หลังจากที่ขบวนเสด็จได้ออกเดินทางออกจากอาณาจักรเฮมุสมาได้ไม่นานในขณะที่พวกเขานั้นกำลังเดินทางผ่านเส้นทางกลางป่าใหญ่ของหุบูเาแห่งหนึ่งอยู่นั้น ฝนห่าใหญ่ก็ได้ตกลงมาทำให้ขบวนทั้งหมดนั้นต้องหยุดลง ขบวนที่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้นั้นจึงต้องหยุดพักที่บ้านร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่บังเอิญตั้งอยู่แถวนั้น
ซ่า!~~ซ่า!~~ซ่า!~~!!!
“เฮ้อ~ถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไปมีหวังได้กลายเป็พายุแน่นอนเลย...หวังว่าบ้านหลังนี้คงจะทนไหวนะ...”
เฟยที่ได้มองออกไปที่นอกหน้าต่างได้มองดูสายฝนที่ตกลงมานั้นค่อยๆกลายเป็พายุเข้าไปทุกที...ครืน~~~ประตูห้องที่เฟยอยู่นั้นได้ถูกเปิดออกและได้มีหนึ่งในทหารองครักษ์ขององค์จักรพรรดิได้เดินเข้ามาในห้องนั้น
“ท่านครับ! ข้านั้นได้นำผ้าขนหนูกับรายงานทรัพย์สินที่เสียหายมาให้ขอรับ”
“โอ้! ขอบใจเ้ามากนะ”
เฟยได้รับผ้าขนหนูและกระดาษรายงานมาจากชายคนนั้น แล้วอ่านมันพร้อมกับใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดตัวของเขาไปพร้อมกันด้วย
“แล้วอาการของท่านองค์จักรพรรดิเป็ไงบ้าง”
“ตัวท่านนั้นหัวเสียเอามากๆกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่โดยรวมแล้วก็สบายดีครับ”
“งั้นเหรอ...”
เฟยที่เช็ดตัวเสร็จแล้วได้ยื่นผ้าผืนนั้นกลับไปให้กับองครักษ์คนนั้นรับไป องครักษ์ได้รับผ้าผืนนั้นมาพร้อมกับได้พูดบางสิ่งออกมา
“ข้านั้นต้องขอขอบคุณตัวท่านมากครับ!”
“หือ? เื่อะไรงั้นเหรอ”
“เื่ที่ท่านได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในตอนนั้นครับ!”
“ตอนนั้น?...”
“ครับ!ในตอนนั้นก่อนที่ข้าจะได้มาเป็องครักษ์เหมือนดังทุกวันนี้ ข้าเคยเป็นักรบปลายแถวที่ถูกเกณฑ์ตัวมาจากหมู่ในหุบเขาแห่งหนึ่งให้มาเข้ารวมากับเฮมุสครับ แล้วในตอนที่ข้านั้นกำลังจะถูกนักรบคนหนึ่งสังหารตัวท่านก็ได้ปรากฎตัวออกมาช่วยชีวิตของข้าเอาไว้”
องครักษ์คนนั้นได้คุกเข่าลงแล้วก้มหัวของตนเองลงแนบติดกับพื้น
“ถึงท่านอาจจะจำไม่ได้ก็จริง แต่ข้านั้นจะไม่มีวันเลือมบุญคุณในครั้งนั้นไปอย่างแน่นอน ข้าจะค่อยติดตามและรับใช้ตัวท่านไปชั่วนิรันดร์เลยครับ!”
“ไม่เอาน่าๆ ในฐานะนักรบคนหนึ่งแล้วอย่ามวยแต่คุกเข่าอยู่แบบนั้นเลย จงลุกขึ้นมายืนอย่างองอาจเถอะ”
เฟยได้ยื่นมือออกไปหาชายผู้นั้นเพื่อที่จะช่วยพยุงตัวเขานั้นให้ลุกขึ้นมา
“ครับ!”
องครักษ์ผู้นั้นได้จับมือของเฟยเอาไว้ด้วยความยินดี ก่อนที่จะลุกขึ้นมายืนทําความคะรบเฟยด้วยความจงรักภักดีที่มากยิ้งกว่าที่ใครจะมีได้ เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะได้หันออกไปมองที่ด้านนอกหน้าต่างอีกครั้ง
“เฮ้อ~ฝนตกหนักแบบนี้ หวังว่าบ้านโทรมๆหลังนี้คงจะไม่พังลงมาหรอกนะ”
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกครับ ดูจากบ้านหลังนี้แล้ว...ถึงมันจะดูโทรมๆแบบนี้ก็ตาม แต่ทว่ามันนั้นทนทานมากกว่าที่เห็นมากเลยครับท่าน”
องครักษ์คนนั้นได้กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
“หือ...ตัวเ้าเนี่ยดูมีความรู้เื่บ้านดีนะ ตอนอยู่ที่หมู่บ้านเคยเป็ช่างไม้มาก่อนงั้นเหรอ?”
“ป่าวครับท่าน บ้านที่ตัวข้านั้นเคยอาศัยอยู่มาก่อนนั้นก็มีสภาพที่คลายๆกับที่นี่เพราะงั้นก็เลยสามารถทราบได้ว่ามันนั้นทนทานมากกว่าที่คิดมากแค่ไหนครับ”
“หือ...งั้นเหรอ แล้วหมู่บ้านนั้นอยู่ที่….”
ในขณะที่เฟยนั้นกำลังจะถามออกมา ก็ได้มีแสงสว่างวาบปรากฎขึ้นมาตรงหน้าของต้วเขาที่กำลังมองสายฝนที่กำลังตกลงมาอยู่
เปรี้ยง---! ตู้ม! สายฟ้าขนาดใหญ่ที่รุ่นแรงได้ฟาดลงมาเข้าใส่ที่เนินผาที่อยู่้าของหุบเขาแห่งนี้จนทำให้เกิดเป็เสียงที่ดังสนั่นขึ้นมาทั่วทั้งหุบเขาแห่งนี้ ครืน~~~!! เนินผาที่ถูกสายฟ้าฟาลเข้าใส่ได้ถล่มลงมารวมเข้ากับสายนํ้าฝนที่ตกลงมากมายทำให้มันกลายเป็คลื่นโคลนมรณะขนาดมหึมาที่พร้อมที่จะกลืนกินทุกๆสิ่งที่มันนั้นพัดผ่าน แล้วมันนั้นก็ได้กำลังเคลื่อนที่เข้าหาบ้านร้างแห่งนี้อย่างรวดเร็ว
“ยะ...แย่แล้ว รีบไปบอกให้ทุกคนพาองจักรพรรดิ์หนีออกไปจากที่นี่ซะ!”
