หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 103 ตอน วางแผน 7

            ถ้าพิจารณาจากมาตรฐานทางศีลธรรมของโลกเซียนแล้วถือว่าชิงซีทำได้ดีทีเดียว

            เมื่อนึกย้อนไปถึงความดื้อรั้นของนางในตอนนั้นไม่มีพี่สาวคนใดสามารถห้ามปรามนางได้ นางจึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตนเองได้ก่อไว้

            อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่ากฎระเบียบของโลกเซียนนั้นไร้ประโยชน์ในโลกมนุษย์ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 

            โจวเซียงกล่าวว่า “เหตุใดเจ้าถึงคิดเช่นนั้น? ความประมาทเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้หลายอย่างพังทลายลงได้เสี่ยวยี่ไม่ทำเช่นนั้นแน่ ข้าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเป็นอุบัติเหตุ เพราะถ้าเสี่ยวยี่เป็นผู้ลงมือจริงข้าย่อมได้ข่าวอย่างแน่นอน”

            น้ำเสียงของเขาหนักแน่นมากแต่ชิงซียังมีข้อสงสัยและอดไม่ได้ที่จะถามอีก

            “เหตุใดข้าถึงต้องเชื่อเจ้าด้วย?”

            ไหล่ของโจวเซียงสั่นอย่างรุนแรงเขาพูดเบาๆ ว่า “ข้ารู้ความลับของท่านอ๋อง”

            ทันทีที่ชิงซีได้ยินคำว่า“ความลับ” นางก็ตื่นเต้นมาก อันที่จริงเพราะความสามารถบางอย่างของนาง จึงไม่มีความลับใดที่ถือว่าเป็นความลับสำหรับนางแต่คนตรงหน้ากลับบอกว่าเขารู้ความลับของอวิ๋นเซียว ซึ่งนางก็พอรู้ความลับของชายผู้นั้นนิดหน่อย

            ชิงซีกล่าวเบาๆ ว่า “เช่นนั้นโปรดเล่ามา”

            โจวเซียงกล่าวเสียงทุ้ม“เพลงเมฆหมอกเหนือลำน้ำเซียวเซียงเป็นเพลงที่ท่านอ๋องได้ยินโดยบังเอิญบนภูเขาจิ่วอี๋”

            ภูเขาจิ่วอี๋?

            อวิ๋นเซียวได้ยินโดยบังเอิญบนภูเขาจิ่วอี๋?

            โจวเซียงกล่าวต่อว่า“อันที่จริงท่านอ๋องตั้งใจเดินทางไปที่ชายแดนและเคยคิดที่จะบวชเป็นพระด้วยซ้ำไม่เช่นนั้นองค์หญิงใหญ่คงไม่สูญเสียพระมารดาตั้งแต่อายุยังน้อย”

            นี่เป็นความลับหรือไม่?

            สำหรับผู้อื่นมันคงเป็นความลับใช่หรือไม่? 

            แต่สำหรับนางมันเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ความลับ

            นางรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

            ไม่เช่นนั้นอวี้เหอคงไม่ร้องไห้อยู่หลายวัน

            ท้ายที่สุดแล้วความลับคือสิ่งใดกันแน่? 

            นี่น่ะหรือความลับอันมีค่า?

            ชิงซีไม่ค่อยพอใจนัก

            ความลับนี้ไม่มีค่าในสายตานางเลย

            ชิงซีกล่าวว่า“ข้ารู้เรื่องนี้นานแล้ว เจ้ามีความลับที่น่าสนใจกว่านี้หรือไม่?”

            แววตาของโจวเซียงไหววูบเล็กน้อย“ข้าไม่รู้ว่ามิตรภาพระหว่างเจ้ากับท่านอ๋องเป็นเช่นใด”

            ชิงซีลังเลก่อนจะกล่าวว่า“ข้าไม่สามารถเล่ารายละเอียดให้เจ้าฟังได้ แต่ข้าบอกได้เพียงว่ามันเป็นมิตรภาพที่ราวกับพรหมลิขิต”

            โจวเซียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็กล่าวว่า “แต่ชายชราผู้นี้ไม่เคยได้ยินท่านอ๋องพูดถึงเจ้าเลย”

            ความสงสัยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขาทำให้ชิงซีไม่พอใจ

            ‘เจ้าเป็นใครแล้วอวิ๋นเซียวเป็นใคร? ขนาดเจ้ายังไม่รู้เลยว่าเขาเดินทางหลายพันลี้เพื่อไปกลับระหว่างเมืองหยงโจวกับชายแดนเพื่อสอนให้ซูเจินดูแลบุตรีของเขาอย่างระมัดระวัง’

            ชิงซีรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

            โจวเซียงสงสัยในตัวนางได้อย่างไร?

            นางไม่ใช่คนหลอกลวง!

            นางรู้สึกรำคาญจึงกล่าวว่า“ข้าก็ไม่เคยได้ยินอวิ๋นเซียวพูดถึงเจ้าเหมือนกัน เราเสมอกันแล้ว”

            โจวเซียงกล่าวว่า “เจ้ามาพบข้าเพียงเพื่อถามคำถามอย่างนั้นหรือ?”

            ชิงซีพยักหน้า“ข้าแค่อยากถามเจ้าว่าระหว่างเจ้ากับเย่เซียงใครคือคนทรยศ?”

