ทันใดนั้นเองก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง ตั้งแต่เธอปรากฏกายเธอก็กลายเป็นศูนย์รวมสายตาทุกคนภายในห้อง เพราะเธอก็คือ นาเดียร์ ดาราสาวสวยชื่อดังนั่นเอง
เกิดเสียงเงียบขึ้นไปชั่วขณะก่อนจะเต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายของนักศึกษาในห้อง
“คุณนาเดียร์ ตรงนี้ว่างอยู่นะครับ ”
“ ตรงนี้ก็ว่างนะครับ ”
“นาเดียร์จริงๆด้วยอ่ะแก ”
“นาเดียร์ขอถ่ายรูปหน่อย”
“ขอลายเซ็นหน่อยครับ ”
“ ทางนี้เลยครับคุณนาเดียร์ผมได้ทำความสะอาดรอแล้ว ” นักศึกษาชายบางคนเอ่ยขึ้นพลางเช็ดโต๊ะ เก้าอี้ด้วยผ้าขาวสะอาด
อาจารย์สาวเหลือบไปมองนาเดียร์เล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบราบ
“ที่นี่คือสถานศึกษานะคะ ไม่ใช่ตลาดสด ปัญญาชนควรรู้ตัวนะคะว่าควรทำตัวยังไง ”
สิ้นเสียงทั้งห้องก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบไปชั่วขณะ ถึงขนาดกับได้ยินเสียงลมหายใจเลยทีเดียว
“ ซี๊ดดด เจ็บสัส ” นักศึกษาคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ นี่สินะ การด่าแบบผู้ดี ”
“ ดุไปอีก เนี่ยแหละแม่ของลูก ”
นาเดียร์หันไปสบตาอาจารย์สาวและโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอบคุณ ก่อนที่เธอจะปรายตามองเพื่อหาที่ว่างที่เหลืออยู่ก่อนที่จะเดินไปยังที่ว่างมุมหนึ่ง
“ หิน หิน หิน ” นัทเอ่ยขึ้นพลางใช้มือสะกิดไปที่หิน แต่ความสนใจทั้งหมดกับยกไปให้ดาราสาวที่กำลังเดินมาทางพวกตน
“นาเดียร์ เดินมาทางนี้...ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ” นัทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย
“เดินมาทางนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมานั่งข้างๆซะหน่อย ตื่นเต้นอะไรเนี่ย ” หินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะนัทมันสะกิดตนเองไม่ยอมหยุด
‘ ไอ้อาการเหม่อนี่มันออกจะเวอร์ไปหน่อยมั้ง ’ หินนึกขึ้นในใจ
นาเดียร์เดินเข้ามาหาที่นั่งภายใต้สายตาการคาดหวังของเหล่านักศึกษาชายว่า ดาราสาวสวยคนนี้จะเลือกนั่งที่ตรงไหน เพราะเธอเดินเข้ามาคนเดียว ที่สำคัญถ้าหากเธอนั่งตรงไหนหมายความว่าตรงที่ซ้ายมือกับขวามือของเธอมันจะต้องว่างอย่างแน่นอน ทำให้นักศึกษาชายคอยลุ้นด้วยสายตาคาดหวังว่าจะได้นั่งกับดาราสาวสวยคนนี้
ในที่สุดเธอก็เดินไปหยุดที่โต๊ะตัวเดียวกันกับที่หินนั่ง ก่อนที่จะเลือกนั่งลงที่ว่างที่เหลืออยู่ ซึ่งโต๊ะที่หินนั่งเป็นโต๊ะแบบ 5 ที่หนั่ง นัทนั่่งตรงกลางซ้ายมือของนัทเป็นที่ว่างสองที่ส่วนหินนั่งถัดไปจากนัท ถัดจากหินเหลือที่ว่างหนึ่งที่ซึ่งอยู่ใกล้กับขอบห้องพอดี
(** โต๊ะไม่ได้ติดกับฝาผนังนะครับ เป็นช่องว่างสามารถเดินผ่านได้ **)นั่นหมายความว่าขวามือของนาเดียร์จะเป็นช่องทางเดินและซ้ายมือของเธอก็คือหินที่นั่งอยู่และหินก็เป็นคนที่นั่งใกล้นาเดียร์ที่สุดนั่นเอง
หิน”......”
