"รอไว้ไปพร้อมกันมันจะเป็ไร"
"ก็มันเบื่อไง ไหนๆก็ได้มาทั้งทีอะ"
"แล้วจะไปยังไง คนเดียวเนี่ยนะ?"
"..."
"หลงทางขึ้นมาก็ไม่ต้องโทรหาแล้วกัน"
พี่เขาว่างั้นแล้วออกจากห้องไปเลย ผมที่กำลังอึ้งได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ก็แค่อยากออกไปเที่ยวเอง...
คือเื่มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อคืนครับทุกท่าน หลังจากที่เราแยกย้ายกับพี่สมุทรแล้ว ขึ้นมาบนห้องผมก็บอกพี่เขาไปว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง แต่อีกคนแสดงความไม่พอใจออกมาทันที บอกว่าให้รอก่อน ไว้ค่อยไปด้วยกัน ซึ่งผมไม่ยอมเพราะเบื่อจะรอแล้ว กิจกรรมในโรงแรมเยอะมากมาย เขาบอกให้ไปหาทำก่อน
กลายเป็ว่าเถียงกันไปมา สุดท้ายต่างคนต่างไม่พูดอะไรอีก อาบน้ำแล้วแยกกันนอน ผมนอนโซฟาส่วนเขานอนที่เตียง จบคืนแบบอารมณ์ขุ่นมัว
เช้านี้เลยหน้าตึงใส่กัน ยิ่งเห็นผมเตรียมของใส่กระเป๋าเป้เพื่อที่จะออกไปผจญภัยยิ่งไม่พอใจใหญ่โต
ผมถอนหายใจ ยังไงก็จะไปนี่คือความดื้อดึงอย่างหนึ่งที่ไม่มีทางยอมเขา หลงทางแล้วยังไงล่ะ คิดว่าผมไม่มีปากขอความช่วยเหลือเลยหรือไง
ลงไปหาอะไรกินที่ห้องอาหาร เสร็จก็เรียกรถ สถานที่น่าเที่ยวในพังงาส่วนใหญ่เป็พวกเกาะสวยๆหลายสิบแห่ง น้ำตกก็มี ถนนคนเดินนี่น่าสนใจมาก
...แต่สุดท้ายไม่ได้ไปไหนไกลนอกจากคาเฟ่ใกล้ๆ ด้วยความเป็พวกหลงทิศเลยกลัวหลงทาง ใช้เวลาอยู่สองชั่วโมงก็กลับมาที่โรงแรม เข้าสปาให้ฉ่ำปอดต่อด้วยกินบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร กระทั่งพี่เผ่าโทรมา... ผมปล่อยให้มือถือสั่นอยู่อย่างนั้นสักสี่ห้าสายจึงค่อยกดรับ
(อยู่ไหน) เสียงดุเอ่ยถาม
ผมย่นจมูกก่อนตอบกลับไป
"ห้องอาหารครับ"
(...)
"จะเอายังไงล่ะ"
(แล้วออกไปไหนมา)
"ก็คาเฟ่แถวนี้"
(ไว้พรุ่งนี้ฉันพาไป งานใกล้เสร็จหมดแล้วล่ะ)
น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เอาซะผมดูเป็คนเอาแต่ใจตัวเองไปเลย ทั้งที่เขาทำงานงกๆทุกวันขณะที่ผมไม่ต้องทำอะไรนอกจากกินกับนอนแถมได้เงินเช้าเย็นไม่มีขาดสักบาท
"อืม... พี่เผ่า ผมขอโทษนะครับ"
(ไม่เป็ไร ฉันเองก็ผิดด้วย)
"แล้วนี่กินข้าวหรือยังครับ"
(ถ้าจะมีคนใจดีเอาขึ้นมาให้น่ะนะ)
"ผมบอกให้พนักงานเอาขึ้นไปให้แล้วกัน"
(เธอขึ้นมาด้วยไม่ได้หรือไง)
"ไม่อยากขึ้นไปกวนนี่ ไม่มีอะไรให้ทำด้วย"
(...)
"ตะ แต่ตอนเย็นจะยอมอาบน้ำด้วยกันก็ได้"
(หึๆ)
"ก็แบบว่า..."
