เกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง

    ตอนที่ 51 ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของเมืองกรีน

    ตอนที่51 ไฟไหม้ครั้งใหญ่ของเมืองกรีน


    ครู่หนึ่งซ่งเย่มาวิ่งถึงหน้าห้องสามและเหลือบมองเห็นอาจารย์ถงเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวายใจ


    “ซ่งเย่มาแล้ว เธอมากับอาจารย์ตอนนี้เลย” อาจารย์ถงหันหน้ามาพบซ่งเย่พอดี


    จึงเรียกเธอให้เดินมากับตนเอง พร้อมกับเดินนำหน้าเธออย่างรวดเร็ว


    ซ่งเย่ขมวดคิ้วครู่หนึ่งก่อนเดินตามอาจารย์ถงไปอย่างสงสัย “มีอะไรกันแน่?”


    เมื่อเปิดประตูห้องผู้อำนวยการกงผาน


    ปรากฏว่าซ่งเย่เห็นแม่ตนเองนั่งร้องไห้เสียใจอยู่จึงถามขึ้นมาโดยตรง “แม่คะเกิดอะไรขึ้น?”


    เส้าม่านเอ๋อที่มองเห็นซ่งเย่พลันตรงเข้ามากอดด้วยความลืมตัวแต่คราวนี้ซ่งเย่พยายามไม่ทำตัวแข็งทื่อ


    “ฮึกฮือฮือ เย่เอ๋อร์ พ่อถูกยิ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”เส้าม่านเอ๋อพูดขาดหายเป็นห้วงๆพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้


    “พวกเราไปโรงพยาบาลกันค่ะ”ซ่งเย่จับแขนแม่ตนเองและหันไปพูดขอลากับผู้อำนวยการกงและอาจารย์ถงว่า


    “หนูขอลาบ่ายนี้นะคะ รบกวนอาจารย์ถงบอกเรื่องติวกับเพื่อนๆให้หนูหน่อย”


    “ไปเถอะ ไม่ต้องกังวล อาจารย์จะแจ้งนักเรียนห้องสามให้เอง”


    อาจารย์ถงพยักหน้าและโบกมือให้เธอออกไปพร้อมกับแม่ทันที


    ซ่งเย่และแม่กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังรถที่จอดอยู่หน้าประตูโรงเรียนและให้ลุงโจวขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลทันที


    ขณะนั่งอยู่ในรถยนต์ ซ่งเย่หยิบโทรศัพท์มากดปุ่มให้ซาเซินน้อยมุ่งหน้าไปตรวจสอบสภาพร่างกายของพ่อล่วงหน้า


    เส้าม่านเอ๋อในเวลานี้หยุดร้องไห้แล้วและมีแต่เสียงสูดน้ำมูกเป็นระยะ


    “เกิดเหตุที่ไหนค่ะ?” ซ่งเย่จัดการคำสั่งกับซาเซินน้อยเสร็จแล้วเธอหันมาถามแม่ด้วยความแปลกใจ


    “พ่อไปออกรายการโทรทัศน์ของสถานีซีทีวี ตอนที่พ่อกำลังเดินไปขึ้นรถก็มีคนเข้ามายิงโดยที่พ่อไม่ทันตั้งตัวน่ะ”


    “คนร้ายล่ะแล้วตำรวจไปสอบสวนที่เกิดเหตุหรือยังค่ะ”ซ่งเย่ถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแม่ตนเอง


    “แม่ไม่รู้เหมือนกันจ๊ะพอแม่รู้ข่าวก็รีบมาหาลูก พวกเราจะไปหาพ่อที่โรงพยาบาลพร้อมกัน”


    เส้าม่านเอ๋อพูดอย่างกังวลใจและเหมือนสมองสับสนไปชั่วขณะจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน


    “เข้าใจแล้ว”ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้นของพ่อ


    จากนั้นเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเข้าโปรแกรมที่ติดตั้งไว้เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด


    ภาพที่ปรากฏบนโทรศัพท์มาจากกล้องวงจรปิด


    ซึ่งมองเห็นชายสองคนใส่หมวกและผ้าปิดคลุมใบหน้าเหลือแต่ดวงตาสองข้างที่มองเห็นได้


    ทั้งคู่ขับรถยนต์กระบะที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนโดยชายคนขับจอดรถรออยู่ใกล้ๆกับอาคารซีทีวี


