"พี่เมฆคะ..."ฉันเรียกพี่เมฆ เขาหันมามองนิ่งๆ "มิ้นท์ขอกลับไปห้องแต่งตัวก่อนได้ไหม? ใกล้ถึงกะของมิ้นท์แล้ว"ฉันทำหน้าออดอ้อนน่ารักๆใส่ ปะปนกับความกลัวนิดหน่อย ซึ่งมันตัดกับชุดมาก-_-
"ถ้าจะให้เราลาออก เราจะลาออกไหม?"เขาไม่ตอบแล้วถามกละบด้วยสีหน้าจริงจัง...จะลาออกได้ไงล่ะ ถ้าฉันลาออกฉันจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ แล้วไหงจู่ๆเขาถึงมาถามฉันแบบนี้ล่ะเนี่ย!?
อึก! ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากทันมีเมื่อจู่ๆ เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ลอยขึ้นมาในสมอง ทั้งๆที่ฉันพยายามลืม จะได้ไม่เกิดการกดดันขึ้น...
'แต่มิ้นท์ไม่อยากรับธุรกิจที่บ้านนี่คะ มิ้นท์อยากมีชีวิตเป็ของตัวเอง อยากทำตามความฝันของตัวเอง ทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องมาบังคับมิ้นท์ด้วย!?'
'มิ้นท์!! อย่ามาดื้อได้ไหม!? หัดเชื่อฟังกันบ้าง!!'เสียงของคนเป็พ่อพูดตะคอกเสียงดังใส่
'ก็มิ้นท์ไม่อยากทำ!!'
'งั้นมิ้นท์...มาตกลงกับพ่อ...'
'...'
'พ่อจะส่งลูกไปเรียนที่ประเทศไทย โดยไม่ส่งเงินให้ ให้หาเงินใช้ด้วยตัวเอง พ่อจะออกแค่ค่าเครื่องบินและค่าหาที่พักให้ก่อน 10,000บาทตามเงินไทย ถ้าหลังจากนี้ 2 ปี ลูกสามารถอยู่ได้ หาเงินได้เลี้ยงดูตัวเองได้อย่างดี ภายในเวลา 2 ปี หรือจนกว่าลูกจะเรียนจบก็ตาม พ่อจะให้ลูกทำตามความฝันตัวเอง ลูกจะเป็อิสระ ถึงจะผ่านครบ 2 ปี แต่ถ้ายังเรียนไม่จบ ก็ไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือ ไว้ถึงวันรับปริญญาฯ.แล้วค่อยติดต่อกลับมาอีกที แต่ต้องติดต่อมาล่วงหน้า และระหว่างการใช้ชีวิตคนเดียว ลูกสามารถติดต่อมาหาพ่อและแม่ได้ หากคิดถึง'คนเป็พ่อพูดเสนอออกมา แม่ฉันที่ยืนฟังอยู่ก็แอบกุมขมับเล็กน้อย
'ได้ค่ะ!'ฉันตอบรับอย่างมั่นอกมั่นใจ
'แต่...'พ่อพูดค้างไว้และมองฉันนิ่งๆ 'ถ้าติดต่อขอความช่วยเหลือหรือขอกลับมาที่นี่ก่อนที่จะครบเวลา 2 ปี ลูกต้องทำตามที่พ่อและแม่สั่งเท่านั้น'
'ค่ะ!'
'หรือสรุปง่ายๆ ลูกต้องใช้ชีวิตคนเดียวที่ประเทศไทย'
'ได้ค่ะ คุณพ่อคอยดูเลย มิ้นท์อยู่ได้แน่นอนค่ะ'ฉันตอบอย่างมั่นใจ และยื่นมือเพื่อจับมือเป็การสื่อว่าตกลงในเงื่อนไข พ่อก็ยื่นมือมาจับไว้และเขย่ามือกันเบาๆ ก่อนจะปล่อย
แต่การตกลงครั้งนี้ ฉันกับพ่อไม่ได้จริงจังมากนัก แค่ตกลงกันแบบขำๆ ไม่มีการทะเลาะกัน แต่ฉันก็ทำสำเร็จ พ่อและแม่ไม่บังคับฉัน แต่ก็จนกว่าฉันจะเรียนจบฉันจึงจะขอเงินจากเขาได้ ยังไงฉันก็คงไม่ต้องขอแล้วแหละ อยู่ตัวคนเดียวส่งตัวเองเรียนจนจะจบแล้ว คงไม่จำเป็ที่จะต้องขอเงินเขาใช้แล้วล่ะมั้ง
ทีแรกฉันก็คิดว่าตัวเองจะอยู่ไม่รอดแล้วแหละ เพราะภาษาไทยก็พูดไม่ได้ แถมไม่เคยมาเลยด้วยซ้ำ...ไม่สิ เคยมาเพราะพ่อฉันมาคุยเื่การเื่งานของเขานั่นแหละ ครั้งนั้นแค่ครั้งเดียวฉันก็ไม่เคยได้มาอีกเลย
เพื่อนที่นี่ก็ไม่มี คนรู้จักก็ไม่มี นี่แหละมันถึงทำให้ฉันลำบากอย่างมาก แถมผับของที่นี่กับที่นู่นก็ดูต่างกันมาก บางคนดูเหมือนจะเหยียดด้วยซ้ำที่เห็นผู้หญิงทำงานแบบนี้ ฉันก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมต้องเหยียด ทั้งๆที่ทุกอาชีพมันก็เท่าเทียมกันหมด ที่ทำก็เพราะ้าเงินไม่ใช่หรอ
ปัจจัยหลักในการทำงานก็เพราะเงินด้วยหนิ ยิ่งคนแบบฉันจะไปหางานอะไรได้ ในหัวฉันคิดขึ้นมาได้ทันทีเลยว่าให้ไปหางานทำในผับ ไปสมัครงานในผับน่าจะได้เงินดีกว่างานทั่วไป
"มิ้นท์!!!"
"โอ้ย!"ฉันใเอามือปิดหูและเอียงศีรษะหนีนิดหน่อย "ตะคอกใส่มิ้นท์ทำไมคะ!?"ฉันถามหน้าด้วยสีบูดบึ้ง จู่ๆเขาก็มาเรียกฉันเสียงดังนี่สิ เป็ใครๆก็ใป่ะ
"พี่เรียกเราตั้งหลายรอบแล้ว"เขาพูดและใช้มือขยี้ศีรษะฉันจนผมเผ้ายุ่งเหยิง "แต่เรามัวแต่เหม่ออะไรก็ไม่รู้"
"มะ...มิ้นท์...ขอโทษค่ะ"ฉันพูดเสียงแ่เบาอย่างสำนึกผิด
"ละคำตอบล่ะว่าไง?"เขาทำหน้าจริงจังและถามฉันอีกครั้ง
"ถ้าพี่จะให้เราลาออก..."เขาพูดและเริ่มทำสีหน้าจริงจังมากกว่าเดิม
"เราจะลาออกไหม?"