เช้ามืดเมฆฟ้ามัวหม่นดังจะเกิดภัยเพศร้ายรุนแรง โจโฉซมไข้ั้แ่เมื่อคืนยังไม่ลุก โรคเก่าโรคร้ายมันกำเริบหนัก เคาทูต้องสั่งให้พวกทหารแลคนใช้ยกคานหามอุปราชขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปฮูโต๋ กองทัพแทบทั้งสิ้นอยู่รวมกันที่นี่หมด พร้อมแล้วสำหรับการออกเดิน ทัพใหญ่ไปช้าแต่ทรงพลัง กองไฟถูกกลบ ค่ายเต้นถูกรื้อเก็บ กองใหญ่ไปหน้ากองเสบียงอยู่หลังมีหน่วยเฝ้าระวังแวดดล้อม หลายคราแล้วที่โจโฉลักลอบเผาเสบียงข้าศึก มันเองจึงระแวงเื่นี้เป็พิเศษ เมื่อทุกอย่างเสร็จสรรพ เคาทูรับคำสั่งโจโฉสั่งเคลื่อนทัพออกทันที ทิ้งแฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนเอาไว้คอยต่อต้านพวกเล่าปี่
ฟ้าสลัวขึ้น ปลายขอบฟ้ามีแสงสีส้มส่องเข้าหาพื้นแผ่นดิน ปลายไม้ใบหญ้าสูงยอช่อ หยดน้ำค้างสะท้อนแดดอ่อนจนแดงระเรื่อคล้ายหยดเืเกาะ กวนอูเตียวหุยนำทัพทหารม้าสามพันยกมาแต่หัวรุ่ง ไม่ช้าก็มาใกล้บริเวณ แฮหัวตุ้นเห็นพวกนั้นมาก็ไสม้าพาทหารออกมาสู้รบ เตียวหุยเห็นธงทิวข้าศึกก็แล่นออกไป กองทัพทั้งสองฝั่งตั้งท่าประจันหน้า ฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อถอย อีกฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อบุก
"แฮหัวตุ้นไอ้คนขลาด แน่จริงออกมาสู้กับข้าสิว่ะ มัวหลบอยู่หลังทหารทำไม หากกลัวนักก็กลับไปเอาผ้านุ่งผู้หญิงมาคลุมหน้าเสีย แล้วข้าจะปล่อยไป" เตียวหุยท้าทายออกไป พวกทหารได้ยินเตียวหุยก็พากันหวาดกลัว เหมือนหนูเจอหน้าราชสีห์
แฮหัวตุ้นได้ฟังก็บังเกิดโทสะขึ้น พุ่งม้าออกมารบด้วย เตียวหุยเห็นอย่างนั้นก็ขับม้าออกมาปะทะเช่นกัน เสียงทวนเหล็กยาวกระทบกันดั่งเสียงฟ้าผ่า คมเขี้ยวปลายทวนหวุดหวิดไปมาทั้งสองฝ่าย กำลังมิสู้จะด้อยกว่ากันมากนัก แฮหัวตุ้นเองก็เป็ทหารเอกถือเป็หนึ่งในยอดขุนพลแห่งยุค เตียวหุยนั้นหรือก็ใช่เกรงกลัวผู้ใดในปฐี
ทั้งสองรบกันได้ยี่สิบเพลงไม่รู้ผล กวนอูเห็นได้ยังหวะก็สั่งทหารแยกเป็สองกอง กองหนึ่งสั่งบุกตะลุยไปข้างหน้า อีกกองตีโอบเข้าด้านข้าง แฮหัวเอี๋ยนเห็นท่าไม่ดีรีบบอกให้แฮหัวตุ้นถอยก่อน พวกทหารก็พากันร่นถอยออกไป กวนอูรีบบอกให้เตียวหุยเร่งตามตี "น้องสามรีบพาทหารตามตีต่อไป เดี๋ยวพี่จะอ้อมไปดักไว้อีกทาง"
ได้ยินอย่างนั้นเตียวหุยก็เร่งพาทหารตามตีเข่นฆ่าพวกแฮหัวตุ้นล้มตายเป็อันมาก ฝ่ายหนึ่งมีกำลังใจฮึกเหิม อีกฝ่ายได้แต่ถอยหนีไม่คิดสู้ พอโดนเข้าถึงตัวก็ถูกคมดาบคมหอกเข้าทิ่มเนื้อแทงหนัง ล้มลงแดดิ้นกันระนาว
