงรายกันทางด้านขวาของเส้นทางที่ยูโตะกำลังจะวิ่งเข้าไปเพื่อไปยังหัวของตัวมัน
“เฮ้อ~ก็ไม่คิดหรอกว่ามันจะง่าย...ให้ตายสิจะเข้ามาก็เข้ามาเลยไอ้เ้างูบ้า!”
ตึ้ง!ๆ ยูโตะได้วิ่งเข้าไปหาเกล็ดพวกนั้นด้วยความเร็วโดยไร้ซึ่งความลังเลใดๆ จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว! เ้างูศิลาหินั์ที่รับรู้ว่ายูโตะกำลังวิ่งเข้ามามันจึงได้กะจังหวะแล้วยิงหนามออกมาในจังหวะที่ยูโตะนั้นได้วิ่งมาถึงตรงหน้าเกล็ดแบบพอดีจนน่าเหลือเชื่อ
“หึ!”
ควับ! ยูโตะที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วได้หมุนตัวคว้าจับหนามอันแรกที่พุ่งเข้ามาหาตัวเขาเอาไว้ในมือขวาของตนแล้ววิ่งต่อไป ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! เขาได้ใช้หนามในมือขวาของตนฟันออกไปปัดป้องหนามอันอื่อๆที่พุ่งเข้ามาหาตัวเขาที่กำลังวิ่งขึ้นไปยังหัวของเ้างูศิลาหินั์โดยที่ความเร็วนั้นไม่ตกลงเลยแม้แต่นิดเดียว
คลืน!คลืน!คลืน!คลืน!คลืน!คลืน!คลืน! เ้างูศิลาหินั์ที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเกล็ดแถวเดียวนั้นไม่สามารถหยุดยูโตะได้มันจึงเผยอเกล็ดออกมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็แถวที่สองเรียงรายทางด้านซ้ายของยูโตะ ในตอนนี้นั้นเส้นทางที่จะไปถึงหัวของเ้างูศิลาหินั์ได้มีแถวของเกล็ดนับสิบเรียงรายกันเหมือนกำลังรอตอนรับยูโตะที่กำลังวิ่งเข้าไปหามันอยู่ไม่มีผิด
“เฮ้อ~มากันไม่หยุดหย่อนเลยนะให้ตายสิ!”
ยูโตะที่ถอนหายใจออกมาในขณะที่กำลังวิ่งเข้าไปยังเส้นทางแห่งเกล็ดที่อยู่ตรงหน้าของเขา
จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว! หนามจากสองทิศทางได้ถูกยิงออกมาในจังหวะที่ยูโตะได้วิ่งผ่านแบบพอดีด้วยความเร็วที่เทียบเท่ากับะุปืนพก
“เฮ้อ~!”
ตึ้ง!ตึ้ง!ควับ! ยูโตะที่ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาได้หมุนตัวแล้วใช้หนามในมือขวาฟันปัดหนามสองอันแรกที่พุ่งเข้ามาแล้วคว้าจับหนามหนึ่งอันที่กระเด็นออกมาเอาไว้ที่มือซ้ายของตนเอง ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ยูโตะได้ใช้หนามที่ถืออยู่ในมือทั้งสองข้างฟาดฟันหนามที่พุ่งเข้ามาจากทั้งสองทิศทางโดยที่ยังคงวิ่งไปด้วยความเร็วที่ไม่ตกลงเลยแม้แต่นิดเดียว
คลืน------------!!!! เ้างูศิลาหินั์ที่รู้ตัวได้ว่าหนามของมันไม่สามารถทำอะไรกับยูโตะได้มันจึงหุบเกล็ดของมันลงทั้งหมดแล้วเริ่มชูตัวอันใหญ่ยาวของมันขึ้น้าแล้วเริ่มสะบัดตัวของมันไปมาพยายามที่จะทำให้ยูโตะที่กำลังวิ่งไปยังหัวของมันตกลงไปจากตัวของมัน
จึก! ยูโตะที่ได้ใช้หนามทั้งสองอันเจาะลงไปบนหลังของเ้างูศิลาหินั์ผ่านช่องข้อต่อของเกล็ดบนหลังของมันเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเขานั้นตกลงไปจากหลังของมันได้
“เฮ้อ~!ให้ตายสิดื้อด้านซะจริงนะไอ้งูบ้านี่!”
คลืน-จึก!คลืน-จึก!คลืน-จึก!คลืน-จึก!คลืน-จึก! ยูโตะได้ดึงหนามที่ปักอยู่ออกมาหนึ่งข้างแล้วปักมันลงไปที่รอยต่อที่อยู่สูงกว่าเดิมหลังจากนั้นก็ดึงอีกข้างหนึ่งออกแล้วปักมันลงไปยังรอยต่อที่สูงยิงขึ้นมากกว่าเดิมทำแบบเดิมซํ้าไปมาเพื่อที่จะขึ้นไปยัง้าอย่างช้าๆแต่มันคงไม่ตกลงไปด้านล่างเพราะการสะบัดตัวไปมาของเ้างูศิลาหินั์ จึก! จนในที่สุดยูโตะก็ขึ้นมายังหลังหัวของเ้างูศิลาหินั์ที่ชูขึ้น้าได้ในที่สุด
“เฮ้อ~ให้ตายสิ ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงจนได้”
ยูโตะที่ถอนหายใจออกมาได้ขึ้นมาจนถึงหลังหัวของมันได้ในที่สุด
“เอาล่ะเริ่มแผ่นการได้!”
ครืน-! ยูโตะได้ะโออกมาพร้อมกลับดึงหนามที่มือทั้งสองข้างจับอยู่ออกจากรอยต่อของเกล็ดแล้วะโขึ้นไปที่ระหว่างตาของเ้างูศิลาหินั์ จึก! ยูโตะที่ะโขึ้นไปตรงระหว่างตาได้สำเร็จเขาได้ปักหนามทั้งสองข้างลงไประหวังตาของเ้างูศิลาหินั์ทะลุผ่านเกล็ดของมันลงไปยังเนื้อที่เป็ศิลาหินที่อยู่ด้านในของตัวมัน
“ซ้า---------!!”
ครืน-ตึ้ง!ครืน-ตึ้ง!ครืน-ตึ้ง! เ้างูศิลาหินั์ได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วดพร้อมกับดิ้นไปมาชนเข้ากับเศษหินต่างๆที่กองอยู่บนพื้นจนเกิดเสียงดังตึ้งๆจากทางด้านล่างของเ้างูศิลาหินั์จากรอบทิศทาง
“เอ่อ!แบบนั้นแหละดีมาก”
ครืน----!! ยูโตะได้ขยับเอียงหนามที่ปักอยู่ตรงระหวังตาของเ้างูศิลาหินั์ทั้งสองอันไปทางด้านขวาของมัน ครืน--!ตึ้ง----! เ้างูศิลาหินั์ที่โดนแบบนั้นจึงหันไปตามทางที่ยูโตะเอียงหนามไปเพราะความเจ็บป่วด ยูโตะได้ใช้วิธีนี้ในการบังคับทิศทางของเ้างูศิลาหินั์ให้มุ่งไปยังเนินดินที่กลายเป็หินนั่นเอง ตึ้ง! ตัวของเ้างูศิลาหินั์ได้ชนเข้ากับเนินดินที่กลายเป็หินอย่างจังจนตัวของมันนั้นเซ่ไปมา
“เอาล่ะ!...ในที่สุดก็มาถึงจุดนี้จนได้”
ยูโตะได้ผลักหนามทั้งสองอันไปยังด้านหน้าเพื่อให้เ้างูศิลาหินั์เคลื่อนที่ไปยังด้านหน้าให้มันเลื้อยไปตามแนวของเนินดินที่กลายเป็หินนั่น
“ซ้า------!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่ว่านอนสอนง่ายได้เลื้อยไปตามเนินดินในแบบที่ยูโตะ้า ครืน----------!!!!! หลังจากที่มันวนรอบเนินสักสามรอบจนในที่สุดตัวของมันที่ยาวและใหญ่ั้แ่ปลายหัวไปจนถึงปลายหางได้พันรอบเนินนี้ั้แ่ด่านบนสุดไปยังด้านล่างสุดของเนินจนหมด
“เอาเลยเริ่มต้นแผ่นการได้!”
