ถางซือดูดยอดอกข้างหนึ่งอีกข้างก็ใช้มือลูบคลึงไปมา อีกมือก็วางบนเนินหญ้าดำขลับ บีบคลึงกลีบดอกไม้เบาๆหว่านหรูอี้อ้าขาออกพลางสั่ง “ใส่นิ้วเข้าไปเร็ว ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
ถางซือจึงสอดนิ้วเข้าไปในรูเล็กแทงเข้าๆออกๆ หว่านหรูอี้แอ่นสะโพกสู้นิ้วสีหน้าเหยเกอย่างพึงพอใจ “อื้อ...เร็วอีก”
ถางซือจึงยิ่งแทงนิ้วเร็วขึ้นจนเกิดเสียงดังแจ๊ะๆหว่านหรูอี้ตัวเกร็งสั่นระริกๆ “อื้อ...เร็วอีก ใกล้แล้ว”
ถางซือยิ่งแทงนิ้วรัวๆเสียงดังแจ๊ะๆ พลางดูดยอดอกอย่างแรง จนกระทั่งหว่านหรูอี้ตัวเกร็งกระตุก“อ้าาาาา...”
นางสุขสมถึง์รู้สึกตัวเบาลอยละล่อง นอนหอบหายใจถี่กระชั้น ถางซือดึงนิ้วออกมานางผละจากยอดอกลงไปที่เนินหญ้าดำขลับแหวกกลีบดอกไม้ออกแล้วเลียกินน้ำหวานทำความสะอาดให้คุณหนูหว่านหรูอี้เสียวจนตัวเกร็ง นางยิ่งอ้าขากว้างขึ้น “อ้า ดูดแรงๆ”
ถางซือจึงดูดเกสรกลางดอกไม้จนเสียงดังจ๊วบๆนางดูดเกสรจนแทบจะขาดติดปากได้ คุณหนูชอบให้นางดูดแรงๆนางก็สนองให้อย่างถึงพริกถึงขิง หว่านหรูอี้เสียวจนแทบอยากจะร้องครางดังๆแต่นางก็รีบเอาผ้ามาอุดปากเอาไว้ กลั้นเสียงไม่ให้ดังลอดออกไปเสียงจึงเหลือเพียงเสียงอือๆ เหมือนนกกลางคืนร้อง
ถางซือดูดๆ เลียๆอยู่พักหนึ่ง นางก็แทงนิ้วใส่รูเล็กจนหว่านหรูอี้ตัวเกร็งเสียวกระสันจนหูอื้อตาลาย “อื้อ...”
นางอยากลองถูกแท่งเนื้อของบุรุษกระแทกรูแต่ว่านางก็ยังทำเช่นนั้นไม่ได้หากว่านางแต่งงานไปแล้วสามีพบว่านางไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ สามีย่อมทอดทิ้งนางแน่นอนนางจะปล่อยให้ตัณหาครอบงำจนถึงขั้นนั้นไม่ได้เด็ดขาดพรหมจรรย์ของนางยังต้องเก็บไว้ให้สามีเป็ผู้ทะลวงนางในยามนี้ทำได้แค่ให้ถางซือช่วยคลายกำหนัดเช่นนี้ไปก่อนแต่แค่ลิ้นกับนิ้วก็ทำนางสุขสมถึง์นับไม่ถ้วนแล้วดังนั้นนางจึงโปรดปรานถางซือเป็พิเศษ มีของกินดีๆ ก็แบ่งให้เสมอบางคราวก็ให้เบี้ยเป็รางวัล ถางซือจึงไม่รังเกียจที่ต้องใช้ลิ้นใช้นิ้วช่วยสร้างความสุขให้คุณหนูของนางยิ่งคุณหนูมีความสุขมากเท่าไหร่ รางวัลที่นางได้รับก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นความเป็อยู่ของนางก็ดีกว่าสาวใช้คนอื่นๆ มากนักนางได้นอนอุ่นเตียงให้คุณหนูทุกค่ำคืน ใช้นิ้วใช้ปากช่วยสร้างความสุขให้คุณหนูทุกคืน
เกสรถูกดูดรูถูกแทงเข้าๆ ออกๆ ทำให้หว่านหรูอี้เสียวจนสุขสมอีกครา “อ้าาาาา...”
