ออกัสและสองผู้คุ้มกันมองไปที่พวกเจอร์รัลด้วยความสงสัย เพราะพวกเขาได้ยินว่าพวกเขาได้สร้างความวุ่นวายบางอย่างขึ้นกับคนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์แถวนี้
“ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอนายน้อย? ” ออกัสถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ พวกคุณสร้างปัญหาให้กับคนในคฤหาสน์หลังนี้งั้นหรอ? ” ผู้คุ้มกันถามด้วยความสงสัย
“ เอ่อ.. ” เจอร์รัลที่ถูกถามก็ได้แต่จำใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมา
“ พวกคุณรีบไปขอโทษเร็วเข้า ถ้าหากพวกคุณต้องการที่จะกลับไปอย่างปลอดภัย ” ผู้คุ้มกันรีบตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
ทุกๆคนพากันตกใจและไม่คิดว่าผู้คุ้มกันจะพูดแบบนี้กับพวกเขา
“ ไม่ทราบว่าใครเป็นคนพักอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้หรอ? ” ออกัสถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ และคนที่พวกคุณไปหาเรื่องก็น่าจะเป็นท่านไลท์ ” ผู้คุ้มกันพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง เขาจำได้ว่าไลท์เป็นคนที่รักเบเรียลมากๆ ถ้าหากใครต้องการที่จะทำร้ายเบเรียล คนๆนั้นตะต้องตาย
เดธปาร์ตี้
ท่านไลท์?
ทันใดนั้นสีหน้าของทุกๆคนก็เต็มไปด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าคนที่พวกเขาหาเรื่องคือท่านไลท์
ไม่แปลกใจเลยที่ชายหนุ่มคนนั้นจะไม่แยแสต่อตระกูลฟรอส เพราะความแข็งแกร่งของเขานั้นสามารถทำแบบนั้นได้ แน่นอนว่าตระกูลฟรอสก็ไม่กล้าที่จะแตกหักกับเดธปาร์ตี้ เพราะความแข็งแกร่งของพวกเขานับว่าแข็งแกร่งอันดับต้นๆของโลก ถ้าหากพวกเขาสู้กันขึ้นมาจริงๆ มันก็อาจจะจบลงด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลฟรอส
พวกเขาทราบดีว่าท่านไลท์คือตัวตนระดับSSS นอกจากนี้พวกเขาก็ยังรู้ด้วยว่าเมื่อห้าปีก่อนท่านไลท์นั้นสามารถสังหารตัวตนระดับSSSไปสิบกว่าตัวทำให้เขาได้ชื่อว่ารุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
“ พระเจ้า นั้นคือท่านไลท์งั้นหรอ!!! ” ทวีตตี้กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว พวกเขาเพิ่งจะไปหาเรื่องท่านไลท์มา
จากนั้นทุกๆคนก็มองไปที่เจอร์รัลพร้อมกับรู้สึกสงสารขึ้นมา
ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมท่านไลท์ถึงบอกว่าจะสังหารเจอร์รัลหลังจากที่เจอร์รัลบอกว่าจะนอนกับเบเรียล ทุกๆคนในโลกรู้ดีว่าไลท์รักเบเรียลมากแค่ไหน ใครก็ตามที่กล้ามาวุ่นวายหรือต้องการทำร้ายเบเรียลจะต้องถูกสังหารทั้งหมด ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใครก็ตาม
ตอนนี้เจอร์รัลตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความสั่นไหว
“ นายน้อย ผมว่านายน้ายต้องไปขอโทษท่านไลท์แล้วล่ะครับ เพราะเรื่องนี้มันร้ายแรกถึงชีวิตและตระกูลของนายน้อยเลยทีเดียว ”ออกัสพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา ถ้าหากเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลของพวกเขาไม่มาก พวกเขาก็ยังพอที่จะหาทางแก้ไขเรื่องนี้ได้ แต่สำหรับกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ พวกเขาคือหนึ่งในกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เพราะเขารู้มาว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนสามารถต่อสู้กับตัวตนระดับSSSได้สบายๆ
