ตอนที่ 655 ถึงคราวของเจิ้งฟู่ทดสอบ
“คนต่อไปเริ่มได้!!”
หวืดดดดดดดด!!
[ระดับราชันย์เทวะขั้นกลาง แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นต้น แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นกลาง แสงสีเขียวอ่อน]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง แสงสีเขียวเข้ม]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นกลาง แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง แสงสีเขียวเข้ม]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง แสงสีฟ้าเข้ม]
หือ?!!!
ในที่สุดผลการตัดสินที่ชายหนุ่มหลั่วซือรอคอยก็มาถึงบุคคลที่เขาคาดหวังเอาไว้ที่สุดหมู่ผู้ฝึกตนทั้งสิบห้าคนของเขา ผู้ที่กุมความหวังแห่งชัยชนะของเขาก็ได้ทำให้เขาสมหวังแล้วเพราะผลที่ออกมาคือสีฟ้าเข้มที่มีระดับคะแนนสูงกว่าหลวงพี่โป๊ยก่าย......
“นั่นไง! ข้าบอกแล้วว่าอย่างพึ่งด่วนสรุปว่าใครแพ้ใครชระ!”
“เหรอ?ไม่ใช่เ้าหรอกเหรอที่บอกว่าฝั่งของชายหนุ่มเจียงหลงเป็ผู้ชนะอะ?!”
“ข้าพูด? ข้าพูดตลอดไหนกันทีข้าพูดคือฝั่งของชายหนุ่มหลั่วซือต่างหากละ เ้าฟังผิดแล้วมั้ง!!”
ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างก็รู้สึกลุ้นไปกับการพนันในครั้งนี้ด้วยถึงแม้ว่าพวกตนจะต้องเสียเวลาในการทดสอบไปแต่มันก็สนุกดีและทำให้พวกตนหายเครียดด้วย.......
หึ หึ หึ!!
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าพึ่งด่วนสรุปไป!เอาละ! ถึงตาคนของเ้าขึ้นไปทดสอบแล้วเอาให้สูงกว่านี้นะเจียงหลง ไม่งั้นเ้าได้แพ้แน่!” คราวนี้เป็ทีของชายหนุ่มหลั่วซือบ้างที่พูดตอกย้ำใส่ชายหนุ่มเจียงหลงเพราะด้วยแสงสีฟ้าเข้มนั้นเป็อันที่สุดยอดแล้วสำหรับผู้ฝึกตนจากโลกเบื้องล่างซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมีแค่ไม่ถึงสิบคนที่มาจากโลกเบื้องล่างที่สามารถทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงถึงสีเหลืองได้และสูงสุดที่ทำได้ก็แค่สีเหลืองเข้มเท่านั้น แต่นั้นมันก็หลายร้อยปีแล้ว.....
“คนต่อไปขึ้นมาทดสอบได้!”ผู้าุโเหล่ย๋งประกาศเรียกคนต่อไปขึ้นมาทดสอบได้เพราะเวลาในวันนี้เหลือน้อยลงแล้ว และยังมีผู้รอเข้าทดสอบอีกมา......
“ต่อไปเป็เ้าก็แล้วกันเตี้ยบ่เฮง!”เจียงหลงหันไปมองที่ชายหนุ่มนักกล้ามที่ยืนตัวสั่นด้วยความไม่มั่นใจในตนเองและบอกให้เขาขึ้นไปทดสอบ......
“ขะ.....ขะ.....ข้าเข้าใจแล้ว!”ชายหนุ่มนักกล้าตอบรับและเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างช้าๆซึ่งทุกก้าวย่างของเขานั้นเหมือนมันจะดูหนักมากเพราะกว่าเขาจะก้าวเท้าไปได้แต่ละก้าวนั้นช้าเกินแต่เมื่อมาถึงศิลาบัญชา์แล้วเขาก็รีบวางมือประทับไปที่ศิลาทันที.......
แปะ!
หวืดดดดดดดดด!!
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง แสงสีฟ้าอ่อน]
เสียงประกาศผลทดสอบดังขึ้นเมื่อศิลาบัญชา์หยุดเปล่งแสงซึ่งระดับของเตี้ยบ่เฮงนั้นถือได้ว่าสูงเลยทีเดียวสำหรับคนทั่วไปทว่ามันกลับยังต่ำกว่ารุ่นเยาว์ที่ชายหนุ่มหลั่วซือพามา และนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มหลั่วซือฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเป็อย่างมาก......
“ช่างน่าเสียดายนักถึงแม้ชายคนนี้จะทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีฟ้าออกมาได้แต่มันก็ยังต่ำกว่าชายหนุ่มจากฝั่งของคุณชายหลั่วซืออยู่ดี!”