“ครับท่าน!”
องครักษ์ที่ได้รับคำสั่งมาได้รีบวิ้งออกไปจากห้องนี้มุ่งหน้าตรงไปหาองจักรพรรดิ์เพื่อนำตัวท่านออกไปจากที่นี่ในทันที
เหล่าองครักษ์และข้ารับใช้ทั้งหมดได้คุ้มกันตัวขององจักรพรรดิ์นำตัวท่านวิ้งหนีไปตามเส้นทางที่จะนำไปสู่ทางออกจากหุบเขาแห่งนี้โดยที่มีเฟยที่รั้งท้ายค่อยดูว่าจะไม่มีใครนั้นถูกทิ้งเอาไว้เื้ั
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ!”
เสียงของผู้หญิงที่กำลังหวาดกลัวได้ดังออกมาจากทางด้านล่างของเส้นทางที่พวกเขานั้นกำลังวิ้งไป
“หือ? เสียงนี่มัน!...”
เฟยที่ได้ยินเสียงนั้นจึงได้หยุดวิ้งแล้วหันไปมองในทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้นมาในทันทีและสิ่งที่ตัวเขาได้เห็นนั้นก็คือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โดนสายฟ้าฟาดใส่จนโค่นล้มลงมาทับขาทั้งสองข้างของหญิงสาวคนหนึ่งเอาไว้ จนเธอนั้นขยับไปไหนไม่ได้
“ช่วยด้วยค่ะ! ได้โปรดช่วยฉันด้วยค่ะ...”
“รอก่อนนะ! ฉันจะรีบไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้แหละ”
เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงกำลังที่จะเข้าไปช่วยเธอคนนั้นในทันที
“เดี๋ยวก่อนครับท่าน!”
องครักษ์คนที่เคยนำเอาผ้าขนหนูมาให้เฟยได้จับมือของตัวเขาเอาไว้พยายามที่จะห้ามเฟยเอาไว้ก่อนที่ตัวเขานั้นจะวิ้งออกไป
“ทำอะไรของเ้าน่ะ ปล่อยฉันนะ! ผู้หญิงคนนั้นกำลังอยู่ในอันตรายไม่เห็นเหรอ”
“ตะ...แต่ว่าโคลนนั้นกำลังใกล้เข้ามา ถ้าท่านไปอาจจะหนีออกมาไม่ทันก็ได้...”
เฟยได้หันขึ้นไปมองที่้าพบว่าคลื่นโคลนนั้นกำลังใกล้เข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็วจริงๆอย่างที่องครักษ์คนนั้นว่ามา
“แต่ถึงว่าจะเป็แบบนั้นก็ตาม...”
เฟยได้สะบัดมือขององครักษ์คนนั้นทิ้งไป
“แต่ทว่าในฐานะของนักรบที่แท้จริงแล้ว ฉันคงปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปทั้งๆแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ”
“ถ้างั้นข้าก็จะขอไปด้วย ข้าสาบานต่อตัวท่านแล้วว่าจงรักภักดีตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ข้าก็จะอยู่เคียงข้างท่านจนถึงท้ายที่สุดครับ!”
“เ้าบ้า! ฉันไม่ยอมให้แกทำแบบนั้นหรอก”
“....”
เฟยได้ะโออกมาใส่ชายคนนั้นทำให้ตัวเขานั้นอื้งไปคู่หนึ่ง
“ฉันน่ะสามารถดูแลตนเองได้อยู่แล้ว แต่ทว่าตัวเ้านั้นไม่ใช้”
“....”
“เพราะอย่างงั้นจงรีบวิ้งไปซะ วิ้งกลับไปหาองจักรพรรดิ์แล้วทำหน้าที่ของตนเองให้ถึงที่สุด นั่นแหละคือสิ่งที่ตัวเ้าในตอนนี้สมควรที่จะทำมากที่สุดยังไงล่ะ!...”
“...ขะ….เข้าใจแล้วครับ ข้านั้นขอสาบานว่าจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดครับ!”
“อื่อ...แบบนั้นแหละดีแล้ว...”
เฟยที่พูดจบแล้วได้วิ้งออกมาจากตรงนั้นและได้มุ่งตรงไปหาผู้หญิงคนนั้นที่โดนต้นไม้ใหญ่ล้มทับขาอยู่ในทันที โดยที่มีองครักษ์คนนั้นค่อยมองส่งตัวเขาจากข้างหลัง
“ท่านครับ! โปรดระวังตัวด้วย...”
องครักษ์คนนั้นได้กล่าวออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้ววิ้งไปในที่ที่องจักรพรรดิ์อยู่ในทันที
(ในอนาคตเขาคงจะได้กลายเป็องครักษ์ที่ดีได้อย่างแน่นอนเลยนะ...)
“โอ้!รอเดี๋ยวนะ ฉันกำลังจะไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้แหละ! อดทนหน่อยนะ!”
“อือ!...ค่ะ!...”
เฟยที่ได้วิ่งไปจนถึงตัวของหญิงสาวได้มองไปยังต้นไม้ใหญ่ที่ทับขาของเธออยู่
(ขาโดนทับอยู่ไม่ลึกมาก...น่าจะพอยกออกได้...)
“อยู่เฉยๆอย่าขยับนะ ฉันจะรีบเอามันออกเดี๋ยวนี้แหละ”
“ค่ะ!...”
หญิงสาวได้ทำตามที่เฟยบอก เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่ซากต้นไม้ใหญ่นั้นแล้วออกแรงยกมันขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ครืน~~ ต้นไม้ใหญ่ได้ถูกยกขึ้นเผยให้เห็นขาที่เปื้อนโคลนของหญิงสาวที่ถูกทับเอาไว้ที่ข้างใต้ เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้โยนซากต้นไม้นั่นทิ้งปล่อยให้มันไถลลงเนินเขาลงไป
“เอาล่ะ รีบไปจากที่นี่กันเถอะ”
“อือ...โอ๊ย!...”
หญิงสาวที่พยายามจะลุกขึ้นได้หยุดชะงักลงเพราะความเจ็บป่วดที่ขาทั้งสองข้างของเธอที่ต่างพากันแล่นเข้ามาใส่ตัวเธออย่างต่อเนื่อง เฟยที่เห็นอาการเธอเป็แบบนั้นจึงได้หันไปมองที่ขาทั้งสองขาของเธอพบว่าขาทั้งสองข้างที่ถูกต้นไม้ใหญ่ทับอยู่ก่อนน่านี้นั้นได้บิดเบี้ยวราวกับว่ากระดูกที่ด้านในนั้นได้หักไปหมดจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
“นี่ขาของเธอหักงั้นเหรอ?...”