(โอเค เอาตามนั้นเลย เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ)
"ครับ แค่ก่อนนี้น้าาาาา"
หลังจากนั้นขึ้นห้องมานอนดูหนังเพราะไม่รู้จะทำอะไรต่อดี ไม่ได้รับงานด้วย่นี้ ก่อนลงมาที่นี่ผมทำเสร็จตอนอยู่เชียงใหม่หมดแล้ว เลยว่างแบบไม่คิดว่าตัวเองจะว่างมาก่อน
แชทคุยกับน้องวันเว้นวัน ส่วนใหญ่เ้าเด็กนั่นจะส่งข้อความมารายงานมากกว่าว่าทำอะไรบ้างนอกเหนือจากการออกไปทำงานพาร์ทไทม์ เช่นกลับช้าเพราะต้องนัดเพื่อนกินข้าว วันหยุดนัดเพื่อนไปทัวร์มหาวิทยาลัย
อ้อ! ผมลืมบอกใช่ไหมว่าน้องชายสอบติดเรียบร้อยแล้วนะครับ คณะบริหารสาขาการบัญชี มีความฝันว่าอยากจะเปิดร้านเครื่องเขียน และร้านต้องตั้งอยู่หน้าโรงเรียนด้วยนะ ก็หวังว่าฝันของน้องจะเป็จริงในสักวัน...
นอนดูหนังพลางคิดอะไรเพลินๆจนเผลอหลับไปตื่นมาอีกทีพี่เผ่ากลับมาที่ห้องแล้วครับ เ้าตัวนอนนั่งพิงหัวเตียงอยู่ข้างๆ ทีวีเปิดช่องข่าวเอาไว้ ในมือหนาถือโทรศัพท์เครื่องสวยซึ่งกำลังเช็คข้อมูลอะไรสักอย่าง ผมจึงขยับตัวให้เขารู้ว่าตื่นแล้ว
"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มถามพลางลูบหัวผม
"อือ กี่โมงแล้วครับ"
"จะหกโมงเย็นแล้ว ...หิวไหม อยากกินอะไรดี"
"สั่งขึ้นมาได้ไหม ไม่อยากออกไปไหนแล้วอะ"
"อืม"
พี่เขาโทรสั่งให้หลายอย่างเลยครับ ผมขยับไปนอนทับบนตักพลางหยิบรีโมทมากดเปลี่ยนช่อง ถ้าไม่ทำงานก็ไม่รู้จะทำอะไร ไม่ใช่คนชอบเที่ยวเสียด้วย ส่วนหนึ่งมาจากไอ้ความหลงทิศหลงทางของตัวเอง มันแก้ไม่หายแม้ว่าจะพยายามจดจำเส้นทางไว้แล้วก็ตาม นอนหลับตื่นมาก็ลืมอยู่ดี
สรุปวันนี้ก็เป็อีกหนึ่งวันที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนไกล ทะเลาะกับแฟนนิดหน่อยแต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้เร็ว เขาสัญญาว่าจะพาไปพรุ่งนี้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นตั้งตารอได้เลย
วันต่อมา
ตั้งตารอก็บ้าละ!
ตื่นมาพื้นที่ด้านข้างว่างเปล่าจนน่าใจหาย ได้ความว่าอีกฝ่ายตื่นแต่เช้ามืดออกไปดูสถานการณ์ เนื่องจากมีลูกค้าชาวต่างชาติสองกลุ่มทะเลาะกันที่บาร์ ข้าวของพังเสียหายรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกกระจายหลายอย่าง
ไม่พอแค่นั้นนะครับ ยังพากันเอาสีไประเรงสระน้ำจนเละไปหมด ฟังแล้วยังใเลยครับ เื่ค่าเสียหายไม่ต้องพูดถึงพวกนั้นจ่ายกันบานตะไท ไหนจะต้องติดคุกอีก ตำรวจให้ไกล่เกลี่ยเพราะเห็นเป็ต่างชาติแต่พี่เผ่าเขาไม่ยอมครับ เอาเื่ให้ถึงที่สุด
"กินอะไรหรือยังครับ" ไม่ได้ไปไหนอีกตามเคย จะโกรธก็ดูเป็คนไม่มีเหตุผล เลยขึ้นมาหาเขาที่ห้องทำงาน
"ลงไปกินก่อนก็ได้ หรือจะสั่งขึ้นมาก็ตามใจ"
ผมสั่งขึ้นมาเผื่อเขาด้วย ดูท่าว่าวันนี้เป็อีกวันที่งานยุ่งแน่นอน หรือผมจะรับงานมาทำบ้างดี
ขณะที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โซฟา พี่สมุทรเปิดประตูเข้ามา ผมคิดว่าพี่เขากลับไปแล้วแต่ยังอยู่แฮะ
"ได้ยินว่าโดนป่วนซะเละ"
"ก็เอาเื่อยู่"
"แน่ใจนะว่าไม่ใช่คนของใคร..."
"อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้"
"เริ่มแล้วเหรอวะเนี่ย"
ผมไม่เข้าใจสักนิดว่าพวกเขากำลังคุยอะไรกัน สีหน้าของพี่เผ่าดูหงุดหงิด พอเห็นผมมองอยู่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็เรียบนิ่งแทน
"สืบดูสักหน่อยไหม"
"ไม่ล่ะ"
"เพราะมึงรู้อยู่แก่ใจไงว่าเป็ใครไง"
ในเมื่อไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน ผมเองก็ี้เีฟังเลยหยิบไอแพดมาเปิดเล่น ดูหนังฟังเพลงไม่เกินนี้ รู้ตัวอีกทีพี่เผ่าก็เดินมานั่งข้างๆพลางกอดซบที่ซอกคอ พี่สมุทรออกไปตอนไหนไม่รู้
"หืม? เหนื่อยเหรอครับ" ผมขยับนั่งหลังตรงก่อนจะกอดให้กำลังใจอีกแรง
"ฉันคิดว่าเื่ทั้งหมดมาจากแม่ของฉัน"
"พูดเล่นพูดจริงครับเนี่ย" ยอมรับว่าเื่ที่เขาบอกค่อนข้างน่าใ ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไร เพราะโรงแรมนี้ก็เป็โรงแรมของคุณหญิงเพียงแค่ไม่ได้บริหารเองอีกต่อไปแล้ว
"จริง" อีกฝ่ายดูจะมั่นใจมาก
"แล้วท่านจะทำแบบนั้นไปทำไม"
"จะได้ให้ฉันหัวหมุนจนไม่มีเวลาให้เธอไง"
"บ้ามาก เื่แค่นี้ไม่ทำให้ผมเลิกกับคุณหรอก"
"แต่ก็งอแงจะหนีเที่ยวคนเดียว?"
"ก็มันเบื่อนี่ แต่รู้ว่าพี่เองก็เร่งจนสุดความสามารถแล้ว เก่งมากๆ"
"หึๆ ฟอด! ฟอด! ่นี้คงยังวางมือไม่ได้"
นั่นหมายความว่าผมจะยังไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ซึ่งแอบเสียดายแต่ก็ไม่อยากงี่เง่าใส่เขาอีกแล้วครับ
คนตัวใหญ่กว่าทั้งกอดทั้งหอมจนเจ็บแก้มไปหมด
"มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับ"
"ไม่มีครับ อยากทำอะไรก็ตามสบาย"
"งั้นผมเองก็รับงานมาทำบ้างดีกว่า ขอมานั่งทำในนี้ด้วยได้ไหม"
"เดี๋ยวฉันให้คนเอาทีวีมาติด"
ผมหัวเราะชอบใจในคำตอบ ดังลั่นเสียจนอีกคนหัวเราะตาม เลยหอมแก้มเขาเป็การขอบคุณ ยังไม่ได้เที่ยวก็ไม่เป็ไรเนาะเรา
[พาร์ทเผ่าเพชร]
พร้อมรักหลับไปแล้ว ผมเลยออกมานั่งดื่มที่ห้องนั่งเล่น ในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมายเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น ที่ผมมั่นใจว่าเป็ฝีมือของแม่ก็เพราะว่าชาวต่างชาติพวกนั้นมีคนมาประกันตัวไป ซึ่งคนที่ประกันก็คือคนของแม่
ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะโทรไปคุย อาจจะเอาไว้เสร็จงานแล้วกลับไปคุยด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า ตัวต่อตัว สบตาจะได้จับได้ว่าทำจริงไหม
"พี่เผ่า"
"อ้าว... ตื่นเหรอ"
"ก็พี่ไม่นอนด้วยกันนี่นา"
