ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า เ้าของเรือนกำลังนั่งรอรายงานที่สั่งให้บ่าวคนสนิทไปจัดการ หลังจากที่รู้ว่าหลานชายไปค้างคืนที่เรือนอนุจางแล้วเพิ่งกลับออกไปเมื่อไม่นานนี้เอง
คราวแรกนางคิดว่าอนุของหลานชายจะสิ้นชีพไปเมื่อสิบวันก่อนแล้ว หลังจากที่หมอยืนยันว่านางไม่น่ารอดพ้นคืนนั้นไปได้ แต่ไม่รู้ว่าด้วยปาฏิหาริย์อันใดที่ทำให้นางฟื้นขึ้นมาแล้วยังหายดีราวกับไม่เคยาเ็มาก่อนอีกด้วย ความหวังของนางจึงกลับมาอีกครั้ง
เมื่อ กู้โซ่วชุน เห็นบ่าวคนสนิทเดินจ้ำเข้ามาด้วยรอยยิ้ม นางก็รีบกระซิบถาม
“ว่าอย่างไร เรียบร้อยดีหรือไม่”
จูเมี่ยว พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“บ่าวตามดูจนถึงตอนที่อนุจางดื่มยาจนหมดถ้วยเลยเ้าค่ะ”
“ดี ดี ดีแล้ว” คืนที่ผ่านมาหลานชายของนางขลุกอยู่กับจางซูถิงนานยิ่งกว่าครั้งใด ไม่แน่ว่าเหลนของนางอาจจะกำลังมาแล้วก็ได้
แต่เมื่อนึกถึงเื่ที่หลานชายแอบสั่งบ่าวของเขาต้มยาห้ามครรภ์ให้อนุจางดื่ม นางก็อดโมโหขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ หากไม่เพราะบ่าวคนสนิทของนางบังเอิญไปพบเห็นเข้าและคุ้นเคยกับยาห้ามครรภ์เป็อย่างดี ป่านนี้นางก็คงไม่รู้เื่รู้ราวอันใด ปล่อยให้ปฏิบัติการปั้นเหลนของนางสูญเปล่าวันแล้ววันเล่า
ยังดีที่นางซ้อนแผนให้จูเมี่ยวจัดการหาทางเปลี่ยนยาห้ามครรภ์ให้เป็ยาบำรุงร่างกายสตรีได้เสียก่อน มิเช่นนั้น นางคงต้องแก่ตายก่อนจะได้เห็นทายาทรุ่นถัดไปเป็แน่แท้
นางตั้งปณิธานไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังตายไม่ได้ จนกว่าจะได้เลี้ยงบุตรของเซี่ยงมู่หยางให้เติบใหญ่และมีครอบครัวสืบลูกสืบหลานให้ตระกูลเซี่ยงต่อไป!
ทางฝั่งเหลียงซูถิงที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไร หลังจากดื่มยาห้ามครรภ์ที่ถูกสับเปลี่ยนเป็ยาบำรุงแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปพบกับ เหวินฉินชิว มารดาของร่างเดิม
วันนี้เธอเลือกแต่งตัวเป็หญิงชาวบ้านธรรมดา ๆ แตกต่างจากเสื้อผ้าของหญิงสาวในตระกูลขุนนางและคหบดีผู้มีฐานะเพื่อความคล่องตัวและไม่เป็ที่จับตามองมากจนเกินไป
เหลียงซูถิงหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกเงาขนาดเท่าศอกที่เธอเพิ่งถอยมาจากห้างแต้มบุญ เพราะกระจกทองเหลืองที่มีใช้ในยุคนี้ไม่รู้จะมัวไปไหน ส่องเหมือนไม่ได้ส่องแล้วจะส่องไปทำไม ถ้าต้องกรีดอายไลเนอร์แทนที่จะได้เส้นคม ๆ มา คงจะได้หลายเส้นซ้อนกันไปซ้อนกันมาตามความมัวของมันนั่นแหละ ความจริงเธออยากได้กระจกที่มีความสูงเท่าตัวเองเลยด้วย เวลาส่องคงจะรู้สึกสะใจสุด ๆ ยิ่งหน้าสวย ๆ หุ่นดี ๆ ของจางซูถิงก็ยิ่งควรค่าแก่การส่องด้วยกระจกบานเท่าฝาบ้าน
ต้องยอมรับว่าจางซูถิงเป็ผู้หญิงที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง ถ้าแต่งตัวเต็มยศออกไปยังไงคนก็ต้องมอง โดยเฉพาะผู้ชายน่าจะมองจนเหลียวหลังเลยเชียวล่ะ
ดังนั้น วันนี้นอกจากเธอจะต้องแต่งตัวให้ดูธรรมดาสุด ๆ แล้ว ยังต้องแต่งหน้ากลบความสวยที่มีอยู่ให้เหลือน้อยที่สุดด้วย
เฮ้อ… เกิดมาสวยก็จะลำบากนิดนึงอะนะ… โฮะ ๆ
แน่นอนว่าเสื้อผ้าและเครื่องสำอางสามารถซื้อและออกแบบปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเป็พิเศษได้ตามใจชอบจากห้างแต้มบุญด้วยราคาแค่ไม่กี่เหรียญเท่านั้น
ตอนนี้เธอได้คำตอบแล้วล่ะว่าสินค้าที่ขายในห้างแต้มบุญราคาไม่แพงเลย เพราะเหรียญของเธอสามารถงอกได้เพียงแค่เธอทำตัวเองให้มีความสุขเท่านั้น
แค่คิดก็แฮปปี้แล้ว
‘ชริ้ง’
นั่นไง เสียงแห่งความสุขของเธอ!
เหลียงซูถิงเดินย่องออกจากเรือนด้วยท่าเดินแบบโจรย่องเบาพร้อมกับปิ่งจีไปที่กำแพงท้ายจวน ซึ่งไม่ค่อยมีใครผ่านไปมาหรอกถ้าไม่เกิดเหตุร้ายสุดวิสัยแถวนี้จริง ๆ
ตรงมุมกำแพงมีช่องหมาลอดอยู่ช่องหนึ่ง ไม่รู้ใครเป็คนทำไว้ เธอแอบสงสัยว่าทำไมช่องหมาลอดนี่มันถึงได้มีพร้อมอยู่ในจวนของพระเอกหรือนางเอกในนิยายทุกเื่ในเวลาที่ตัวละครเ่าั้้าใช้เสมอได้อย่างน่าอัศจรรย์ก็ไม่รู้ หรือมันเป็ออปชั่นเสริมแบบ built-in ที่มีมาพร้อมกับทุกจวนเป็ปกติอยู่แล้ว?
ช่างเถอะ คิดมากไปทำไม มีให้ลอดก็ลอดไป ไม่ต้องมานั่งขุดเองก็ดีแค่ไหนแล้ว
หลังจากคลานออกจากจวนมาได้เธอกับปิ่งจีก็จ้างรถม้าไปยังโรงเตี๊ยมที่นัดหมายกับท่านแม่ไว้ แม้คนขับรถม้าที่เห็นหน้าตาและการแต่งตัวของทั้งคู่จะรู้สึกแปลก ๆ เพราะชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่เ้านายจากจวนขุนนางหรือคหบดีไม่นิยมขึ้นรถม้ากัน แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยออกไปให้ต้องสูญเสียค่าจ้างที่ควรได้แต่อย่างใด