“...คะ...ค่ะ…ดูเหมือนว่าจะใช้...”
“พอจะเดินไหวรึป่าว...”
“ค่ะ...จะลองพยายามดู...โอ๊ย!...”
หญิงสาวที่พยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้งได้ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นเช่นเดิม
“โอ๊ย!...”
ในขณะที่เธอนั้นกำลังกองอยู่ที่พื้นเธอก็ได้เหลือบไปเห็นคลื่นโคลนมรณะขนาดใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
(ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปมีหวัง...ทั้งฉันทั้งตัวเขาที่ใจดีอุส่าเข้ามาช่วยคนแปลกหน้าอย่างฉันจะต้องถูกมันกลืนกินแล้วตายไปแน่เลย...ไม่เอานะ...อย่างน้อยๆ...คนที่จะต้องตายนั้น...ขอให้มีเพียงแค่ตัวฉันที่ไม่เหลือใครอีกแล้วแค่คนเดี่ยวก็พอ...)
หญิงสาวที่ได้ถอดใจไปแล้วได้กล่าวออกมาอย่างสิ้นหวัง
“คุณทิ้งฉันเอาไว้...แล้วไปจากที่นี่เถอะค่ะ...”
“ฮะ?...”
“ขาแบบนี้น่ะ...คงไปไม่ไหวหรอก…ถึงจะไปได้ก็เป็ได้เพียงแค่ตัวถ่วงเท่านั้น...”
หญิงสาวได้หันมามองที่เฟยแล้วกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม...
“เพราะงั้นคุณทิ้งตัวฉันที่ไร้ประโยชน์เอาไว้ที่นี่แล้วหนีไปคนเดียวเถอะค่ะ!...ถ้าเป็ตัวคุณที่สามารถยกต้นไม้ใหญ่นั่นได้จะต้องหนีรอดไปได้แน่นอนค่ะ...”
“....”
นํ้าตาของหญิงสาวได้ไหล่ออกมาเหมือนดังสายฝนที่กำลังตกลงมาในตอนนี้ อาบลงไปบนแก้มทั้งสองข้างของตัวเธอจนหมดราวกับเป็คลื่นโคลนที่กำลังถล่มลงมาปิดบังความสดใส่ของหุบเขาแห่งนี้เอาไว้ จนไม่เหลืออะไรนอกจากความขมขื่นเท่านั้น...
(ถึงเธอจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก็จริง...แต่ว่าพอได้เห็นใบหน้าแบบนั้นแล้ว...ใครมันจะทนหนีไปคนเดียวได้กันล่ะ!...)
“ถ้างั้น...เดี๋ยวฉันจะแบกเธอเอง!...”
เฟยได้เข้าใกล้ตัวเธอแล้วใช้มือทั้งสองข้างยกเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนของตน
“จะ...จะทำอะไรน่ะ...”
“ไม่เห็นต้องถามเลยก็ช่วยเธอแน่นอนอยู่แล้วสิ!”
“ตะ….แต่ว่าในตอนนี้ฉันเป็ได้แค่ตัวถ่วง..ถ้าฝืนพาฉันไปด้วย...คุณจะไม่รอด...เพราะงั้น...ปะ...ปล่อยฉันไว้ที่นี่เถอะค่ะ!...”
“ใยบ้า! จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ”
“เอ๋?...”
“ในฐานะของนักรบที่แท้จริง...ไม่สิในฐานะของลูกผู้ชายแล้ว จะปล่อยให้หญิงที่้าความเชื่อเหลือตรงหน้าตายไปทั้งๆแบบนี้ได้ยังไงกัน!”
เฟยที่พูดออกมาอย่างมั่นใจได้วิ้งออกไปพร้อมกับอุ้มร่างของหญิงสาวที่าเ็เอาไว้แแ่จนเรียกได้ว่าไม่มีทางตกลงมาได้อย่างแน่นอน
ในขณะที่ตัวเขากำลังวิ้งฝ่าสายฝนไปบนเส้นทางที่จะนำไปสู่ทางออกจากหุบเขาแห่งนี้นั้น จู่ๆหญิงสาวก็ได้หันมามองที่ใบหน้าของเฟยแล้วถามออกมาด้วยความสงสัย
“เออ….คือว่า….ทำไมถึงพยายามที่จะช่วยฉันถึงขนาดนี้ล่ะคะ...ฉันกับคุณเป็เพียงแค่คนแปลกหน้ากันแท้ๆเลย...”
“เื่นั้นมันไม่สำคัญหรอก”
“เอ๋!...”
“ฉันก็บอกเธอไปแล้วไมาใช้เหรอ ว่าในฐานะของลูกผู้ชายแล้ว จะปล่อยให้หญิงที่้าความเชื่อเหลือตรงหน้าตายไปทั้งๆแบบนี้ไม่ได้น่ะ”
“งะ...งั้นเองเหรอคะ…”
หญิงสาวที่ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นมาได้หันหน้าหนีไปด้วยความเขินอาย
(โคลนเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว คงจะต้องเพิ่มความเร็วขึ้นซะแล้วสิ)
เฟยที่ได้เพิ่มความเร็วขึ้นจนในที่สุดก็ได้วิ้งมาจนถึงทางโคงหักศอกที่ซึ่งเป็ทางโคงสุดท้ายก่อนที่จะถึงทางออกจากหุบเขาแห่งนี้
(นั่นไงล่ะ...ถ้าผ่านตรงนั้นไปอีกแค่ไม่ไกลก็จะถึงทางออกจากหุบเขาแห่งนี้แแล้ว)
ในขณะที่เฟยนั้นกำลังดีใจอยู่ก็ได้มีเสียงดังลงมาจากทาง้า ตึ้ง! ครืน~~~~~~ ตึ้ง! ต้นไม่ขนาดใหญ่ที่ถูกสายฟ้าฟาดใส่ได้ไถลตกลงมาปิดกันเส้นทางโคงหักศอกนั้นเอาไว้
“ชิ! โชคไม่เข้าข้างเลยนะ...”
“....”
“เธอน่ะจับเอาไว้ให้แน่นๆล่ะ”
“ค่ะ!...”
หญิงสาวที่ได้ตอบกลับเฟยไปได้จับตัวเขาเอาไว้แน่น เฟยที่เห็นแบบนั้นแล้วได้เพิ่มความเร็วขึ้นวิ้งเข้าหาต้นไม้ใหญ่นั้น แล้วพอไปถึงตัวเขาก็ได้ะโขึ้นไปเหนือต้นใหญ่นั้นแล้วก้าวข้ามมันมาได้สําเร็จ เฟยที่ลงสู่พื้นได้ทำการวิ้งต่อไปตามเส้นทางนั้น
“อีกแค่นิดเดี๋ยวก็จะถึงทางออกจากหุบเขาแล้ว อดทนอีกแค่นิดเดียวนะ”
“ค่ะ!....”