นางเกร็งกระตุกดันศีรษะของถางซือออก “พอแล้ว”
ถางซือจึงผละจากเนินหญ้าดำขลับดึงนิ้วออกมา น้ำหวานยืดติดนิ้วออกมาเป็สาย นางยกนิ้วขึ้นเลียกินอย่างเอร็ดอร่อยลิ้นหว่านหรูอี้ปรือตาลง พลางสั่ง “ข้าจะนอนสักพัก”
“เ้าค่ะ”ถางซือรับคำ นางลุกไปหยิบเสื้อกับกางเกงตัวในมาสวมให้คุณหนูของนางหว่านหรูอี้สวมอาภรณ์ตัวในอย่างสะลืมสะลือนางหลับไปแทบจะทันทีที่ถางซือสวมอาภรณ์ตัวในให้นางเสร็จแล้วถางซือลุกออกจากเตียงไปนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ใช้พัดโบกๆ ลมให้คุณหนูเบาๆ
ณบ้านตระกูลหนานกงหนานกงเยี่ยนอุ้มว่าที่ฮูหยินของเขาที่ยังหลับใหลไม่ตื่นเข้าห้องนอนไปบ่าวในเรือนมองอย่างแตกตื่นใ จู่ๆ นายท่านก็อุ้มสตรีกลับมางั้นรึ!?
นางเป็ใคร!? พวกบ่าวล้วนอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อถูกเจ๋อิบ่าวคนสนิทของนายท่านถลึงตามองพวกบ่าวก็รีบหลุบตาลงแล้วรีบแยกย้ายกันไปทำงานทันที เจ๋อิเดินเข้าไปในห้องนอนเขายืนกุมมืออยู่เงียบๆ หนานกงเยี่ยนวางว่าที่ฮูหยินลงบนเตียงแล้วหันไปบอกเจ๋อิว่า“นางคือว่าที่ฮูหยินของข้า”
“ไม่ใช่แม่นางหว่านหรูอี้นี่ขอรับ”เจ๋อิเอ่ยคล้ายถาม หนานกงเยี่ยนจึงบอก “ข้าเปลี่ยนตัวคู่หมั้นแล้วน่ะข้าถอนหมั้นกับแม่นางหว่านหรูอี้แล้วแล้วก็กำลังจะให้เ้าเอาของหมั้นไปมอบให้หว่านกัวฉาย อ่อนางเป็น้องสาวของหว่านหรูอี้น่ะ ชื่อหว่านหรง ในเมื่อหว่านหรูอี้วางแผนผลักน้องมาแต่งกับข้าแทนข้าก็ไม่ขัดข้อง เ้าดูซิ นางสวยกว่าหว่านหรูอี้ตั้งเยอะแล้วข้าจะขัดข้องไปทำไมฮ่าๆ นี่ถ้าหากข้าเห็นนางก่อนข้าคงไม่ต้องสิ้นเปลืองของหมั้นอีกรอบเช่นนี้หรอก”
“อ่อ” เจ๋อิส่งเสียงรับรู้หนานกงเยี่ยนจึงเล่าว่า “วันนี้ข้าไปเจอสองพี่น้องตระกูลหว่านที่โรงเตี้ยมข้าจึงชวนพวกนางกินข้าวด้วยไม่คิดเลยว่าจะถูกแม่นางหว่านคนพี่วางยาปลุกกำหนัดซะได้ทีแรกข้าคิดว่าแม่นางคนน้องวางยาข้าซะอีก แต่กลับไม่ใช่กลายเป็ว่าแม่นางหว่านหรูอี้เป็คนวางยาข้านางวางแผนให้ข้าได้เสียกับแม่นางหว่านหรง ซ้ำยังเชิญหว่านกัวฉายมาเป็พยานในความบัดซบของข้าอีกในเมื่อนางรังเกียจที่จะเป็ฮูหยินของข้าถึงเพียงนั้น ข้าก็เลยตามน้ำไปกับนางซะเลยฮ่าๆ”
“หรือว่านางจะรู้เื่นั้นของท่านแล้วนางจึงไม่อยากแต่งกับท่าน” เจ๋อิคาดเดา หนานกงเยี่ยนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ“นางจะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็จะแต่งฮูหยินอยู่ดีจะเป็คนพี่หรือคนน้องก็ได้ แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าเป็คนน้องนี่แหละดีที่สุดแล้วข้าชอบนาง ดังนั้นนางต้องแต่งกับข้า”