ยูโตะได้ะโออกมาจากบนหัวของมันในขณะที่ตัวเขากำลังจับหนามทั้งสองอันเอาไว้อย่างแน่นเพื่อที่จะไม่ให้เ้างูศิลาหินั์นั้นขยับเขยื้อนไปไหนได้
ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! หลังจากที่สิ่นเสียงของยูโตะก็ได้มีเสียงฝีเท้าของชายสองคนดังขึ้นมาจากปลายหางของเ้างูศิลาหินั์ มันเป็เสียงฝีเท้าของชายร่างใหญ่กับชายหนุ่มที่ตัวเล็กกว่ากำลังวิ่งเข้ามาทางนี้
“เอ่อ! กำลังรออยู่เลย!”
“โอ้! ในที่สุดก็มาถึงตาของฉันแล้วสินะ!”
ใช้แล้วทั้งสองคนคือวีวแลนกับบีสที่กำลังวิ่งเข้ามาหาปลายหางของเ้างูศิลาหินั์ ตึ้ง!ๆ ครืน! ตึ้ง!ตึ้ง! ทั้งสองคนได้ะโขึ้นไปบนปลายหางของมัน ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ทั้งสองคนที่ขึ้นมาบนหลังได้สำเร็จได้วิ่งออกไปยังเส้นทางบนหลังของเ้างูศิลาหินั์ที่พันรอบเนินดินที่กลายเป็หินอยู่
“ซ่า----!!”
ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-! เ้างูศิลาหินั์ที่รู้สึกตัวว่ามีคนขึ้นมาบนตัวของมันเพิ่มขึ้นจึงเผยอเกล็ดของมันออกมาในรูปแบบเดียวกันกับที่มันทำกับยูโตะเตรียมพร้อมที่จะยิงหนามออกมาเพื่อป้องกันตัวของมันที่ขยับไปไหนไม่ได้เพราะยูโตะ จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว! มันได้ยิงหนามออกมาจากเกล็ดพุ่งเข้าใส่บีสกับวีวแลนที่กำลังวิ่งอยู่บนตัวของมัน
“เฮ้ย!มันเข้ามาแล้วเตรียมตัวหลบให้ดีล่ะ!”
“ครับ!”
ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง!ครืน-ตึง! ทั้งสองคนที่หลบและปัดป้องหนามของมันที่พุ่งเข้ามาในขณะที่กำลังวิ่งต่อไปยังปลายทางบนปลายหัวของมันที่ๆยูโตะกำลังรอพวกเขาอยู่โดยที่มีความเร็วเทียบเท่ากับยูโตะแต่ช้ากว่าเล็กหน่อย
ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! หลังจากที่วีวแลนกับบีสได้วิ่งมาได้สักพักหนึ่งจนในที่สุดก็มาจนถึงยูโตะที่รอพวกเขาอยู่ที่ปลายหัวของมันจนได้
“เฮ้ย!เ้าหนูมาถึงแล้วนะ!”
บีสที่ะโออกมาบอกยูโตะให้รู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนนั้นมาถึงแล้ว
“เอ่อ! เข้าใจแล้ว”
ยูโตะที่กุมหนามในมือเอาไว้แน่นได้ขยับเหวี่ยงหนามที่ปักอยู่ไปในทิศทางของเนินดินที่กลายเป็หิน ครืน-ตึ้ง!ตัวของงูศิลาหินั์ได้ขยับเข้าไปชนเข้ากับเนินดินที่กลายเป็หินที่มีรอยร้าวที่เกิดจากหนามนับสิบๆอันที่ปักอยู่โดยรอบเนินที่เกิดจากที่มันยิงหนามออกมาใส่บีสกับวีวแลนที่วิ่งขึ้นมาที่นี่ ครืน--------------------!!! เนินที่โดนร่างกายอันยาวและใหญ่ของเ้างูศิลาหินั์เข้าไปได้เกิดการสั่นขึ้นพร้อมที่จะถล้มลงมาได้ทุกเมื่อ
“ทั้งสองคนเตรียมพร้อมะโเอาไว้ให้ดีนะ!”
ยูโตะที่ะโออกมาบอกวีวแลนกับบีสให้เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก
“เอ่อ!”
“โอ้!”
ทั้งสองคนได้ตอบรับคำของยูโตะแล้วตั่งท่าเตรียมพร้อมที่จะะโออกไปจากตัวของมันได้ทุกเมื่อ
ตึ้ง! หลังจากที่ยูโตะเห็นว่าทั้งสองคนเตรียมพร้อมแล้วจึงได้ทีบเข้าไปที่เนินที่แตกราวอย่างแรง ครืน-----------------!!!!!! เนินดินที่กลายเป็หินได้แตกออกกลายเป็เศษหินขนาดเล็กและใหญ่จำนวนมากถลมลงมาทับเ้างูศิลาหินั์ที่พันรอบเนินอยู่
“ซ่า----!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่คำรามออกมาในขณะที่ตัวของมันกำลังโดนหินที่ถล้มลงมาทับจนแถบจะมองตัวมันไม่เห็น ครืน-------!! ส่วนพวกยูโตะทั้งสามคนได้ะโออกมาจากตัวของมันได้พอดีในจังหวะที่เนินได้ถล้มลงมา
“เอาล่ะถึงเวลาที่กำหนดแล้ว จัดการมันเลยลาโน่-!”
ยูโตะที่ลอยอยู่บนฟ้าได้ะโออกมาพร้อมกลับมองไปยัง้าของโพรงแห่งนี้ และที่้านั้นได้มีชายคนหนึ่งที่ลอยอยู่ระหว่างคริสตัลเื่แสงสีฟ้าที่ติดอยู่บนเพดานของโพรงแห่งนี้
(ขอบคุณมากยูโตะคุงทุกคนที่ช่วยถ่วงเวลามันให้ผมได้มีเวลาร่ายเวทมนต์นี้ ผมจะไม่ทำให้พวกคุณต้องผิดหวังอย่างเด็ดขาด!)
ใช้แล้วคนๆคือลาโน่ที่กำลังเตรียมพร้อมร่ายเวทมนต์ขนาดใหญ่ใส่เ้างูศิลาหินั์ที่กำลังถูกทับโดยเศษของเนินที่ถล้มลงมา
(บนดวงดาวแห่งนี้ที่มีเขตป้องกันบางอย่างที่ปิดกันการไหลเวียนของมานาเอาไว้จึงเป็เื่ที่ยากที่จะใช้เวทมนต์ออกมาได้แบบปกติ ซึ้งสำหรับตัวผมที่เป็นักเวทมนต์แล้วถือว่าเป็เื่ที่ทำให้เสียเปรียบอย่างมาก แต่ด้วยคริสตัลสีฟ้าพวกนี้ที่มีมานาไหลเวียนอยู่ภายในมากมายแล้วล่ะก็...ถึงจะเป็ดวงดาวดวงนี้ก็ตามตัวผมก็สามารถใช้เวทมนต์นั่นได้ถึงแม้ว่าจะแค่ครั้งเดียวก็ตามแต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว)
“ในนามของตัวข้า ลาโน่ ฮาฟิก้า ขอวิววอนต่อเหล่าเอเลเมนท์ลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งธาตุทั้งเจ็ด ดิน,นํ้า,ลม,ไฟ,สายฟ้า,แสงสว่างและความมืดมิด ขอให้เจตจํานงที่พวกท่านมีต่อตัวข้าจงเปลี่ยนมันมาเป็พลังให้แกตัวข้าผู้นี้ด้วยเทอญ Intention of ElementsLord(เจตจํานงของเอเลเมนท์ลอร์ด)”
เมื่อสิ้นสุดเสียงของลาโน่ก็ได้เกิดแสงสว่างขนาดใหญ่ขึ้นที่้าของโพรงแห่งนี้ มันเป็แสงสว่างจากบอลแสงขนาดใหญ่หลากสีสันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากสีทั้งเจ็ดสีที่เกิดมาจากสีแดงของเปลวเพลิงที่ล้อมอยู่ด้านนอกสุดของบอลแสงเป็เหมือนกับวงแหวนชั้นที่หนึ่ง,แสงนํ้าตาลที่เป็สีของเศษหินและดินที่ล้อมรอบบอลเป็วงแหวนชั้นที่สอง,แสงสีฟ้าของนํ้าที่ล้อมรอบบอลเป็วงแหวงชั้นที่สาม,แสงสีเขียวของสายลมที่หมุนวนอยู่รอบๆบอลเป็วงแหวนชั้นที่สี่,แสงสีเหลืองของสายฟ้าที่วิ่งวนรอบๆบอลเป็ชั้นที่ห้า,และสองอันสุดท้ายเป็ก้อนพลังงานที่สีขาวและดำที่อยู่ตรงกลางของบอลแสงเป็ตัวแทนของแสงสว่างและความมืดเป็ชั้นที่หกและเจ็ดของบอลแสง
“นี้คือสายสัมพันธ์ของตัวผมกับเหล่าเอเลเมนท์ลอร์ดทั้งเจ็ดจงรับมันไปซะ-!”
