จางหลิวหยางพยายามเดินให้เป็ปกติที่สุดเมื่อกลับมาหาเฟยเจินที่ยืนรออยู่ด้วยความกระวนกระวาย หงเป่าเดินตามนางไม่ห่างและคอยระวังอยู่ตลอดเวลา หากนางเกิดล้มลงเขาจะได้ช่วยประคองไว้ได้ทัน จางหลิวหยางกำชับหงเป่าให้ปิดปากให้สนิท ห้ามบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับเฟยเจินได้ล่วงรู้โดยเด็ดขาด เพราะหากนางรู้ เื่มีอันต้องถึงหูเจียลี่ผู้เป็มารดาอย่างมิต้องสงสัย แล้วต่อไปนี้อย่าหวังเลยว่าจางหลิวหยางจะได้ออกมาพ้นเขตประตูใหญ่ของจวนท่านบัณฑิตจางอีก ทั้งจางหลิวเหว่ย และเจียลี่ รักและเป็ห่วงบุตรสาวเสียยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ
“คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว เหตุใดจึงพากันหายไปนานนัก ข้าเป็ห่วงจนแทบบ้าอยู่แล้ว” เฟยเจินรีบวิ่งเข้ามาจับตัวจางหลิวหยางไว้แล้วมองสำรวจจนทั่ว
“แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมเสื้อผ้าของท่านถึงได้สกปรกเช่นนี้ อาเป่าบอกมานะเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนู” เฟยเจินหันไปคาดคั้นกับหงเป่า ซึ่งเขาได้แต่หลบตาและไม่กล้าบอกอะไรตามที่คุณหนูสั่งไว้
“ข้าแค่สะดุดล้มน่ะน้าเจิน ไม่ได้เป็อะไรมาก”
“แล้วคนร้ายหล่ะ คุณหนูวิ่งตามไป ได้เจอมันไหม”
“ข้าวิ่งตามมันไปแล้วะโให้คนช่วยจับ มันเห็นคนเยอะ มันเลยโยนถุงเงินนี่ทิ้งแล้วก็วิ่งหนีไป” จางหลิวหยางตอบและส่งถุงเงินคืนให้เฟยเจิน
“โล่งใจไปที ทีหลังท่านอย่าทำแบบนี้อีกนะคุณหนู มันอันตราย”
“ข้ารู้ๆ ท่านอย่าห่วงอีกเลย ตอนนี้เรากลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวจะเตรียมอาหารให้ท่านพ่อไม่ทัน” จางหลิวหยางตัดบท
เมื่อมาถึงจวนจางหลิวหยางรีบหลบมาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเพื่อไม่ให้เจียลี่ผู้เป็มารดาสงสัยในสภาพเหมือนลูกหมาคลุกฝุ่นของนาง โดยจางหลิวหยางสั่งให้หงเป่าเอากุ้งที่ซื้อมาจากตลาดไปล้างทำความสะอาดรอไว้ก่อน ยังเหลือเวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วยามกว่าที่จางหลิวเหว่ยผู้เป็บิดาจะกลับถึงจวน
เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วจางหลิวหยาง ได้ให้เฟยเจินพาไปที่โรงครัวทันที ตอนนี้แม่ครัว และสาวใช้ในครัวสามนาง กำลังช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารมื้อเย็นให้กับประมุขของจวน รวมถึงบ่าวและสาวใช้ทุกชีวิตที่พำนักอยู่ในจวนด้วย
“คุณหนูท่านคิดจะทำอะไรหรือเ้าคะ เหตุใดจึงอยากเข้าครัว” เฟยเจินกล่าวถาม
“ข้าจะทำอาหาร” จางหลิวหยางตอบเมื่อเข้าไปยืนอยู่กลางห้องครัว แม่ครัวและสาวใช้คนอื่น รวมถึงเฟยเจินจ้องนางตาโต
