ตอน 11 ค้นหา
"นายท่าน หากเื่ใหญ่ที่ว่า ถึงขั้นให้แม่ทัพใหญ่เวินเสี่ยวซ่งไปเรียกหาข้าด้วยตัวเอง คือการมาร่วมเล่นน้ำลำธารเป็เพื่อนท่าน วั่งเฟิ่งคิดว่าไม่เหมาะนัก "
"กรมยุติธรรม มีงานให้ข้าต้องสะสางมากมาย หวังว่าท่านจะไม่ถือโทษโกรธ วั่งเฟิ่งขอลา" เขาพูดกับหย่งชวนทันทีที่ขึ้นถึงฝั่ง แม้แต่หันหน้าไปมองเขายังไม่ทำ ...เหตุการณ์นี้ เป็เครื่องมือพิสูจน์ได้ดี ว่าหย่งชวนผิดปกติ... ทว่าคนเกลียดความสัมพันธ์นอกรีตเยี่ยงหย่งชวน มีหรือจะปล่อยให้ตนเลยเถิด
เขาขึ้นจากน้ำ สวมอาภรณ์กลับตามเดิม มุ่งหน้าเข้าจวนอ๋อง ออกคำสั่งให้ขุนนางฝ่ายพิธี หาสตรีมาบำเรอสักสิบคนในคืนเดียว ...ั้แ่นั้นเป็ต้นมา เขาตีตัวออกห่างวั่งเฟิ่ง ไม่ยอมพบหน้า แม้ในใจโหยหาก็ข่มไว้ ...ค่ำคืนที่แสนสงัด จวนอ๋องถูกสั่งให้คนนอกออกไป บ่าวในเรือนห้ามออกจากห้อง สตรีงดงามสิบนางถูกส่งเข้าจวน เดินเรียงหน้าเข้าห้องหย่งอ๋อง ...ทันทีที่ประตูเปิดออก หย่งอ๋องวิปลาส เปลื้องอาภรณ์รอแล้ว นอนแผ่อ้ารอบนเตียงใหญ่
"รออะไรอยู่ล่ะ เข้ามาปรนนิบัติข้าพร้อมกันทั้งหมดนั่นแหละ " สาวๆได้ยินคำท้าทายเช่นนั้นก็วิ่งกรูเข้าหาผู้เป็ใหญ่ หวังปรนนิบัติให้ดี หากได้รับความพึงพอใจ อาจถูกเลือกแต่งเข้าจวนอ๋อง กลายเป็ฮูหยินเอก สบายไปทั้งชาติ
หย่งอ๋องนอนรับความเสียวซ่าน สตรีทั้งสิบนัวเนียรอบกาย ท่อนล่างถูกดูดอังด้วยลิ้นสากๆของสตรี พวกนางผลัดกันเคล้าคลึงเ้าแท่งเอ็นจนลิ้นถลอก ...ไม่ว่าจะพวยพุ่งน้ำรักออกไปกี่ยก แท่งเอ็นก็ยังตั้งโด่รอรับ สาวงามนางหนึ่งทนไม่ไหว ขัดคำสั่งไม่ยอมใช้ลิ้นคลึงให้อีก นางกลับแหวกขาขาวๆออกกว้างเป็ตัวเอ็ม นั่งยองลงบนตัว เสียบทับแท่งเอ็นเข้าร่างจนมิดด้าม ...นางผู้สวาทรัก ร่อนเอวเป็จังหวะ หย่งอ๋องผู้ไม่คุ้นเคย เสียวซ่านแทบขาดใจ คำพูดที่เขาเอ่ยจากปาก ล้วนเป็ชื่อของวั่งเฟิ่ง ยิ่งทำให้สตรีนับสิบประหลาดใจไม่น้อย
ตลอดทั้งคืน พวกเขาร่วมรักกันอย่างเร่าร้อน แม้จะร่วมรักมากหมู่ปานนั้น หย่งชวนก็ไม่อาจลบวั่งเฟิ่งจากใจได้ หลับตาลงก็ยังจินตนาการเป็ภาพเขาตลอด
"วั่งเฟิ่ง...หากเ้าเป็สตรีคงดี" หย่งอ๋องพลิกกายนางนั้นให้นอนลงราบเตียง ตนเองขึ้น้าเป็คนคุมเกม เขาเพ่งมองหน้าสตรีอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเปล่งเสียงกระเส่าระส่ายออกมาเป็ภาษารัก รำพันรำพึงถึงวั่งเฟิ่งผู้เดียว
"เ้าเด็กนี่ช่างเร่าร้อนเสียจริง " ต้วนชิงได้ยินเสียงครวญครางของสตรีตลอดทั้งคืน จนเขาเองหลับนอนไม่ได้
