หวังว่าภายในค่ำคืนนี้พวกเหล่าบรรดาท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย เหลนชายคงจะไม่นอนฝันร้ายว่าโดนดอกไม้รุมทึ้งแทนหรอกนะ!!
แต่กับบรรดาสาวๆคงจะนอนหลับฝันดีกันอย่างแน่นอนเพราะว่าดูมีความสุขสำราญใจตลอดเวลา
“เด็กๆมานั่งกันให้เรียบร้อยเร็วเข้า อาหารจัดวางไว้บนโต๊ะแล้ว”ท่านแม่
“ตึก…ตัก…”เสียงฝีเท้าวิ่งนำมาก่อนใครเพื่อนเลย
“มาแล้ว มาแล้ว ข้ามาแล้วเจ้าค่ะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว
“มาแล้ว เจ้าค่ะ”เหลนสาว
“มาแล้ว ขอรับ”เหลนชาย
เหนี่ยวเหนี่ยวแค่ได้ยินว่าถึงเวลาอาหารแล้ว ก็รีบเร่งฝีเท้าสั้นๆป้อมๆของนางซอยขาวิ่งไปอย่างรวดเร็วและรีบนั่งบนเก้าอี้อย่างเรียบร้อย
“เฮ้อ……ไว้กว่าคนอื่นๆเสียจริงเลยนะเรื่องกินเนี่ยต้องยกให้เป็นที่หนึ่งจริงๆเลย”ท่านแม่ อดที่จะบ่นลูกสาวเพียงคนเดียวของนางเป็นไม่ได้ เพราะเรียกปุ๊กก็วิ่งนำโด่งมาก่อนคนอื่นๆอีก ไม่ต้องพูดซ้ำซ้อนถึงสองรอบแต่อย่างใด เพียงแค่รอบเดียวสำหรับเรื่องอาหารกิน ขนมของว่างพวกเด็กๆจะเชื่อฟังเป็นอย่างมาก
“จริงเจ้าค่ะท่านแม่”พี่สะใภ้ทั้งสองคน
“บางครั้งพูดยังไม่จบประโยคเสียด้วยซ้ำไปนะคะเวลา พวกข้าเรียกให้มากินอาหาร หรือขนมน่ะเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง
“อันนี้เรื่องจริงเลยน้องสะใภ้รอง”พี่สะใภ้ใหญ่
“เรื่องการกินนี่หูดีมากจริงๆเจ้าตัวแสบน่ะ”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ทั้งสอง
พวกท่านแม่ พี่สะใภ้ ก็ได้แต่มองพวกเด็กๆที่พากันวิ่งหน้าตาตั้งมาที่โต๊ะอาหารที่จัดเตรียมวางอาหารเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วย
“ฟืด….ฟืด……”
“หอมจังเลย น่ากินไปหมดทุกอย่างเลยนะเนี่ยนะ ฟืด…ฟืด…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอื๊อก….เอื๊อก…..”
เสียงสูดดมกลิ่นอาหารบนโต๊ะอย่างจริงจังของพวกเด็กๆ สีหน้าแววตามีความสุขกันเหลือเกิน น้ำลายก็เริ่มไหลออกมาจากมุมปากกันบ้างแล้วสำหรับพวกเด็กๆ
“โอ้…สงสัยจะชักช้าไม่ได้แล้วล่ะเดี๋ยวน้ำลายได้ท่วมโต๊ะอาหารพอดีล่ะนะ”ท่านแม่ หยอกเย้าลูกสาวและเหลนๆที่ตอนนี้พากันเช็ดน้ำลายที่มุมปากกัน
“ตักข้าวใส่ถ้วยกันเลยไหมจ้ะเด็กๆ??”พี่สะใภ้ใหญ่
“ตักเลยเจ้าค่ะ”เหลนสาว
“ตักเลยขอรับ”เหลนชาย
“ตักเยอะๆล้นถ้วยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะพี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง”เหนี่ยวเหนี่ยว
นางทำท่าทางบอกถึงปริมาณข้าวที่จะตักใส่ถ้วยให้นางกินว่าเอาสูงเท่าไหร่
“จ้าๆ แม่ตัวตะกละน้อย ใส่ถ้วยพิเศษเหมือนเดิมใช่หรือไม่น้องเล็ก???”พี่สะใภ้รอง
“ใช่ๆเจ้าค่ะ พี่สะใภ้รองข้าเอาถ้วนใหญ่พิเศษเหมือนเดิมเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ข้าก็ขอถ้วยใหญ่พิเศษเช่นกันเจ้าค่ะ”เหลนสาวใหญ่ยายา