“นั่นสินะ! ท่าทางงานนี้ฝั่งคุณชายเจียงหลงจะแพ้เสียแล้วถึงคนสุดท้ายจะทำได้ดีคงก็ไม่เกิดสีฟ้าอ่อนเหมือนกับสองคนก่อนหน้าแน่!”
“แต่มันก็ยังไม่แน่ไม่นอนนะบางทีคนสุดท้ายนั้นอาจจะทำได้ถึงแสงสีเหลืองก็เป็ได้!”
“หึ! เ้าคิดว่าแสงสีเหลืองสามารถทำได้ง่ายๆอย่างนั้นรึ?แล้วยิ่งคนจากโลกเบื้องล่างด้วยแล้วมันยิ่งเป็ไปไม่ได้เลยนี่ก็ผ่านมาหลายร้อยปีแล้วที่ไม่มีคนจากโลกเบื้องล่างทำได้!”
ในตอนนี้เหล่าศิษย์สายนอกจากพื้นที่ศิษย์ทิศใต้ได้มารวมตัวกันจำนวนหนึ่งเพื่อดูการเดิมพันในครั้งนี้หลังจากที่พวกมันได้ยินเื่สนุกๆแบบนี้เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่ศิษย์จากพื้นที่ทิศใต้เท่านั้นอีกสองทิศเองก็มาเช่นกันเพราะทุกคนต่างก็รู้จักหลั่วซือกับเจียงหลงดีว่าทั้งสองเป็คนหนึ่งเป็บุตรของผู้าุโคุมกฎศิษย์สายนอก อีกหนึ่งก็เป็บุตรของผู้าุโสูงสุดของศิษย์สายนอกแล้วแบบนี้จะไม่ให้พวกมันมาดูกันได้อย่างไร........
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“เจียงหลง! ข้าว่าเจาควรยอมแพ้เสียแต่ตอนนี้ดีกว่านะอย่ารอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย!” ชายหนุ่มหลั่วซือยิ้มเยาะและกว่ายั่วต่อเจียงหลงอย่างมีความสุขตัวมันคิดว่ายังไงคนสุดท้ายที่เจียงหลงเหลืออยู่ก็คงไม่ต่างไปจากสองคนที่เหลือหรือบางที่อาจจะอ่อนแอกว่าด้วยซ้ำ.......
“ศึกยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร!รอให้การทดสอบจบลงก่อนเถอะ แล้วเราจะได้รู้กัน!” ทว่าเจียงหลงกับไม่สนใจต่อคำพูดของหลั่วซือเลยแม้แต่นิดยังไงเขาก็ยังมั่นใจในตัวของเจิ้งฟู่และคิดว่าเจิ้งฟู่จะไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างแน่นอน......
ชิ!!
“ถ้างั้นก็ได้ แล้วอย่างมาโทษข้าก็แล้วกัน!”เมื่อเห็นว่าเจียงหลงยังคงสงบนิ่งไม่ทุกข์ร้อนใดๆชายหนุ่มหลั่วซือก็เกิดความไม่พอใจขึ้นมาเพราะมันไม่คิดว่าเจียงหลงจะยังสงบเยือกเย็นได้แบบนี้ หรือว่ารุ่นเยาว์คนสุดท้ายที่อยู่ข้างๆกายเจียงหลงจะเป็ไผ่ตายของเขาแต่เมื่อหลั่วซือมองดูเจิ้งฟู่แล้วเขาก็พบว่าเจิ้งฟู่นั่นไม่ต่างไปจากผู้ฝึกตนทั่วๆไปไม่เห็นจะมีสิ่งใดที่ดูพิเศษเลย......
“เอาละผู้เข้าทดสอบคนต่อไปขึ้นมาทดสอบได้!” ผู้าุโเหล่ย๋งยังทำหน้าที่ของตนเองได้ดีเขายังประกาศเรียกผู้เข้าทดสอบคนต่อไปที่อยู่ทางฝั่งของชายหนุ่มหลั่วซือขึ้นมาแต่ทว่าอีกตาหนึ่งเขาก็มองไปที่เจิ้งฟู่อย่างใจจดใจจอและลุ้นว่าชายหนุ่มคนนี้จะสร้างปาฏิหาริย์ได้ไหม......
เมื่อถูกเรียกแล้วรุ่นเยาว์ที่เหลือทางฝั่งของชายหนุ่มหลั่วซือก็ขึ้นไปบนเวทีทดสอบแล้วเริ่มทดสอบในทันทีอย่างไม่รอช้าซึ่งรุ่นเยาว์คนแรกที่ขึ้นไปทดสอบนั้นดูท่าทางแข็งแกร่งและน่าจะทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงได้สูงทีเดียวทว่าเมื่อมือของเขาัักับศิลาแสงสว่างที่น่าจะปรากฏขึ้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นเลย.......