ลาโน่ที่ะโออกมาได้คว้าบอลพลังที่เขาถืออยู่ออกไปใส่เ้างูศิลาหินั์ที่โดนเศษซากของเนินดินที่กลายเป็หินทับเอาไว้อยู่จนขยับตัวไปไหนไม่ได้ ครืน--------------! ตึ้ง!
“ซ้า-------!!!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่โดนบอลพลังงานคว้าเข้าใส่ได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วดแสนสาหัส ตูม-------! และหลังจากที่สิ้นสุดเสียงร้องของมันบอลพลังนั่นก็ได้ะเิออกมาจนทำให้ทั่วทั้งโพรงแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยควันสีดำจำนวนมากที่เกิดขึ้นมาจากแรงะเิอันรุนแรงของบอลพลังงานขนาดมหึมา
“สำเร็จแล้วสินะ….”
คลืน---!! ลาโน่ที่หมดแรงจากการร่ายเวทย์ขนาดใหญ่ได้ร่วงตกลงมาจากเพดานของโพรงมุ่งลงสู่พื้นด้านล่าง
“ลาโน่-!”
ยูโตะที่รอยอยู่กลางอากาศได้มองขึ้นไป้าได้แล้วะโออกมาพร้อมกับมองไปรอบๆหาทางที่จะไปช่วยเขาก่อนที่จะตกลงถึงพื้น
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าไปเอง!”
บีสที่พูดออกมาได้เหยียบหินที่อยู่ข้างๆแล้วใช้มันเป็แท่นะโ ะโออกไปในทิศทางที่ลาโน่อยู่โดยการโดดชิ้งไปมาระหว่างหินก้อนต่างๆที่อยู่ตามทาง
“ผมไปด้วยครับ!”
วีวแลนที่ะโออกมาได้ะโตามบีสไปทิ้งให้ยูโตะนั้นรอยอยู่ตรงนี้ตามลำพัง
“ถ้างั้นปล่อยให้ทั้งสองคนจัดการก็แล้วกัน แต่ว่าสุดยอดจริงๆเลยนะให้ตายสิ”
ยูโตะที่พูดออกมาพร้อมกับมองไปยังด้านล่างที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันดำจำนวนมาที่เกิดขึ้นจากลูกบอลเจ็ดสีของลาโน่
(เป็เวทย์มนต์ที่สุดยอดจริงๆตัวข้าก็น่าจะลองเรียนรู้เอาไว้บ้างน่าจะดีนะไว้ถ้ารอดออกไปจากดาวดวงนี้ต้องให้ลาโน่สอนให้สักหน่อยแล้วสิ ถ้าเป็แบบนี้เ้างูนั่นคงจะไม่รอดแล้วล่ะ เอาล่ะ! จังหวะนี้แหละจะต้องไปเก็บดาบเล่นนั้นมาก่อน...มันอยู่ตรงไหนกันนะ หวังว่ามันคงจะไม่กลายเป็ผงไปแล้วเพราะเวทย์ของลาโน่หรอกนะ...)
ยูโตะที่กำลังรอยอยู่แล้วกำลังตกลงสู่พื้นได้มองเข้าไปในทิศทางที่เคยเป็เนินดินที่กลายเป็หินแล้วมองผ่านกลุ่มควันเข้าไปพยายามที่จะกวาดสายตามองหาดาบที่กลายเป็ศิลาหินเล่มนั้นที่น่าจะตกลงมาจากการถล้มของเนินแบบเดียวกันกับตัวเขา
(เจอแล้วอยู่นั่นไง!)
ยูโตะที่เจอดาบเล่มนั้นแล้ว มันยังคงปักอยู่ในเศษเนินชิ้นเล็กๆที่ยังคงเหลืออยู่ แล้วกำลังจะตกลงสู่พื้น
(แย่แล้วสิ ถ้าดาบที่กลายเป็ศิลาหินนั่นตกลงพื้นแล้วล่ะก็อาจจะแตกจากแรงกระแทกก็ได้…จะปล่อยให้มันเป็แบบนั้นไม่ได้...)
ยูโตะที่คิดแบบนั้นได้มองดูรอบข้างเพื่อหาทางไปให้ถึงดาบเล่มนั้นก่อนที่มันจะตกลงสู่พื้น
(นั่นไง!)
ยูโตะที่ได้เหลือกไปเห็นเศษเนินขนาดกลางอันหนึ่งที่อยู่ใกล้พอที่จะเป็แท่นเหยียบได้เขาจึงหมุนตัวเหวี่ยงตัวเองกลางอากาศพุ่งตัวไปยังเศษหินก้อนนั้น ครืน--! ยูโตะได้เหวี่ยงตัวมาจนถึงหินก้อนนั้นเขาได้เหยียบลงไปบนเศษเนินชิ้นนั้นย่อตัวลงแล้วถีบตัวเองออกไปด้านหน้าในทิศทางที่ดาบเล่มนั้นกำลังจะตกลงไป ครืน----! ยูโตะได้พุ่งตัวไปยังดาบที่กลายเป็ศิลาหินที่ปักอยู่ในเศษเนินที่กำลังจะตกลงสู่พื้น
ในที่สุดมือของยูโตะก็กำลังจะมาถึงและกำลังจะััเข้ากับดาบเล่มนั้นอยู่แล้วแต่ในจังหวะนั้นก่อนที่มือของเขาจะไปถึงดาบเล่มนั้นก็ได้มีสิ่งที่มีขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากกลุ่มควันแล้วเข้าหาตัวเขา
“ซ้า--------!!!!”
เสียงคำรามและใบหน้าที่มีรอยแตกร้าวแต่มองดูแล้วรู้สึกคุ้นเคยของเ้างูศิลาหินั์ได้พุ่งผ่านกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ออกมา ตัวมันที่อ้าปากกว้างแล้วกำลังพุ่งเข้าใส่ยูโตะที่กำลังจะได้ัักับดาบเล่มนั้นอยู่แล้ว
(อะไรกัน!เ้าบ้านี่โดนเข้าไปขนาดนั้นแล้วมันยังไม่ตายอีกงั้นเหรอ?! ซ่วยแล้วสิถ้าเป็แบบนี้ล่ะก็ตัวข้าโดนมันกินเข้าไปพร้อมกับดาบเล่มนี้แน่ จะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...ไม่ได้...ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่มีหนทางแล้ว...โธ่เว้ยถ้าเป็แบบนี้ล่ะก็จะต้องไปตายเอาดาบน่าเท่านั้นแล้วยังไงก็ต้องเก็บดาบเล่มนั้นมาให้ได้ก่อน!)
ยูโตะที่เอื้อมมือออกไปพยายามที่จะไปให้ถึงดาบเล่มนั้นก่อนที่เ้างูศิลาหินั์จะมาถึงตัวเขา จิ้ว! ตึ้ง! แต่ก่อนที่เขาจะไปถึงดาบกลับมีหนามที่ถูกยิงออกมาเข้าใส่ดาบเล่มนั้นจนกระเด็นออกไปจากมือของยูโตะที่กำลังจะได้ัักับดาบเล่มนั้นอยู่แล้ว
(อะไรกัน!?...ปะ...เป็ไปไม่ได้มันยังสามารถยิงหนามออกมาได้อีกงั้นหรอ?)
ยูโตะที่กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศได้หันไปหาเ้างูศิลาหินั์ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตัวเขาด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความหงุดหงิดอย่างชัดเจน
(ให้ตายสิถ้าเป็แบบนี้ล่ะก็จะต้องโดนมันกินเข้าไปแน่ ...ยะ...อย่างไงก็หลบไม่พ้นแน่นอนถ้าอย่างงั้นก็ต้อง...)
ยูโตะที่คิดแบบนั้นจึงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกและลดความเสียงหายที่จะได้รับจากการถูกกลืนเข้าไปในท้องของมันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
(ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้าเ็น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วหลังจากนั้นเดี๋ยวค่อยหาทางออกมาจากตัวมันที่หลังก็แล้วกัน...)