สองพี่น้องแฮหัวร่นถอยมาได้ระยะหนึ่งก็ตั้งทัพจัดระเบียบ เมื่อพิเคราะห์ดูแล้วก็จำเป็ต้องคอยต่อต้านต่อไป เพื่อรั้งไม่ให้พวกศัตรูเข้าไปถึงกองทัพใหญ่ที่กำลังเดินทาง ทัพใหญ่นั้นมีกำลังมากก็จริง แต่หากถูกจู่โจมแบบกองโจรไปเรื่อยๆ ก็เสียหายได้เช่นกัน ยิ่งแล้วพวกเล่าปี่แสนเ้าเล่ห์ใช้ไฟเผาทัพถึงสองครั้งสองครา หากพวกมันแอบซุ่มไฟทำเพลิงใส่ทัพใหญ่มีหวังคราวนี้วอดวายไร้ที่ฝังศพ แลหากพ่ายแพ้แล้วตอนนี้ แผ่นดินที่อุตส่าห์รวบรวมมาก็คงกลายเป็ของเล่าปี่ไปโดยง่ายดาย
"พี่ใหญ่ ข้าว่าเราสองคนต้องแยกกันสู้ ช่วนกันถอย จึงจะสามารถต้านพวกทหารของเล่าปี่ได้" แฮหัวเอี๋ยนว่า
"เ้าเตียวหุยฝีมือร้ายกาจ กำลังก็มาก ข้าเกรงว่าหากสู้กันตัวต่อตัว ในกองทัพของเราตอนนี้คงมีแต่ข้าที่จะเอามันอยู่" แฮหัวตุ้นวิเคราะห์
"ถ้าเช่นนั้นเรายิ่งต้องระวังให้มากกว่าเดิม การปะทะกันซึ่งหน้าข้าว่าเราต้องหลีกเลี่ยง อีกอย่างกวนอูก็พาทหารมุดเข้าป่าไปมันคงคิดทำอะไรบางอย่างอยู่เป็แน่"
"น้องพี่งั้นเอาตามที่เ้าว่า เ้ายกกองไปด้านซ้าย ข้าคุมกองอยู่ด้านขวา พวกเราสองคนแยกกันระวังให้แก่กัน ถ้าพวกมันบุกมาพวกเราจะได้เห็นและช่วยเหลือกันได้ทัน"
"ขอรับพี่ใหญ่" แฮหัวเอี๋ยนรับคำสั่ง
กวนอูยกกองลัดเข้าชายป่า เส้นทางกันดารแต่ตัดช่องเข้าไปดักหน้าได้พอดี ทั้งต้นไม้สูงใหญ่เหมาะแก่การลอบบุกจู่โจม ดวงตะวันพึ่งจะขึ้นฟ้า พวกนั้นคงไม่คิดจะสู้ตายอย่างแน่นอน เพราะกุญซือขงเบ้งกับชีซีแจ้งไว้แล้วอย่างแจ่มชัดว่ามันกังวลกับสถานการณ์ที่เมืองฮูโต๋กันมากเสียยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ช่องป่าปรุโปร่ง สัตว์น้อยใหญ่แตกหายไปั้แ่เห็นเงามนุษย์ ไม่นานก็ลัดออกมาโผล่ตรงปากทางระหว่างซินเอี๋ย
"ท่านกวนอู ดูนั่นสิขอรับ" จิวฉองคนสนิทชี้มือไปยังรอยเกวียนล้อเลื่อนที่พึ่งเคลื่อนผ่านไป
"ดูเหมือนกองใหญ่ของโจโฉพึ่งจะผ่านที่นี่ไปตอนเช้ามืด ดูท่ามันคงจะเร่งรีบกันอยู่มาก" กวนอูมองดูแล้วคิดแคลงใจสงสัย
"ท่านกวนอูมีสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ" จิวฉองถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอันมีความคิดที่ยากเกินกว่าจะเดาออก
"เ้าว่าพวกนั้นรีบหรือไม่" กวนอูหันมาถาม
"รีบขอรับ ดูจากรอยล้อเกวียนที่เคลื่อนไปค่อนข้างเร็ว ทั้งรอยเท้าทหารก็ก้าวยาวดูสะเปะสะปะร้อนรน พวกนั้นคงกังวลใจอย่างมาก คงอยากไปให้ถึงฮูโต๋อย่างเร็วที่สุด" จิวฉองอธิบาย