เจอร์รัลพยักหน้ารับเพราะเขารู้ดีว่าตระกูลของเขาก็คงไม่ช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน ดีไม่ดีเขาอาจจะถูกตระกูลปล่อยทิ้งเลยก็ได้เนื่องจากการสร้างปัญหาให้กับท่านไลท์
“ พี่ชายทั้งสองคนช่วยพาผมไปหาท่านไลท์หน่อยได้ไหมครับ? ” เจอร์รัลพูดขึ้น
“ ตามมาแล้วก็อย่าสร้างปัญหาโดยเด็ดขาด ” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เข้าใจแล้ว ” เจอร์รัลพูดขึ้น
ไม่นานผู้คุ้มกันก็พาเจอร์รัลและออกัสมายืนอยู่หน้าคฤหาสน์
“ อยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวฉันจะไปรายงานท่านไลท์ก่อน ซึ่งคำตอบของท่านไลท์จะถือว่าเป็นคำตัดสิน ” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์
ก่อนที่ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ผู้คุ้มกันก็กลับมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ ตามมา ”
ไม่นานผู้คุ้มกันก็พาทั้งสองไปยังสวนดอกไม้ด้านหลังคฤหาสน์
พวกเขาก็เห็นท่านไลท์กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวพร้อมกับมองชมจันทร์ไปด้วย
“ ท่านไลท์ครับผมพามาแล้วครับ ” ผู้คุ้มกันพูดขึ้นด้วยความเคารพ
หลังจากนั้นผู้คุ้มกันทั้งสองก็ถอยห่างออกไปยืนอยู่ด้านนอก
เจอร์รัลมองดูไลท์ที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความที่กลัว เขากลัวว่าท่านไลท์จะไม่ยกโทษให้กับเขาพร้อมกับจะลงโทษเขาให้หนักกว่าเดิม
เจอร์รัลเดินมาที่ด้านหน้าเก้าอี้ยาวของไลท์ก่อนที่จะคุกเข่าลงและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาว่า “ ท่านไลท์ได้โปรดยกโทษให้กับความไม่รู้ของผมด้วยครับ ”
“ ถ้าหากนายไม่รู้ตัวจริงของฉัน นายก็คงไม่คิดที่จะมาขอโทษใช่ไหม? ” ไลท์พูดขึ้นแต่สายตาของเขากำลังมองไปที่ดวงดาวบนท้องนภา
เจอร์รัลตัวสั่น ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่ท่านไลท์พูด ถ้าหากไม่ใช่ท่านไลท์หรือเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลของเขาไม่มากเขาก็ไม่คิดที่จะมานั่งคุกเข่าขอโทษแบบนี้
“ เอ่อ…คือ ” เจอร์รัลไม่กล้าที่จะพูดออกมา
“ ช่างมันเถอะฉันเองก็ไม่อยากที่จะใส่ใจกับคนอย่างพวกนาย ” ไลท์พูดขึ้น
“ แต่ในเมื่อนายคิดที่จะทำเรื่องเลวๆกับเบเรียลฉันคงไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เจอร์รัลสะดุ้งพร้อมกับแสดงสีหน้าตกใจและหวาดกลัวขึ้นพร้อมกัน
ทันใดนั้นเจอร์รัลก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมันทำให้เขาอยากตายไปเลย แต่เขาก็ได้แต่กัดฟันและอดทนเอาไว้ แม้ว่ามันจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม
ออกัสและผู้คุ้มกันอีกสองคนก็ได้แต่มองไปที่เจอร์รัลพร้อมกับสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เพราะพวกเขารู้ดีว่านี้คือการลงโทษแบบเบาๆเท่านั้น ถ้าหากไลท์ลงโทษแบบหนักก็คือร่างกายพิการหรือความตายเท่านั้นที่รออยู่
ผ่านไปราวๆสิบกว่านาที
เสียงกรีดร้องของเจอร์รัลก็หยุดลงพร้อมกับหมดสติไปเพราะทนความเจ็บปวดไม่ได้
“ พาตัวเขาซะแล้วก็ถ้าหากเจ้าหมอนี้ตื่นขึ้นมาก็บอกให้ทำตัวดีๆซะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์แล้วก็ขอบคุณท่านไลท์มากครับที่ไม่ได้ฆ่านายน้อย ” ออกัสพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะที่ผ่านมาก็มีพวกคนแบบเจ้านี้โผล่ขึ้นมามากมาย ” ไลท์ส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
ไม่นานออกัสก็แบกร่างที่หมดสติของเจอร์รัลออกไป
เช้าวันต่อมา