“ซ้า--------!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่ส่งเสียงคำรามออกมาได้มาถึงตรงหน้าของยูโตะแล้ว เ้างูั์ได้อ่าปากกว้างเตรียมพร้อมที่จะงับตัวของยูโตะที่ลอยอยู่ตรงหน้าของมันเข้าไป ปัง! ครืน---ตึ้ง!เสียงที่ดังขึ้นมาจากทางด้านล่างมาพร้อมกับแสงสีฟ้าที่พุ่งเข้ามาใส่ใบหน้าอันแตกร้าวของเ้างูศิลาหินั์เข้าอย่างจังด้วยความแรงที่น่าเหลือเชื่อ
“ซ้า----!!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บป่วดหลังจากที่มันโดนแสงสีฟ้ายิงเข้าใส่ใบหน้าที่แตกร้าวของมันจนตัวของมันที่กำลังจะกินยูโตะเข้าไปได้เหวี่ยงหน้าของมันออกจากยูโตะที่ลอยอยู่กลางอากาศ ด้วยเหตุนี้ยูโตะจึงรอดมาได้จากการถูกมันกินลงไปในท้องของมัน แถมมันยังเอนตัวล้มลงไปยังกลุ่มควันที่อยู่ด้านล่างจนในตอนนี้นั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นตัวที่ใหญ่โต้ของมันได้แล้ว
“...นะ...นั่นมัน!?”
ยูโตะที่ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้หันไปในทิศทางที่แสงสีฟ้าถูกยิงออกมาและสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงปลายทางของสายตาในทิศที่เขามองไปนั้นนั่นก็คือ…
“ไม่ไหวเลย จะต้องให้พี่สาวคนนี้ช่วยอยู่ตลอดเลยนะ หึๆ”
หญิงสาวตาสีฟ้าที่มีผมยาวสีบลอนด์ที่พลิ้วไหวไปมาตามแรงลมที่เกิดขึ้นมาจากแรงะเิได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยนปนกับความโล่งใจเล็กๆของเธอ เธอคนนั้นที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างมั่นคงแล้วที่มือเล็กๆของเธอนั้นก็ได้ถือปื่นไรเฟิลสีขาวขนาดใหญ่กว่าตัวของเธอมากและกำลังเล็งมาทางที่ยูโตะนั้นลอยอยู่
“...น...นั่นมันลาน่างั้นเหรอ?...”
ยูโตะที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นได้พูดออกมาด้วยความใ ใช้แล้วเธอคนนั้นคือลาน่าที่น่าจะกำลังดูแลความปลอดภัยให้กับอลิชาอยู่แท้ๆแต่ในตอนนี้นั้นกลับมาอยู่ตรงหน้าของตัวเขาแถมเธอยังถือปื่นไรเฟิลอยู่ในมืออีกด้วย
(ปื่นนั่นมัน?เธอไปเอามาจากไหนกัน?)
ในขณะที่ยูโตะกำลังจ้องมองปื่นกระบอกนั้นอยู่ด้วยความสงสัยพร้อมกลับกำลังจะตกลงไปถึงพื้นที่ด้านล่างเขาก็ได้หันไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่เดินออกมาจากทางด้านหลังของลาน่า…
คนหนี่งเป็ตาลุงตัวสูงใหญ่ที่มีกล้ามเหมือนกับพวกนักรบอายุประมาน57-60 ปีที่บนหัวไม่มีผมเลยสักเส้นไว้เครายาวสีนํ้าตาลมีดวงตาที่ดูดุดันในตาสีดำที่กำลังเดินออกมาจากทางด้านขวาของลาน่าพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กอดอกเอาไว้พร้อมกับอลิชาที่หลบอยู่ที่ด้านหลังของเขา
“ฮ่าฮ่าฮะ! ดูเหมือนว่าจะรอดกันมาได้สินะพวกวัยรุ่นทั้งหลาย-ทำได้ดีมาก! ข้าผู้นี้ภาคภูมิใจในตัวของพวกเ้าจริงๆ! ฮ่าฮ่าฮะ!”
ใช้แล้วตาลุงคนนั้นก็คือผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพอาร์ค เฟย เจิน ที่กำลังยืนกอดอกมองหน้ายูโตะที่ลอยอยู่การอากาศที่กำลังมองมาทางเขาอยู่พร้อมกับหัวเราะไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกน้องของตัวเอง
“หนวกหูครับ! กรุณาอย่างส่งเสียงดังจะได้ไหมครับผู้บัญชาการเฟย”
“....”
เสียงพูดที่ดูเบื่อหนายของชายหนุ่มร่างกายผอมบางที่กำลังเดินออกมาจากทางซ้ายของลาน่าพร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เดินออกมาข้างๆตัวเขา
ชายคนนั้นที่ใส่ชุดสูทสีขาวที่ผูกโบว์สีแดงคุมด้วยเสื้อคุมระดับหัวหน้าหน่วยของกองทัพอาร์ค ไว้ผมสั่นสีดำที่รวบเอาไว้ที่ด้านหลัง ใส่แว่นตาสี่เหลี่ยมในตาสีดำสนิทแววตาแลดูเ้าเล่ห์ ดูโดยรวมแล้วเป็คนที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไหล
ส่วนอีกคนหนึ่งที่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆกับชายคนนั้นคือผู้หญิงตัวสูงพอๆกันกับยูโตะร่างกายผอมบางใส่ชุดรัดรูปสีขาวที่แลดูเหมือนกับพวกนินจาและที่เอวของเธอนั้นยังใส่เข็มขัดหลายเส้นและยังติดกระเป๋าใบเล็กๆหลายใบเอาไว้อีกด้วย เธอนั้นมีผมยาวสีดำสนิทที่มัดจุกเอาไว้และบนใบหน้าของเธอนั้นยังใส่หน้ากากสีขาวที่เรียบสนิทที่ไม่มีแม้แต่ช่องที่เอาไว้มองหรือหายใจออกมาจากด้านในเลยแม้แต่ช่องเดียวทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ใช้แล้วพวกเขาทั้งสองคนนั้นนั่นก็คือหัวหน้ากับรองหัวหน้าหน่วย ไฮโลร่าแห่งอาร์ค ผู้ชายนั้นก็คือหัวหน้าที่มีนามว่า โอ ทาโน่ ฮาลาบัส ฉายา อัจฉริยะแห่งสนามรบ ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งคือรองหัวหน้าของเขานามว่า ลาร่า ฉายามือสังหารไรหน้า
(...นะ..นั่นมันตาลุงกับไอ้คนไม่น่าคบหางั้นหรอ เ้าพวกนั้นก็รอดมาจากยานตกเหมือนกันงั้นเหรอ? แล้วเ้าพวกนั้นมาถึงที่นี่เมื่อไหลกันล่ะเนี่ย...)
ตัดกลับมาก่อนหน้านี้ก่อนที่เนินจะถล้มลงมาได้ไม่นาน
ณ อุโมงค์ที่อยู่ทางด้านหลังของเ้างูศิลาหินั์ ในที่แห่งนี้นั้นได้มีเด็กสาวสองคนที่กำลังหลบซ่อนตัวจากการมองเห็นของเ้างูั์อยู่
หนึ่งคนคือหญิงสาวผมบลอนด์ดวงตาสีฟ้าที่กำลังมองออกมาที่ด้านนอกของอุโมงค์คอยสังเกตดูการต่อสู้ของพวกยูโตะอยู่ด้วยความเป็ห่วง
ส่วนอีกคนหนึ่งคือหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าที่มีผมสั้นสีดำผิวสีแทนดวงตาสีนํ้าตาลที่กำลังนั่งกอดเข่าใช้มือทั้งสองข้างปิดหูหลับตาปี๋ตัวสั่นพิงกำแพงของอุโมงอยู่ด้วยความหวาดกลัว เธอนั้นได้หายใจออกมาทีๆด้วยความเหนื่อล่าจากาแที่มีอยู่เต็มตัวและความหวาดกลัวสับสนกลับสถานการณ์ที่เธอนั้นกำลังประสบพบเจออยู่นะตอนนี้
ใช้แล้วทั้งสองคนนั้นนั่นก็คือลาน่ากับอลิชาที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในอุโมงค์แห่งนี้ที่ทั้งสองคนนั้นใช้เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ในตอนแรก
“ไม่เป็ไรนะ?...”
ลาน่าที่เห็นอลิชาดูอาการไม่คอยดีเธอจึงได้เดินเข้ามาหาแล้วกอดเธอเอาไว้ด้วยความเป็ห่วง
(ตัวของอลิชานั้นสั่นมากเลย...ฉันควรที่จะทำอะไรสักอย่างให้เธอสบายใจขึ้น...แต่ว่าจะทำอะไรดีล่ะ...)
