ผ่านไปครึ่งชั่วยามพวกเขาก็เดินมาถึงตีนเขา ข้างต้นไม้ใหญ่มีทางเดินเล็กๆพอให้คนหนึ่งคนเดินเข้าไปในูเาได้พอดี โจวหลินหู่หันมายิ้มให้ภรรยาและลูกๆเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น "ไปกันเถอะ เดินเข้าไปอีกไม่ไกลก็ถึงแล้วล่ะ"
"เ้าค่ะ / ขอรับ"
ครอบครัวโจวยืนมองภาพเรือนไม้ไผ่เล็กๆตรงหน้าด้วยความชื่นชม โจวอิ้งเยว่ดวงตาเปล่งประกายวิบวับขึ้นมาทันที 'โอ้โห! เลือกทำเลสร้างเรือนน้อยๆได้ดีนี่นา'
เรือนไม้ไผ่เล็กๆสร้างขึ้นมาบนพื้นที่โล่งไม่กว้างขวางนักแต่รอบๆเรือนกลับมีต้นไม่ใหญ่รายล้อมรอบๆเรือนหากไม่สังเกตให้ดีๆจะไม่มีทางรู้เลยว่าด้านหลังของต้นไม้น้อยใหญ่สูงชันพวกนี้ยังมีเรือนเล็กๆของครอบครัวพวกเราอยู่ บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นเย็นสบายและสงบมาก ด้านนอกต้นไม้พวกนี้ยังมีลำธารสายเล็กๆอยู่ด้วย
"ท่านพ่อ บ้านใหม่ของเรามันดีมากขอรับ!" โจวอวี่เฉินพูดขึ้นมาด้วยความชื่นชม
"ท่านพ่อๆ ที่นี่น่าอยู่มากเลยเ้าค่ะ น่าอยู่กว่าเรือนผุๆหลังเก่าอีกเ้าค่ะ" โจวถิงถิงเขย่าแขนของท่านพ่อด้วยความดีใจ
"ท่านพ่อ ท่านเลือกที่สร้างเรือนเล็กนี่ได้ดีมากเลยเ้าค่ะ ข้าชอบที่นี่มาก!" เห็นพี่ชายพี่สาวพูดด้วยความดีใจและมีความสุขโจวอิ้งเยว่ก็ต้องแสดงท่าทีบ้าง ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆจะสงสัยในตัวนางได้ จะยังไงก็ต้องทำตัวให้เหมือนปกติที่สุดและตอนนี้นางก็จะถือซะว่าตัวเองได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตในวัยสาวน้อยที่ตัวเองเคยพลาดไปในชาติที่แล้วก็แล้วกัน
"พวกเ้ามัวแต่ยืนพูดอยู่ทำไม ไปนั่งพักกันก่อนเสร็จแล้วจะได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้านของเรากัน" หูซูซ่านยิ้มอ่อนให้กับท่าทางตื่นเต้นของลูกๆก่อนจะพูดขัดพวกเขาขึ้นมา
"ขอรับ / เ้าค่าท่านแม่"
ที่ลานหน้าบ้านยังมีแคร่ไม้ที่ดูออกได้ทันทีว่าพึ่งจะทำเสร็จได้ไม่นานตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ทุกคนจึงพากันเดินไปนั่งที่ตรงนั้นเพื่อพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการเดินทาง ส่วนโจวหลินหู่ก็เดินออกไปตักน้ำในถังน้ำมาให้ภรรยาและลูกๆดื่มแก้กระหาย
"ฮ๊าาา! น้ำเย็นชื่นใจจริงๆเลยเ้าค่ะ" โจวอิ้งเยว่ดื่มน้ำเข้าไปจนรู้สึกอิ่มแล้วพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี "เอ๊ะจริงสิ! ท่านพ่อ…ท่านมาเจอที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ?"