ร่างสมส่วนเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ผมเลยคว้ากอดเอวอีกฝ่ายไว้ ฝังใบหน้าเข้ากับหน้าท้องที่มีพุงย้วยๆยื่นออกมาเล็กน้อย
"เครียดขนาดนั้นเลยเหรอ" มือนุ่มนวดคลึงตรงท้ายทอยให้อย่างเบามือ กลิ่นหอมของเขาช่วยผมให้ผ่อนคลาย
"ฉันกำลังคิดว่าจะแก้เผ็ดแม่ยังไงดี"
"แรงมาก"
พร้อมรักทำตาโตซึ่งมันสุกใสราวกับเด็กได้ของถูกใจ ก็คงมีความคิดที่อยากจะเอาคืนอยู่เหมือนกัน
ผมดึงให้เขานั่งคร่อมลงมาบนตัก จากนั้นสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวเก่าพลางลูบไล้ทั่วแผ่นหลังอุ่น
"หืม?" มือนุ่มทั้งสองข้างประคองใบหน้าของผมให้เงยขึ้นไปสบตา รอยยิ้มที่ไม่ว่าเห็นเมื่อไหร่ก็ใจเต้น จนอดไม่ได้ที่จะยืดตัวขึ้นเพื่อลองลิ้มชิมรสริมฝีปาก
นอกจากจะจูบตอบอย่างรู้งานแล้ว ร่างสมส่วนนุ่มนิ่มยังบดเบียดเสียแแ่ มืออยู่ไม่สุขเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งได้ใจลูบไล้ลงมาบีบเค้นแถวสะโพกอิ่มแน่น
ด้วยความเ้าเนื้อหน่อยๆจับไปตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือ ผละจูบออกมาซุกไซร้ซอกคอหอม ดูดเม้มก่อนเลิกเสื้อที่เขาใส่อยู่ขึ้นแล้วจัดการกับยอดอกทั้งสองข้าง
"อะ อือ"
พร้อมรักครางอืออึงพลางแอ่นอกรับความวาบวาม หอบหายใจถี่เมื่อผมผละออกไป ใบหน้าของเขาแดงซ่านโน้มตัวลงมากอดซบ ขณะที่ผมกดจูบข้างแก้มนุ่มย้ำๆ
"ไปต่อที่เตียงกันไหม"
"อื้อ"
ผมอุ้มอีกฝ่ายเข้ามาในห้องนอน วางเขาลงกับเตียงอย่างเบามือก่อนตามลงไปทาบทับ บดจูบริมฝีปากอย่างเร้าร้อน ดูดดึงเรียวลิ้นนุ่มก่อนกอบเกี่ยวพัวพัน หลงไหลไม่ลืมหูลืมตา มือหนาก็บีบเค้นสะโพก พอใจแล้วจถึงถอดกางเกงนอนทั้งของตัวเองและของพร้อมรักออกทั้งที่ปากยังประกบดูดดึงกันอยู่
"อะ อืม อื้อ! พี่เผ่าช้าๆ"
ด้วยความที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ทำให้เผลอเร่งรีบกับตรงส่วนนั้นจนเกือบจะทำอีกฝ่ายาเ็ จึงไถ่โทษโดยการหอมไปทั่วใบหน้าไล่ลงมาถึงลำคอขาวที่บัดนี้ขึ้นสีแดงจากแรงอารมณ์ ผมดูดเม้มเพิ่มรอยรักสักสองสามรอย
แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาปะทะเข้ากับยอดอกสีสวยที่กำลังชูชันยั่วน้ำลาย ไม่รอช้าครอบปากลงไปรัวลิ้น ดูดเลียจนชื้นแฉะสลับกับอีกข้าง
พร้อมรักแอ่นอกรับ นอนหอบหายใจพลางร้องครางที่แค่ได้ยินก็ทำเอาเ้านั่นแข็งขืน
"น่ากินไปทั้งตัวเลย..."
ผมคงต้องขอตัดภาพไปที่โคมไฟั้แ่ตรงนี้เป็ต้นไปเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าสุดที่รักของผมน่ารักน่าฟัดขนาดไหนเวลาทีี่ไม่ใส่อะไร
ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้า
โชคดีราตรีสวัสดิ์
ส่วนผมยันเช้าก็ยังไหว
Tbc