นัท “....”
‘มันมีที่ว่างอีกเยอะนะคนสวย ’ หินนึกขึ้นในใจ หินไม่อยากเป็นที่สนใจแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ผู้หญิงด้านข้างกลับทำให้เขากลายเป็นจุดสนไปด้วย
ทันในนั้นนักศึกษาชายก็พากันวิ่งมาแย่งที่ว่างแถวๆโต๊ะหินที่เหลืออยู่ไม่ว่างจะด้านหน้า ด้านหลัง หรือแม้กระทั่ง ด้านข้างนัทที่เคยว่างอยู่ 2 ที่นั่ง ตอนนี้กลับถูกครอบครองเป็นที่เรียบร้อย
อาจารย์”....”
หิน”....”
นัท ” เอ่อ…. ” นัททำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป
นาเดียร์เธอกลับไม่ได้ดูเขินอายหรือแตกตื่นแม้แต่น้อยเสมือนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลย ในจุดนี้หินแอบชื่นชมอยู่ไม่น้อย
“อะแฮ่ม ! เอาหล่ะถึงเวลาแล้ว นักศึกษาช่วยอยู่ในความสงบด้วยค่ะ ” เสียงอาจารย์สาวสวยดังขึ้นเพื่อเรียกสตินักศึกษาที่ตอนนี้ยังดูวุ่นวายอยู่เล็กน้อย
“ สวัสดีอย่างเป็นทางการ สำหรับนักศึกษาใหม่และนักศึกษาที่มาลงเรียนใหม่ อาจารย์ชื่อ เจนจิรา เป็นผู้รับผิดชอบการสอนในวิชา Organization Management ”อาจารย์เจนจิรากวาดสายตาไปรอบห้องก่อนเอ่ยต่อว่า
“อาจารย์หวังว่านักศึกษาจะตั้งใจศึกษาและนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกในปีการศึกษาหน้า เพราะมีนักศึกษาต้องมาลงเรียนใหม่เป็นจำนวนมากทุกปี”
“นี่จะเป็นคาบแรกและคาบสุดท้ายที่อาจารย์จะพูดไทและเนื่องจากมหาลัยเรามีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นอาจารย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักศึกษาจะตั้งใจเป็นพิเศษ ถ้าหากข้อสงสัยเพิ่มเติมนักศึกษา สามารถยกมือขึ้นมาถามได้ทันที หรือถ้าหากไม่กล้า หลังจากจบคาบสามารถมาสอบถามอาจารย์ได้ทีหลัง ”
“For international students …… ”
หลังจากนั้นอาจารย์เจนจิราก็ได้พูดแปลเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับนักศึกษาต่างชาติซึ่งมีอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้มีนักศึกษาทุน นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างชาติแวะเวียนมาศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก
“(พูด อังกฤษ) อาจารย์จะให้นักศึกษาจับกลุ่มกัน 5 คน ซึ่งกลุ่มนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทีหลังและนักศึกษาต้องอยู่เป็นกลุ่มและช่วยกันทำงานจนกระทั่งจบเทอม อาจารย์ให้เวลา 15 นาที หากลุ่มให้ตัวเอง ”
สิ้นเสียงอาจารย์ก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นสำหรับนักศึกษาใหม่ที่ลงเรียนเป็นครั้งแรก สำหรับคนบางกลุ่มที่ไม่ได้ลงเรียนเป็นครั้งแรกก็ไม่ได้ตกใจมากนัก
“ สวัสดี ฉันชื่อนาเดียร์นะ เธอชื่ออะไร ” นาเดียร์หันมาถามหินพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่หินกำลังจะเอ่ยตอบ
“ คนนี้ชื่อหินครับ ส่วนผมนัท เพื่อนสนิทหินครับ ” นัทเอ่ยตอบด้วยความรวดเร็ว
“ผมชื่อแทนครับ อยู่คณะการจัดการ ”
“ผมชื่ออเล็กซ์ครับ จากคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ ”