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง ไม่ปรากฏแสง]
ไม่ผ่าน!!
คำคำนี้ทำเอาชายผู้นั้นถึงกับล้มลงไปกองที่พื้นเลยทีเดียวเพราะมันไม่คิดว่าตัวมันจะไร้ความสามารถขนาดนั้น ตัวมันเป็ถึงผู้ฝึกตนระดับราชันย์เทวะขั้นสูงด้วยอายุเพียงแค่ยี่สิบเก้าปีเท่านั้นแล้วตัวมันจะไร้ความสามารถไรพร์ได้อย่างไร......
“ไม่จริงน่า! ไม่ปรากฏแสงอย่างนั้นรึเนี่ย?นี่มันเื่บ้าชัดๆเลยนะ!”
“พวกเ้าก็น่าจะรู้ว่าระดับพลังสูงไม่ได้บ่งบอกว่าเ้านั้นแข็งแกร่งเสมอไปแล้วนิกายบัญชา์ศักดิ์สิทธิ์ของเราก็รับแต่ผู้ที่ศิลาบัญชา์เลือกเท่านั้น!”
“มันก็จริงอย่างที่เ้าว่าละนะ ระดับพลังไม่สำคัญเลยสำคัญอยู่ที่ศิลาบัญชา์จะเปล่งแสงหรือไม่เปล่งแสงเท่านั้น!”
ผู้คนต่างก็พานินทากันอย่างสนุกปากเกี่ยวกับผู้เข้าทดสอบคนนี้ซึ่งผลที่ออกมานี้ทำให้ชายหนุ่มหลั่วซือเสียหน้าไม่น้อยเลยที่พาขยะแบบนี้มากชายหนุ่มคิดว่าชายคนนี้น่าจะทำได้ดีเพราะระดับพลังที่สูงทว่าใครจะไปรู้ว่ามันกลับทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงไม่ได้เลย......
“ช่างไร้ค่ายิ่งนัก!ไอ้ขยะเอ้ย!” ชายหนุ่มหลั่วซือพลันสบถคำด่าออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวแต่ด้วยที่นี้มีคนเยอะเกินไปเขาจึงทำได้แค่ส่งเสียด่าเท่านั้นหากที่นี้ไม่มีคนแล้วละก็ เขาจะลงมือฆ่ามันทิ้งเสียตอนนี้เลยโทษฐานที่ทำให้มันเสียหน้าต่อคนจำนวนมากแบบนี้......
“เอาละ! ผู้เข้าทดสอบคนต่อไปขึ้นไปทดสอบได้!” สำหรับผู้าุโเหล่ย๋งแล้ว สถานการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งจนเขารู้สึกชินแล้วกับเื่นี้ ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ศิษย์เ้าหน้าที่นำตัวชายคนนั้นลงมาจากเวทีและประกาศเรียกตัวคนต่อไปขึ้นไปทดสอบ......
หวืดดดดดดด!!
[ระดับราชันย์เทวะขั้นต้น แสงสีเขียวอ่อน]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นกลาง แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นกลาง แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นสูง แสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นต้นแสงสีขาว]
[ระดับราชันย์เทวะขั้นต้น แสงสีขาว]
ซึ่งอีกหกคนต่อมาล้วนแต่ผ่านการทดสอบทั้งหมดโดยมีอีกหนึ่งคนที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีเขียวอ่อนได้ซึ่งถือว่าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย.......
“เอาถึงตาของเ้าแล้วเจิ้งฟู่!ถึงเ้าจะไม่อาจเอาชนะได้ แต่ขอเพียงแค่เ้าผ่านก็พอแล้วอย่าได้กังวลมากจนเกินไปจนทำให้ศิลาไม่เปล่งแสงละ ไม่เช่นนั้นเ้าจะถือว่าไม่ผ่านการเข้าเป็ศิษย์ของนิกายบัญชา์ศักดิ์สิทธิ์และต้องออกไปเร่ร่อนอยู่ที่โลกภายนอกเพียงลำพัง!” ชายหนุ่มเจียงหลงเริ่มที่จะกังวลกับเจิ้งฟู่ขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเขากลัวว่าเจิ้งฟู่จะมีความสามารถแต่ไม่อาจทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงออกมาได้และหากเป็อย่างนั้นมันคงเป็เื่ที่น่าเศร้ามาก.....