เจ๋อิฟังแล้วจึงบอก“เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมของหมั้นไปให้หว่านกัวฉายอีกครั้ง หากใครถามข้าจะก็บอกว่าท่านคิดว่าของหมั้นน้อยไปหน่อยจึงได้ส่งไปเพิ่มล่ะกันหว่านกัวฉายคงไม่อยากให้เื่นี้อื้อฉาวออกไปแน่นอน ดังนั้นเขาคงปิดปากทุกคนอีกทั้งแม่นางหว่านหรูอี้ก็ไม่อยากแต่งกับท่านไม่เช่นนั้นหลังจากที่ท่านไปขอหมั้นแล้ว นางคงป่าวประกาศเื่น่ายินดีนี้จนรู้กันทั่วเมืองนานแล้วคงไม่ปิดเงียบไว้เช่นนี้หรอกมาวันนี้นางวางแผนผลักน้องสาวมาแต่งกับท่านแทนก็ถือว่านางไร้วาสนาเป็ฮูหยินตระกูลหนานกงเถอะ”
“ไปๆเ้ารีบไปจัดการเถอะ” หนานกงเยี่ยนพยักหน้า เจ๋อิจึงถอยออกไป หนานกงเยี่ยนนั่งลงมองหว่านหรงที่ยังหลับใหลไม่ตื่นเขาพิศดูใบหน้านางที่งดงามราวนางเซียน แม้ว่านางจะไร้เครื่องประทินโฉมแต่ใบหน้าเช่นนี้ก็ถือว่างามพิสุทธิ์ยิ่งนัก เขามองนางด้วยสายตาอ่อนโยนต่อให้นางตื่นขึ้นมาแล้วไม่อยากแต่งกับเขา เขาก็จะบังคับให้นางแต่งกับเขาจนได้
เขา...หนานกงเยี่ยนหากทำอะไรแล้วไม่มีทางไม่สำเร็จดังนั้นเื่กล่อมสตรีนางหนึ่งให้ยอมตกแต่งกับเขาย่อมไม่ใช่เื่ยาก หึๆๆๆ...
เวลาผ่านไป หว่านหรงค่อยๆ ฟื้นขึ้นมานางเห็นใบหน้าของบุรุษหล่อเหลาอยู่ด้านข้างก็สะดุ้ง “อ่ะ!”
นางกระถดตัวถอยไปจนติดผนังด้านในอย่างตื่นกลัวพลางมองไปรอบๆ ห้องหรูหราที่ไม่คุ้นตาอย่างงุนงง “ที่นี่?”
“บ้านข้าเอง”หนานกงเยี่ยนบอก หว่านหรงกะพริบตาปริบๆ นางนึกไม่ออกว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้นางก็หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที
“แม่นางดื่มชาก่อนเถอะพิษยาปลุกกำหนัดคงทำให้แม่นางรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก ถ้าอย่างไรให้ข้าช่วย...”
“ไม่ต้อง!” หว่านหรงพูดแทรกก่อนที่หนานกงเยี่ยนจะพูดจบ นางยิ่งหน้าแดงก่ำมากขึ้นอีกนางอายจนอยากมุดดินหนีแล้ว นางไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน จู่ๆกลับถูกคู่หมั้นพี่สาวรังแกซะจนนางแทบอยากผูกคอตายหนีอายให้รู้แล้วรู้รอดไปยิ่งคิดถึงตอนที่เขาจูบ เขาดูด เขาลูบ เขาแทงนิ้วอยู่ในตัวนาง นางก็ยิ่งอายแสนอายนางชันเข่าขึ้นมา ซุกหน้ากับเข่าตัวเอง
“ข้าหมายถึงว่าข้าจะตามหมอมาตรวจเ้าต่างหาก” หนานกงเยี่ยนบอก เขายิ้มขำบางๆหว่านหรงเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่งเหลือบมองเขาอย่างตื่นกลัว พลัน!นางก็นึกได้ว่าก่อนที่นางจะหลับไป นางเห็นท่านพ่อใช่ไหม!?