    ส่วนชายอีกคนหนึ่งเดินปะปนกับผู้คนเพื่อเข้าใกล้ซ่งซ่านจิง


    ขณะที่ซ่งซ่านจิงเดินออกมากับเจ้าหน้าที่ของซีทีวีคนหนึ่งเพื่อไปขึ้นรถตู้ของบริษัทซึ่งจอดรออยู่หน้าอาคารซีทีวี


    ชายคนนั้นถือปืนยิงพ่อตนเองเข้าที่หน้าอกและช่องท้องอย่างรวดเร็ว


    จากนั้นวิ่งกลับไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่แล้วขับหนีออกไปจากสถานที่เกิดเหตุในทันที


    มีผู้คนที่อยู่หน้าอาคารซีทีวี8 คนต่างส่งเสียงตะโกนร้องโวยวายและร่างของซ่งซ่านจิงล้มลงกับพื้นมีเลือดท่วมตัว


    ซ่งเย่ติดตามรถกระบะของชายทั้งสองคนที่มุ่งหน้าออกนอกเมือง


    พวกเขาแวะอาคารร้างแห่งหนึ่งเพื่อเปลี่ยนรถจากรถกระบะเป็นรถยนต์ซีดานสีดำและขับหลบออกไปอีกทาง


    “ฮึฮึคิดว่าจะหนีพ้นหรือ?” ซ่งเย่มองเห็นป้ายทะเบียนรถยนต์ได้อย่างชัดเจน


    จึงเปลี่ยนคำสั่งของซาเซินน้อยให้มุ่งหน้าติดตามคนร้ายทั้งสองคนแทน


    ครู่หนึ่งซ่งเย่และแม่มาถึงโรงพยาบาลประชาชนเมืองกรีน


    เวลานี้ซ่งซ่านจิงหมดสติเนื่องจากบาดเจ็บสาหัสและมีเลือดออกมาก


    โชคดีที่กระสุนพลาดตำแหน่งหัวใจแต่มีลูกหนึ่งทะลุปอดอีกลูกหนึ่งเข้าช่องท้อง


    เวลานี้ทีมแพทย์เตรียมที่จะพาคนป่วยเข้าห้องผ่าตัด


    เมื่อแพทย์เห็นเส้าม่านเอ๋อและซ่งเย่เดินอย่างเร่งรีบมาที่หน้าห้องผ่าตัด


    หมอเหลียงคุณเดินเข้ามาพูดคุยกับพวกเธอทันที


    “พวกคุณเป็นญาติคนป่วยใช่ไหม? เรากำลังจะผ่าตัดช่วยเซ็นเอกสารรับรองให้ด้วยครับ”


    พยาบาลสาวยื่นเอกสารให้กับเส้าม่านเอ๋อเพื่อยินยอมให้คนป่วยเข้ารับการผ่าตัด


    “ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”เส้าม่านเอ๋อเซ็นชื่อพร้อมกับกล่าวขอบคุณหมอที่จะช่วยชีวิตสามีตนเอง


    “เป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้วขอตัวก่อนนะครับ”


    เหลียงคุณตอบกลับอย่างสุภาพและเดินเข้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว


    ไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างวาบขึ้นที่หน้าประตูซ่งเย่พยุงแม่ที่ดูอ่อนเพลียไปนั่งที่ม้านั่งหน้าห้องผ่าตัด


    “กริ๊งกริ๊งกริ๊ง”เวลานี้มีเสียงโทรศัพท์ของเส้าม่านเอ๋อดังขึ้น แต่ดูเหมือนเธอจะสับสนและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง


    ซ่งเย่ถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ของแม่ออกมาดูและพบว่าเป็นเบอร์ของยายที่โทรเข้ามา


    เธอจึงกดรับสายทันที“ม่านเอ๋อ อาจิงเป็นยังไงบ้าง?”เสียงของยายถามอย่างวิตกกังวล


    “หมอกำลังผ่าตัดไม่ต้องเป็นห่วงค่ะคุณยาย คุณพ่อจะปลอดภัย” ซ่งเย่ตอบตามความจริงและปลอบใจยาย


    “ดีแล้ว ดีแล้วผลผ่าตัดเป็นอย่างไรให้โทรบอกตายายด้วยนะเย่เอ๋อร์” ม่อฮวากำชับซ่งเย่อย่างจริงจัง