โจวหลินหู่ยิ้มอ่อนแล้วตอบคำถามตามตรง "บังเอิญโชคดีนะ หลายปีก่อนเพราะเป็ห่วงพวกเ้าที่ไม่ได้กินอาหารอยู่สองวันเพราะถูกบ้านใหญ่สั่งห้ามส่งอาหารมาให้บ้านเราพ่อก็เลยหนีออกจากจวนมาขึ้นเขาทางนี้และบังเอิญมาพบที่นี่เข้า พ่อเห็นว่าที่นี่เงียบสงบและปลอดภัยดีเลยหาโอกาสออกมาแอบสร้างบ้านหลังเล็กๆนี้เอาไว้นี่แหละ"
"ท่านพี่…ลำบากท่านแล้วเ้าค่ะ" หูซูซ่านเช็ดน้ำตาเบาๆแล้วหันไปพูดกับสามีด้วยน้ำเสียงอ่อน
"ท่านพ่อ เหตุใดไม่เรียกข้ามาช่วยท่านเหตุใดท่านต้องเหนื่อยเพื่อพวกเราคนเดียวด้วยขอรับ? แค่ท่านเอ่ยปากข้าก็พร้อมมาช่วยท่านแล้ว" โจวไห่เหวินพูดขึ้นด้วยความน้อยใจระคนรู้สึกผิดที่เขาในฐานะลูกชายคนโตเป็พี่ใหญ่ของน้องๆกลับไม่รู้เื่อะไรเลยและไม่ได้ทำอะไรเพื่อท่านพ่อท่านแม่และน้องๆด้วยซ้ำ
"การจะออกจากจวนมาได้แต่ล่ะครั้งนั้นหาใช่เื่ง่าย หากพวกเราออกจากจวนพร้อมกันย่อมเป็จุดสงสัยให้คนอื่นจับได้ ดังนั้นเ้าใหญ่…เื่นี้ให้เป็หน้าที่พ่อก็พอแล้ว อีกอย่างพ่อก็ไม่ได้คิดว่าคนพวกนั้นจะยอมตกลงตัดขาดจากเราง่ายๆเช่นนี้เลยไม่อยากตั้งความหวังให้พวกเ้า ตอนนี้ก็ดีแล้ว…ในเมื่อเราสามารถออกจากที่นั่นมาได้แล้วต่อไปเ้ายังต้องช่วยพ่อหาของป่าไปขายหาเงินเข้าบ้านเราอยู่นะลูก เ้าอย่าได้รู้สึกผิดเลยเพราะนี่ไม่ใช่ความผิดของเ้า" โจวไห่เหวินเอ่ยปลอบลูกชายอย่างเข้าใจ
"ข้าเองๆ ต่อไปข้าจะตามหลังท่านแม่ออกไปล่าสัตว์มาให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เอาไปขายเยอะๆเลยเ้าค่ะ" โจวอิ้งเยว่ยกมือขึ้นพูดอย่างสดใสร่าเริงทำลายความรู้สึกน้อยใจและความรู้สึกผิดของพี่ใหญ่ได้ทันที
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เช่นนั้นพี่รองก็จะตามเ้ากับท่านแม่ไปด้วยเหมือนกัน" โจวอวี่เฉินก็พูดตามขึ้นมาอีกคน
"เอาตอนนี้ก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้าจะไปทำความสะอาดในบ้านก่อนนะเ้าคะ ส่วนเื่อาหาร…เย็นนี้พวกเราจะกินอะไรดีเ้าคะ?" โจวถิงถิงพูดขึ้นพร้อมอมยิ้มจ้องมองพี่ชายน้องสาวอย่างหยอกล้อ
"จริงด้วย!" โจวอิ้งเยว่ก็แสร้งใขึ้นมาอย่างเกินเบอร์แล้วคล้องแขนท่านแม่อย่างออดอ้อน "ท่านแม่เ้าขาาา เยว่เอ๋อร์อยากกินไก่ย่าง ซุปไก่ร้อนๆจังเลยเ้าค่ะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!" ทุกคนหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับท่าทางของนาง
กลางยามเว่ยหูซูซ่านก็พาสามีและลูกๆไปหาอาหารกันทันที ไก่ป่าเมื่อวานถูกพวกเขากินหมดแล้วตอนนี้เื่สำคัญคือหาอาหารเย็นให้ทุกคนได้กินอิ่มกันก่อน คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดกับการได้ออกจากบ้านไปหาของป่าในครั้งนี้คงหนึไม่พ้นโจวอิ้งเยว่แล้ว นางสะพายตระกร้าใบกลางเอาไว้บนหลังถือไม้เอาไว้ในมือเดินออกจากบ้านหลังเล็กไปพร้อมกับทุกคนอย่างดีใจ
"นี่เรียกว่าผักหนามมันกินได้ ถิงเอ๋อร์ เยว่เอ๋อร์ พวกเ้าช่วยกันเก็บผักอยู่ตรงนี้กันก่อน แม่จะไปวางกับดักสัตว์ก่อน" ท่านแม่หันมาพูดกับลูกสาวเสียงอ่อน
"ท่านแม่ ข้าจะไปกับท่านด้วย ท่านช่วยสอนข้าทำกับดักสัตว์ได้หรือไม่ขอรับ?" โจวไห่เหวินพูดกับท่านแม่