“ท่านพ่อข้าล่ะ?”นางถาม หนานกงเยี่ยนตอบ “เขาก็อยู่บ้านเขาซิ เ้าไม่ต้องกังวลไปเขาทำอะไรเ้าไม่ได้หรอก มีข้าอยู่ทั้งคนใครหน้าไหนกล้าตีเ้าก็ต้องข้ามศพข้าไปซะก่อน”
“ข้าจะกลับบ้าน”หว่านหรงบอก หนานกงเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น “เ้ายังอยากจะกลับไปถูกตีเนี่ยนะ?”
เขาแน่ใจว่าหากแม่นางน้อยผู้นี้กลับบ้านไปแล้วจะต้องถูกหว่านกัวฉายตีสัก1 รอบแน่แท้ หว่านหรงคิดตาม ถ้านางกลับไป ท่านพ่อต้องตีนางแน่นอนต่อให้นางจะพูดจนปากฉีกว่าถูกคนวางยา ท่านพ่อก็คงไม่เชื่อนางแน่ๆ อีกทั้งนางไร้แม่คอยปกป้องในจวนนั้นนอกจากแม่นมกับสาวใช้เก่าแก่ของท่านแม่แล้วก็ไม่มีใครดีกับนางเลยท่านพ่อก็เจอหน้ากันนับครั้งได้ ไม่ต้องพูดถึงความรักความผูกพันอะไรเลยมีพ่อที่เหมือนเป็คนแปลกหน้าต่อกันเช่นนั้น นางต้องถูกตีแน่นอน!
“แต่ว่าแม่นมกับจางลี่ป่านนี้คงเป็ห่วงข้าแย่แล้วกระมัง”นางเอ่ยอย่างกังวล หนานกงเยี่ยนบอก “งั้นข้าจะให้คนไปรับตัว 2 คนนั่นมาเ้าจะได้เลิกกังวลเสียที”
“รับมา?”หว่านหรงทวนคำ เขาพูดเหมือนง่าย แต่คงไม่ง่ายอย่างที่เขาพูดหรอก หนานกงเยี่ยนคล้ายจะอ่านใจนางได้เขาเห็นสีหน้ากังวลใจของนางก็พอจะเดาได้ถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว เขาจึงบอกว่า“เ้าไม่ต้องกังวลไป แค่คนสองคนข้าย่อมมีวิธีพามาให้เ้าอยู่แล้ว จำไว้ ข้าหนานกงเยี่ยน ไม่มีอะไรที่ข้าทำไม่สำเร็จ”
เขาบอกอย่างอหังการแล้วลุกขึ้นหมุนตัวเดินออกไปหว่านหรงมองตามจนประตูปิดลง นางจึงถอนหายใจโล่งอก
หนานกงเยี่ยนเดินออกไป เขามองหาเจ๋อิ แล้วก็เห็นเจ๋อิกำลังสั่งบ่าวไพร่อยู่เขาจึงเดินไปหา “เจ๋อิ”
“นายท่าน” เจ๋อิหันไปกุมมือหนานกงเยี่ยนจึงสั่งว่า “เ้าไปจวนตระกูลหว่าน ก็อย่าลืมพาเอ่อ...”