นักศึกษาชายที่อยู่ถัดจากนัททั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เอ่ยขึ้น
“...” หินกรอกตารอบหนึ่งแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เพราะมันมีคนอยากตอบมากมายเหลือเกิน ”ไอ้เด็กพวกนี้มันเร็วนะครับดอกเตอร์ ” เสียงเดวิดดังขึ้นในหัวของหิน
นาเดียร์ยิ้มก่อนเอ่ยต่อว่า
“งั้นเรามาอยู่กลุ่มด้วยกันดีไหมคะ ? ”
“ดีครับ !!! ดีครับ !! ดีครับ !!! ” นัท แทน อเล็กซ์ เอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ต้องคิด
หินยกมือขึ้นมาเกาหัวเล็กน้อย ด้วยความปลงเพราะนั่นหมายความว่ากลุ่มของตนจะต้องเป็นจุดสนใจตลอดทั้งเทอม
‘ต้องแสดงออกชัดเจนขนาดนี้เลยเหรอฟะ กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าหน้าม่อ !!! ’ หินนึกในใจเมื่อเหลือบไปมองสามซ้ายมือถัดจากตน
นาเดียร์ยังยิ้มรอคอยคำตอบจากหิน
“ ครับผม ” มาถึงขนาดนี้แล้วจะให้เขาปฏิเสธอะไรได้อีกหล่ะ
หลังจากหมดเวลาอาจารย์เจนจิราก็ให้นักศึกษาเขียนชื่อภายในกลุ่มของตนและส่งไปให้เธอ ยังมีนักศึกษาที่ยังหากลุ่มไม่ได้และกลุ่มไม่ครบ อาจารย์เจนจิราจึงเป็นคนจับกลุ่มให้ด้วยตัวเอง
“( พูด อังกฤษ )หลังจากนี้รายชื่อภายในกลุ่มที่ส่งมาจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกนะคะ ” หลังจากนั้นอาจารย์เจนจิราจึงสั่งงานให้นักศึกษาจัดตั้งบริษัทภายในกลุ่ม ซึ่งอาจารย์กล่าวย้ำว่า บริษัทที่เราจัดตั้งขึ้นจะถูกใช้เป็นงานตลอดทั้งปีการศึกษา ดังนั้นอาจารย์เจนจิราจึงกล่าวย้ำเป็นพิเศษ
“ เราจะตั้งชื่อบริษัทว่าอะไรดีหล่ะ ” นัทเอ่ยถามขึ้น
“ Nova Company ดีไหม ” แทนเสนอขึ้นมา
อีก 4 คนที่เหลือภายในกลุ่มไม่ได้ตอบอะไร แต่เหมือนกำลังครุ่นคิด
“ หรือว่าจะเป็น CPR Enterprise ” แทนเสนอขึ้นมาอีกครั้ง
“ หินคิดว่าไง ” นัทเอ่ยถามความคิดหิน
“อย่างน้อยๆก็ต้องคิดก่อนว่า บริษัทจะทำอะไร จะได้กำหนดขอบเขตได้ ส่วนชื่อค่อยคิดหลังจากนี้น่าจะดีกว่า”
ทันทีที่หินเอ่ยจบทุกคนภายในกลุ่มก็แสดงออกว่าเห็นด้วย เพราะถ้าหากยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรแล้วจะตั้งชื่อบริษัทขึ้นมาได้ยังไง จะมีก็เพียงแต่แทนที่มองไม่ที่หินด้วยความไม่ชอบใจ
‘กล้าหักหน้าฉันต่อหน้านาเดียร์เลยเหรอวะไอ้นี่ ’ แทนนึกขึ้นพร้อมมองไปที่หินด้วยความไม่ชอบใจ
นาเดียร์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสังเกตุเห็นพอดี แม้จะเป็นเวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนที่แทนจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติ “แล้วบริษัทเราจะทำอะไรดี ” นัทเอ่ยถามความเห็นทุกคนในกลุ่ม
“ เกี่ยวกับเทคโนโลยีดีไหม เพราะเดี๋ยวนี้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเลย หรือว่าทุกคนเห็นว่ายังไง ”นาเดียร์เสนอแกมถาม
อีกสามคนพยักหน้าเห็นด้วย แม้กระทั่งหิน
“ งั้นเราจะตั้งชื่อบริษัทว่าอะไรดี ” นาเดียร์เอ่ยถามอีกครั้ง
“ Future Company ” อเล็กซ์เสนอขึ้นมา แต่เมื่อเห็นเพื่อนในกลุ่มเงียบ อเล็กซ์จึงเสนอขึ้นมาอีกครั้ง
“ Technology Company ”
หิน “....”