    “ทราบแล้วค่ะ”ซ่งเย่รับปากเพราะเธอเข้าใจว่าตายายคงเป็นห่วงและกังวลใจ


    เมื่อวางสายจากยายแล้วซ่งเย่โอบไหล่แม่และตบเบาๆด้วยความห่วงใยและปลอบใจไปพร้อมกัน


    เส้าม่านเอ๋อที่คลายความเศร้าลงได้บ้างแล้ว


    เธอยืดตัวขึ้นและหันหน้ามาสบตาลูกสาวและพูดยืนยันหนักแน่นว่า


    “แม่ไม่เป็นไรแล้วเย่เอ๋อร์แม่จะต้องเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ใช่ให้ลูกมาคอยปลอบใจแม่แบบนี้อีก”


    เส้าม่านเอ๋อตระหนักได้ว่าตนเป็นแม่ของลูกสาวที่แข็งแกร่งและเก่งกาจ


    เธอจึงต้องเข้มแข็งและทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีท่ามกลางวิกฤติอันตรายของครอบครัวที่กำลังเผชิญอยู่


    ดังนั้นการร้องไห้ที่แสดงความอ่อนแอของตนเองจึงไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมแต่อย่างใด


    “ดีแล้วค่ะ”ซ่งเย่เข้าใจในสิ่งที่แม่กำลังสื่อกับตนเองจึงพยักหน้าให้กำลังใจเธอ


    “ติ๊ดติ๊ดติ๊ด”พลันมีเสียงเตือนจากซาเซินน้อยที่เธอให้ติดตามคนร้ายชายทั้งสองคนไป


    เธอจึงหยิบโทรศัพท์ของตนเองออกมาเปิดดูภาพที่ซาเซินน้อยส่งมา


    ปรากฏว่าเป็นบริษัทปุ๋ยคู่แข่งที่อยู่เบื้องหลังของบริษัทหนึ่งซึ่งจัดเวทีทดสอบประสิทธิภาพปุ๋ยด้วยกันมาก่อน


    “ที่นี่เองเหรอ?” ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากด้วยความแปลกใจที่พวกเขายังไม่ยอมแพ้


    ในเมื่อไม่ยอมแพ้ตามกติกา


    เธอก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยทำความสะอาดให้เรียบร้อยแต่อย่างใด


    “พวกคุณล้ำเส้นเองนะ”ซ่งเย่พึมพำพร้อมแววตาทอประกายโหดเหี้ยม


    ..........


    สองชั่วโมงต่อมา


    ไฟหน้าห้องผ่าตัดปิดลงพร้อมกับประตูที่เปิดออกมามีหมอและพยาบาลหลายคนเดินออกจากห้องพร้อมกัน


    หมอเหลียงคุณเดินตรงเข้าไปหาเส้าม่านเอ๋อเพื่อแจ้งความคืบหน้าของการผ่าตัดว่า


    “ผ่าตัดประสบความสำเร็จเวลานี้คนป่วยยังหมดสติอยู่หากอาการคงที่แล้วจะย้ายผู้ป่วยไปห้องพิเศษ 5 นะครับ”


    “ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ”เส้าม่านเอ๋อกล่าวขอบคุณหมออย่างซาบซึ้งใจ


    “ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่กล่าวขอบคุณหมอเหลียงคุณเช่นกัน


    “เราเคยพบกันมาก่อนใช่ไหม?” หมอเหลียงคุณรู้สึกคุ้นหน้าซ่งเย่จึงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


    “ใช่ค่ะคุณตาเส้าจ้านเคยมารักษาที่นี่” ซ่งเย่พยักหน้าและตอบตามจริง


    “อ๋อ ใช่แล้วผมจำได้ คุณเป็นหลานสาวของตาเส้าจ้าน คุณพอจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนรักษาคุณตาของคุณ?”


    หมอเหลียงคุณตาโตอย่างยินดีและถามเธอด้วยความคาดหวัง


    “เอ่อไม่ทราบค่ะ” ซ่งเย่อึกอักครู่หนึ่งก่อนหลีกเลี่ยงที่จะบอกความจริง


    ถึงแม้ว่าเธอจะมีทักษะความสามารถด้านการแพทย์ทั้งแผนตะวันตกและแผนจีน


    แต่ทว่าในเวลานี้ที่ครอบครัวมีความเสี่ยงจากองค์กรKA


    เธอจึงไม่ต้องการเรียกความสนใจจากองค์กรชั่วร้ายนั้นให้นำภัยพิบัติมาสู่ครอบครัวในเวลานี้