เขานึกๆอึดใจหนึ่งแล้วบอก “แม่นม กับจาง...ลี้ อ่อ จางลี่ กลับมาด้วยล่ะดูเหมือนคู่หมั้นข้าจะเป็ห่วง 2 คนนี้มากแล้วเ้าก็ช่วยสืบเื่ของหว่านหรงมาให้ข้าด้วย ทุกเื่ที่เกี่ยวกับนางข้าอยากรู้ทั้งหมด”
“เื่ของแม่นางหว่านหรงเท่าที่ข้าสืบมาก่อนหน้านี้ นางเป็บุตรสาวของฮูหยินเอกกับหว่านกัวฉายแต่เพราะมารดานางตายั้แ่นางอายุได้ขวบกว่าๆ นางจึงกำพร้าแม่ั้แ่เล็กนางเพิ่งจะปักปิ่นไปเมื่อวันก่อน ดังนั้นตอนที่ท่านให้ข้าไปสู่ขอฮูหยินข้าจึงไม่ได้บอกชื่อนางมาเป็ตัวเลือกให้ท่าน เท่าที่ข้ารู้ นางอยู่ในจวนนั้นแทบจะเป็คุณหนูที่ถูกลืมไปแล้วหว่านกัวฉายมีลูกสาวหลายคนก็จริง แต่ว่าคนที่อายุถึงวัยออกเรือนก็มีแค่แม่นางหว่านหรูอี้ อ่อ ตอนนี้ก็มีแม่นางหว่านหรงอีกคนแล้ว”
“ข้าไม่สนแล้วว่าจะยังไงข้าจะแต่งกับคนนี้ ต้องเป็หว่านหรงเท่านั้น ดังนั้นเื่นี้เ้าไปจัดการให้เรียบร้อย”หนานกงเยี่ยนสั่ง
“ขอรับ” เจ๋อิรับคำเขารู้ดีว่านายท่านของเขาเอาแต่ใจมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้เหตุผลไปซะทุกเื่อย่างเช่นเหตุผลในการเลือกฮูหยินที่เลือกตระกูลหว่านก็เพราะว่าตระกูลหว่านเป็ตระกูลเล็กๆ ไม่มีอำนาจอะไรดังนั้นฮูหยินที่มาจากตระกูลเล็กๆ แบบนั้นย่อมไม่ก่อเื่ก่อราวก่อคลื่นลมอะไรได้หากแต่งเข้ามาแล้วย่อมเชื่อฟังสามี อยู่อย่างไร้ปากไร้เสียงทำหน้าที่ฮูหยินได้ดีแน่นอน
“อ่อแล้วถ้าหว่านกัวฉายคิดจะพานางกลับไปบอกไปว่าข้า้าให้นางอยู่ที่บ้านข้าเพื่อทำความคุ้นเคยกับข้า” หนานกงเยี่ยนบอกเจ๋อิรับคำ “ขอรับ”
หนานกงเยี่ยนสั่งเสร็จแล้วก็หมุนตัวจะเดินกลับไปเขาชะงักแล้วหันกลับไปสั่งเจ๋อิว่า “ตามช่างตัดอาภรณ์มาด้วยคู่หมั้นข้าควรจะสวมอาภรณ์ที่งดงามไม่ใช่อาภรณ์ราคาถูกแบบนั้น่นี้ก็หาอาภรณ์ดีๆ ที่ตัดเสร็จแล้วให้นางสวมไปก่อน”
“ขอรับ” เจ๋อิรับคำอีกครั้งเขารู้สึกว่านายท่านใส่ใจคู่หมั้นคนนี้มากจริงๆ มากยิ่งกว่าแม่นางหว่านหรูอี้ซะอีกแม่นางคนนั้นเกรงว่านายท่านคงจำหน้านางไม่ได้ด้วยซ้ำ เป็เช่นนี้ก็ดีแล้ว
หนานกงเยี่ยนสั่งแล้วก็หมุนตัวเดินกลับไปจริงๆเที่ยวนี้เขาเดินกลับไปไม่มีอะไรต้องสั่งความอีก เื่ที่ควรสั่งก็สั่งไปหมดแล้วเขาจึงคิดจะไปดูคู่หมั้นของเขาซะหน่อย เจ๋อิเห็นนายท่านเดินไปไกลแล้วเขาจึงหันไปสั่งบ่าวไพร่ให้ไปตามช่างตัดอาภรณ์มา ซ้ำยังให้คนไปเอาอาภรณ์สตรีที่ตัดไว้แล้วจากร้านของตระกูลหนานกงมาให้คู่หมั้นของนายท่านได้สวมใส่ไปก่อน
จากนั้นเขาก็สั่งบ่าวไพร่ให้เตรียมของหมั้นต่อแน่นอนว่าของหมั้นเที่ยวนี้ย่อมไม่มากไปกว่าของหมั้นเที่ยวที่แล้วและก็ย่อมไม่น้อยไปกว่าของหมั้นเที่ยวที่แล้วสักชิ้นแน่นอนส่วนสินสอดที่เตรียมไว้แล้วก็ใช้ของเดิมที่จะมอบให้ตอนงานแต่งของนายท่านกับแม่นางหว่านหรูอี้นั่นแหละ
อ่อนายท่านบอกว่าถูกวางยาปลุกกำหนัด เช่นนั้นก็ควรจะตามหมอมาด้วยเขาคิดแล้วก็สั่งคนไปตามหมอมาทันที บ่าวไพร่ล้วนทำตามคำสั่งของพ่อบ้านเจ๋อิเพราะว่าท่านพ่อบ้านผู้นี้คือคนสนิทที่นายท่านไว้ใจที่สุด คำพูดของเขาก็เปรียบเหมือนกับคำพูดของนายท่านนั่นแหละพวกบ่าวไพร่ไม่เคยเห็นนายท่านขัดแย้งอะไรกับพ่อบ้านเจ๋อิเลยจนพวกเขาแอบคิดกันไปต่างๆ นานา ว่าบางทีพ่อบ้านเจ๋อิอาจจะเป็ ‘คนรัก’ ของนายท่านก็ได้
พวกเขาจะคิดเช่นนี้ก็ไม่ผิดนายท่านออกจากบ้านไปครั้งหนึ่ง จู่ๆ ก็กลับมาพร้อมกับบุรุษรูปงามคนหนึ่งบอกกับพวกเขาว่า ‘ต่อไปนี้พวกเ้าต้องฟังคำสั่งเจ๋อิเหมือนฟังคำสั่งข้าใครกล้ามีปัญหากับเจ๋อิก็เตรียมตัวไสหัวออกไปซะ!’
