ถนนคนเดินยามเย็นคึกคักจนทานตะวันรู้สึกตื่นเต้น กึ่งดึงกึ่งลากคุณแฟนหมาด ๆ เดินไปตามทาง เดี๋ยวแวะร้านนั้นเข้าร้านนี้ พอถามว่าซื้อไหมก็ไม่อีก เพราะตอนที่อยู่ตลาดน้ำหน้ามืดตามัวซื้อของไปเยอะมากเลยไง
"ไม่เห็นต้องคิดมาก อยากได้อะไรก็บอก" แทคเอ่ยบอกเสียงนุ่ม คนคลั่งรักเขาเอ็นดูสุดหัวใจอยู่แล้ว ขอแค่เอ่ยปากเงินก็พร้อมโบยบินออกจากกระเป๋า
"ไม่เอาหรอก คุณหมดเงินไปเยอะแล้ว" หมายถึงตอนที่เขาจ่ายค่าของฝากให้ หมดหลายพันจนใจหาย
"พูดเหมือนเธอไม่รู้ว่าแฟนเธอรวย"
"เงินมันหายากนี่นา คุณเองก็ทำงานกว่าจะได้มาฟ"
"ฟอด! ไม่เป็ไร ฉันทำงานเก็บเงินไว้เลี้ยงเธอ เชิญเอาไปใช้ได้ตามสบาย"
อาการเขาหนักนะทานตะวันคิดในใจ รู้สึกจั๊กจี้ทุกทีเวลาเขาพูดอะไรทำนองนี้ เหมือนโดนจีบตลอดเลย
ทานตะวันไม่ได้ตอบอะไร เดินจูงมือเขาไปตามทาง ไล่ดูทีละร้านอย่างเพลิดเพลิน สุดท้ายก็ซื้อนะ อดใจไม่ไหวหรอก ไหนจะของกินละลานตา ซื้อมาถือเต็มสองมือ
เดินกันจนเมื่อยถึงได้หาที่นั่งเพื่อกินมื้อเย็นกัน หิว เหนื่อย คนเริ่มเยอะ หนักของด้วยอะไรด้วย จึงพักกันก่อนดีกว่า
"อุ๊ย! ลืมซื้อน้ำ เดี๋ยวตะวันมาค่ะ"
ร่างสมส่วนกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางร้านขายน้ำ ซื้อน้ำเปล่ามาสองขวด เปิดฝาเสียบหลอดให้เสร็จสรรพ ตั้งลงตรงหน้าก่อนจะหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้คนตัวใหญ่ที่ดูดน้ำหมดไปกว่าครึ่ง
"กินอะไรดี" ของที่ซื้อมาเยอะจนเลือกไม่ถูก
แทคเลือกหยิบพวกของกินเล่นอย่างปอเปี๊ยะ ส่วนทานตะวันแกะยำใส่ถ้วยกระดาษ นั่งกินอย่างไม่เร่งรีบจนฟ้ามืดผู้คนยิ่งเยอะ จากที่ว่าจะเดินเล่นกันชิล ๆ เป็ต้องหอบข้าวของไปไว้ที่รถแล้วกลับเลย
.
.
.
วันสุดท้ายของการอยู่บ้านพักตากอากาศริมทะเล ทั้งสองคนไม่มีใครร่ำร้องอยากออกไปไหน แทคอยากนอนอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน ส่วนทานตะวันซักเสื้อผ้าแล้วก็เก็บของ
"ที่รักหิวน้ำ"
สรรพนามใหม่ดังเรียกคนที่กำลังเดินออกมาจากครัวหลังยกตะกร้าผ้าไปซัก
ที่รักที่ว่าย่นจมูกแล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง รินน้ำใส่แก้วพร้อมถือจานแตงโมติดมือมาด้วย
...แต่พอวางลงบนโต๊ะกระจกเล็กเท่านั้นแหละ
"ที่รักอยากกินยำเผ็ด ๆ ขอเบียร์ด้วยนะ"
โอเค... ที่รักยังคงใจเย็น เดินไปทำยำให้อย่างตั้งใจและอร่อยมาก ยกเอามาตั้งวางไว้ให้พร้อมเบียร์หนึ่งขวด เห็นจานแตงโมหมดเกลี้ยงก็ยกไปเก็บ เดินวนไปวนมาอยู่นั่น
"ที่รักนวดไหล่ให้หน่อย"
ก็นวดให้ไม่ปริปากบ่น
"ที่รัก..."