"ถ้ารีบขนาดนั้น ทำไมไม่ไปั้แ่เมื่อวานเล่า ทำไมต้องให้ทัพใหญ่ยกออกไปตอนเช้ามืด แล้วแบ่งแฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยนยกมาคุมท้ายป้องกันพวกเรา" กวนอูว่า
"ท่านกวนอูหมายความว่าอย่างใด ข้ามิอย่างจะรู้แจ้งได้ขอรับ" จิวฉองผู้น้อยประสบการณ์การทำศึกาขอความเอื้อเฟื้อความรู้ความคิด
"เมืองฮูโต๋มีความสำคัญเพราะเป็เมืองหลวงของโจโฉ เมื่อส่งชีซีมาเป็ทูตแต่ชีซีมิกลับไปย่อมต้องระแวงสงสัย คงจะรู้ข่าวการปฏิวัติยึดฮูโต๋พร้อมเดียวกันกับพวกเรารู้ เหตุใดมิยกทัพกลับไปในทันทีต้องรอยกออกไปตอนเช้ามืด" กวนอูให้ความสงสัย
"หรือโจโฉพึ่งจะรู้ข่าวขอรับก็เลยพึ่งยกออกไป"
"มิใช่ ถ้าเป็อย่างนั้นคงไม่ทันเตรียมกองหลังมาสกัดกั้นพวกเรา ข้าว่าคงมีบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวของโจโฉเป็แน่" กวนอูแสดงความมั่นอกมั่นใจออกมา สายแดงหนักแน่น
พอดีกับพวกแฮหัวตุ้นและแฮหัวเอี๋ยนล่าถอยมาถึง กวนอูสั่งบุกตีกระหนาบข้างไปเจอเข้ากับแฮหัวเอี๋ยน เข้ารบกันเป็พลวัล เตียวหุยไล่หลังตามมาทันเห็นกวนอูกำลังฟาดฟันศัตรูก็เข้ารบร่วม แฮหัวเอี๋ยนเห็นท่าไม่ดีรีบะโบอกให้แฮหัวตุ้นเร่งเท้าหนีไปเสียโดยเร็ว แฮหัวตุ้นมีความรักน้องชายมิได้คิดกลัวตายเลยหันหลังกลับมาคิดจะเข้าช่วยเหลือ
จิวฉองรอโอกาสอยู่นานเห็นม้าขอแฮหัวตุ้นพุ่งผ่านหน้าตัวไปก็ลุกขึ้นกระโจนเข้ารวบตัวจนแฮหัวตุ้นตกม้าลงไปนอนเกลือกกลิ้งกันทั้งสองคน ทางแฮหัวเอี๋ยนรับมือสองเทพามิไหวคิดจะถอยก็ไม่ทันกาลยกทวนขึ้นจะสู้ตาย กวนอูเห็นจังหวะเลยสวนด้ามง้าว 82 ชั่ง เข้าที่ลำตัว แฮหัวเอี๋ยนกระเด็นตกม้าลงไปนอนตัวงอ เตียวหุยรีบะโลงไปเอาเชือกมัดตัวจนแน่น
ทางกวนอูเห็นคนสนิทกำลังฟัดกับแฮหัวตุ้น จิวฉองแม้มีฝีมือเยี่ยมยุทธพละกำลังก็มาก แต่อีกฝ่ายก็ระดับจอมทัพของแผ่นดิน ฟัดกันนัวเนียจนฝุ่นตลบ จิวฉองทำท่าจะพลาดพลั้งให้จอมบอด กวนอูจึงรุดเร่งเข้าไปช่วย แฮหัวตุ้นซึ่งกำลังได้เปรียบมิทันรู้ตัวโดนคมง้าวยกมาพาดลำคอจนเย็นวาบไปทั่วทั้งร่าง
"เฮอะ!! คิดจะฆ่าก็ฆ่าอย่าได้ลังเล" จอมพยัคฆ์ตาบอดไว้ลายชาติขุนศึก
"มัดมันไว้แล้วส่งไปให้กุญซือตัดสิน" กวนอูสั่งการเด็ดขาด นายทหารรีบผูกปมก่อเงื่อนมัดแฮหัวตุ้นจนแน่น ทั้งสองพี่น้องขุนพลคู่ใจโจโฉถูกม้าเร็วผูกนำตัวกลับไปอ้วนเซียให้ขงเบ้งและเล่าปี่ตัดสัน