คำสั่งของนายท่านครั้งนั้นทำให้พวกบ่าวได้แต่คิดๆอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าพูดกล้าถามอะไร นับั้แ่นั้นมาพวกบ่าวไพร่จึงได้รู้ถึงความสำคัญของพ่อบ้านเจ๋อิที่กลายเป็คนสนิทของนายท่าน
เมื่อก่อนนายท่านมีสาวใช้อุ่นเตียง แต่ว่าหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับท่านพ่อบ้านเจ๋อิสาวใช้อุ่นเตียงเ่าั้ก็ถูกหมางเมินจนกลายเป็คนไร้ความสำคัญในสายตานายท่านไปเสียได้สาวใช้เ่าั้เคยหาเื่เจ๋อิ ผลสุดท้ายนายท่านให้ความสำคัญกับเจ๋อิมากกว่าดังนั้นสาวใช้อุ่นเตียงเ่าั้จึงถูกขายออกไปหลังจากนั้นจึงไม่มีใครกล้าหาเื่กับพ่อบ้านเจ๋อิอีกเลย
หลังจัดเตรียมของหมั้นเสร็จแล้ว เจ๋อิก็ให้บ่าวไพร่ขนหีบของหมั้นไปที่จวนตระกูลหว่านทันทีเขานั่งรถม้านำหน้าไป รถม้าที่ขนหีบก็ขับตามหลังไป ส่วนบ่าวไพร่ก็เดินตามรถม้าไปผู้คนมองรถม้า 2 คันที่ผูกผ้าแดงไปตลอดทางอีกทั้งบ่าวไพร่ที่เดินตามรถม้าก็แต่งตัวด้วยอาภรณ์สีแดงดูก็รู้ว่าเป็รถม้างานมงคล คงเป็รถม้าที่ไปส่งสินสอดเ้าสาวกระมังในเมื่อบ้านตระกูลหนานกงเพิ่งจะหมั้นหมายไปไม่กี่วันก่อนเอง คงเป็เช่นนี้แหละผู้คนพูดกันไปต่างๆ นานา
เจ๋อิไม่สนใจเสียงซุบซิบของผู้คนเขาแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง นำของหมั้นไปมอบให้กับหว่านกัวฉายจัดการเื่หมั้นหมายของนายท่านกับแม่นางหว่านหรงให้เสร็จสิ้นถูกต้องตามธรรมเนียม 3 หนังสือ 6 พิธีการก็พอ
เมื่อรถม้าไปจอดหน้าจวนตระกูลหว่านบ่าวไพร่ก็บอกกับคนเฝ้ายามที่ประตูตามที่ท่านพ่อบ้านเจ๋อิบอก รออยู่สักพัก เจ๋อิก็ถูกเชิญเข้าไปภายในจวนเขาเดินตามบ่าวจวนตระกูลหว่านไปถึงห้องโถงหลักเห็นหว่านกัวฉายนั่งอยู่ในห้องจึงกุมมือคารวะ “ท่านอาลักษณ์หว่าน”
หว่านกัวฉายมองพ่อบ้านตระกูลหนานกงสีหน้าค่อนข้างเ็า“นังลูกไม่รักดีของข้าล่ะ?”