            โจวเซียงรู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที

            เขาเงียบไปนาน

            หลังจากนั้นเขาก็กล่าวว่า “เจ้าคิดว่าคนทรยศจะมีชีวิตแบบนี้หรือ?”

            นี่ถือเป็นการยืนยันการคาดการณ์ของชิงซี

            เย่เซียงเป็นผู้ลงมือจริงๆหรือ?

            ทั้งคู่ล้วนตกอยู่ในห้วงความคิด

            โจวเซียงเป็นคนทำลายความเงียบ“บางทีสิ่งที่เสี่ยวยี่ไม่ควรทำที่สุดคือการปลงพระชนม์ฝ่าบาท”

            ชิงซีถามว่า“เจ้าเป็นคนวางแผนหรือ?”

            โจวเซียงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเขากล่าวเพียงว่า “ไม่มีใครคาดคิดว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้”

            ชิงซีถามต่อว่า “เจ้าตั้งใจจะตายที่นี่น่ะหรือ?”

            นางถามเช่นนั้นเพราะความเห็นแก่ตัวของนางนางรู้ว่าตระกูลโจวและตระกูลเย่ต่อสู้กันทั้งในที่ลับและที่แจ้งนอกจากนี้นางยังได้รับประโยชน์มากมายจากการต่อสู้ของทั้งสองตระกูล

            ท้ายที่สุดแล้วการหาเงินจากการต่อสู้กันของพวกเขาถือเป็นเรื่องง่ายมาก

            ความคิดของนางล่องลอยไป

            โจวเซียงผู้นี้ควรค่าแก่การเป็นพันธมิตรของนางหรือไม่?

            นางควรเรียกคนที่ไม่น่าไว้ใจว่า“พันธมิตร” หรือไม่?

            นางกังวลเล็กน้อย

            แต่ตอนนี้นางกำลังขาดพันธมิตร

            ตราบใดที่นางรู้ว่าเขาต้องการสิ่งใดนางอาจใช้งานโจวยี่ได้

            ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดนางก็สังเกตปฏิกิริยาของโจวเซียงไปด้วย

            สีหน้าของโจวเซียงไม่เปลี่ยนไปมากนัก

            สมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่สวมหน้ากากมาหลายปีจริงๆ

            ชิงซีครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะถามเบาๆว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนในสำนักชิงซานเรียกข้าว่าอะไร?”

            โจวเซียงไม่แม้แต่จะมองมาที่นางเขากำลังตกอยู่ในห้วงความคิด

            สีหน้าของชิงซีแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา

            คนเช่นนี้รับมือไม่ง่ายเลย

            ชิงซีกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส“จูเหยาเจ้าสำนักคนปัจจุบันเรียกข้าว่าอาจารย์อา”

            สีหน้าของโจวเซียงยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเขากล่าวอย่างใจเย็นว่า “ข้ารู้จักแค่เจ้าสำนักคนก่อน อีกทั้งเสี่ยวยี่ก็ไม่เคยพูดถึงเจ้าเลย”  

            เหตุใดชายชราผู้นี้ถึงใสซื่อนัก?

            ไม่พูดถึงแสดงว่าไม่มีตัวตนหรือ?

            ช่างไร้สาระเสียจริง

            มนุษย์ย่อมคิดได้เท่านี้

            ช่างไม่รู้จักตรวจสอบเสียเลย

            โจวเซียงดูเหมือนจะไม่สังเกตว่าคำกล่าวของเขามีจุดบกพร่องร้ายแรงบางอย่างและมันก็ทำให้ชิงซีขุ่นเคือง

            โจวเซียงไม่สนใจเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ยืนอยู่ตรงหน้า เพราะจู่ๆ นางก็มาหาเขาแล้วเอาแต่พูดว่านางรู้จักท่านอ๋องและเป็นอาจารย์อาของสำนักชิงซานอีกทั้งเขายังไม่เคยพบนางมาก่อน

            ทั้งหมดที่เขาสนใจคือท่านอ๋อง

            เขาไม่ใส่ใจว่าเด็กหญิงตรงหน้าจะรู้สึกเช่นไร

            เขาไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ

            ชิงซีกล่าวว่า“ถ้าข้าบอกเจ้าว่าข้าเคยอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้ว เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่?”

            โจวเซียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่?”

            เขารู้ว่าคุกนี้เปิดเพียงไม่กี่ครั้งแต่เด็กหญิงคนนี้กลับกล่าวว่านางเคยอยู่ที่นี่ ดังนั้นย่อมมีความเป็นไปได้เพียงสองประการประการแรกคืออายุที่แท้จริงของนางนั้นมากกว่าลักษณะภายนอกของนาง ส่วนประการที่สองคือเบื้องหลังของนางไม่ธรรมดา

            เขามั่นใจว่านางไม่ใช่เชื้อพระวงศ์

            เพราะเขาไม่เคยเห็นนางมาก่อนถึงอย่างไรเขาก็เคยมีความใกล้ชิดกับราชวงศ์

            แต่หากมีคนเช่นนี้อยู่จริงเหตุใดเขาถึงไม่เคยรู้มาก่อน?

            เขามองข้ามอะไรไป?

            เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โจวเซียงรู้สึกหงุดหงิด

            เขาถูกเย่เซียงนำมาขังไว้เพียงเพราะเขาพลาดท่าในกระดานหมาก

            แต่สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เขารู้สึกอับจนหนทางเมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรง

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663