"พี่รอง แล้วพวกเราเอาไงต่อ" เตียวหุยถาม
"คำสั่งกุญซือขงเบ้ง ให้พวกเราตามตีทัพใหญ่โจโฉ ให้ก่อกวนแต่ห้ามเข้าปะทะ รอให้พวกเล่ากี๋ กวนเป๋ง เล่าฮอง มาถึงก่อนแล้วค่อยเข้าตี" กวนอูย้ำแผนของยอดกุญซือ
"แต่ข้ายังคันมือไม่หายเลยนะพี่รอง ยังฆ่าไม่หนำใจ" เตียวหุยส่ายหน้าอย่างเสียดาย ด้วยกำลังกายยังเต็มปรี่
"อย่าทำให้เสียแผนท่านขงเบ้งน่าน้องสาม" กวนอูหันมาดุ แล้วสั่งการพวกทหาร "ตั้งทัพจัดขบวนแล้วออกเดินได้"
ฝ่ายโจโฉร้อนรุ่มใจดั่งมีใครเอาไฟฟอนมาสุมเผาอยู่ในอก เสียเมืองยังไม่เท่าไหร่ เสียรู้คนไว้ใจนั้นแสนเ็ป ซุนฮกหนอซุนฮก ร่วมฝ่าฟันกันมาั้แ่ไหนแต่ไร มิคิดเลยว่าจะยังมีความอาลัยซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ฮั่น ฝ่านศึกแลความเป็ความตายด้วยกันก็มากครั้ง เืเนื้อไหลนองมาด้วยกันก็นับไม่ถ้วน ฮ่องเต้หนอฮ่องเต้นึกว่าไร้ฤทธิ์หมดพิษสงไปแล้วเสียอีก มิรู้ฆ่าให้ตายเสียแต่วันนั้นจึงต้องมาทุกข์ระทมอยู่ในวันนี้ คนเรามันรู้หน้าไม่รู้ใจ ยิ่งคนใกล้ตัวยิ่งมิทันระแวงสงสัย
เสียงล้อเคลื่อนผ่านแทรกหูปั่นป่วนความคิดไปหมด โรคเก่านี้ไม่กำเริบมานมนาน บทจะเ็ปขึ้นมาก็เล่นเอา่เวลาสำคัญเสียอีก หรือฟ้าดินใกล้จะลงโทษ พวกคนตายที่เคยถูกเขาฆ่าคงจะเข้ามารุมเล่นงาน
"ใกล้จะถึงฮูโต๋หรือยัง" โจโฉถามข้ารับใช้ มันพึ่งตื่นขึ้นมา บนหัวมีผ้าชุบน้ำบิดหมาดพันเอาไว้โดยรอบ หมอหลายสำนักที่เคยเชิญมารักษาล้วนแล้วแต่ส่ายหัวกันเป็แถว ทำได้แค่บรรเทาอาการแต่ไม่มีใครรักษาให้หายขาดได้เลยซักคน
"ยังไม่พ้นแดนเกงจิ๋วขอรับนายท่าน"
"ทำไมชักช้าเช่นนี้" โจโฉรำพึงออกมา เสียงผ่านลำคอแหบซ่านเกือบฟังไม่ได้ยิน ข้ารับใช้เทน้ำให้เ้านายอย่างเบามือแต่มิได้ตอบคำอันใดออกไป
สายตาเหม่อนิ่ง ลมโกรกอยู่นอกหน้าต่างเกวียนเทียมม้า เมฆฝนตั้งเค้ามาั้แ่เมื่อวานจนถึงป่านนี้ก็ยังมิตก แสงอาทิตย์ยังพอลอดผ่านมาได้ไม่ถึงกับทึบเกินไปนัก ไม่เหมือนดังเช่นชีวิตของเขาเลย ลูกเมียที่อยู่ในเมืองไม่รู้ความเป็ตาย ซุนฮกคงพอมีน้ำใจกับเขาอยู่บ้างถ้าหากว่าไม่ไร้มนุษยธรรมจนเกินไป โบราณว่าแม่ทัพขุนศึกเมื่อถูกปะาย่อมไม่พาลถึงลูกเมีย เขาเองก็ใช่จะใจร้ายกับซุนฮก เลี้ยงดูด้วยดีมาโดยตลอด กังวลใจก็แต่ตัวของฮ่องเต้คิดชำระแค้น หวั่นเกรงภัยจะมาถึงตระกูลตน หากแม้นว่ามีริ้วรอยให้ได้เืตกยางออกสักน้อยนิด จงอย่าหวังว่าแผ่นดินนี้จะมีที่ให้หลบหนีหลบซ่อนอีกเลย ฮ่องเต้