เฟยได้เพิ่มความเร็วขึ้นเพื่อเร่งให้ทันก่อนที่คลื่นโคลนนั้นจะมาถึงตัวพวกเขา
(อีกแค่นิดเดียว....แค่ผ่านเนินตรงนี้ไปได้ ก็จะถึงทางออกแล้ว...)
เฟยได้วิ้งข้ามเส้นทางยกสูงนั้นขึ้นมา แต่สิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นไม่ใช้ทางออกจากหุบเขาแต่กลับเป็เส้นทางที่ถูกโคลนจำนวนมากปิดบังเส้นทางเอาไว้จนหมดสิ้น
“อะ...อะไรกันโคลนพวกนี้...”
เฟยที่ได้ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นได้พยายามมองไปที่รอบๆเพื่อหาเส้นทางอื่นๆที่จะสามารถใช้ออกไปจากหุบเขาแห่งนี้ได้
(โธ่เว้ย! ไม่ว่าจะมองหายังไงก็ไม่เห็นเส้นทางที่จะใช้ออกไปจากที่ตรงนี้ได้เลย...)
เฟยได้แหงนหน้ามองขึ้นไปที่้าพบว่าคลื่นโคลนมรณะใกล้เข้ามาจนเกือบที่จะมาถึงตัวของพวกเขาแล้ว
(โธ่เว้ย!...ถ้าเป็แบบนี้คงหนีไปไม่ทันแล้ว...ทางรอดคงจะมีแต่วิธีนั้นแล้วสินะ...)
เฟยที่ตัดสินใจได้แล้วจึงวางตัวของหญิงสาวที่แบกอยู่ลง แล้วใช้มือทั้งสองข้างของตนฉีกชุดของตนเองออกให้กลายเป็ผ้าเส้นยาวๆหลายๆเส้น แล้วใช้มันพันตัวของหญิงสาวกับตัวเขาเข้าเอาไว้เข้าด้วยกัน
“จะทำอะไรหรอคะ?...”
“ดูจากสถานการณ์แล้วพวกเราคงหนีไปได้ไม่ทัน...เพราะฉะนั้นฉันจึงจะมัดพวกเราเอาไว้ด้วยกัน แล้วหนีขึ้นไปหลบบนต้นไม้ใหญ่นั่น เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเรานั้นถูกโคลนพวกนี้พัดไปได้ เพราะงั้นจับเอาไว้ให้ดีๆล่ะ!”
“...คะ...ค่ะ!...”
หญิงสาวได้ตอบรับพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างจับตัวของเฟยเอาไว้แน่น
“ถ้างั้นจะไปล่ะนะ!”
เฟยได้วิ้งออกไปอย่างรวดเร็วแล้วะโขึ้นไปยืนอย่างมั่นคงอยู่ที่้าสุดของต้นไม้ใหญ่ที่สูงที่สุดของบริเวณนี้
ครืน~~~~~~~~~~!!! คลื่นโคลนมรณะขนาดใหญ่มหึมาได้พัดผ่านผืนป่าบริเวณนั้นจนทำให้ต้นไม้บริเวณนี้นั้นโครงเครงไปมาราวกับว่าจะหักลงได้ทุกเมื่อ เฟยที่อยู่บนนั้นจึงได้ใช้มือขวาของตนจับต้นไม้เอาไว้แน่นส่วนมือซ้ายนั้นได้กอดร่างของหญิงสาวคนนั้นเอาไว้แน่นด้วยเช่นกัน
“อือ...อ่า---...”
“ปิดปากเอาไว้! ไม่งั้นได้กัดลิ้นตัวเองแน่...”
“อือ...”
(ถ้ายังคงเป็แบบนี้ต่อไปล่ะก็...คงจะพอทนไหวล่ะน่า...)
เฟยที่คิดแบบนั้นได้เผลอแสยะยิ้มออกมา แต่ทว่าในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังรู้สึกโล่งอกอยู่นั้น...ก็ได้มีสายฟ้าฟาดลงมาเข้าใส่ยังต้นไม้ใหญ่ที่พวกเขานั้นยืนอยู่ เปรี้ยง---! ตึ้ง! ครืน~~~! ต้นไม้ที่เริ่มติดไฟค่อยๆโดนแรงของโคลนที่พัดเข้ามานั้นทำให้มันหักลงไปในที่สุดจนทำให้พวกเฟยที่อยู่ที่้านั้นกำลังจะตกลงไปที่ด้านล่าง
“อ่า---!”
“โธ่เว้ย!...”
(ทำมั้ยถึงซ่วยได้ถึงขนาดนี้กัน...อย่างน้อยๆก็ต้องเปลี่ยนทิศทางไม่ให่ตกลงไปในทะเลโคลนนั่นให้ได้...)
เฟยได้มองไปที่ลอบๆเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันตรงหน้าและในที่สุดตัวเขานั้นก็ได้หยุดสายตาลงที่ด้านล่างของหุบเขาแห่งนี้
(นั่นมันลําธารงั้นเหรอ?....)
ใช้แล้วมันคือลําธารนํ้าขนาดใหญ่ที่มีสายนํ้าที่เชี่ยวกรากที่กำลังไหล่ไปมาอย่างบ้าคลั่งอยู่ท่ามกลางสายฝนนี้
(ถึงมันจะดูเซียงก็จริง...แต่ว่ามันก็ยังคงดีกว่าตกลงไปในทะเลโคลนนั่นล่ะน่า...)
“กันหายใจเอาไว้ดีๆนะ!”
“..คะ...ค่ะ!...อือ..”
เฟยที่ได้กล่าวออกมาได้เหวี่ยงตนเองให้พุ่งเข้าไปหาเศษของต้นไม้ที่ลอยอยู่ที่ใกล้ๆแล้วใช้มันเป็แท่นเหยียบเพื่อพุ่งตัวทะยานออกไปเข้าหาลำธารที่อยู่เบื้องล่างของหุบเขาแห่งนี้
ตุ่ม-! เฟยที่กอดร่างของหญิงสาวเอาไว้แน่นได้ตกลงกระแทกเข้ากับผืนนํ้าอย่างจัง ทั้งสองนั้นค่อยจมลงไปที่เบื้องล่างเรื่อยๆ แต่เฟยที่มีสติอยู่ก็ได้ใช้มือขวาของตนรีบว่ายนํ้าพาตัวเขากับหญิงสาวที่หมดสติไปให้ขึ้นไปสู่ที่้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
(จะต้องรีบขึ้นไปให้เร็วที่สุด...)