“ข้าฟังผิดไปใช่หรือไม่ คุณหนูไม่เคยทำอาหาร”
“ท่านฟังไม่ผิด กุ้งที่ข้าได้มาจากตลาดเมื่อ่เช้า ข้าจะนำมันมาทำอาหาร แล้วท่านก็ต้องช่วยข้าด้วย” จางหลิวหยางกล่าวและเดินไปหยิบอุปกรณ์สำหรับเตรียมกุ้งออกมาจากที่วาง
“เ้า ชื่ออะไรนะ” นางหันไปถามสาวใช้หน้าตาอ่อนเยาว์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
“ข้าน้อยลี่อินเ้าค่ะคุณหนู”
“ลี่อิน เ้าช่วยน้าเจินเตรียมกุ้งให้ข้า เ้าทั้งสองมานี่ข้าจะสอน” จางหลิวหยางหยิบกุ้งที่หงเป่าทำความสะอาดรอไว้ให้แล้วขึ้นมา จากนั้นนางก็ใช้มีดปลายแหลมค่อยๆแกะเปลือกมันออก ตัดส่วนหัว และก้ามทิ้งไป เพราะกุ้งชนิดนี้หัวและก้ามจะมีความแข็งมาก นาง้าเพียงตัวกุ้งเพื่อทำต้มยำแค่นั้น จากนั้นก็ผ่าหลังกุ้งและดึงเส้นกลางหลังมันออก
ลี่อินนั้นมองอย่างตั้งใจและพยายามจดจำรายละเอียดเพื่อทำตามที่คุณหนูมอบหมายงาน ส่วนเฟยเจินนางมองการกระทำของจางหลิวหยางอย่างสงสัย คุณหนูแปลกไปจริงๆั้แ่ที่นางฟื้นจากการจมน้ำเมื่อไม่กี่วันก่อน นางดูมั่นใจขึ้น ช่างพูดช่างเจรจา และจากที่ไม่ค่อยสนใจงานครัว แต่คุณหนูตอนนี้กลับหยิบจับอุปกรณ์งานครัวอย่างคล่องแคล่ว และยังรู้วิธีเตรียมอาหารอีกด้วย
เมื่อบอกวิธีเตรียมกุ้งเสร็จแล้ว จางหลิวหยางยืนมองเฟยเจิน กับลี่อินอยู่ครู่หนึ่ง เห็นทั้งสองทำตามที่นางบอกอย่างคล่องแคล่ว จางหลิวหยางจึงหันไปเตรียมเครื่องต้มยำอื่นๆต่อ โชคดีที่ในครัวของยุคนี้จะมีการทำน้ำมันพริกไว้สำหรับปรุงอาหารหลายๆชนิด ซึ่งทำมาจากเครื่องเทศ และพริกป่น จางหลิวหยางจึงใช้มันแทนน้ำพริกเผาเพื่อเพิ่มกลิ่นและสีสันให้ดูน่ากินขึ้น
เมื่อเฟยเจิน และลี่อิน เตรียมกุ้งเสร็จแล้ว ลี่อินก็ยกถาดกุ้งมาวางไว้ข้างๆจางหลิวหยางที่กำลังใส่เครื่องต้มยำลงไปในน้ำที่คนงานในครัวตั้งไว้ให้ นางยืนรอน้ำเดือดด้วยใจจดจ่อ เมื่อน้ำเดือดแล้วก็เริ่มใส่เครื่องปรุง แม่ครัวของบ้านที่กำลังเตรียมอาหารอย่างอื่นไปด้วย พลางเดินมามองหลิวหยางเป็ระยะด้วยเผื่อนางมีสิ่งใดให้ช่วยหยิบจับ อีกทั้งมีสีหน้าแปลกใจกับวิธีประกอบอาหารและใช้เครื่องปรุง เฟยเจินและสาวใช้ในครัวที่เหลือก็ต่างทำงานไปพลางชะเง้อมองไปด้วยทั้งสนใจและสงสัยในคราวเดียวกัน
เมื่อปรุงรสจนเป็พี่พอใจแล้ว จางหลิวหยางใส่กุ้งลงไปเป็ลำดับสุดท้าย จากนั้นรอให้กุ้งถูกน้ำร้อนบ่มจนออกเหลือง นางก็ใส่พริกที่ทุบให้แตกลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอม เนื่องจากพริกมีกลิ่นแรงและโดนความร้อน จึงทำให้คนอื่นๆในครัวถึงกับปิดปากจามด้วยความฉุนยกเว้นจางหลิวหยาง เพราะนางค่อนข้างชินกับกลิ่นและรสชาติของสมุนไพรเป็อย่างดี