    ซ่งเย่จึงปฏิเสธหมอเหลียงคุณโดยตรง


    “น่าเสียดายคุณตาเส้าจ้านก็ไม่ยอมบอกผมเหมือนกัน” หมอเหลียงคุณส่ายหัวด้วยความผิดหลัง


    จากนั้นหมอเหลียงคุณแนะนำการปฏิบัติต่อคนป่วยและนัดหมายเข้าเยี่ยมซ่งซ่านจิงอีกครั้งในห้องพิเศษ5


    ซึ่งหมายความว่าในอีกสองชั่วโมงข้างหน้าหากคนป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆหลังผ่าตัด


    ญาติสามารถเข้าเยี่ยมและเฝ้าดูแลคนป่วยได้ตามปกติ


    “แม่กลับบ้านไปอาบน้ำทานข้าวก่อนดีกว่าค่ะแล้วหนูจะตามไป”


    ซ่งเย่พูดบอกเส้าม่านเอ๋อและส่งสัญญาณเป็นนัยในคำพูดตนเอง


    “ตกลง”เส้าม่านเอ๋อสบตาลูกสาวและเข้าใจคำพูดคลุมเครือของซ่งเย่


    เธอเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของซ่งเย่และทักษะการต่อสู้ที่เหนือความคาดหมายของลูกสาวตนเอง


    ดังนั้นเส้าม่านเอ๋อจึงไม่ขัดขวางที่ลูกสาวจะไปทำภารกิจบางอย่างแทนครอบครัว


    เมื่อส่งแม่กลับบ้านไปกับลุงโจวแล้ว


    ซ่งเย่โบกมือเรียกรถแท็กซี่ตรงไปยังโรงงานและบริษัทปุ๋ยซางตี้


    “จอดตรงนี้”ซ่งเย่ส่งเสียงบอกคนขับรถแท็กซี่เมื่อใกล้จะถึงหน้าบริษัทปุ๋ยซางตี้


    “ครับ”คนขับรถตอบกลับอย่างสุภาพและแจ้งจำนวนเงินค่าโดยสาร


    ซ่งเย่จ่ายเงินแล้วเดินลงจากรถแท็กซี่


    เธอกวาดสายตามองหาทำเลที่เหมาะสมในการมองเห็นภายในโรงงาน


    เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้วยสายตาตนเองอีกครั้งก่อนตัดสินใจตอบแทนการกระทำของพวกเขา


    ซ่งเย่พุ่งตัววิ่งและกระโดดสูงขึ้นบนอาคารหนึ่งที่เป็นอาคารที่พักของผู้คนแถบนี้ซึ่งใกล้กับโรงงานมากที่สุด


    จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือมาทำลายกล้องวงจรปิดบริเวณนี้ทั้งหมดรวมทั้งภายในโรงงานด้วย


    “ระเบิดให้สิ้นซาก”ซ่งเย่พึมพำกับตัวเองก่อนกดปุ่มคำสั่งให้ซาเซินน้อยใช้ระเบิดเข้าทำลายพื้นที่โรงงานและอาคารของ

    บริษัทซางตี้


    พลันเกิดเสียงระเบิดกึกก้องทั่วบริเวณนั้นพร้อมกับมีฝุ่นควันพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้าและเกิดไฟไหม้ในโรงงานและอาคาร

    สำนักงานของบริษัทที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันทันที


    “บู๊มมมมบู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม บู๊มมมม”


    “หนีเร็ว......”


    “อ๊าก! ช่วยด้วย.....”


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    “ระเบิดมาจากไหน?”


    “ช่วยด้วย”


    “พระเจ้าศัตรูถล่มเราหรือ?”


    “เพล๊งเพล๊งโอ๊ย!”


    “ไฟไหม้ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย”


    “เรียกดับเพลิงเร็วเข้า”


    “เรียกตำรวจด่วน”


    “ทุกคนหนีเร็ว”


    ผู้คนในโรงงานและอาคารสำนักงานต่างวิ่งหนีระเบิดและไฟไหม้กันอลหม่านด้วยความตื่นตกใจ


    พวกเขาแตกตื่นที่พบกับภัยจากระเบิดและไฟไหม้โดยไม่รู้ตัวมาก่อน


    ไม่ว่าจะเป็นระเบิดที่ไม่รู้มาจากใครและยังมีเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำโรงงานและอาคารสำนักงานสูงห้าชั้น