“อย่าได้กังวลไปเลยอะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถึงข้าจะทำให้ศิลาเปล่งแสงไม่ได้ข้าก็ไม่ยอมแพ้ในการฝึกตนของข้าหรอกบางทีโลกภายนอกอาจจะดีกว่าอยู่ภายในนิกายก็เป็ได้!” เจิ้งฟู่ตอบกลับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่ไม่คิดมากเพราะเขาไม่สนใจอยู่แล้วว่าเขาจะทำให้มันเปล่งแสงได้หรือไม่ ยังไงเขาก็จะไม่ละทิ้งเส้นทางแห่งการฝึกตนของเขาเด็ดขาดเพราะเขายังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่และจำเป็ที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้น แล้วเขาจะมายอมแพ้และสิ้นหวังเพราะศิลาไม่เปล่งแสงหรือไง.....
อ่า!!
“เอาละถึงตาเ้าแล้วเ้าหนู!จำเอาไว้ให้ดีละว่าผลการทดสอบที่ปรากฏออกมานั้นไม่เคยผิดพลาดแต่อย่างใดเมื่อผลออกมาแล้วเ้าต้องยอมรับในผลของมัน!” นี่เป็ครั้งแรกที่ผู้าุโเหล่ย๋งกล่าวกับผู้ทดสอบยาวขนาดนี้ซึ่งมองดูเหมือนเขากำลังเตือนและให้คำแนะนำอยู่อย่างนั้น......
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่แนะนำข้าน้อยข้าน้อยจะปฏิบัติและยอมรับมันแต่โดยดี!” เจิ้งฟู่ประสานมือของเขาขึ้นมาที่อกและกล่าวขอบคุณชายวัยกลางคนที่ช่วยแนะนำและเตือนแล้ว.....
“ถ้างั้นก็ขึ้นไปบนเวทีและเริ่มการทดสอบได้!” เมื่อเห็นเจิ้งฟู่กล่าวตอบอย่างสุภาพและไม่หยิ่งยโสโอ้อวดตนผู้าุโเหล่ย๋องก็พลันเกิดความรู้สึกดีต่อเจิ้งฟู่ขึ้นไปอีกเขาคิดว่าเด็กคนนี้ต้องมีอนาคตที่ก้าวไกลแน่นอน และหากภายภาคหน้าเด็กคนนี้ได้เป็ใหญ่เป็โตแล้วละก็ตัวเขาก็จะได้รับผลของการพูดดีและทำตัวเป็มิตรในวันนี้ด้วย........
ขอรับ!
ทันทีที่พูดจบเจิ้งฟู่ก็เดินขึ้นไปบนเวทีทดสอบในทันทีและในก้าวแรกที่เขาเหยียบไปบนเวทีทดสอบนี้ เขาก็ััได้ถึงพลังงานลึกลับบางอย่างที่แผ่ออกมาจากศิลาบัญชา์ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาพุ่งตรงมากระทบร่างของเขาราวกับว่ามันกำลังเรียกหาเขาอย่างนั้น......
‘นี่นะเหรอศิลาบัญชา์ที่ว่า? อื้ม!ช่างเต็มเปรี่ยมไปด้วยคลื่นพลังงาน์ที่มากล้นจริงๆ หากได้ดูดซับพลังงาน์จากในศิลาบัญชา์นี้ละก็ระดับพลังของเราคงจะเพิ่มขึ้นหลายขั้นอย่างแน่นอน ดีไม่ดีอาจทำให้เราบรรลุระดับ์ก่อเกิดอะไรนั้นก็เป็ได้!’
เจิ้งฟู่รู้สึกชอบใจในศิลาบัญชา์ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาไม่น้อยเลยเพราะเขาััได้ถึงกระแสพลังและคลื่นพลังจำนวนมากที่อัดแน่อยู่ภายในนี้ซึ่งเขาคิดว่าเขาจะสามารถเพิ่มพลังได้อย่างก้าวกระโดนหากเขาได้ดูดซับพลังเหล่านี้แต่มันคงเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะนำเอาศิลาบัญชา์ไปนั่งดูดซับเพราะมันเป็ของวิเศษคู่นิกาย หากมันหายไปและทุกคนรู้ว่าเป็เขาเขาคงไม่รอดไปจากการถูกจับไปทรมานและฆ่า......
“เอาละ! เพียงแค่วางมือลงไปบนศิลาสินะ!”เมื่อตัดสินใจแล้วเจิ้งฟู่ก็ไม่รอช้าวางมือของเขาลงบนศิลาบัญชา์ในทันที.....
แปะ!!
หวืดดดดดดดดดดดดดด!!
วูบบบบบบบบบบบบ!!
อ้า!!
“นะ....นะ....นี่มัน!”