“พวกข้าด้วยเจ้าค่ะท่านย่า..”เหลนสาวน้อยคนอื่นๆเองก็พากันยกมือขึ้นสูงๆเพื่อขอถ้วยข้าวใหญ่พิเศษแบบท่านย่าเล็กกันด้วย
“เอาล่ะ เอาล่ะ ได้ยินแล้วไม่ต้องส่งเสียงแล้ว”พี่สะใภ้ใหญ่
“ได้เจ้าค่ะ…”เหลนสาว
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง กดๆข้าวด้วยนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.............”พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พากันมองหน้าและส่ายหัวกันไปมาอยู่หลายรอบกันเลยทีเดียว
“ได้จ้ะ”พี่สะใภ้ใหญ่
“ขอกินถ้วนใหญ่พิเศษ ใส่ข้าวล้นสูงเท่านี้ยังไม่เพียงพอมีการให้กดข้าวกดแบบแน่นๆอีกนะเจ้าคะ ท่านแม่ พี่สะใภ้ใหญ่”พี่สะใภ้รอง
“เฮ้อ…เจ้าก็แกล้งทำเป็นกดข้าวลงไปให้นางเห็นละกัน เพราะไม่งั้นนะจะงอแงเอาได้ ดูสินั่นตาจ้องมองมาที่ถ้วยใส่ข้าวแล้ว”ท่านแม่
“ได้เจ้าค่ะท่านแม่”พี่สะใภ้ทั้งสองคน
ท่านแม่ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง ก็พากันพูดเบาๆ และแกล้งทำตักข้าวใส่ถ้วยและกดข้าวลงไปเพื่อให้ได้ใส่ข้าวได้เยอะๆตามที่เหนี่ยวเหนี่ยวร้องขอเอาไว้ แต่จริงๆแล้วพวกท่านไม่ได้ทำแต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไรก็ต้องตักข้าวใส่ถ้วยที่สองอยู่แล้ว
เพราะการกินข้าวของพวกเด็กๆไม่เคยต่ำกว่าสองถ้วยกันเลย มีแต่จะเกินสองถ้วย และต้องพากันห้ามปรามเอาไว้ด้วย เพราะหลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว พวกเด็กๆก็มักจะต่อด้วยการกินขนมของว่างทันที
อาหารมื้อแรกของวันที่อยู่ภายในเมืองเฮยอ้านแห่งนี้ ก็ทำให้ทุกๆคนมีบรรยากาศแบบใหม่ๆกันสำหรับการกินอาหารร่วมกัน และดูจะกินได้เยอะกว่าเก่าอีกด้วย??หรือจะกินเยอะเป็นปรกติเสียมากกว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สถานที่ใด เวลาใดก็ไม่น่าจะมีผลต่อการกินมาก หรือกินได้น้อยเลยสำหรับพวกเด็กๆ แค่ถึงเวลาจะกินอาหารก็ยังคงดูมีความสุขกับการกินเช่นเดิมนั่นแหละ
“กินอาหารใต้แสงจันทร์ แสงดวงดาว..มีความสุขจริงๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่กินข้าวเคี้ยวหงุบหงับพลางแหงนมองความมืดมิดบนท้องฟ้าของเมืองเฮยอ้านไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน
“จริงเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนๆสาวน้อย
“อยู่ที่เมืองเฮยอ้านพวกเราคงจะผอมกันแย่เลยเนอะเพราะคงจะกินอาหารกันได้แค่เพียงมื้อเดียวต่อวันน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เอ๋…..???”เครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ๆในตอนนี้อยู่บนหัวของทุกๆคนเสียแล้วสิ
“.............??”พวกผู้ใหญ่ มองคนที่บ่นห่วงผอมอย่างไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ตัวกลมเสียอย่างนั้นจะผมไปได้อย่างไรกันล่ะ?? แม้ขณะนี้ก็กำลังกินข้าวถ้วนที่สองอยู่อีกด้วยมันจะพากันผอมไปได้อย่างไรกัน??