ตึ้ง!!!!!
ในขณะที่ลาน่ากำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้อลิชานั้นรู้สึกดีขึ้นก็ได้มีเสียงที่ดังสนั่นดังขึ้นมาจากภายนอกอุโมง
“!!”
(เสียงเมื่อกี้นี้มันอะไร!?...ทุกคนจะปลอดภัยกันมั้ยนะ...)
ลาน่าที่ได้ยินเสียงนั่นเธอจึงจะลุกขึ้นออกจากอลิชาที่ตัวสั่นอยู่เพื่อไปดูสถานการณ์ภายนอกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หมับ!
ในขณะที่ลาน่ากำลังจะลุกขึ้นเพื่อออกไปดูสถานการณ์ภายนอกเธอก็โดนมือเล็กๆของหญิงสาวตัวเล็กจับเธอเอาไว้ที่ปลายเสื้อคุมของเธอซะก่อน
“!”
ลาน่าที่โดนจับเธอจึงหันไปที่ด้านหลังและที่ตรงนั้นเธอก็ได้เห็นอลิชาที่ทำสีหน้าหวาดกลัวเหมือนกำลังจะร้องไห้และเหมือนกำลังจะบอกว่าอย่างทิ้งฉันเอาไว้คนเลย... ลาน่าที่เห็นใบหน้าของอลิชาที่เป็แบบนั้นเธอจึงหันหลังกลับไปแล้วเดินเข้าไปหาอลิชาใกล้ๆเพื่อสวมกอดเธอเพื่อทำให้เธอนั้นรู้สึกสบายใจขึ้น
“ไม่เป็ไรหรอกนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวหรอกนะ...เอา!ยื่นมือของเธอมาสิ”
ลาน่าได้ยื่นมือของตนเองออกไปหาอลิชาที่นั่งตัวสั่นอยู่กลับพื้น
“...”
อลิชาที่มองขึ้นมายังมือของลาน่าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยนํ้าตา เธอนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเธอแค่ยื่นมือของเธอออกไปจับมือของลาน่าเท่านั้น
“อื่อ...ถ้างั้นพวกเราไปด้วยกันเถอะนะ…”
“...ค่ะ…”
ลาน่าได้ใช้มือของเธอดึงอลิชาที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นมา อลิชาที่ลุกขึ้นมายืนตัวสั่นราวกับว่าจะล้มลงได้ตลอดเวลา ลาน่าที่เห็นแบบนั้นเธอจึงใช้มือที่จับมือของอลิชาอยู่ดึงตัวเธอเข้ามาหาตนเองและกอดเธอเอาไว้
“พวกเราเดินไปด้วยกันนะ...เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะช่วยพยุงตัวเธอให้เองนะ!”
“...คะ...ค่ะ..ขอบคุณค่ะคุณลาน่า…”
อลิชาที่กอดลาน่าอยู่ได้พูดขอบคุณออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แดงด้วยความเขินอายและร่างกายที่สั่นน้อยลงกว่าเดิม พวกเธอทั้งสองคนได้เดินไปพร้อมกันมุ่งหน้าไปยังปากอุโมงค์เพื่อดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภายนอกของอุโมงค์ และเมื่อพวกเธอมาถึงสิ่งที่พวกเธอเห็นอยู่ตรงหน้าภายนอกอุโมงค์นั้นนั่นก็คือ…
กลุ่มควันที่ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ในโพรงใต้ดินแห่งนี้จนพวกเธอนั้นมองไม่เห็นอะไรเลย
“นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย...”
ลาน่าที่เห็นกลุ่มควันตรงหน้าได้พูดออกมาพร้อมกับมองไปรอบๆเพื่อมองหาพวกยูโตะที่นะจะกำลังต่อสู้อยู่กับเ้างูศิลาหินั์แต่เธอนั้นกับมองไม่เห็นพวกเขาเลยแม้แต่คนเดียวจนกระทั้ง
“คุณลาน่าตรงนั้นค่ะ!”
อลิชาที่กอดลาน่าอยู่ได้พูดออกมาพร้อมกับใช้นิ้วชึ้ของเธอชี้ไปยัง้า
“ตรงนั้นงั้นเหรอ?...”
ลาน่าที่เห็นแบบนั้นเธอจึงมองไปยังทิศทางที่อลิชาได้ชี้ไป
“นะ...นั่นมัน...ยะ...ยูโตะ!”
ใช้แล้วสิ่งที่เธอเห็นก็คือยูโตะที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศแล้วกำลังจะใช้มือของเขาคว้าจับดาบที่กลายเป็ศิลาหินที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขา
(นั่นยูโตะ งั้นก็แปลว่าเ้างูั์ถูกจัดการลงได้แล้วงั้นสินะ! สมแล้วที่เป็ยูโตะฉันรู้อยู่แล้วว่าถ้าเป็นายล่ะก็จะต้องทำได้อย่างแน่นอน! ทีนี้ก็ไม่มีอะไรจะต้องเป็ห่วงแล้วล่ะ...)
ครืน---! เสียงที่ดังออกมาจากกลุ่มควันขนาดใหญ่ทางด้านขวาของยูโตะ
“ซ้า!!------”
เสียงคำรามของสัตว์ขนาดใหญ่ที่ดังออกมาจากกลุ่มควันพร้อมกับใบหน้าของเ้าของเสียงที่มีขนาดมหึมาและรอยแตกร้าวอยู่เต็มบนใบหน้าของมันไปหมด
“อะไรกัน! ยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?! เ้านั้น….”
ลาน่าที่แสดงสีหน้าใออกมาอย่างชัดเจนหลังจากที่เธอได้เห็นเ้านั้นที่ปรากฎตัวออกมาอย่างกระทันหัน เ้างูศิลาหินั์ที่อ่าปากกว้างกำลังพุ่งตัวออกมาจากกลุ่มควันขนาดใหญ่เข้าใส่ยูโตะที่ลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้าของมัน จิ้ว!ตึ้ง!ครืน-! มันได้ยิงหนามออกมาใส่ดาบที่กลายเป็ศิลาหินจนดาบเล่มนั้นกระเด็นออกไปจากตรงหน้าของยูโตะ ตัวเขาในตอนนี้นั้นไม่อาจที่จะหลบไปจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านี้ได้อย่างแน่นอน
(ไม่จริงน่ายูโตะ ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปเขาจะต้องโดนมันกินเข้าไปแน่ จะต้องทำอะไรสักอย่าง...อะไรสักอย่าง...แต่ว่าไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไงดี...)
“โถ้เว้ย! ทำมั้ยฉันถึงทำได้แต่มองดูอยู่เฉยๆกันล่ะ-!”
ลาน่าที่ทรุดตัวลงไปนั่งอยู่กับพื้นได้ะโออกมาด้วยความเจ็บป่วดที่ไม่สามารถช่วยเหลือใครเอาไว้ได้เลย สิที่เธอทำได้นั้นมีเพียงแค่มองดูพวกเขาจากไปจากที่ห่างไกลเท่านั้น
“ใย่หนู!รับสิ่งนี้ไป!”
เสียงของชายวัยกลางคนได้ดังออกมาจากภายในอุโมงค์
“เอ้!”
ลาน่าทีได้ยินเสียงนั่นเธอจึงหันกลับไปมองที่ด้านหลังแล้วสิ่งที่เธอเห็นก็คือปื่นไรเฟิลสีขาวที่กำลังลอยเข้ามาหาตัวเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้าปากทางเข้าอุโมงค์ หมับ! ลาน่าได้ใช้มือขวาของเธอจับปื่นกระบอกนั้นที่ลอยเข้ามาหาตัวเธอเอาไว้
“นะ...นี่มัน?!”
“จงใช้มันทำในสิ่งที่เธอควรทำซะ!”
“เสียงนี่มัน…”
ลาน่าที่จำเสียงที่ดังขึ้นมาจากภายในอุโมงค์ได้เธอจึงได้หันไปยังปลายทางของเสียงนั่นและคนที่เธอได้เห็นนั้นก็คือ…
“ผู้บัญชาการ…”
ใช้แล้วเขาคือผู้บัญชาการเฟยที่กำลังเดินมายังปากทางเข้าอุโมงค์ที่ลาน่าอยู่พร้อมกับอีกสองคนที่กำลังเดินตามเขามา
(ทำมั้ยเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะแล้วเขายังมีปื่นมาด้วยอีก...แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช้เวลาที่จะมาคิดอะไรแบบนั้นแล้ว สิ่งที่ฉันควรที่จะทำในตอนนี้นั้นมีเพียงแค่เื่เดี๋ยวเท่านั้น...)