    มีบางคนกระโดดหนีไฟไหม้จากบนอาคารสูงห้าชั้นลงสู่พื้นเบื้องล่างโดยตรง


    เสียงหวีดร้องหวาดกลัวดังระงมไปทั่วบริเวณ


    ผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก


    ประชาชนทั่วไปที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานและบริษัทปุ๋ยซางตี้ต่างพากันออกมายืนมุงดูด้วยความแปลกใจ


    ซ่งเย่ยืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าเฉยเมยเย็นชาเหมือนเดิม


    เธอชินชากับการล้มตายของผู้คนจำนวนมากมาตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นทหารและแม่ทัพของดาวเอเอส


    ดังนั้นภาพผู้คนล้มตายแค่ไม่กี่สิบคนทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือโศกเศร้าแต่อย่างใด


    “ชายสองคนนั้นอยู่ที่ไหนกัน?” ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อไม่พบลักษณะของชายสองคนที่ยิงพ่อตนเอง


    ปรากฏว่าเมื่อเธอสังเกตอย่างละเอียดทำให้พบช่องทางเข้าสู่ห้องใต้ดินซึ่งหลบอยู่มุมหนึ่งของอาคารโรงงาน


    ทางเข้าดูไม่น่าสนใจแต่ซ่งเย่ที่มองเห็นระยะไกลได้อย่างชัดเจนนั้น


    เธอมองเห็นรอยเท้าบนพื้นที่หายเข้าไปหลังประตูเหล็กเก่าบานหนึ่งของอาคารหลังเล็กทางด้านหลังโรงงาน


    มีรอยเท้ามากกว่าหนึ่งรอยที่ยังใหม่อยู่


    “คิดจะไปหลบในห้องใต้ดินหรือ?” ซ่งเย่แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนพุ่งตัวกระโดดลงสู่พื้น


    และวิ่งตรงไปยังตำแหน่งด้านหลังโรงงานซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กคล้ายอาคารเครื่องปั่นไฟสำรอง


    แต่เมื่อซ่งเย่เปิดประตูเหล็กเก่าบานนั้น


    กลับพบว่าหลังประตูมีบันไดคอนกรีตที่มั่นคงเดินลงสู่เบื้องล่างอันมืดมิด


    ซ่งเย่ใช้พลังซาเซินตรวจสอบความผิดปกติรอบๆแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จึงเดินลงบันไดคอนกรีตอย่างระมัดระวัง


    สายตาของเธอปรับเข้ากับความมืดได้อย่างรวดเร็ว


    เวลานี้ซ่งเย่สามารถมองรอบตัวได้เหมือนเวลากลางวัน


    เดินลงบันไดคดเคี้ยวราว50 ขั้นก็กลายเป็นทางเดินเรียบ


    เธอพบว่าในห้องใต้ดินมีห้องโถงโล่งกว้างตรงกลางและมีห้องขนาดใหญ่ปิดกั้นมิดชิดซ้ายขวาอย่างละหนึ่งห้อง


    “มีคนอยู่ที่นี่หลายคนขนาดนี้เลยหรือ?”ซ่งเย่ประหลาดใจที่พบว่ามีเสียงพูดคุยของคนมากถึงสิบกว่าคน


    เธอเตรียมพร้อมที่จะใช้ทักษะเปลวเพลิงซาเซินเข้าจัดการกับทุกคน


    เวลานี้มีเปลวเพลิงหมุนวนรอบฝ่ามือของซ่งเย่ทำให้ห้องโถงสว่างขึ้นทันใด


    “แอ๊ด...นั่นใคร?”


    “ศัตรูบุก!”


    “ฆ่ามัน!”


    พลันมีชายสามคนเปิดประตูเดินออกมาจากห้องทางขวามือ


    ซ่งเย่ส่งเปลวเพลิงซาเซินพุ่งเข้าสังหารและเผาพวกเขาทันที“พรึ๊บ ฟู่ฟู่ฟู่”


    อนิจจา!


    ชายทั้งสามคนกำลังจะยกปืนขึ้นยิงเธอ


    แต่ความเร็วที่แตกต่างกันทำให้พวกเขาทั้งสามคนพร้อมอาวุธปืนถูกไฟเผาตายในเวลาแค่ชั่วพริบตา


    ความเร็วของการใช้เปลวเพลิงซาเซินของซ่งเย่พัฒนาจนถึงสามารถใช้เวลาแค่1 วินาทีก็สามารถสังหารและเผาศัตรูให้

    กลายเป็นเถ้าถ่านได้ทันที


    เสียงร้องตะโกนของชายสามคนทำให้คนที่เหลือในห้องอีก7 คนกรูกันออกมายิงต่อสู้กับเธออย่างรวดเร็ว


    “ปั๊ง ปั๊ง ปั๊งปั๊ง ปั๊ง ปั๊ง ปั๊ง ปั๊ง” ห่ากระสุนปืนจากชายทั้งเจ็ดคนสาดใส่ร่างของซ่งเย่เป็นจุดเดียว


    เธอพลิกตัวหลบไปมาอย่างคล่องแคล่วราวสายน้ำ


    พร้อมกับส่งเปลวเพลิงซาเซินจากฝ่ามือพุ่งเข้าใส่ร่างของชายทั้งเจ็ดคนในฉับพลัน


    จนทำให้หลายคนไม่มีโอกาสร้องตะโกนออกมาเพราะถูกไฟเผาร่างตนในเวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น


    “อ๊าก”


    “โอ๊ย”


    “อย่า....”


    “ตุ๊บ”


    “พระ.....”


    ซ่งเย่ยืนสงบนิ่งพลางกวาดสายตามองรอบๆห้องโถงที่เวลานี้สว่างไสวจากเปลวเพลิงซาเซิน


    เมื่อมองเห็นกองเถ้าถ่านจำนวน 10 กองกระจัดกระจายทั่วห้องโถงและหน้าประตูห้องทางขวามือ


    ซ่งเย่เดินไปดูภายในห้องด้วยความสนใจและพบว่าเป็นห้องประชุมลับของบริษัทซางตี้


    เธอมองเห็นคอมพิวเตอร์เปิดค้างไว้จึงเดินเข้าไปดูและมองเห็นข้อความสื่อสารระหว่างใครบางคนกับองค์กรKA


    เพราะเธอเหลือบเห็นชื่อของปลายทางคนที่รับอีเมลล์คือแฟรงค์ สมาชิกเอสเปอร์มือกลขององค์กร KA


    “เป็นสายลับขององค์กร KA นี่เอง” ซ่งเย่มีแววตาดูแคลนคนที่พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือกับแฟรงค์


    เธอรู้จักแฟรงค์และมาร์แซลเป็นอย่างดีเพราะคือหนูทดลองเขาวงกตที่เธอกับพวกเขาพึ่งจะปะทะกันไม่นานมานี้


    ซ่งเย่ใช้เปลวเพลิงซาเซินพุ่งตรงเผาคอมพิวเตอร์นั้นในพริบตา “พรึ่บ ฟู่”


    แค่ 2 วินาทีคอมพิวเตอร์กลายเป็นเถ้าถ่านกองอยู่บนโต๊ะเหล็ก


    จากนั้นซ่งเย่เดินไปหยุดยืนหน้าห้องทางซ้ายมือและใช้เท้าถีบประตูอย่างแรง


    จนประตูหลุดจากน็อตและกระเด็นหลุดล้มลงกับพื้นเสียงดัง “ตึ๊ง! ตุ๊บ!”


    “น่าสนใจ!” ภาพที่ซ่งเย่เห็นในห้องนี้ทำให้ตาเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นยินดี


    เพราะนั่นคือ บลูไดมอนด์ เพชรสีน้ำเงินที่หายากมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2เซนติเมตร


    บลูไดมอนด์บรรจุอยู่ในกล่องกระจกใสที่มีกลไกลับซ่อนอยู่


    แต่ทว่ากลไกลับหรือแสงเลเซอร์ที่ถูกตั้งค่าไว้นั้นไม่เป็นปัญหาใดๆสำหรับซ่งเย่เลย


    เธอใช้เวลาแค่สิบกว่าวินาทีในการแก้ไขกลไกและเปิดกระจกด้านบนออกแล้วหยิบเพชรขึ้นมาดูอย่างใกล้ชิด


    “บลูไดมอนด์ของจริง พวกเขาเอามาจากที่ไหนกัน?” ซ่งเย่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ


    แต่เธอยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจที่คราวนี้มาเยือนบริษัทซางตี้


    นอกจากจะได้ทำลายโรงงานและบริษัทซางตี้เป็นการตอบแทนที่พวกเขาบังอาจส่งคนไปยิงพ่อของเธอ


    และยังได้ของแถมมูลค่าสูงเสียดฟ้าอีกด้วย “มาไม่เสียเที่ยวจริงๆ”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226