ในที่สุดเฟยก็ได้พาตัวเขากับหญิงสาวขึ้นมาสู่ผิวนํ้าได้สำเร็จ
“นี่เธอเป็อะไรรีป่าว!...”
เฟยได้พยายามลองปลุกหญิงสาวที่กำลังหมดสติอยู่ให้ตื่นขึ้นมา แต่ถึงเขาจะพยายามมากแค่ไหนตัวเธอนั้นก็ไม่วี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาได้เลย
“เฮ้ย! ตื่นสิ เฮ้ย!...”
ครืน~~~! ในขณะที่ตัวเขากำลังพยายามที่จะปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาอยู่นั่นเองจู่ๆก็ได้มีท่อนซุงขนาดใหญ่จำนวนมากตกลงมาหาพวกเขาจากทาง้า
“โธ่เว้ย! จะซ่วยยังไงก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยสิ!...”
เฟยที่เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าในสภาพที่เป็อยู่ในตอนนี้นั้นไม่สามารถที่จะหลบท่อนซุงพวกนั้นได้ ตัวเขาจึงได้ใช้ร่างกายของตนกอดตัวของหญิงสาวเอาไว้แน่น เพื่อคอยปกป้องตัวเธอที่กำลังหมดสติอยู่จากท่อนซุงขนาดใหญ่เ่าั้ที่กำลังตกลงมาใส่พวกเขาเหมือนดังสายฝนที่กำลังตกลงมาในตอนนี้ไม่มีผิด
ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง!ตึ้ง! ท่อนซุงมากมายได้ตกลงมากระแทกเข้ากับแผ่นหลังของเฟยอย่างโหมกระหน่ำและมีหนึ่งในนั้นพุ่งตรงเข้ามาชนที่หัวของเฟยเข้าอย่างแรง
“อ่า-....”
เฟยที่โดนท่อนซุงพวกนั้นตกลงมาใส่ได้สลบลงไปในที่สุด….
ร่างกายของทั้งสองคนที่หมดสติได้ลอยตามกระแสนํ้าอันเชี่ยวกรากนั้นไป โดยที่มีใครบางคนในชุดคลุมสีขาวที่สวมฮูดปิดบังใบหน้าทั้งหมดเอาไว้ กำลังเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่บนเนินหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนั้น
……
………..
…………….
………………….
“อ่า!....”
เฟยได้ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองนั้นอยู่บนเตียงในบ้านไม้โทรมๆหลังหนึ่งแล้ว
“ทะ...ที่นี่มัน….ที่ไหนกัน...”
เฟยที่กำลังสับสนได้หันไปมามองดูที่รอบๆของห้องนั้นและในที่สุดสายตาของตัวเขานั้นก็ได้มาหยุดลงที่ตรงมุ่งห้องข้างๆกับหน้าต่างที่ถูกเปิดอยู่ นะที่ตรงนั้นได้มีหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหลับใหลอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งที่ทรุดโทรมนั้น
หญิงสาวคนนั้นเธอมีผิวพรรณที่ขาวนวล ผมยาวสีนํ้าตาลที่ได้ปริวสวัยไปมาพร้อมกับสายลมอ่อนๆที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างนั้น
“อ...อะ….อื่อ…”
หญิงสาวที่กำลังจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลนั้นได้ค่อยๆลืมตาขึ้นมาเผยให้เฟยนั้นสามารถมองเห็นดวงตาสีนํ้าเงินที่ราวกับมหาสมุทรที่ตัวเขานั้นไม่สามารถมองเห็นได้ในค่ำคืนนั้นให้เห็นได้อย่างชัดเจน และแววตาคู่นั้นก็ได้จับจ้องมองมาทางเฟยที่ในตอนนี้ใบหน้าของตัวเขานั้นได้เปลี่ยนเป็สีแดงก่ำไปเสียแล้ว
“...อื่อ....ตื่นแล้ว….งั้นเหรอค่ะ!”
หญิงสาวที่ดีใจจนลืมตัวได้ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตึ้ง! แต่เพราะว่าออกแรงมากเกินไปทำให้เก้าอี้เก่าๆนั้นรับไม่ไหวจนแตกออกในทันที ส่งผลทำให้เธอนั้นล้มลงไปกองอยู่กับพื้น….
“โอ้ย~~....”
“เธอไม่เป็ไรนะ...”
“คะ....ค่ะ...น่าจะพอไหวค่ะ...”
“งั้นเหรอ...แบบนั้นก็ดีแล้ว...แต่จะว่าไปในตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? ทำมั้ยพวกเราที่ควรจะไหล่ไปพร้อมกับกระแสนํ้าอันรุนแรงนั่นถึงได้รอดมาได้ปบบนี้ล่ะ”
เฟยได้ถามออกมาด้วยความสงสัยพร้อมกับได้มองไปยังร่างกายของตนเองที่ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลมากมาย
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ....พอฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าพวกเรานั้นสลบอยู่ในบ้านหลังนี่แล้ว...พอลองไปถามจากพวกชาวบ้านดูพวกเขาก็บอกว่าไม่รู้ค่ะ...อ่อ!ส่วนบ้านหลังนี้เป็ของฉันเองค่ะ...ถึงมันจะดูเก่าๆไปหน่อย...แต่ว่ามันก็ยังคงสามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยดีค่ะ!...”
หญิงสาวได้พูดทุกสิ่งที่เธอรู้ทั้งหมดออกมาอย่างตะกุกตะกักราวกับว่ากำลังเขินอายอะไรบางอย่างอยู่
“งั้นเหรอ...ที่นี่คือบ้านของเธองั้นเหรอ...”
เฟยได้มองดูลอบๆห้องนี้อีกครั้ง
(ทั้งเก่า ทั้งทรุดโทรมแถมยังมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดและไหนจะรูบนกำแพงอีก...ดูจากสภาพโดยรวมแล้ว...บ้านร้างที่พวกเราใช้หลบฝนในคืนนั้นยังดูดีเสียกว่าอีก...เธออยู่ที่นี่จริงๆงั้นเหรอ...)
“เธออยู่ที่นี่คนเดียวงั้นเหรอ?...”
“ค่ะ! ฉันสูญเสียครอบครัวไปั้แ่ยังเด็กเพราะา...หลังจากนั้นมาฉันก็อาศัยอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอดในบ้านหลังนี้...บ้านที่ตัวฉันมีผูกพันกับมัน...ราวกับว่า...เป็เหมือนดังครอบครัวคนหนึ่งเลยค่ะ!”
หญิงสาวได้ตอบกลับมาด้วยความจริงใจที่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่แท้จริงที่ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าที่ดูมีความสุขนั้น
“งั้นเหรอ...”
(ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหญิงสาวที่เปราะบางคนนี้จะอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวมาได้นานขนาดนี้น่ะ…เธอคงจะเหงาเอามากเลยสินะ...ไม่เช่นนั้นคงจะไม่เล่าทุกสิ่งออกมาให้คนแปลกหน้าอย่างฉันฟังง่ายๆแบบนี้ราวกับว่าไม่เคยได้คุยกับใครมาก่อนเป็เวลานานแล้วเลยแบบนี้น่ะ...)
เฟยได้ชูมือที่ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลขึ้นมา
“บาดแผนนี่เธอเป็คนพันให้งั้นเหรอ”
“ชะ...ใช้แล้วค่ะ...”
“งั้นเหรอ...ต้องขอขอบคุณเธอมากๆเลยที่ช่วยทำแผลให้แบบนี้”
เฟยที่นอนอยู่บนเตียงได้ก้มหัวลงแสดงความขอบคุณให้กับหญิงสาว
“อะไรกัน! ไม่เลยค่ะ...ถ้าเทียบกับสิ่งที่ตัวคุณได้ช่วยชีวิตของฉันเอาไว้แล้ว...สิ่งที่ฉันทำลงไปมันเทียบกันไม่ติดเลยค่ะ....”
หญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นได้พูดออกมาด้วยความร้อนร่น
“แต่ถึงจะเป็แบบนั้นฉันก็ยังคงรู้สึกขอบคุณอยู่ดีนั่นแหละ”
“....”
หญิงสาวที่พอได้ยินแบบนั้นเธอก็ได้หน้าแดงขึ้นมาทันที
“จะว่าไปแล้ว...ฉันยังไม่ได้บอกชื่อให้เธอรู้เลยสินะ ฉันเฟย เจินจากอาณาจักรพัง แล้วเธอล่ะมีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ”
“คะ...ค่ะ...ฉะ...ฉันมีนามว่าจาง ลี่...เป็สาวชาวไร่ค่ะ!...”
หญิงสาวได้แนะนำตัวเองออกมาแบบเขินอายเช่นเดิม
“งั้นเหรอ จาง ลี่สินะ อื่อ...เป็ชื่อที่ไพเราะมากเลยนะ”
“....”
จาง ลี่ที่พอได้ฟังแบบนั้นจู่ๆเธอก็หน้าแดงขึ้นมามากกว่าเดิม
“คะ...คงถึงเวลาเปลี่ยนผ้าพันแผลแล้ว....ดะ...เดี๋ยวฉันจะทำการเปลี่ยนให้เองค่ะ!”
จาง ลี่ได้ลุกขึ้นมา ตึ้ง! แต่ก็ได้ล้มลงไปอีกครั้ง
“โอ้ย!...”
“เป็อะไรรึป่าว นะ....นี่มันที่ขาของเธอ...”
เฟยที่มองไปเห็นเท้าทั้งสองข้างของเธอที่ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลได้แสดงอาการใออกมา
“าแที่เท้านั่นได้มาจากเมื่อคืนนั้นงั้นเหรอ? ดูจากเท่าที่เห็นแล้วยังคงไม่หายดีงั้นสินะ…นี่เธอคอยดูแลฉันมาโดยตลอดด้วยสภาพเช่นนั้น...”
“ไม่เป็ไรค่ะ!”
หญิงสาวได้ะโออกมาหยุดเฟยที่กำลังพูดอยู่เอาไว้
“าแแค่นี้เอง...ฉันทนได้ค่ะ คุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ...เชิญนอนต่อไป...”
“ได้ยังไงกันล่ะ!”
“เอ๋!...”
เฟยได้ลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่ล้มอยู่ในทันที ด้วยใบหน้าที่กำลังอดทนต่อความเ็ปมากมายที่ได้ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดแล้วตัวเขาก็ได้มาจนถึงตรงหน้าของหญิงสาวที่กำลังมองมาที่ตัวเขาด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนํ้าตาที่ไหล่ออกมมจากภายในดวงตาคู่นั้น เฟยได้โอบกอดตัวเธอเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยาแมากมายที่ถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลมากมายที่เริ่มกลายเป็สีแดงขึ้นเรื่อยๆ...
“ฉันน่ะไม่เป็ไรหรอก เพราะงั้นเธอน่ะไม่ต้องฝืนตัวเองไปหรอกนะ”
“...คะ….ค่ะ!....”
หญิงสาวได้ร้องไห้โฮออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่ได้ปรากฎออกมาจากบนใบหน้านั้น พร้อมกับได้ใช้มือทั้งสองข้างนั้นกอดเฟยกลับไปด้วยความรู้สึกที่ยากเกินที่จะบรรยายออกมา
หลังจากนั้นวันเวลาก็ได้ผ่านพ้นไป
าแของเฟยนั้นค่อยๆหายดีขึ้นเรื่อยๆจนเรียกได้ว่าใกล้ที่จะหายดีเต็มที่แล้ว แต่แท่นที่ตัวเขาจะเดินทางกลับอาณาจักรพังไป เขากลับยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไป จนมีอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เฟยนั้นกำลังทำการซ่อมแซมบ้านของหญิงสาวอยู่นั่นเองก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาตัวเขาจากทางด้านหลัง
“ทะ...ท่านคือท่านแม่ทัพงั้นเหรอ?....”
“หือ?”
เฟยที่ได้ยินแบบนั้นจึงได้หันหลังไปมองและสิ่งที่ต้วเขาได้เห็นนั้นก็คืองครักษ์คนนั้นที่เคยยื่นผ้าขนหนูมาให้กับตัวเขาในคืนนั้น ที่กำลังมองมาที่ตัวเขาราวกับว่ากำลังเห็นผีอยู่เลย
“อ้าวเ้าเองหรอ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้กันล่ะ”
“เป็ท่านจริงๆงั้นเหรอ....ท่านแม่ทัพ”
ชายคนนั้นได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
“ก็ใช้น่ะสิ ถามมาได้แล้วเ้าเองล่ะมาทำอะไรที่นี่กันน่ะ”
“ข้าก็แค่กลับมาเยียมบ้านเกิดเท่านั้น...ไม่ใช้สิ! ท่านจะต้องรีบกลับไปที่อาณาจักรให้เร็วที่สุดครับ!”
ชายคนนั้นได้เดินเข้ามาหาเฟยพร้อมกับได้ทำการบอกเื่ต่างๆให้ตัวเขาได้รับรู้
“ในตอนนี้นั้นทั่วทั้งอาณาจักรกำลังวุ่นวายอยู่กับการออกตามหาตัวท่านที่หายตัวไปในคืนนั้น”
ชายคนนั้นได้หยุดลงที่ตรงหน้าของเฟย
“เพาะฉะนั้นท่านจะต้องรีบกลับไปโดยเร็วที่สุดครับ!”