เขามองจ้องพ่อบ้านคนนั้น
“แม่นางหว่านหรงตอนนี้อยู่ที่บ้านตระกูลหนานกงนายท่านของข้าบอกว่า ในเมื่อนางกำลังจะแต่งงานกับนายท่านเช่นนั้นก็ให้นางอยู่ที่บ้านตระกูลหนานกงทำความคุ้นเคยกับนายท่านดีกว่าข้านำของหมั้นมามอบให้ท่านอาลักษณ์ตามพิธี เชิญท่านอาลักษณ์ตรวจดูได้เลย” เจ๋อิบอกเขาไม่พูดคำว่า ‘ขอรับ’ กับคนอื่นคนเดียวที่เขาใช้คำว่า ‘ขอรับ’ ด้วยก็คือนายท่านเท่านั้นเื่นี้ทำให้หว่านกัวฉายไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่คิดว่าพ่อบ้านตระกูลหนานกงช่างไร้มารยาทเกินไป เป็แค่พ่อบ้านฐานะก็คือบ่าวไพร่นั่นแหละ แล้วพ่อบ้านไยจึงได้เย่อหยิ่งถึงเพียงนี้! หากว่าเป็พ่อบ้านของตระกูลหว่าน พูดจาเช่นนี้คงถูกโบยจนหลังขาดไปแล้ว!หึ!
“เ้ากลับไปบอกหนานกงเยี่ยนว่าให้รีบจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดไม่เช่นนั้นเื่นี้ข้าไม่ยอมจบง่ายๆ แน่” หว่านกัวฉายบอก เจ๋อิตอบกลับ“นายท่านข้าจะรีบจัดการเื่นี้ เช่นนั้นขอดวงของแม่นางหว่านหรงด้วยข้าจะได้ให้ซินแสดูฤกษ์”
“ได้”หว่านกัวฉายตอบ เจ๋อิจึงถามว่า “บ่าวคนสนิทของแม่นางหว่านหรงมีใครบ้าง?นายท่านข้า้าให้พวกนางไปรับใช้แม่นางหว่านหรง”
“หึ!” หว่านกัวฉายแค่นเสียงคำหนึ่งอย่างอารมณ์ไม่ดีนักเขาจึงหันไปสั่งพ่อบ้านของตนเอง “เ้าจัดการเื่แทนข้าทีข้าปวดหัว้าพักผ่อน”
เขาสั่งแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปพ่อบ้านตระกูลหว่านรับคำ “ขอรับ”
เขารีบก้าวไปคุยกับพ่อบ้านตระกูลหนานกงทันที“เ้าพาข้าไปตรวจนับของหมั้นก่อนเถอะ”
“อืม” เจ๋อิพยักหน้าแล้วหมุนตัวเดินนำไปพ่อบ้านเดินตามไป เขาพอจะรู้เื่จากนายท่านมาบ้างแล้วดังนั้นจึงไม่ในักที่จู่ๆ ตระกูลหนานกงก็ส่งของหมั้นมาอีกแต่ว่าคุณหนูรองช่างไร้ยางอายเกินไปหน่อยแล้ว แย่งคู่หมั้นพี่สาวไปได้อย่างไรไม่มีความละอายใจเลยรึ? เห็นนางอยู่ในจวนอย่างสงบเสงี่ยมเช่นนั้นคิดไม่ถึงเลยว่านางจะร้ายถึงเพียงนั้น เฮ้อ...ใจคนยากแท้หยั่งถึงจริงๆ
ขณะเดียวกัน ณ บ้านตระกูลหนานกง บ่าวพาหมอไปพบนายท่านที่เรือนนอน “นายท่านขอรับข้าพาหมอมาแล้วขอรับ”
“อืม ดีๆ”หนานกงเยี่ยนพยักหน้ารับหมอที่เดินตามบ่าวก็รีบก้าวไปข้างหน้ากุมมือคารวะนายท่านหนานกง “นายท่านขอรับ”
“มาๆตามข้าไปตรวจคู่หมั้นข้า นางอยู่ในห้อง” หนานกงเยี่ยนบอกเขาเปิดประตูห้องนอนเดินนำเข้าไป หมอเดินตามเข้าไปหว่านหรงเห็นคนเข้ามาก็รีบขยับตัวแอบอยู่ข้างเสาเตียงนางเห็นคนนำหน้าคือหนานกงเยี่ยน ส่วนอีกคนที่เดินตามหลัง นางเคยเห็นเขาบ้างตอนที่เขาไปที่จวนของบิดา ตรวจโรคให้คนในจวน ใช่ เขาเป็หมอเลื่องชื่อของเมืองนี้เขาชื่ออะไรนางก็จำไม่ได้แล้ว
“แม่นางหว่านหรงข้าพาหมอมาตรวจ” หนานกงเยี่ยนบอก หว่านหรงจึงค่อยๆ ขยับตัวออกจากเสามุ้งจัดอาภรณ์ให้เข้าที่เข้าทางหมอเห็นสาวน้อยนางหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงจึงยิ้มให้อย่างเมตตา เขาวางล่วมยาลงพลางถาม“แม่นางเจ็บป่วยอย่างไรหรือ?”