ในขณะที่ไลท์กำลังนั่งกินอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมโดยข้ารับใช้ของตระกูลฟรอสก็มารายงานว่ามีกลุ่มคนต้องการที่จะขอเข้าพบท่านไลท์
“ พวกเขาเป็นใคร? ” ไลท์ถามขึ้นแม้ว่าเขาจะพอเดาได้แล้วก็ตาม
“ เป็นผู้นำตระกูลเฮอร์ไมน์และผู้นำตระกูลอื่นๆอีกสี่ตระกูลครับ ” ข้ารับใช้ตอบ
“ บอกให้พวกเขาเข้ามาได้แล้วก็ให้พวกเขาไปรอที่ห้้องรับแขกก่อน ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับ ” ข้ารับใช้ตอบพร้อมกับเดินออกไป
ไลท์กินอาหารเสร็จอีกประมาณสิบห้านาทีก่อนที่จะเดินออกไปที่ห้องรับแขก
เมื่อไลท์มาถึงทุกๆคนก็ยืนขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับให้กับไลท์อย่างสุภาพและเคารพ
ไลท์กวาดสายตาดูก็พบว่าทุกๆคนในห้องรับแขกมีความแข็งแกร่งในระดับSSทั้งหมด
“ ท่านไลท์ ผมมีชื่อว่าเจอร์ริส ผมต้องขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยครับ ” เจอร์ริสโค้งตัวให้กับไลท์เพื่อเป็นการขอโทษ ผู้นำตระกูลอีกสี่คนก็โค้งคำนับให้กับท่านไลท์ด้วยเหมือนกัน
พวกเขารู้สึกขอบคุณที่ท่านไลท์ไม่ได้สังหารลูกชายหรือลูกสาวของเขา ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สามารถแก้แค้นให้กับลูกๆของพวกเขาได้ คงจะได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมสอนลูกๆให้ดีพอ
ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะสอนลูกๆของตัวเองไม่ให้ทำตัวหยิ่งผยองและรังแกคนอื่นๆ เพราะถ้าหากมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมันก็อาจจะไม่ได้โชคดีแบบนี้อีกก็ได้
เจอร์ริสคือพ่อของเจอร์รัลและยังเป็นผู้นำตระกูลเฮอร์ไมน์คนปัจจุบัน เมื่อคืนตอนที่ออกัสได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ใจของเขาก็ตกมาอยู่ที่ตาตุ่มพร้อมกับรีบเรียกเจอร์รัลมาสอบถามทันที
เมื่อเป็นเรื่องจริง เจอร์ริสก็โกรธและทุบตีเจอร์รัลอยู่ครู่หนึ่งเลยทีเดียวจากนั้นเขาก็ทำการลงโทษเจอร์รัลทันทีหลังจากนั้นเขาก็คิดที่จะหาของขวัญเพื่อมาขอโทษท่านไลท์แทนลูกชายสารเลวของเขา
ในขณะที่เขากำลังคิดหาของขวัญเพื่อมอบให้กับท่านไลท์ จู่ๆก็ออกัสก็มารายงานว่าผู้นำตระกูลอื่นๆมาขอพบ
เจอร์ริสก็บอกให้เข้ามาได้เลย เพราะเขารู้ว่าผู้นำตระกูลมาหาเขาด้วยเรื่องอะไร เป็นการดีเสียอีกที่มีคนอื่นๆช่วยออกความคิดเห็น
“ ท่านไลท์ครับในนี้มีสมบัติจำนวนมากที่ผมและเพื่อนๆของผมอีกสี่คนรวมรวบมามอบให้กับท่านไลท์ครับ ” เจอร์ริสพูดพร้อมกับยื่นแหวนมิติให้กับไลท์
“ งั้นฉันจะขอรับน้ำใจอันนี้ของพวกนายเอาไว้และจะยกโทษให้กับพวกนั้น ” ไลท์พูดขึ้น สำหรับเขา เขาไม่ได้มีความแค้นที่ล้ำลึกจนอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่อีกฝ่ายมาขอโทษพร้อมกับนำสมบัติมามอบให้ก็นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาได้อย่างดี
“ ขอบคุณมากครับท่านไลท์ ” เจอร์ริสโค้งคำนับอีกรอบพร้อมกับถอนหายใจออกมา เขากลัวว่าท่านไลท์จะปฏิเสธของขวัญที่เขามอบให้
หลังจากนั้นพวกเจอร์ริสก็ขอตัวกลับ เพราะพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่ออยู่ดี
ไม่นานเบเรียลก็เข้ามาในห้องรับแขกพร้อมกับถามขึ้นว่า “ วันนี้จะไปเที่ยวไหนกันดี? ”
ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบว่า “ ไปหาร้านขนมหวานกินกันดีไหม? ”
“ เอาสิฉันเองก็อยากที่จะกินขนมหวานอยู่เหมือนกัน ” เบเรียลพยักหน้าเห็นด้วย
สามวันผ่านไป
ในขณะที่ไลท์กำลังนั่งกินขนมหวานอยู่ที่สวนดอกไม้กับเบเรียล ก็มีหญิงสาวและชายหนุ่มเดินเข้ามาที่สวนดอกไม้