“โอ้….”พวกเหลนสาวพากันตกใจยกใหญ่ กับสิ่งที่ท่านย่าเล็กพูดออกมา
“อาหารมื้อเดียวหรือเจ้าคะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวรองมี่เฟิง
“ก็ใช่น่ะสิ อาหารมื้อเดียวน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แบบนี้พวกเราแย่แน่ๆเลยนะเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“ท่านย่าทวด ท่านย่า ท่านแม่ ท่านป้า จะใจร้ายถึงขนาดให้พวกเรากินอาหารแค่มื้อเดียวต่อวันหรือเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“............!!”ท่านแม่ พี่สะใภ้ หลานสะใภ้
พวกท่านที่โดนถูกพาดพิงก็ได้แต่พากันทำหน้าตาเลิ่กลัก มองกันไปมาอย่างไม่เข้าใจที่เหนี่ยวเหนี่ยวกำลังมีบทสนทนาพูดคุยกับเหลนสาวอยู่ในตอนนี้ว่าจุดประสงค์ของหัวข้อที่คุยกันอยู่มันหมายถึงอะไรกันแน่ เพราะพวกท่านยังไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกนางกำลังพูดคุยกันอยู่ในตอนนี้แม้แต่นิดเดียว ยิ่งฟังก็ยิ่งงุนงงมากจริงๆ
“ไม่หรอก ท่านแม่ของข้ากับท่านแม่ของพวกเจ้าไม่ได้ใจร้ายไม่ให้กินข้าวหรอก”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แล้วมันหมายถึงอะไรหรือเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวรองมี่เฟิง
“ก็เจ้าดูเมืองเฮยอ้านสิ เมืองแห่งความมืดมิดมีแต่ตอนกลางคืนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นข้ากับพวกเจ้าจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะได้กินอิ่มสำหรับมื้ออื่นๆน่ะ เพราะที่นี่มีแต่มื้อรอบดึกน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“อ้า….จริงด้วย”เหลนสาวน้อย
“มื้อรอบดึก….”เหลนสาวน้อย
“..................!!”พวกเหลนชาย
“..................!!”พวกผู้ใหญ่
“อ่าฮะใช่แล้ว พวกเรากินแต่อาหารมื้อดึกแทนนี่อย่างไรเล่า มื้อเดียวทั้งวันนั่นแหละ”เหนี่ยวเหนี่ยว
พวกผู้ใหญ่ที่ได้ยิน ได้ฟังคำตอบก็พากันนั่งแบบงงๆกันไปเลย จะว่าไปเหนี่ยวเหนี่ยวนางก็พูดได้ถูกต้องที่เมืองเฮยอ้านมีแต่อาหารรอบมื้อดึกจริงๆนั่นแหละ ชาวบ้านชาวเมืองที่นี่ก็ต้องนั่งกินอาหารแต่ละมื้อท่ามกลางความมืดตลอดเวลา
มื้ออาหารมื้อแรกของวันที่อาศัยอยู่ในเมืองเฮยอ้านสำหรับเหนี่ยวเหนี่ยวกับทุกๆคนนั้นก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และพากันอิ่มท้องสุขสบาย
ต่างคนต่างก็พากันนั่งเล่น เพื่อรอให้อาหารย่อยให้ดีเสียก่อนแล้วจึงค่อยเริ่มทำงานกันต่อ หรือไม่ก็หารือกันเรื่องต่างๆไปก่อนที่เหนี่ยวเหนี่ยวจะมีแผนอื่นต่อ
“พอกินอิ่มตาของข้าก็ไม่มีแรงจะลืมตาขึ้นแล้ว มันหนักตามากๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ห๊าววววว…..”
“จริงเจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวน้อย
“นอนพักกลางคืนน้อยๆกันดีกว่านะเหลนๆ ข้าจะลืมตาไม่ไหวแล้วจริงๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ข้าก็จะนอนเช่นกันเจ้าค่ะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“พวกข้าขอนอนพักกลางคืนน้อยๆก่อนนะเจ้าคะท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ห๊าววววววว……..”
“...............??”ท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้
พวกท่านพากันนิ่งและคิดถึงคำพูดที่เหนี่ยวเหนี่ยวพึ่งจะพูดออกมาเมื่อตะกี้นี้อย่างพยายามเข้าใจว่านางจะสื่อความหมายถึงสิ่งใดกัน
“นอนพักกลางคืนน้อยๆ งั้นเหรอ???”พี่สะใภ้ใหญ่
“ก็คงจะมีความหมายไม่ต่างจากที่บอกกินอาหารมื้อดึกทุกมื้อนั่นแหละ เพราะพวกเจ้าก็ดูสิเมืองเฮยอ้านน่ะเมืองแห่งความมืด จะไปมีกลางวันได้อย่างไรกันเล่าะ??? เหนี่ยวเหนี่ยวนางจึงบอกข้ากับพวกเจ้าทุกๆคนว่า นอนพักกลางคืนแทนนอนพักกลางวันน่ะ”ท่านแม่ง
“อ้อ….”พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ท่านป้าทั้งสอง
“นี่พวกเราต้องฟังและแปลภาษาพูดของนางออกมาทุกครั้งไปสินะเจ้าคะท่านแม่”พี่สะใภ้รอง
“ก็ใช่ล่ะนะ เฮ้อ…..”ท่านแม่
พวกท่านต่างพากันพยักหน้าเข้าใจความหมายของเหนี่ยวเหนี่ยวที่พูดออกมาเมื่อตะกี้นี้แล้ว
“คร่อก…..ฟี้….คร่อกฟี้..”