“นางถูกวางยาปลุกกำหนัดน่ะ”หนานกงเยี่ยนตอบแทนนาง หมอใ “ยาปลุกกำหนัด!”
“อื้ม! ท่านรีบตรวจนางเถอะ” หนานกงเยี่ยนเ้ากี้เ้าการสั่งหมอจึงยิ้มให้แม่นางน้อย “แม่นางยื่นมือมาให้ข้าจับชีพจรสักหน่อยเถิด”
หว่านหรงค่อยๆยื่นมือออกไปอย่างกลัวๆ กล้าๆ หมอวางนิ้วบนจุดชีพจร ภายในห้องจึงไร้เสียงใดๆครู่หนึ่ง จนหมอดึงมือกลับไปกำลังจะเปิดปากพูด แต่หนานกงเยี่ยนก็ชิงถามซะก่อน“นางเป็อย่างไรบ้าง?”
“นายท่านอย่าได้ร้อนใจไปแม่นางไม่เป็อะไรมาก เดี๋ยวข้าจัดยาให้นางสักเทียบก็ดีขึ้นแล้ว”หมอบอกแล้วลุกไปที่โต๊ะ บ่าวก็รีบก้าวไปฝนหมึกให้หมอจับพู่กันขึ้นมาจุ่มน้ำหมึกแล้วลงมือเขียนเทียบยา หลังจากเขียนเสร็จแล้วเขาก็บอกว่า “ต้มยาตามนี้ ดื่มคราวละ 1 ถ้วย เช้าเย็นก็ล้างพิษยาปลุกกำหนัดได้หมดแล้ว”
“อ่อ ขอบคุณมากๆ”หนานกงเยี่ยนยิ้มบางๆ หมอมองหน้าหนานกงเยี่ยนแล้วเอ่ยว่า“ดูเหมือนนายท่านก็ถูกพิษเช่นกัน ถ้าอย่างไรให้ข้าจับชีพจรสักหน่อยเถอะ ไหนๆข้าก็มาแล้ว จะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆ ให้เสียเที่ยว”
“อืม”หนานกงเยี่ยนเดินไปนั่งลงตรงข้าม ยื่นแขนวางบนโต๊ะ หมอจึงตรวจชีพจรครู่หนึ่งแล้วดึงมือกลับเขาหยิบพู่กันมา หนานกงเยี่ยนก็ดึงแขนกลับมา มองดูหมอเขียนเทียบยา ครั้นเขียนเสร็จหมอก็ส่งเทียบยาให้พลางบอก “ต้มดื่มคราวละ 1 ถ้วย ดื่มเช้าเย็นสัก 2 วันพิษก็หมดไปได้ หลังจากนั้นท่านก็ต้มยาเทียบนี้ดื่มเช้าเย็น 1 วันเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาใดๆ แล้ว”
“ขอบคุณมากๆ”หนานกงเยี่ยนบอก หมอเหลือบมองแม่นางบนเตียงแวบหนึ่งแล้วก็เอ่ยขอตัว“เช่นนั้นข้าลาล่ะ”
“เชิญๆ”หนานกงเยี่ยนผายมือ พลางสั่งบ่าวว่า “เ้าตามไปส่งท่านหมอแล้วรับยามาด้วย”
“ขอรับ” บ่าวรับคำหมอก็ลุกขึ้นเดินไปถือล่วมยาขึ้นมา เขาเอ่ยกับแม่นางบนเตียงว่า “ขอลา”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