ลาน่าที่ได้ปื่นไรเฟิลมาไว้ในกำมือได้หันกลับไปเปลี่ยนเป็ท่านั่งคุกเข่าแล้วเล็งปากกระบอกปื่นไปยังใบหน้าที่แตกร้าวของเ้างูศิลาหินั์ที่กำลังใกล้จะเข้าไปถึงตัวของยูโตะแล้ว
“จะไม่ยอมให้แกมาแตะต้องครอบครัวของฉันได้หรอด!”
ปัง!ปัง! ะุพลังงานสีฟ้าสองนัดได้ถูกยิงออกไปจากปากกระบอกปื่นของลาน่าพุ่งเข้าไปใส่รอยแตกร้าวบนใบหน้าของเ้างูศิลาหินั์ด้วยความเร็วสูง ตึ้ง!ตึ้ง!ะุทั้งสองนัดได้เข้าไปปะทะเข้าที่รอยแตกร้าวบนใบหน้าอันใหญ่โต้ของเ้างูศิลาหินั์อย่างจังจนตัวของมันนั้นกระเด็นออกไปห่างจากตัวของยูโตะ
ยูโตะที่รอดมาได้จากการถูกเ้างูศิลาหินั์กินเข้าไปได้หันมาทางลาน่าด้วยสีหน้าที่แบกใจและสงสัย
“ไม่ไหวเลย จะต้องให้พี่สาวคนนี้ช่วยอยู่ตลอดเลยนะ หึๆ”
ลาน่าที่ได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนโยนปนกับความโล่งใจเล็กๆของเธอที่ยูโตะนั้นรอดมาได้อย่างปลอดภัย
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ตึ้ง!.. ยูโตะที่ได้ลาน่าช่วยเอาไว้ได้ลงสู่พื้นด้วยท่าฮีโร่แลนดิ้งได้อย่างปลอดภัย
(เกือบไปแล้วสิ ถ้าไม่ได้ลาน่าช่วยเอาไว้เมื่อกี้นี้คงโดนมันกินลงท้องไปแล้วแน่เลย ให้ตายสิต่อจากนี้คงต้องไปขอบคุณเธอสักหน่อยแล้วสิ...)
ครืน---! เสียงเลื้อยที่ได้ดังขึ้นมาจากภายในกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่ทางด้านหลังของยูโตะ ยูโตะที่ได้ยินแบบนั้นเขาจึงหันหลังไปในทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้นมาและสิ่งที่ออกมาจากกลุ่มควันนั้นนั่นก็คือ....
“ซ้า------!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่เลื่อยออกมาจากกลุ่มควันขนาดใหญ่ตรงหน้าของยูโตะ
“ให้ตายสิ! ไม่ยอมจบสักทีเลยสินะแกน่ะ!”
ยูโตะที่ตั้งท่ากำหมัดเตรียมพร้อมที่จะปล่อยหมัดออกไปชกใบหน้าที่แตกร้าวของเ้างูศิลาหินั์ที่กำลังเลื่อยเข้ามาหาตัวเขาอย่างรวดเร็ว
“เ้าหนูอสูรรับสิ่งนี้ไป!”
เสียงะโที่ดังมาจากทางด้านหลังของยูโตะพร้อมกับเสียงของบางสิ่งที่ถูกคว้าเข้ามาหาตัวเขา
“ฮะ!”
ยูโตะที่ได้หันมองกลับไปที่ด้านหลังของตนเองตามเสียงนั่นและสิ่งที่เขาเห็นนั้นนั่นก็คือ...ดาบสองคมรูปร่างคล้ายกับดาบอัศวินในยุคกลางของยุโรปที่มีคมดาบเป็สีฟ้าที่กำลังถูกคว้าลอยเข้ามาหายูโตะ
(ดาบเล่มนั้นมัน...ถ้าเป็แบบนี้ล่ะก็...น่าจะพอไหวล่ะน่า!)
ยูโตะที่คิดขึ้นมาได้หลังจากที่เห็นดาบเล่มนั้นตัวเขาจึงหันหลังกลับแล้ววิ่งไปในทิศทางที่ดาบเล่นนั้นกำลังจะตกลงมา
“ซ้า------!!!”
เ้างูศิลาั์ที่เห็นแบบนั้นจึงคำรามออกมาพร้อมกลับเพิ่มความเร็วในการเลื่อยของมันให้มากยิงขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะไล่ตามยูโตะให้ทันก่อนที่ตัวเขาจะไปถึงดาบเล่มนั้นมา นั่นก็เพราะว่าตัวมันนั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าเกิดว่ายูโตะได้ดาบที่กำลังลอยเข้ามาไปไว้ในมือแล้วล่ะก็ตัวมันคงไม่มีทางที่จะเอาชนะตัวเขาได้อย่างแน่นอน
(ชิ! รู้ดีซะจริงๆเลยนะให้ตายสิ! แต่ว่าด้วยความเร็วแค่นั้นไม่มีทางไล่ตามตัวข้าได้ทันหรอก!)
ยูโตะที่วิ่งอยู่ได้ะโใส่หินก้อนใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าของตนเองแล้วใช้มันเป็แท่นเหยียบเพื่อะโขึ้นไป้าเพื่อคว้าดาบเล่มนั้นเอาไว้ให้ได้ก่อนที่เ้างูศิลาหินั์จะมาถึงตัวเขา ตึ้ง! ตัวของยูโตะที่ะโพุ่งตัวขึ้นไปหาดาบเล่มนั้นที่กำลังลอยเข้ามาหาตัวเขาในขณะที่มือของเขากำลังจะได้จับดาบเล่มนั้นก็มีบางอย่างที่ลอยเข้ามาหาตัวเขาจากทางด้านหลัง จิ้ว! หนามขนาดใหญ่ได้ลอยผ่านตัวเขาเข้าไปชนเข้ากลับดาบที่กำลังจะถึงมือของยูโตะจนมันนั้นกระเด็นออกไป ยูโตะที่พุ่งพลาดดาบเล่มนั้นไปได้มองกลับไปที่ด้านล่างและสิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นก็คือเ้างูศิลาหินั์ที่หยุดเคลื่อนไหวจ้องมาที่ตัวเขาพร้อมกับเกล็ดบนหัวของมันที่เผยอออกมาหนึ่งอัน
(ไอ้เ้าบ้านั้นเอาอีกแล้วงั้นเหรอ! จะรู้ดีไปถึงไหนกันเนี่ยไอ้เ้างูบ้าตัวนี้!)
ใช้แล้วเ้างูศิลาหินั์ที่รู้ตัวว่าตัวมันนั้นไม่สามารถไล่ตามยูโตะได้ทัน มันจึงได้หยุดไล่ตามแล้วหันไปจ้องมองเล็งเป่ายิงหนามออกมาเข้าใส่ดาบเล่มนั้นเพื่อไม่ให้ยูโตะนั้นได้ดาบไปได้
(ไอ้เ้าบ้านี้มันจะฉลาดเกินงูไปแล้วนะเฮ้ย! แล้วจะเอายังไงดีล่ะทีนี้ โถ่เว้ย!ถ้าได้มีดาบล่ะก็คงจบไปนานแล้วแท้ๆเลยนะให้ตายสิ!)
“ซ้า-----!!”
เ้างูศิลาหินั์ที่กำลังจ้องมองยูโตะที่ลอยอยู่กลางอากาศได้คำรามออกมาแล้วทำหน้าเหมือกับว่ากำลังสะใจที่มันสามารถทำให้ยูโตะนั้นทำหน้าเหวอได้
“ไม่ยอมปล่อยให้มันเป็แบบนั้นหรอก!”
ปัง! เสียงปื่นที่ดังขึ้นมาจากทางด้านล่างะุที่ถูกยิงออกมาจากระยะไกลหลังสิ้นสุดเสียงของหญิงสาว ตึ้ง! ะุนัดนั้นได้พุ่งเข้าใส่ดาบสองคมสีฟ้าจนทำให้มันนั้นที่กำลังลอยออกหางจากยูโตะกระเด็นกลับมาหาตัวเขาอีกครั้ง คลืน--!!
(ะุนี่มัน!?)