เสียงกรนน้อยๆดังออกมาเสียแล้ว เพียงแค่สิบลมหายใจก็พากันหลับไปหมดแล้วสำหรับสาวน้อยทั้งหลาย พวกเด็กผู้ชายก็เพียงแค่หามุมนั่งเล่นพูดคุยพักผ่อนกันอยู่เลย แต่ก็คงจะไม่นานนักคงจะพากันนอนหลับพักผ่อนกันบ้างเป็นปรกติที่ทำกันอยู่ในทุกๆวัน
และพวกผู้ใหญ่เองก็จะคอยตักเตือนให้พวกเด็กๆพากันนอนหลับพักผ่อนกลางวันกันเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อสุขภาพของพวกเด็กๆ
“ในที่สุดก็ได้พักผ่อนกันเสียทีนะพวกเรา”ท่านแม่ ที่มองผ่านไปยังพวกกลุ่มแม่นางน้อยที่พากันสิ้นฤทธิ์กันเสียทีหนึ่ง
“ใช่ ความสงบสุขกลับมาอีกครั้งของวันนี้”ท่านป้าอี้
“เวลาตอนหลับตาเนี่ยพวกนางน่ารัก และดูไร้เดียงสามากจริงๆนะ ผิดกับตอนที่ลืมตาตื่นกันจริงๆเลย แตกต่างกันสิ้นเชิงจริงๆ”ท่านป้าฉือ
“ใช่ๆ”ท่านแม่ ท่านป้าอี้
“เดี๋ยวพวกเจ้าพากันไปทำอย่างอื่นต่อได้เลย มีเวลาได้มากที่สุดก็ตอนที่พวกเด็กๆพากันนอนหลับพักผ่อนนี่แหละ”ท่านแม่
“เจ้าค่ะ”พวกบรรดาสะใภ้ทั้งสามตระกูล
“พวกข้าว่าจะทำขนมกันต่อเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง
“งั้นเหรอ ก็ตามใจพวกเขาเลย”ท่านแม่
บรรดาเหล่าฮูหยินทั้งหลายเมื่อมองไปที่พวกเด็กๆที่ต่างพากันทยอยนอนหลับกันหมดแล้ว พวกท่านเองก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ว่างกันนานนัก ต่างก็ชักชวนกันทำขนมของว่างกันต่อเลยไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าจริงๆ
ส่วนพวกท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย ก็พากันนั่งจิบชากินของว่างกันไปอย่างสบายใจเป็นที่สุด มันเป็นช่วงเวลาที่พวกท่านรอคอยเสมอที่พวกเด็กๆไม่พากันมาปั่นป่วนนั่นเอง
ถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่ว่านี้จะน้อยนิดสำหรับเวลาในแต่ละวัน แต่พวกท่านก็จะคว้าโอกาสอันแสนงดงามนี้เสมอ ทำในสิ่งที่พวกท่านชอบมากที่สุดก่อนเลย
“นั่งจิบชา กับบรรยากาศใหม่ๆในเมืองเฮยอ้านก็ดีไม่ใช่เล่นนะ พวกเจ้าว่าหรือไม่กัน??”ท่านพ่อ
“ใช่ๆ”ท่านลุง พวกพี่ชาย หลานชาย
“ปี้ว….ปี้ว….”
“บึ้ม….บึ้ม….”
“ฟึ่บ…..ฟึ่บ…”
“...............!!!”ท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย
พวกท่านพ่อพากันนั่งพักผ่อนจิบชากันอย่างเพลิดเพลินไม่เท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงอันแปลกประหลาด และโดนจู่โจมแบบไม่ทันได้ตั้งตัวกันอีกครั้ง!!!
“เกิดอะไรขึ้น….??!!”ท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย
“หรือว่า…….???!!!”ท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย
************
อาหารมื้อแรกจากต่างเมืองก็ยังคงทำให้ทุกๆคนมีความสุขกับการกินอยู่ดี เผลอๆกินมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป
คอยติดตามกันตอนต่อไปว่าเหนี่ยวเหนี่ยวจะพาพวกเหลนๆไปปั่นป่วนอะไรกันต่อ