"ท่านแม่สอนข้าด้วย ต่อไปข้าจะออกมาวางกับดักเอง" โจวอวี่เฉินก็พูดด้วยความกระตือรือร้นอีกคน
"ได้ เช่นนั้นท่านพี่ท่านอยู่กับเยว่เอ๋อร์ ถิงเอ๋อร์นะเ้าคะ" หูซูซ่านพูดจบก็พยักหน้าให้ลูกชายทั้งสองคนเดินตามนางไป
ผักหนามตรงที่พวกนางอยู่นี้มีไม่มากนักแต่ก็เพียงพอให้พวกเขาเอากลับไปทำอาหารได้หนึ่งมื้ออยู่ พอเก็บหมดแล้วโจวอิ้งเยว่ก็ชวนทั้งสองคนไปที่อื่นต่อ "ท่านพ่อ พี่สาว พวกเราลองไปดูที่ลำธารกันก่อนเถอะเ้าค่ะ"
ลำธารที่ว่านั้นอยู่ไม่ไกลเท่าไร โจวอิ้งเยว่อยากไปดูว่าที่นั่นพอจะมีปลา ปู กุ้งหรือหอยหรือป่าว นางอยากทำอาหารใหม่ๆจะให้กินแต่ผักบอกตามตรงเลยว่ามันไม่ใช่ทางของนางเลยจริงๆ
"อืม ไปรอแม่กับพี่ชายของพวกเ้าอยู่ที่นั่นก็แล้วกัน หากเดินไปทั่วเดี๋ยวแม่ของลูกจะเป็ห่วงเอาได้" ท่านพ่อตอบกลับอย่างยิ้มแย้มทันที
สองแฝดฉีกยิ้มกว้างจับมือกันวิ่งไปทางลำธารกันอย่างร่าเริง สองพี่น้องมายืนอยู่ริมฝั่งมองน้ำใสๆในลำธารก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น "เยว่เอ๋อร์! เ้าดูสิน้ำใสจนมองเห็นตัวปลาว่ายน้ำไปมาเลย"
โจวอิ้งเยว่แววตาเป็ประกายวิบวับทันทีที่เห็นปลาและกุ้งมากมายแหวกว่ายอยู่ในลำธารนี้ "พี่สาว น้ำในลำธารตรงนี้ลึกแค่ระดับหัวเข่าเอง พวกเรามาช่วยกันหาวิธีจับปลากันเถอะ"
"ห๋า! จับปลา?" โจวถิงถิงถึงกับอ้าปากหว๋อมองน้องสาวฝาแฝดอย่างพูดไม่ออก "เยว่เอ๋อร์…ปลามันว่ายน้ำเร็วขนาดนี้เ้าจะใช้วิธีไหนจับ? อีกอย่างไม่ใช่ว่าใครๆก็บอกว่าปลามันคาวมากไม่ใช่หรือ? ไม่อร่อยสักนิด"
"เอาน่า…ข้ามีวิธีทำให้มันอร่อยอยู่แล้ว" โจวอิ้งเยว่พูดจบก็ฉีกยิ้มกว้างเดินลงไปในน้ำอย่างอารมณ์ดี
เื่จับปลามันไม่ใช่เื่ง่ายๆเลยและนางก็จับปลามือเปล่าไม่ได้หรอก แต่ว่า…จับปลาไม่ได้ก็แค่หาเก็บหอยเก็บปูไปก่อนสิ ไหนจะกุ้งพวกนั้นอีกนางไม่เชื่อหรอกว่านางจะจับกุ้งไม่ได้ 'แม่เ้าๆ! ดูกุ้งแม่น้ำพวกนั้นสิมีแต่ตัวใหญ่ๆเลยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า!!'
โจวอิ้งเยว่ลุยน้ำข้ามฝั่งไปริมลำธารอีกฝั่งโดยเลือกตรงจุดที่น้ำตื้นที่สุดแล้วก้มลงค่อยๆเปิดหินดูทีละก้อนอย่างใจเย็น หินก้อนแรกถูกมือเล็กๆของนางค่อยๆยกออกเผยให้เห็นกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้นั้น 'จ๊ะเอ๋! เ้ากุ้งตัวใหญ่วันนี้มาพบพี่สาวเ้าชะตาขาดแล้วล่ะ ฮิฮิ!'
มือเล็กบางรีบจับกุ้งแม่น้ำตัวนั้นโยนใส่ตระกร้าอย่างคล่องแคล่วแล้วหันมายิ้มกว้างให้พี่สาวและท่านพ่ออย่างมีความสุข "ท่านพ่อ พี่สาว พวกท่านรีบมาช่วยข้าจับกุ้งแม่น้ำพวกนี้เร็วเข้า!"
กุ้ง!! กุ้งอย่างนั้นหรือ? นี่น่ะหรือคือกุ้งที่คนบ้านใหญ่และบ้านสามชอบคุยโอ้อวดว่ามันอร่อยและราคาแพงมากน่ะ ไม่ใช่ว่ากุ้งมันเป็สัตว์น้ำเค็มหรอกหรือ? แล้วเยว่เอ๋อร์รู้จักกุ้งได้อย่างไร? คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของท่านพ่อและพี่สาวโดยที่โจวอิ้งเยว่ไม่ทันได้สังเกตเห็นท่าทีสงสัยของพวกเขาเลยสักนิด
"เยว่เอ๋อร์เ้ารู้จักกุ้งด้วยหรือ?" ท่านพ่อเอ่ยถามออกมาในที่สุด
"…………………"