"ตั้งใจแกล้งกันใช่ไหมคะเนี่ย"
แทคหัวเราะชอบใจเมื่อใบหน้าของที่รักเริ่มยับยุ่ง คว้าตัวเธอมากอดพลางหอมแก้มย้ำ ๆ เป็การเอาใจ
ทานตะวันนั่งบนตักมองหน้าคนนิสัยไม่ดี อดไม่ได้ที่จะบีบแก้มเขาไปหนึ่งที
"น่าหมั่นไส้นักนะ"
ตอนเย็น
ส่งท้ายก่อนกลับแทคให้ป้าแม่บ้านจัดมื้อเย็นที่หาด ระหว่างรอก็พาทานตะวันเล่นน้ำทะเลเสียหน่อย
คราวนี้คนดีของเขาไม่ดื้อรั้นแล้วนะ บอกให้เล่นตรงไหนก็เล่นตรงนั้น วันนี้คลืนค่อนข้างซัดแรงด้วยเลยพาเล่นตื้น ๆ หน่อย
ห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่ายสุด ๆ
"กลับไปก็เปิดตัวเลยเนาะ"
คนใจร้อน
แอบรักเขามานาน
ก็เลยอยากป่าวประกาศให้คนรู้โดยเร็ว
"ยังไงก็ได้"
ทานตะวันคิดว่าตัวเองก็ต้องบอกพ่อกับแม่แล้วก็เพื่อน ๆ เหมือนกัน ทุกคนคงมีคำถามมากมายแน่ ๆ
"เริ่มจากบอกครอบครัวก่อนเป็ไง ผลัดกัน"
"เอาแบบนั้นก็ได้ พรุ่งนี้คุณแวะร้านของฝากอีกรอบได้ไหมคะ ตะวันจะซื้อของฝากท่านเ้าสัวแล้วก็คุณแม่ของคุณด้วย"
"ได้สิ"
แล้วเขาก็มองหน้าเธอโดยไม่ละไปไหน ขณะเดียวกันทานตะวันที่ถูกมองนานเข้าก็เขิน แก้มสองข้างแดงระเรื่อ ร้อนวูบวาบทั้งที่น้ำทะเลก็ออกจะเย็นสบาย
"ขอจูบได้ไหม"
มือหนารั้งห่วงยางที่อีกคนเกาะอยู่เอาไว้ ขยับใกล้จนใบหน้าห่างแค่คืบ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมเอื้อนเอ่ยเลยกดจมูกไปพวงแก้มเป็การกดดันเล็ก ๆ
"ฟอด! ได้ไหม"
เขาหอมย้ำ ๆ อย่างน้อยก็จนกว่าจะอนุญาตให้จูบได้
"อื้อ"
ทานตะวันไร้ประสบการณ์ ครางเสียงเบาเพราะเขาเอาแต่ไล่หอมไปทั่วใบหน้า
"ได้ไหม ๆ"
"ทำไมต้องถามด้วย"
"ก็ถ้าเกิดฉันจูบแล้วเธอรู้สึกไม่ดีจะทำยังไงล่ะ ถามก่อนน่ะถูกแล้ว นั่นหมายความว่าเธอเต็มใจ ว่าไง...ได้ไหม"
"ดะ ได้.."
ทานตะวันก็ไม่รู้จะปฏิเสธไปทำไม แฟนกันก็ต้องกอดจูบเป็เื่ปกติอยู่แล้ว
และพอได้ยินแบบนั้นแทคยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยึดท้ายทอยของสุดที่รักเอาไว้แล้วแนบริมฝีปากเข้าหา ค้างไว้เพียงชั่วครู่จากนั้นก็เริ่มขยับดูดเม้มแ่เบา
จูบแรกของทานตะวันทำเอาหัวใจเต้นแรงจนหายใจแทบไม่ทัน มือบางวางไว้ที่หน้าอกแกร่งพลางอ้าปากจูบเขากลับอย่างไม่ประสา ร้อนผ่าวไปทั้งตัวยามลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวพันแลกลิ้นกันไปมา
"อึก อืม"
เสียงจูบดังแข่งกับเสียงคลืน และทั่วทั้งบริเวณนั้นก็มีแค่พวกเขาสองคน...
แทคดึงห่วงยางออกไปให้พ้นทางแล้วรั้งร่างสมส่วนมาโอบกอดไว้แน่น ดูดเม้มริมฝีปากบางทั้งบนและล่างไม่คิดหยุดหย่อน เพราะมันนุ่มหยุ่นหวานหอม
เช่นเดียวกับทานตะวันที่โอบกอดรอบคอเขา รวมถึงขาสองข้างเกี่ยวเอวสอบไว้ ใบหน้าธรรมดาแดงก่ำเมื่อมือหนาขยำบั้นท้าย
"อืม จ๊วบ! ฮา ฮา ถ้าไม่หยุดตอนนี้มีหวังได้ลากเธอขึ้นเตียงแน่"
แทคพูดชิดริมฝีปาก เสียงแหบพร่าเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมา อย่างที่บอกเลย ต้องหยุดก่อนที่มันจะเลยเถิด
"แฮ่ก แฮ่ก ตะวันยังไม่พร้อม"
"จุ๊บ! ฉันรู้"
ปลายจมูกคลอเคลียถูไถกันไปมา ร่างกายแแ่จากการกอดรัด ััถึงการเต้นของหัวใจของกันและกันว่ามันแรงขนาดไหน
ก่อนนอน...ทั้งสองนั่งซ้อนอยู่ปลายเตียงโดยมีทานตะวันเป็คนตัดเล็บมือให้อย่างตั้งใจ
เมื่อเย็นเล่นน้ำเสร็จพากันขึ้นมานั่งกินมื้อเย็นที่หาด แต่กินยังไม่ทันอิ่มเป็อันต้องย้ายกลับเข้าบ้านเพราะลมแรงบวกกับทานตะวันหนาวจนปากสั่น
ความโรแมนติกที่วาดไว้พังไม่เป็ท่า ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ...เวลานี้ยังรู้สึกโรแมนติกมากกว่าอีก เงียบ ๆ ไม่ต้องพูดอะไรกันมาสื่อสารผ่านภาษากาย
เขากดจมูกหอมหัวทุย ไม่เห็นสีหน้าแต่รู้ว่าตั้งใจแบบสุด ๆ มีแฟนตัดเล็บให้มันดีอย่างนี้นี่เอง ส่วนมือข้างที่ว่างก็ใช้โอบกอดรอบเอว
นั่งเงียบ ๆ กันอยู่อย่างนั้นกระทั่งตัดเสร็จ ทานตะวันลุกเก็บกวาดเศษเล็บ ล้างมือ ปิดไฟ แล้วขึ้นไปนอนข้าง ๆ
แทครีบขยับมานอนกอดทันที กดจมูกหอมแก้มย้ำ ๆ คือใกล้กันไม่ได้หรอกจะติดสกินชิพตลอด
Tbc.