เมื่อไลท์เห็นทั้งสองคนก็ต้องยิ้มออกมาเบาๆ
ทั้งสองที่มาก็คือฟีเลียและฟลินท์ ลูกของผู้นำตระกูลฟรอสคนปัจจุบัน
“ ขอโทษที่ให้รอนะไลท์ เบเรียล ” ฟีเลียพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งลงที่ข้างๆเบเรียล
ฟลินท์เองก็นั่งลงที่ข้างๆไลท์เช่นกัน
“ ได้ข่าวว่ามีคนทำให้นายโกรธงั้นหรอ? ” ฟลินท์หัวเราะออกมาเบาๆ ส่วนฟีเลียก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน ก่อนที่พวกเขาจะมา พวกเขาก็ได้ยินเรื่องที่ไลท์จัดการกับลูกๆของตระกูลเฮอร์ไมน์ไป
“ ก็ไม่ได้ทำให้ฉันโกรธได้หรอกน่า ” ไลท์ส่ายหน้า สำหรับเขาเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่การละเล่นเท่านั้น มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เขารับไม่ได้ก็คือการที่เจอร์รัสบอกว่าจะนอนกับเบเรียลนั่นแหละ
“ เรื่องนั้นช่างมันเถอะแล้วพวกไลก้าไปไหนล่ะ? ” ฟลินท์ถามด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่เขาเข้ามาในคฤหาสน์ก็ไม่เห็นพวกไลก้าเลย
“ นั้นสิ ฉันว่าจะพาเดซี่ไปเที่ยวด้วยกันสักหน่อย ” ฟีเลียเห็นด้วย
“ ตอนนี้พวกนายไม่เจอเจ้าพวกนั้นหรอก เพราะเจ้าพวกนั้นกำลังฝึกฝนลูกศิษย์ของตัวเองเข้าร่วมกับการประลองรุ่นเยาว์ของห้าตระกูลอยู่ ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อฟลินท์และฟีเลียได้ยินดังนั้นก็จำได้ทันทีว่า ในงานชุมนุมครั้งนี้จะมีพวกลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้เข้าร่วมด้วย แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งเริ่มฝึกฝนไม่กี่ปี แต่พวกเขาก็นับว่ามีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ว่ากันว่าแต่ละคนสามารถสู้กับตัวตนระดับSSได้เลยด้วยซ้ำ
“ แล้วนายรู้ไหมว่าเจ้าพวกนั้นอยู่ที่ไหน ฉันจะไปหาสักหน่อย ” ฟลินท์พูดขึ้น
“ ถ้าหากฉันจำไม่ผิดเจ้าพวกนั้นน่าจะอยู่แถวๆที่จอดเรือบินน่ะ ” ไลท์พูดขึ้น เพราะเขาจำได้ว่าพวกไลก้าจะนอนค้างกันที่เรือบินเพราะพวกเขาจะฝึกฝนลูกศิษย์และหน่วยลับเทพยุทธ์บางส่วนที่จะเข้าร่วมงานประลองในครั้งนี้ นอกจากนี้พวกเขาก็ยังจะได้ฝึกฝนภายในค่ายกลฝึกฝนอีกด้วย
“ ที่จอดเรือบินงั้นหรอ ” ฟลินท์ครุ่นคิดก่อนที่จะฉุกคิดอะไรบางอย่างออก
“ นี้ไลท์ที่เรือบินของนายมีค่ายกลฝึกฝนอยู่ใช่ไหม ฉันอยากลองเข้าไปทดสอบหน่อยได้หรือเปล่า? ” ฟลินท์พูดขึ้น
“ ได้สิถ้าหากพวกนายอยากจะลอง ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฉันอยากลองด้วย!! ” ฟีเลียพูดขึ้นด้วยท่าทีตื่นเต้น
“ งั้นก็ไปลองด้วนกันหมดนี้แหละ ” ไลท์หัวเราะเบาๆ
จากนั้นเขาก็พาทุกๆคนไปยังเรือบิน
เมื่อฟีเลียและฟลินท์มาถึงเรือบินก็เป็นฟลินท์ที่เข้าไปทดสอบก่อน
ส่วนทางด้านฟีเลียเธอใช้เวทย์ของเธอตรวจสอบความแข็งแกร่งของลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหมด
“ โอ้วพระเจ้า!! ” ฟีเลียลอบกลืนน้ำลายด้วยความตกใจ เพราะลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้ทั้งหมดต่างก็มีโอกาศที่จะพัฒนาไปถึงระดับSSSเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจมากที่สุดก็คือซีรอสลูกศิษย์คนที่สองของไลท์ เพราะเธอไม่สามารถมองเห็นถึงขีดความสามารถของเขา สิ่งที่เธอเห็นก็คือความว่างเปล่าเหมือนกับของไลท์
“ ให้ตายเถอะ พวกนายมันสัตว์ประหลาดชัดๆ ” ฟีเลียพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่สมาชิกเดธปาร์ตี้ที่มีลูกศิษย์ยืนอยู่ด้านหลัง