เพราะความสวาทรักของหนุ่มสาว กระตุ้นให้ชายวัยกลางคนอย่างเขาทนไม่ไหว ต้องวางตำราลงต่ำ ถกอาภรณ์ผืนใหญ่ สวมมือคว้าแท่งเอ็นที่ยาวใหญ่ ชักสาวอย่างมันมือตามจังหวะเสียงครวญของนางเล็กๆที่กำลังหลับนอนกับหย่งอ๋อง ...ต้วนชิงต้องรีดน้ำรักออกมาเสียก่อนจึงจะหลับได้ เขาชักสาวไปมาหลายยก กระทั่งเหน็ดเหนื่อยจนไม่มีแรงจะลุกไปหยิบผ้ามาชุบเช็ดน้ำสีขาวข้นเหนียวหนืดที่ปนเปื้อนพื้นเรือน
**********
รุ่งเช้าวันต่อมา
หย่งชวนไม่ได้หลับนอนตลอดทั้งคืน ประตูเรือนถูกเปิดอ้าซ่าแต่เช้า เผยให้เห็นสตรีหลายนางนอนเปลือยเปล่าหมดสภาพในเรือน พวกนางหลับใหลไปเพราะความเหนื่อย(อิอ๋องเยดุมากแม่ ดุจนสาวทั้งสิบต้องร้องขอชีวิต)
ยังไม่ทันได้นอนอิ่มดี พวกนางดันถูกหย่งอ๋องไล่ตะเพิดออกจากจวนั้แ่เช้า กลายเป็ว่าสตรีนับสิบไม่มีผู้ใดถูกเลือกเข้าจวนอ๋องเก็บไว้ปรนนิบัติกามอารมณ์
"ไสหัวพวกเ้าออกไปซะ ไร้ฝีมือ ไร้ความเก่งกาจ ข้าไม่้า" หย่งออกนั่งชันเข่าที่ปลายเตียง ขับไล่พวกนางแบบไม่ไยดี แม้แต่หางตาก็ไม่แยแส
"ท่านอ๋องเ้าคะ มิสู้ให้พวกข้าได้รั้งอยู่ แก้มือรับใช้ท่านอ๋องให้พอใจสักครั้งเถอะ" สาวๆทั้งสิบเข้าห้อมล้อม หวังเอาใจอ๋องขอรั้งอยู่อีกสักคืน
"อุจาดตา น่าสะอิดสะเอียน !!! รีบสวมอาภรณ์และไปให้พ้นหน้า" หย่งอ๋องออกแรงผลักพวกนางจนล้มระเนระนาดแบบไม่สนฮีสนแท๊ดอะจ้า (เลวมากอิอ๋อง ได้แล้วก็ทิ้ง ไม่เห็นใจหญิงเลย)
"นี่มันจะไม่มีผู้ใดสนองใจข้า เทียบแทนวั่งเฟิ่งได้จริงๆหรือ" หย่งอ๋องกลุ้มใจนัก นั่งสูดกำยานเพื่อคล้ายอารมณ์ ยกชาดื่ม หลับตาพริ้ม ...อิอ๋อง มัวแต่ตีตัวออกห่าง เล่นแง่เล่นงอน พิสูจน์ตัวเองบ้าบออะไร นู้นจ้าาาาา อิอาเล็กต้วนชิง ทำคะแนนนำลิ่ว
**********
ณ กรมยุติธรรมที่วั่งเฟิ่งประจำการอยู่
"ฮะแฮ่ม...ดูท่าคนใหญ่คนโตเช่นเ้างานราชกิจจะรัดตัวเชียวนะ " ต้วนชิงจู่ๆก็เข้าพบวั่งเฟิ่งที่กรมยุติธรรม
"โอ่ว ท่านต้วนชิง มาถึงนี่ มีเื่ใดให้ผู้น้อยวั่งเฟิ่งรับใช้" วั่งเฟิ่งรีบลุกขึ้นเดินมาคุกเข่าเคารพต่อต้วนชิงข้างหน้า
"เอาล่ะ ระหว่างข้าและเ้า ไม่จำเป็ต้องมากพิธี "
"วั่งเฟิ่ง...ไม่ต้องกลัวข้าหรอก ข้ามิใช่หย่งชวน สุ่นต้วนชิงขอสาบานว่าชั่วชีวิตไม่ขอร้ายกาจกับเ้า" ต้วนชิงผู้แสนดี ประคองวั่งเฟิ่งขึ้นเบาๆ (งื่อ พ่อไมโครเวฟ พ่อดวงอาทิตย์ อบอุ่นม๊าก ใครไม่เอาพระรองก็ช่างไรต์ขอนะ อิอิ)
"นับเป็ความเมตตาของท่านต้วนชิงนัก " วั่งเฟิ่งกล่าววาจาด้วยความนอบน้อม
"วั่งเฟิ่ง ่นี้ข้าเห็นเ้ายุ่งกับงานที่กรมมากไปหน่อย มิสู้ละทิ้งหน้าที่ให้หละหลวม เข้าตลาดหลวงเป็เพื่อนข้าเสียหน่อยเถอะ" ต้วนชิงอ้อนวั่งเฟิงอีกครั้ง
"เอาน่า... ถือว่าช่วยเหลือข้า กลับมาจิ่งโจวครั้งนี้ข้ามิคุ้นเคยทาง อีกทั้งอยู่แต่ในจวนอ๋อง มิค่อยสำราญใจนัก อยากจะออกไปเปิดหูเปิดตา" ต้วนชิงกล่อมวั่งเฟิ่งอยู่นาน สุดท้ายก็สำเร็จ