ยูโตะที่เห็นดาบที่กำลังลอยเข้ามาหาตัวเขาอีกครั้งได้หันไปทางต้นทางของะุที่ยิงเข้ามาและสิ่งที่เข้าเห็นอยู่ที่ปลายทางนั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็...
“ลาน่า!”
ใช้แล้วสิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นนั่นก็คือลาน่าที่กำลังเล็งปื่นไรเฟิลที่เธอถืออยู่ในท่านั่งคุกเข่ามาทางตัวเขาที่ลอยอยู่กลางอากาศนั่นเอง
(คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้แกทำตามใจชอบได้หรอก!)
“ซ้า----!!!”
ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!ครืน-!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว!จิ้ว! เ้างูศิลาหินั์ที่เห็นดาบกำลังลอยกลับมาหายูโตะตัวมันจึงเผลอเกล็ดของมันออกมามากกว่าเดิมแล้วยิงหนามของมันออกไปเพื่อหวังที่จะทำให้ดาบเล่มนั้นไปไม่ถึงมือของยูโตะ
“ไม่ยอมให้เป็แบบนั้นหรอก!”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ลาน่าที่ได้เห็นแบบนั้นเธอจึงได้หันปื่นไรเฟิลของเธอไปในทิศทางของหนามพวกนั้นแล้วยิงะุพลังงานออกไปตามจำนวนของหนามที่ถูกยิงออกมา ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ะุพลังงานของลาน่าที่เข้าปะทะเข้ากลับหนามของเ้างูศิลาหินั์จนทำให้หนามพวกนั้นกระเด็นออกจากดาบเล่มนั้นที่กำลังลอยเข้ามาหายูโตะ หมับ! ในที่สุดยูโตะก็ได้ดาบสองคมคมดาบสีฟ้าเล่มนั้นมาไว้ในมือขวาของตัวเขาจนได้
“ซ้า----!”
เ้างูศิลาหินั์ที่เห็นแบบนั้นจึงรู้ได้ในทันทีเลยว่าตัวมันนั้นไม่มีทางที่จะเอาชนะยูโตะได้อย่างแน่นอน มันจึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวก่อนที่มันจะหักตัวเลี้ยวไปทางด้านขวาของมันแล้วกำลังจะเลื่อยหนีไปยังหลุมที่อยู่ใกล้ๆเพื่อที่จะหนียูโตะที่ได้ดาบมาไว้ในมือของตัวเขาแล้ว ครืน------!!!
“ไม่ยอมให้หนีได้หรอก!”
ยูโตะที่ลอยอยู่กลางอากาศได้เหวี่ยงตัวไปเหยียบบนหนามหนึ่งอันที่ลอยอยู่ข้างๆแล้วเหวี่ยงดาบในมือขวาไปทางด้านซ้ายของตัวเขาตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะพุ่งตัวลงไปยังเ้างูศิลาหินที่อยู่ที่ด้านล่าง
(เพ่งสมาธิลงไปยังดาบตั้งท่าอย่างมั่นคง แล้วกระโจนออกไปตัดผ่านเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้าของตัวข้า!)
ตึ้ง! ยูโตะที่ได้พุ่งตัวออกมาจากหนามที่ตัวเขานั้นเหยียบอยู่แล้วพุ่งเข้าไปใส่เ้างูศิลาหินั์ที่กำลังจะเลื่อยหนีไปด้วยความเร็ว ครืน--------! ฉับ-----! ตัวของยูโตะที่พุ่งเข้าใส่ตัวของเ้างูศิลาหินั์จาก้าได้ใช้คมดาบสีฟ้าที่เขาถืออยู่ตัดผ่านหัวของเ้างูศิลาหินั์ขาดภายในดาบเดียว ตึ้ง! หัวของมันที่กระเด็นออกมาได้ลอยผ่านตัวของยูโตะที่ลงมาสู่พื้นไปตกลงอยู่ตรงข้างๆกับปากหลุมที่มันคิดที่จะใช้เป็ทางหนี
“...ซะ...ซ้า…..!”
เสียงร้องครั้งสุดท้ายของมันได้ดังออกมาจากหัวของมันที่กองอยู่บนพื้นก่อนที่จะเงียบลงในที่สุด...
“เฮ้อ~! ในที่สุดก็จัดการได้สักที ให้ตายสิจะตายยากไปไหนเนี่ยไอ้งูตัวนี้เนี่ย!”
ยูโตะที่คุกเข่าอยู่ตรงซากของเ้างูศิลาหินั์ได้ลุกขึ้นมาแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล่าก่อนที่จะมองลงไปยังดาบที่อยูในมือของตน
(ดาบที่มีรูปร่างคล้ายกับดาบของอัศวินในยุคกลางของยุโรปที่มีสองคมและมีคมดาบเป็สีฟ้า ดาบเล่มนี้มันของตาลุงผู้บัญชาการเฟย เจิน หนึ่งในดาบที่ว่ากันว่าสามารถตัดผ่านท้องนภาได้ ัเี งั้นเหรอ งั้นก็แปลว่าเมื่อกี้นี้คนที่โยนดาบมาให้ตัวข้าก็คือเขางั้นสินะ ก็แปลว่าเขาก็รอดมาจากยานตกด้วยงั้นสินะแล้วในตอนนี้เขาก็มาถึงที่นี่แล้วงั้นสินะ ถ้างั้นก็อธิบายได้แล้วว่าลาน่านั้นไปเอาปื่นมาจากไหน...)
“รุ่นพี่~~!”
ในขณะที่ยูโตะกำลังครุ่นคิดอยู่ก็ได้มีเสียงของหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งที่ะโเรียกชื่อของตัวเขามาจากระยะไกลแล้วกำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเขาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ยูโตะที่ได้ยินแบบนั้นจึงหันไปมองยังทิศทางที่เสียงนั่นดังขึ้นมาและคนที่เขาเห็นว่ากำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเขานั้นนั่นก็คือ...
ผู้หญิงตัวเล็กผิวสีแทนผมสั่นสีดำที่กำลังวิ่งเข้ามาหายูโตะด้วยใบหน้าที่มีร้อยยิ้มปารกฎอยู่บนนั้นพร้อมกับเรียกชื่อของเขาไปพร้อมกันด้วย
“รุ่นพี่~~!”
“อลิชาอย่ารีบวิ้งสิ เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”
ใช้แล้วเธอคนนั้นก็คืออลิชาที่กำลังวิ่งเข้ามาหายูโตะด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุดและที่ด้านหลังของเธอนั้นก็มีผู้หญิงผมบลอนด์ยาวที่กำลังวิ่งตามเธอมาพร้อมกับแบกปื่นไรเฟิลสีขาวเอาไว้ที่ด้านหลังของตัวเธอ ใช้แล้วเธอคนนั้นก็คือลาน่าที่กำลังวิ่งตามอลิชามาด้วยความเป็ห่วง
“ให้ตายสิ ร่าเริงกันดีจริงๆเลยนะให้ตายสิๆ...”
ยูโตะที่เห็นทั้งสองคนกำลังวิ่งเข้ามาได้ยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาเบาๆแล้วเดินเข้าไปหาพวกเธอทั้งสองคนที่กำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเขา
เเกร๊กๆ...เเกร๊กๆเสียงของอะไรบางอย่างที่กำลังแตกร้าวที่ดังออกมาจากเศษซากของเ้างูศิลาหินั์ที่กองอยู่บนพื้นที่ใกล้ๆนั้น...
“รุ่นพี่~~ตึ้ง! ครืน-----.............”
ในวินาทีที่ไม่มีใครนั้นได้ตั้งตัว อยู่ดีๆก็ได้มีแผ่นหินขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาชนเข้ากับร่างของอลิชาที่กำลังวิ่งเข้ามาหายูโตะ จนหญิงสาวตัวน้อยนั้นกระเด็นลอยออกไปพร้อมกันกับแผ่นหินนั่น ตึ้ง! ร่างกายของหญิงสาวกับแผ่นหินที่ลอยตามเธอมาได้ชนเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่นะปลายทางที่เธอนั้นลอยไปเข้าอย่างแรง
“อะ...อลิชา!!”
ทั้งยูโตะและลาน่าที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ะโเรียกชื่อของเธอออกมาพร้อมกันกับรีบวิ่งเข้าไปหาตัวเธออย่างรวดเร็วในทันทีด้วยความเป็ห่วง ตึ้ง! ยูโตะที่ไปถึงก่อนได้ยกแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ทับตัวของอลิชาอยู่ออกและภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าของยูโตะนั้น นั่นก็คือร่างกายของหญิงสาวตัวเล็กที่นอนตาค้างอยู่บนพื้นด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยเืสีแดงฉานที่ไหลนองออกมาจากร่างกายเล็กๆนั่นนอนอยู่ท่ากลางพื้นที่กลายเป็สีแดงฉานไปจนหมดสิ้นแล้ว...