(ก็จริงอย่างที่ตัวเขาว่ามา...ถ้าเกิดว่าฉันยังคงอยู่ที่นี่ต่อไปอาจจะมีสิทธิทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาก็ได้...ถ้างั้นสิ่งที่ฉันควรทำในตอนนี้นั้นก็คงมีเพียงแค่ต้องกลับไปเท่านั้นสินะ...แต่ว่า...ทำมั้ยกัน...ความเ็ปที่อยู่ในอกนี่มัน...อะไรกัน...)
ตึ้ง! ในขณะที่เฟยนั้นกำลังลังเลอยู่ก็ได้มีเสียงของตกดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของตัวเขา
“หือ?...”
เฟยได้หันหลังกลับไปและสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นก็คือจาง ลี่ที่กำลังยืนอยู่ที่ตรงหน้าประตูที่กำลังมองมาทางนี้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยนํ้าตา พร้อมกับใบหน้าที่ดูเหมือนกำลังอยากจะบอกว่า[อย่าไปเลยนะ]อยู่ด้วย แต่เธอนั้นก็ไม่ได้พูดออกมาสิ่งที่เธอทำนั้นมีเพียงแต่ยืนมองมาที่ตัวเขาแล้วเก็บคำพูดนั้นเอาไว้ในใจเท่านั้น
(หวัง ลี่....ทำไมกัน...พอเห็นใบหน้าแบบนั้นแล้ว...มันทำมั้ยจู่ๆถึงได้รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้กัน...)
เฟยได้เอามือขึ้นมากุมหน้าอกของตนเองเอาไว้
(...อ่อ...เข้าใจแล้ว...ว่าความรู้สึกแบบนี้นั้นมันคืออะไรกัน...ถ้างั้นสิ่งที่ฉันควรทำในตอนนี้นั้นก็มีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้นแล้วสินะ...)
เฟยที่ได้ตัดสินใจออกมาอย่างแท้จริงแล้ว ได้หันหลังกลับมาหาองครักษ์ผู้นั้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ท่านเข้าแล้วสินะครับ! ว่าสิ่งที่ท่านควรทำในตอนนี้นั้นคืออะไรน่ะ”
“อือ...ใช้แล้วล่ะ ฉันตัดสินใจได้แล้วล่ะ...”
เฟยได้ยกมีดตัดฟืนที่วางอยู่แถวๆนั้นขึ้นมา
“นี่ท่านคิดที่จะทำอะไรน่ะ!”
“ทำในสิ่งที่ควรทำยังไงล่ะ!”
เฟยได้ใช้มีดเล่มนั้นตัดผมเปียหางม้าของตนเองทิ้งไปโดยไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
“นี่ท่านรู้รึป่าวว่าทำอะไรลงไปน่ะ! เส้นผมเปียนั่นเปรียบได้ดังเกียรติยศของนักรบแห่งอาญาจักรพังเลยนะครับ!”
“เออรู้อยู่แล้วล่ะ...”
“แล้วทำไมกันท่านถึงได้…..”
“เพราะว่านี้คือ...เส้นทางที่ฉันเลือกแล้วยังไงล่ะ!”
เฟยได้ยื่นผมเปียของตนเองให้กับองครักษ์คนนั้น
“จงนำมันกลับไปให้กับองจักรพรรดิ์ แล้วบอกกับตัวท่านว่าสุดยอดนักรบแห่งพังอสูรนั้นได้จากไปตลอดการแล้ว”
“จะให้ข้านั้นพูดโกหกกลับองจักรพรรดิ์งั้นเหรอครับ”
“ใช้แล้ว...”
“จะบ้างั้นเหรอ! ตัวท่านในตอนนี้นั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้ทิ้งเกียรติยศของตนเองไปได้ง่ายๆแบบนี้ ข้านั้นไม่อาจเข้าใจได้เลยครับ”
องครักษ์ที่มีนํ้าตาไหลออกมาได้ปฏิเสธเสียงแข็ง
“งั้นเหรอ...ถ้างั้นฉันจะแสดงให้เห็นเองว่าสุดยอดนักรบคนนั้นได้จากไปแล้วจริงๆน่ะ...”
เฟยที่พูดออกมาแบบนั้นได้คุกเข่าลงไปกับพื้นแล้วก้มหัวของตนเองลงไปแนบพื้น
“ขอร้องล่ะ ได้โปรดฟังคำขอที่เป็เหมือนดังความเอาแต่ใจของฉันคนนี้ด้วยเถอะ”
“....”
องครักษ์ที่เห็นสภาพของคนที่ตนเองนั้นนับถือเอามากๆอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเช่นนั้น ตัวเขาถึงกับทำอะไรไม่ถูกแล้วยืนนิงไปทั้งๆแบบนั้น แต่เมื่อต้วเขานั้นได้เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่หน้าประตูตัวเขานั้นก็เริ่มที่จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมา
“งั้นเหรอ...เป็แบบนี้เองสินะครับ...”
องครักษ์ได้ยื่นมือออกมาแล้วรับผมของเฟยนั้นเอาไว้ เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ลุกขึ้นมามองไปที่ตัวเขาที่กำลังเดินจากไป
“เ้ายอมช่วยฉันแล้วงั้นสินะ”
“พูดอะไรบ้าๆ ที่นี่นั้นไม่มีสุดยอดนักรบคนนั้นอยู่อีกต่อไปแล้ว...สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่นั้นมีเพียงแค่ชายหนุ่มชาวไร่คนหนึ่งเท่านั้นเอง...”
องครักษ์ผู้นั้นได้เดินจากไปจนลับตา
“เฮ้อ~”
เฟยได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ แต่ในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังไม่ทันได้ระวังตัวก็ได้ถูกหญิงสาววิ้งเข้ามากอดตัวเขาเอาไว้แน่นจากทางด้านหลัง
“ทำมั้ย...ท่านถึงได้ปฏิเสธที่จะกลับไปกันล่ะ...”
“อย่าถามอะไรโง่ๆแบบนั้นสิ...”
เฟยได้หันหลังกลับมาแล้วจ้องมองไปยังใบหน้าของจาง ลีที่กำลังจองมองมายังตัวเขาด้วยดวงตาคู่นั้นที่ได้สะท้อนภาพของตัวเขาอยู่ในขณะนี้
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไปก็เพื่อตัวเธอ เพื่อที่จะไม่ให้เธอนั้นจะต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป...”
เฟยได้กุมมือของหวัง ลีเอาไว้
“เพราะฉะนั้นแล้วแต่งงานกับฉันเถอะนะ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอนั้นจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปเพราะฉันนั้นจะค่อยอยู่เคียงข้างเธอตลอดไปเอง!”
เฟยได้พูดออกไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่ตัวเขานั้นมีให้กลับตัวเธอ จาง ลีที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูกทำได้เพียงแค่ยืนเขินอายอยู่เพียงเท่านั้น
“จะ...จะดีงั้นเหรอ? ผู้หญิงแบบฉันน่ะ...”
“ถามอะไรโง่ๆแบบนั้นกัน ถ้าไม่ใช้เธอแล้วจะเป็ใครได้อีกล่ะ เพราะฉะนั้นแล้วเธอจะช่วยตอบรับความรักของฉันได้รึป่าวนะ”
“นะ...แน่นอนอยู่แล้ว....ด้วยความยินดีเลยล่ะค่ะ!...”
จาง ลี่ได้ตอบรับคำขอแต่งงานของเฟยไป
ในเวลาไม่นานหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้แต่งงานกันอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นอยู่ที่หน้าทางเข้าของหมู่บ้านแห่งนี้…
หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่กี่ปีเฟยกับจาง ลี่ก็ได้มีพยานแห่งรักเกิดขึ้นมา แต่นั่นเองก็ได้กลายเป็จุดจบเื่ราวแห่งความรักของทั้งสองคนนั้นด้วยเช่นกัน…
“อ่า!...อ่า!....”
ณ วันที่ฝนตกลงมาอย่างหนักได้มีเสียงร้องควรคานด้วยความเ็ปของหญิงสาวที่ได้ดังออกมาจากภายในบ้านไม้หลังนั้น ภายในนั้นหวัง ลี่ที่ท้องมาได้8เดือนแล้วกำลังเจ็บท้องอย่างหนักราวกับว่ากำลังจะคลอดออกมาได้ทุกเมื่อ
“ไม่เป็ไรหรอกนะ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นหมอก็จะมาถึงแล้วล่ะ อดทนเอาไว้ก่อนนะ!”
(ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปมีหวังแย่แน่...เพราะฝนที่ตกลงอย่างหนักทำให้คุณหมอนั้นยังคงมาไม่ถึง...โธ่ยเว้ย!จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้...)
“รอฉันก่อนนะเดี๋ยวฉันจะรีบไปตามหมอมาให้เอง!”
เฟยที่กำลังจะลุกออกไปก็ได้ถูกจาง ลี่ที่กำลังอ่อนล้ายื่นมือเข้ามาหยุดตัวเขาเอาไว้ก่อน…
“ยะ...อย่าไปเลย…”
“ตะ...แต่ว่า!...”
“อยู่ด้วยกันก่อนเถอะนะ...”
หวัง ลี่ได้ลั้งตัวเขาเอาไว้จนถึงที่สุด
(จาง ลี่นี่เธอ...)
“....เข้าใจแล้วล่ะ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอจนถึงที่สุดเอง...”
“อื่อ...ขอบคุณนะ...”
เฟยที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอนั้นได้จึงได้ตัดสินใจที่จะนั่งรออยู่เคียงข้างกับจาร ลี่จนถึงวินาทีสุดท้าย
หลังจากนั้นไม่นานจาง ลี่ก็ได้คลอดเด็กทารกเพศหญิงออกมาหนึ่งคน
“ดูสิจาร ลี่! เธอเป็เด็กผู้หญิงด้วยล่ะ แถมยังมีดวงตาที่งดงามแบบเธอเลยนะ”
เฟยที่อุ้มเด็กคนนั้นเอาไว้ในมือคู่นั้นได้ยื่นเธอเข้าไปใกล้ๆให้จาร ลี่ที่อ่อนแล้ลงเรื่อยๆนั้นได้เห็น
“จริงด้วยสิ...เธอนั้นงดงามมากๆเลยล่ะ...”
จาง ลี่ได้ใช้มือที่แทบจะไม่มีแรงเหลืออยู่แล้วจับเข้าไปที่มือของลูกสาวของเธอ
“นี่...คุณคะ...สัญญากับฉันเื่นึ่งได้มั้ย?...”
“โอ้! ได้แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็ตามฉันก็จะทำให้สำเร็จให้ได้เลย!”
“คุณช่วย...ดูแลเด็กคนนี้ที...ดูแลให้เธอได้เติบโต้ขึ้นมา...แท่นตัวฉันน่ะ...”
“พะ...พูดอะไรของเธอน่ะ...พวกเราจะต้องดูแลด้วยกันไม่ใช้เหรอ...”
“ขอร้องล่ะ...”
จาง ลี่ได้ยื่นมือเข้ามาหาเฟยที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยนํ้าตา เฟยที่เห็นแบบนั้นจึงได้ยื่นมือของตนเองออกไปกุมมือของเธอเอาไว้แน่น
“อื่อ!ฉันขอสัญญาเลย ว่าจะค่อยดูแลเธอให้เติบโต้ขึ้นมาอย่างแข็งแรงและร่าเริงในแบบที่เธอนั้น้าเอง...เพราะงั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอกนะ...”
“งั้นเหรอ...ขอบคุณนะ...พอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแล้วล่ะ...”
หลังจากที่จาง ลี่ได้ฟังคำสัญญาสุดท้ายของตัวเขาแล้วเธอนั้นก็ได้จากโลกนี้ไป ทิ้งเฟยเอาไว้ให้อยู่ต่อไปพร้อมกับหน้าที่ที่ได้รับมา หลังจากนั้นฝนก็ได้หยุดตกพร้อมกับแสงสว่างยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในบ้านหลังนี้ที่เหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น…
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะจาง ลี่ฉันจะค่อยดูแลและปกป้องเด็กคนนี้เอง แล้วจะทำให้เธอนั้นเติบโต้ขึ้นมาอย่างแข็งแรงและร่าเริงให้ได้เลย!...”
เฟยได้กล่าวคำสัญญานั้นออกมาอีกครั้งกับแสงแห่งลุงอรุณยามเช้าที่สาดส่องลงมาใส่ตัวของเขาที่กำลังมองไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นอยู่ตรงหน้า
“หวัง ลี่...ฉันจะขอตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าหวัง ลี่...”
เฟยได้กอดเด็กคนนั้นเอาไว้อย่างอ่อนโยน
“พ่อจะปกป้องลูกเองนะหวัง ลี่...”
สุดท้ายเฟยก็ได้ให้คำสัญญากับเด็กทารกคนนั้น…
หลังจากนั้นวันเวลาก็ได้ผ่านพ้นไป…. จนกลับมาถึงปัจจุบัน….
วันที่อสูรนั้นจะฟื้นกลับคืนมาอีกครั้ง...