ตอนที่ 3 ป้องกันไว้ก่อน (1)
“ท่านพ่อคิดจะจับลูกไปขังที่หอบรรพชนอีกแล้วหรือเ้าคะ” เห็นบ่าวรับใช้เข้ามา กู้อวิ๋นหวงก็ลุกขึ้นช้าๆ หันไปมองกู้เจิ่น “ท่านพ่ออยากลงโทษลูก ลูกไม่กล้าไม่เชื่อฟัง เพียงแต่ลูกยังมีเื่หนึ่งไม่เข้าใจ อยากเรียนถามท่านพ่อเ้าค่ะ ครั้งก่อนลูกเล่นสนุกกับสาวใช้หลายคนนั้น ตามที่ท่านพ่อกล่าว นั่นเป็การไม่รู้จักวางตัว ไม่รักษาเกียรติของตน ลูกยินดีรับโทษ แต่ครั้งนี้เล่ามีเหตุผลอันใด หรือเพราะฐานะของพวกนางสองแม่ลูกสูงส่งกว่าลูก ลูกถึงว่ากล่าวพวกนางไม่ได้แม้แต่คำเดียว”
“บังอาจ!”
“ลูกบังอาจจริงเ้าค่ะ บังอาจถึงขั้นยังคิดอยากถามว่า แท้จริงแล้วพวกนางมีสถานะอันใด เป็ใครมาจากไหน ถึงทำให้ท่านพ่อยอมลงโทษลูกเพื่อพวกนางได้” กู้อวิ๋นหวงจ้องดวงตาทั้งคู่ของกู้เจิ่นตรงๆ ไม่มีทีท่ายอมถอย
หนิงหว่านโหรวรีบดึงมือของกู้อวิ๋นหวงไว้ “หวงเอ๋อร์ พอได้แล้ว พวกนางเป็คนอำเภอชิ่งเต๋อ”
“อำเภอชิ่งเต๋อ นั่นไม่ใช่บ้านบรรพบุรุษเดิมของตระกูลกู้หรือ” กู้อวิ๋นหวงหุบหนามแหลมที่ชี้ตั้งลงทันที พยายามสะบัดมือของหนิงหว่านโหรว เดินมาตรงหน้าเจียงเย่ว์เหยาที่มีท่าทางหวาดกลัว ก่อนจะย่อตัวลงเชยคางของนางขึ้นพินิจมองหลายรอบ “เ้าชื่ออะไร”
เจียงเย่ว์เหยาตัวสั่นน้อยๆ ราวกับลูกกระต่ายขาวตื่นกลัว “บ่าว บ่าวนามว่าเจียงเย่ว์เหยาเ้าค่ะ”
“เอ๊ะ เ้าไม่ได้เป็ลูกหลานของตระกูลกู้หรือ เช่นนั้นไฉนหน้าตาเ้าละม้ายคล้ายกับท่านพ่อนักล่ะ” กู้อวิ๋นหวงสะกดกลั้นความคิดที่อยากจะเข้าไปบีบคอเจียงเย่ว์เหยาให้ตาย หันหน้ามองกู้เจิ่นสลับกับมองเจียงเย่ว์เหยาอย่างงุนงงสงสัย เอ่ยถามหนิงหว่านโหรวด้วยความแปลกใจ “ท่านแม่ดูสิเ้าคะ ท่านว่านางหน้าตาคล้ายท่านพ่ออยู่หลายส่วนหรือไม่”
กู้เจิ่นกับเจียงเย่ว์เหยาใจเต้นกระตุกพร้อมกัน หนิงหว่านโหรวมองดูใบหน้านั้นของเจียงเย่ว์เหยา สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
ทว่ากู้อวิ๋นหวงกลับเอียงศีรษะ ไล่ซักต่อราวกับไม่รู้ตัวว่าตนเผลอพูดถ้อยคำร้ายแรงอันใดออกไป “บิดาของเ้าชื่ออะไร เ้ามาเมืองหลวงทำไม เหตุใดถึงพบเจอพวกโจรได้”
“บิดา บิดาของบ่าวมีนามว่าเจียงฟาง เป็บัณฑิตสอนหนังสือในอำเภอชิ่งเต๋อ หลังเข้าเมืองหลวงมาสอบราชการเมื่อสิบหกปีก่อนก็หายตัวไปไร้ข่าวคราว ที่บ่าวเดินทางมากับท่านแม่ครานี้ ก็เพื่อมาตามหาท่านพ่อ…”