“อลิชา! เฮ้ย! อลิชา!ตื่นขึ้นมาซิ!....”
ยูโตะที่ได้คุกเข่าลงได้เข้าไปดึงตัวของอลิชาที่นอนอยู่บนพื้นสีแดงขึ้นมาประคองเอาไว้แล้วใช้มือของตัวเขาเช็คชีพจรของเธอ…..แต่ทว่าเธอนั้นไม่มีชีพจรอยู่อีกต่อไปแล้ว
“ไม่จริงน่า….อลิชา! อลิชา! อลิชา!”
ยูโตะที่โดนความสิ้นหวังเข้ากลืนกินจิตใจได้ส่งเสียงเรียกชื่อของเธอออกมาเรื่อยๆโดยหวังว่าเธอนั้นจะตัวเขากลับมา….แต่สิ่งที่ตอบกลับมานั้นมีเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น….
“ไม่จริงนะ...เื่แบบนี้…”
ลาน่าที่มาถึงได้ทรุดตัวลงกองอยู่กลับพื้นด้วยความเศร้าและเอามือทั้งสองข้างของเธอนั้นกุมใบหน้าของเธอเอาไว้ เพื่อกันเสียงร้องไห้ของเธอไม่ให้รอดออกมาแต่ถึงกระนั้นมันก็ยังคงดังออกมาอยู่ดี รวมทั้งนํ้าตาที่ไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าของเธอนั้นก็เช่นเดียวกัน มันเป็นํ้าตาแห่งความโศกเศร้าที่ค่อยๆไหลรินออกมาและค่อยๆมากขึ้นเรื่อยๆทุกวินาที…
“...ฮึกๆ...ฮึกๆ….”
“โถ่เว้ย----! อาาาาาาาาาาา----------!!!!!!!!!!”
ยูโตะที่บนใบหน้าของเขานั้นมีนํ้าตาที่ไหลออกมาได้ประคองร่างของอลิชาที่ไร้ซึ่งิญญาเอาไว้ในอ้อมกอดของตัวเขาอย่างแน่น จนเืสีแดงฉานของเธอนั้นไหลลงมาเปื้อนเข้ากับเสื้อคลุมสีขาวของตัวเขาจนมันนั้นกลายเป็สีแดงฉานที่ชุ่มไปด้วยเืของหญิงสาวตัวน้อย หลังจากนั้นตัวเขาก็กรีดร้องะโออกมาด้วยความเจ็บป่วดและความโศกเศร้าที่สูญเสียคนที่เป็เหมือนดังน้องสาวของตนเองไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ตัวเขานั้นไม่อาจที่จะช่วยเธอเอาไว้ได้….
“หนวกหูเว้ย! เงียบๆหน่อยไม่ได้รึไงว่ะ!”
เสียงของชายหนุ่มที่หยิ่งยโสได้ดังออกมาจากภายในซากของเ้างูศิลาหินั์ที่กองอยู่บนพื้นใกล้ๆกับที่ๆพวกยูโตะอยู่ มันดังออกมาจากรูขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางซากตัวของเ้างูศิลาหินั์ รูนั่นที่เป็ต้นทางของแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ลอยเข้ามาปะทะเข้ากับตัวของอลิชานั่นเอง เสียงของคนๆนั้นได้ดึงดูดความสนใจของทั้งสองคนที่กำลังโศกเศร่าอยู่อย่างมาก
“ฮะ!”
ยูโตะที่ส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับหันไปในทิศทางที่เสียงนั่นดังออกมาและคนที่เขาเห็นอยู่ตรงนั้นนั่นก็คือ...ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากรูขนาดใหญ่กลางซากของเ้างูศิลาหินั์ที่กองอยู่ตรงหน้าของทั้งสองคน
ชายคนนั้นคือชายหนุ่มรูปร่างดีตัวสูงใหญ่ที่ใส่ชุดคลุมยาวที่ยาวไปจนถึงหัวเข่าที่มีสีแดงฉานเหมือนกันกับสีเส้นผมของตัวเขาที่ยาวจนไปถึงกลางหลังและกางเกงยีนส์ที่ขาดรุ่งริ่งสีแดงฉานเช่นเดียวกัน บนใบหน้าของชายผู้นั้นมีแววตาที่หยิ่งยโสที่ไม่แคร์ชีวิตของผู้ใดเลยนอกจากชีวิตของตัวเขาเองอยู่ด้วย ในตาของเขานั้นเป็สีดำสนิทยิงกว่าความมืดมิดที่ไร้ซึ้งประกายใดๆ ที่ในตอนนี้นั้นกำลังจ้องมองมาที่รอบๆสถานที่แห่งนี้เพื่อดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่
“เฮ้อ~นี่คือด้านนอกงั้นเหรอ อื่อ…”
ชายคนนั้นที่มองไปรอบๆในที่สุดก็หยุดลงมองลงมาทางยูโตะกับลาน่าที่กำลังจ้องมองตัวเขาอยู่ด้วยสายตาอาฆาตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธ
“อะไรกันพวกแกสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน!”
ชายคนนั้นได้เดินมาทางพวกยูโตะพร้อมกับพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจ
“พวกแกรู้รึป่าวว่าตัวข้าผู้นี้เป็ใครกัน!”
เขาได้หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของยูโตะที่ประคองร่างที่ไร้ิญญาของอลิชาอยู่กับลาน่าที่นั่งร้องไห้อยู่ที่ข้างๆตัวเขา ชายคนนั้นได้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วกำมือทั้งสองข้างเอาไว้แล้วใช้นิ้วโป้งทั้งสองชี้ไปที่ตัวของเขาแล้วเปล่งเสียงพูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความหยิ่งยโส
“ตัวข้าผู้นี้คือ คริมสัน เฮล บุรุษที่เป็ถึงหนึ่งในสามผู้ปกครองสูงสุดของสภาสูงแห่งอาร์คแลนเชียวนะ พวกแกที่เป็แค่มดปลวกที่มีหน้าที่คอยรับใช้ตัวข้าผู้นี้ไม่มีสิทธิที่จะมามองหน้าตัวข้าผู้นี้ด้วยแววตาแบบนั้น!”
ตึ้ง--!!
ไม่ทันที่ชายคนนั้นจะพูดแนะนำตัวเองจนจบ ตัวเขาก็โดนยูโตะที่โกรธจัดพุ่งกระโจนเข้าใส่แล้วใช้ดาบสองคมสีฟ้าที่เขาถืออยู่ฟันเข้าไปที่ตัวของชายคนนั้นในทันที หมับ! แต่ทว่าดาบของยูโตะนั้นก็ไปไม่ถึงตัวของชายผู้นั้น เขาได้ใช้มือขวาของตนจับคมดาบนั้นเอาไว้ได้อย่าง่ายด้ายก่อนที่มันจะไปถึงตัวเขา
“หือ~ดูเหมือนว่าแกจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวข้าผู้นี้พูดเลยงั้นสินะ...”
“ไม่เข้าใจหรอก! แล้วก็จะไม่มีวันที่จะเข้าใจด้วย!”
ยูโตะที่พูดออกมาด้วยความโกรธได้ออกแรงดันดาบในมือแรงขึ้นมากกว่าเดิม
“แต่มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ตัวข้าเข้าใจได้เป็อย่างดีนั่นก็คือ ตัวข้าจะต้องฆ่าแกให้ได้!”
“โฮ้!แปลว่าเตรียมตัวเตรียมใจที่จะโดนกำจัดทิ้งแล้วงั้นสินะ ไอ้คนไม่รู้จักเจียมตัว!”
หลังจากที่พวกเขานั้นได้โค้นล้มเ้างูศิลาหินั์ลงไปได้สำเร็จและดูเหมือนกลับว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงไปได้ด้วยดีแล้ว แต่ทว่ากับมีศัตรูคนใหม่ปรากฎตัวขึ้นมาต่อหน้าต่อตาพวกเขาอีกครั้งอีกทั้งพวกเขายังสูญเสียพวกพ้องคนสำคัญไปอีกด้วย
ในที่สุดแล้วโชคชะตาก็เริ่มหมุนวนต่อไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว...