พัตราไม่รังเกียจที่จะกินข้าวบ้านเพื่อนหรอกนะแต่บอกตามตรงเค้กทำกับข้าวไม่อร่อยพอๆ กับเธอ กลับไปกินกับข้าวฝีมือแม่สบายใจกว่า
เมื่อเห็นว่ามืดแล้วพัตราจึงขอตัวกลับระหว่างที่กำลังจะออกจากบ้านเค้ก แม่ก็โทรมาตามและฝากให้ซื้อสบู่น้ำนมข้าวในเซเว่นให้แม่ด้วย
ก่อนเข้าบ้านมีเซเว่นแค่ที่เดียวคือจุดที่พบกับคนโรคจิตเมื่อวานก่อนแล้วพัตราจะกล้าเข้าไปได้อย่างไร เอาน่า คนโรคจิตคงไม่มาปักหลักทีปั๊มน้ำมันทุกวันหรอก
เมื่อคิดได้ดังนั้นมือบางก็หมุนพวงมาลัยบังคับรถเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันรถคันหรูมาจอดอยู่หน้าเซเว่น แอบมองสำรวจโดยรอบเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดี พัตราจึงก้าวเท้าลงจากรถเดินจ้ำอ้าวไปเข้าเซเว่นทันที
หลังจากได้ของตาม้าพัตราก็รีบออกจากเซเว่นตรงมาที่รถคันหรูสายตาพลันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งไร้เสื้อท่อนบนสวมเพียงสร้อยสังวาลปกปิดเรือนร่างกำยำเอาไว้เท่านั้นส่วนท่อนล่างสวมผ้านุ่งยกจีบโจงกระเบนสีน้ำตาลเข้ม เขายืนอยู่ข้างๆ เซเว่นและกำลังมองมาทางเธอ
สองขาเรียวยาวพลันหยุดเดินใบหน้าสวยซีดเซียว เหงื่อผลุบโผล่ตามเนื้อตัว ร่างบางสั่นเทา ไม่อยากเชื่อว่าคนโรคจิตยังมายืนอยู่ข้างเซเว่นตรงที่เดิมเพื่อรอพัตรา
หรือว่าคนโรคจิตยึดครองอาณาเขตนี้ไปเรียบแล้ว
พัตรานึกอย่างวิตกกังวลขณะที่เขากำลังเดินตรงมาทางนี้ร่างบางดันหยุดนิ่งไม่ขยับ แม้จะพยายามสั่งการขาของตัวเองให้วิ่งหนีไปแต่ด้วยความช็อกสุดขีดทำให้ร่างกายหยุดตอบสนองไปชั่วขณะหนึ่ง
ในที่สุดคนโรคจิตก็เข้ามาประชิดตัวพัตราเมื่อวานก่อนเห็นเขาสวมชุดสูทผูกเนกไทสีดำ มาวันนี้สวมชุดไทยโบราณ หรือว่าเขาเป็พวกโรคจิตคอสเพลย์
อึ๋ย…น่าขยะแขยงที่สุดเลย
“แม่บุษบาของพี่”
เสียงทุ้มต่ำดังกังวานเข้ามาในโสตประสาททำให้พัตราได้สติร่างบางกระถดถอยหลังอย่างหวาดกลัวคนโรคจิตตรงหน้า
“ฉันไม่ใช่บุษบาคุณตามหาผิดคนแล้ว”
“แม่บุษบายังโกรธพี่อยู่รึ”
เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือใบหน้าคมเข้มแลดูหม่นหมองให้เห็นราวกับระทมทุกข์มาแสนนานพัตราเผลอสังเกตคนโรคจิตอย่างลืมตัว สงสัยเขาคงพลัดพรากจากคนรักมานานกระมังจึงเสียใจจนกลายเป็คนสติฟั่นเฟืองน่าเห็นใจอยู่เหมือนกัน แต่มาเรียกเธอแบบนี้ก็ไม่ไหว
พัตรารีบหันหลังเดินหนีไปยังรถของตัวเองแต่คนโรคจิตไวกว่าคว้าข้อแขนของเธอเอาไว้ได้ทัน
พอเนื้อหนังทั้งสองัักันหัวใจเ้ากรรมก็ปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง พัตราทรมานเสียจนร่างบางทรุดลงไปกองอยู่บนพื้น
“แม่บุษบาเป็อะไรไปรึ”
คนโรคจิตโน้มกายลงมาประคองพัตราให้ลุกขึ้นยืนสายตาคู่คมทรงอำนาจฉายแววกังวลขึ้นมาให้เห็น
“ขอร้องอย่ามาจับตัวฉัน”
พัตรารู้แน่ชัดแล้วว่าสาเหตุของอาการแน่นหน้าอกมาจากคนโรคจิตไม่รู้ว่าเพราะเธอหวาดกลัวเขามากเกินไปหรือเปล่า ถึงมีอาการปวดหนึบในใจขึ้นมา
ก่อนหน้านี้มีเื่ใและหวาดกลัวไม่แพ้กันแต่เธอก็ไม่ได้มีอาการเจ็บหัวใจอย่างนี้พัตราสะบัดกายหลุดออกจากอ้อมแขนแข็งแรง
“อย่ามาใช้ถ้อยคำโบราณคร่ำครึกับฉันค่ะฉันไม่ใช่คนที่คุณตามหา คุณทำแบบนี้กับฉันไม่ได้ ถ้าคุณยังไม่เลิกตามฉัน ฉันจะโทรแจ้งความตอนนี้เลย”พัตราขู่
“ภาษาของคนเมืองนี้พี่ก็พอพูดได้อยู่บ้างหากแม่บุษบา้าเช่นนั้น พี่จักทำให้เ้า”
พัตรากลอกตามองบนคนโรคจิตสติฟั่นเฟืองไม่เข้าใจที่เธอบอกสักนิด ไม่จำเป็ต้องเสวนาด้วยนานหรอกเพราะไม่รู้ว่าจะถูกเขาทำมิดีมิร้ายเมื่อไร อันตรายเกินไปแล้ว
พัตราไม่สนใจคนโรคจิตที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่รีบวิ่งไปที่รถและเปิดประตูเร็วพลัน ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเรียกขึ้น
“พัตรารอก่อนสิครับ พี่พอนึกภาษาที่คนเมืองนี้ใช้ได้แล้ว อย่าเพิ่งไป”
“บ้าเอ๊ยสตอล์กเกอร์เบอร์สองรู้จักฉันได้ยังไงเนี่ย”
พัตรารีบเคลื่อนรถออกจากปั๊มน้ำมันทันทีถ้าคนโรคจิตยังอยู่ที่นี่ เธอจะไม่ขอมาเหยียบปั๊มน้ำมันแห่งนี้อีกเด็ดขาด เมื่อบ่ายโดนสตอล์กเกอร์เบอร์หนึ่งตามรังควานถึงที่โรงพยาบาลพอพลบค่ำก็โดนสตอล์กเกอร์เบอร์สองดักรออยู่ที่ปั๊มน้ำมัน นี่มันเื่บ้าอะไรกัน