“แต่สุดท้ายก็ตามหาบิดาของเ้าไม่เจอ ระหว่างทางกลับบ้านเกิดประสบเหตุโจรปล้น ได้ท่านพ่อของข้าช่วยชีวิตไว้อย่างนั้นสินะ” กู้อวิ๋นหวงพูดเติมท้ายให้นางอย่างคล่องปาก
หยดน้ำตารินไหลลงมาจากดวงตาของเจียงเย่ว์เหยา ดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝน ชวนให้คนนึกสงสารเอ็นดูเป็อย่างยิ่ง ชาติที่แล้วกู้อวิ๋นหวงก็ถูกท่าทางเช่นนี้หลอก จนรับนางเข้ามาอยู่ในเรือนชิงจื่อโดยไม่แคลงใจ…
“เช่นนั้นเ้าก็ช่างมีวาสนากับจวนอัครเสนาบดีของเราจริงแท้” ปลายนิ้วของกู้อวิ๋นหวงลูบผ่านแก้มเจียงเย่ว์เหยา เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มไร้พิษสง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเจียงเย่ว์เหยา “ในเมื่อเ้ามาตามหาบิดา เช่นนั้นได้พกรูปวาดของบิดาเ้ามาด้วยหรือไม่”
เจียงเย่ว์เหยาส่ายหน้า ตอบอย่างเศร้าๆ “ตอนท่านพ่อจากไป บ่าวยังอายุไม่ทันครบหนึ่งขวบ จำหน้าตาท่านพ่อไม่ได้เ้าค่ะ”
กู้อวิ๋นหวงมองดูเฉินซื่อที่ร้องไห้น้ำตาไหลรินอย่างอ้างว้างเ็ป “มารดาของเ้าก็ไม่มีหรือ”
“ท่านแม่ไม่รู้หนังสือ จำได้แค่หน้าตาของท่านพ่อ” เจียงเย่ว์เหยาน้ำตาไหลอีกรอบ
“ลูกจำได้ว่าท่านพ่อเองก็เข้าเมืองหลวงมาสอบราชการเมื่อสิบหกปีก่อนเช่นกัน เคยรู้จักบิดาของเจียงเย่ว์เหยาบ้างหรือไม่เ้าคะ” กู้อวิ๋นหวงหันไปมองใบหน้าดำทะมึนจนแทบกลั่นน้ำหมึกออกมาได้ของกู้เจิ่น
“ไม่รู้จัก!” กู้เจิ่นตอบเสียงแข็ง
กู้อวิ๋นหวงหันกลับมามองเจียงเย่ว์เหยาด้วยท่าทางเสียดาย “ถ้าท่านพ่อไม่รู้จัก เช่นนั้นก็แสดงว่าปีนั้นบิดาเ้าคงสอบไม่ติดลำดับ”
เจียงเย่ว์เหยาร้องไห้หนักกว่าเก่า นางขบเม้มริมฝีปาก พยายามฝืนกลั้นไว้ ต่อให้เคยเห็นแล้ว กู้อวิ๋นหวงก็ยังเกือบอดใจไม่ไหวยื่นมือไปปลอบนาง
“ไม่เป็ไร ประเดี๋ยวเ้าบอกรูปร่างหน้าตาของบิดาเ้ามา ข้าจะช่วยวาดให้เ้าเอง จากนั้นหาคนมาคัดลอกสำเนาให้มากหน่อย แล้วค่อยให้ท่านพ่อถือไปศาลาว่าการให้ทางการช่วยตามหา ท่านพ่อของข้าเป็ถึงอัครเสนาบดี ผู้นำเหล่าขุนนาง มีท่านพ่อออกหน้าให้ จะต้องตามหาบิดาของเ้าเจออย่างแน่นอน” กู้อวิ๋นหวงพูดปลอบเสียงอ่อนโยน
เจียงเย่ว์เหยารีบผงกศีรษะหงึกๆ