นัท “....”
นาเดียร์ “...”
แทน “...”
‘ โหไอ้เด็กนี่ เซ้นส์ในการแต่งชื่อห่วยบรม ’ เสียงเดวิดดังขึ้นในหัวของหินและหินก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าครั้งนี้เขาเห็นด้วยกับเดวิด
“ เอาเป็น KCAB(เคซีเอบี) Corporation ดีไหม ” หินเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วนใจนี้ “มันย่อมาจากอะไรเหรอหิน ” นัทเอ่ยถามขึ้นด้วยความสนใจ
“ก็ถ้าเราจะทำเกี่ยวกับเทคโนโลยีนั่นหมายถึงการก้าวไปข้างหน้า หมายถึงอนาคต BACK แปลว่าถอยหลัง ตรงข้ามกับถอยหลังก็คือไปข้างหน้า แต่ถ้าจะใช้คำว่า Forward มันก็จะแปลกไปหน่อย งั้นเราก็ลองกลับคำว่า BACK มันจะกลายเป็น KCAB นอกจากมันจะหมายถึงตรงกันข้ามกับ BACK แล้ว พอเราอ่านมันก็ไม่ได้ดูแย่อีกด้วย ”
ทันทีที่หินพูดจบก็เกิดความเงียบไปทั้งกลุ่ม แม้กระทั่งนาเดียร์ก็มองไปที่หินอย่างตกตะลึง เมื่อหินเห็นทุกคนเงียบไปหินจึงนึกว่ามันไม่โอเค
“ถ้าไม่โอเคก็เปลี่ยนก็ได้นะ ผมแค่เสนอความคิดเห็น”
“หว่ะ !! สมกับเป็นหินจริงๆ ” ในที่สุดนัทก็เอ่ยขึ้น
“ สุดยอด ” อเล็กซ์พูดเสริม
“มีใครจะเสนอความคิดอื่นอีกไหม” นัทถามขึ้น แต่กลับไม่มีใครเสนอความคิดเห็นแต่ย่างใด
“ งั้นเอาตามนี้นะครับ ”
ในที่สุดผลก็เป็นเอกฉันท์ให้ชื่อบริษัทคือ KCAB Corporation ...หลังจากเลิกคาบ ระหว่างที่กำลังเดินทางไปยังโรงอาหารนั้น นัทก็เอ่ยถามหินขึ้นมา
“หิน นายนั่งใกล้นาเดียร์ขนาดนั้นรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ” นัทถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขนาดเขานั่งถัดมาจากหินยังใจเต้นแรงขนาดนี้แล้วไอ้คนที่นั่งติดกับนาเดียร์จะใจเต้นขนาดไหน
“ รู้สึกเฉยๆ ” หินตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“หมายความว่ายังไงเฉยๆ ” นัทเอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
“ ก็ตามนั้น ” หินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะเดินแซงหน้านัทออกไป
‘ เราไม่จำเป็นต้องชอบผู้หญิงทุกคนเพียงเพราะว่าเธอคนนั้นสวยหรอกนะ ’ หินนึกขึ้น นัทมองไปที่หินที่เดินไกลออกไปด้วยความไม่เข้าใจ
‘ หรือว่าหินมันจะตายด้านแล้วจริงๆ ’ นัทคิดในใจ ก่อนที่จะได้สติว่า หินเดินนำไปไกลแล้ว
“เฮ้ย หิน !! รอด้วย ” นัทตะโกนแล้ววิ่งตามไป...