ณ ตลาดหลวงกลางแคว้น
"วั่งเฟิ่งเหตุใด เ้าเดินช้านักล่ะ " ต้วนชิงหันมายิ้มให้วั่งเฟิ่ง พร้อมพูดจาหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าวั่งเฟิ่งก็มีหวั่นไหวบ้าง แต่ไม่ถือว่ามากนัก
"ขอรับนายท่าน" วั่งเฟิ่งตอบกลับตามมารยาท
"ไอ๊หย๊า... ดาบนี่ไม่ต้องถือยกขึ้นเตรียมพร้อมไว้ตลอดเป็ดี เ้ามาเที่ยวตลาดเป็เพื่อนข้า ก็ทำท่าทีให้ข้าสำราญใจหน่อย มิใช่ทำตัวแข็งทื่อ ยกดาบกันตัวคล้ายพร้อมรบฆ่าฟันคนยังงั้น"
"เ้าลองมองดูดีๆสิ เบื้องหน้าของเรามีแต่ร้านอาหารเล็กๆของชาวเมือง เด็กวิ่งเล่นสนุกสนาน คนแก่ถือของหนักมือ ไหนล่ะภัยที่ควรต้องระวัง" ต้วนชิงกล่าวให้แง่คิดแก่คนเคร่งธรรมเนียมอย่างเขา
"นี่ข้า... อยู่จิ่งโจวเกินไป จนเป็คนเคร่งขรึมั้แ่เมื่อไหร่กัน...เดิมทีเผ่าทุ่งหญ้าแดนเหนือของข้าไม่มากธรรมเนียมเช่นนี้ หรือว่าจะเป็เพราะข้าอยู่ในฐานะใหญ่โตคุ้มครองเมือง จึงได้ลืมตัวตนที่ควรจะเป็" วั่งเฟิ่งลดทีท่าลง พร้อมครุ่นคิดในใจ จนคิ้วสองข้าขมวดจอดกัน
"ไอ้หย๊า ข้าไม่ได้ตำหนิเ้าเสียหน่อย เหตุใดต้องขุ่นเคืองขนาดนั้น " ต้วนชิงโน้มตัวเข้าใกล้จนแทบจะแนบชิดหน้ากาก เขามองทะลุเบ้าตา ราวกับว่ากรูรู้ตัวตนมึงละนะ ทำเอาวั่งเฟิ่งขนลุกเยือก ทว่าต้วนชิงก็ไม่อยากทำให้นางลำบากใจ เขาแกล้งโง่ อ่อนโยน ใช้มืออุ่นๆยีหัวนางเบาๆ ...มืออีกข้างกระชากบั้นท้ายเข้าแนบตัว ให้นางหลบคนที่ขนสัมภาระผ่านไป
วั่งเฟิ่งร้อนๆหนาวๆทำตัวไม่ถูก แต่ก็ต้องพาต้วนชิงไปเที่ยวชมเมืองตามใจ้า นานเข้า นานเข้า ด้วยท่าทีที่เป็กันเองของเขา ทำให้วั่งเฟิ่งเริ่มสบายใจขึ้น ...กระทั่งพวกเขาเดินผ่านหน้าร้านขายปิ่น ต้วนชิงหยุดลงตรงนั้น เพราะเห็นวั่งเฟิ่งชายตามอง
"นางคงอยากได้มันสินะ" ต้วนชิงรู้ทันความคิดสตรี เขาไม่กระโตกกระตาก พูดในใจ
"เถ้าแก่ เท่าไหร่" ต้วนชิงเอ่ยถามเสียงดัง
"ปิ่นเงินร้านข้า งดงามมีชิ้นเดียวในจิ่งโจว มิสู้นายท่านซื้อให้ฮูหยินสักชิ้น สวมให้นาง คงดงามไม่น้อยแน่" เถ้าแก่ปากดี อยู่เป็ พูดคำพวกนั้นพร้อมเอียงตามองไปที่วั่งเฟิ่ง
"เถ้าแก่ รนหาที่ตายหรืออย่างไร มีตาหามีแววไม่ ไม่เห็นหรือไรว่าข้าคือบุรุษ" วั่งเฟิ่งไม่มั่นใจในตัวเอง ใช้คำพูดพวกนั้นสาดใส่กลบเกลื่อนความประหม่า
"วั่งเฟิ่ง... เ้าจะเสียงดังทำไมกัน ไม่เห็นหรือไรว่าเถ้าแก่กลัวจนตัวสั่นแล้ว อีกทั้งเขาก็ยังไม่ได้เอ่ยว่าเ้าเป็สตรี เหตุใดต้องฉุนเฉียว" ต้วนชิงทำทีไม่รู้ไม่ชี้ กล่าวติติงวั่งเฟิ่งทันที
ภายใต้หน้ากากนั้น เหงื่อแตกเป็หยดๆ มือทั้งสองข้างบิดกำอาภรณ์แน่น จนต้วนชิงสังเกตเห็น มันยิ่งทำให้เขาเอ็นดูนาง จนเผลอหลุดยิ้มออกมา