ชิงถิงยอมหยุด เขาเช็ดทำความสะอาด ดูแลทุกอย่างให้เสี่ยวเหอ คืนนั้นเป็คืนแรกที่นางได้นอนในอ้อมกอดของชิงถิง ความรู้สึกผิดที่หนีมาคล้ายจะถูกปัดเป่าให้น้อยลง เื่ที่ทะเลาะกันแต่ต่างคนต่างเข้าใจผิดก็ถูกลืมเลือนไป
รุ่งเช้า ทั้งสองออกเดินทางั้แ่เช้ามืดเช่นเดิม แต่วันนี้ชิงถิงควบม้าช้าลงมาก ทั้งยังคอยถามนางว่าเป็อย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่ แม้จะยังเจ็บอยู่บ้าง แต่เสี่ยวเหอกลับเขินอายเกินกว่าจะบอกว่าเจ็บหรือบอกว่าไม่เจ็บ ได้แต่ส่ายหน้าและก้มหน้างุดกับอกกว้างของเขา เขายังคงถามซ้ำๆ ตลอดการเดินทาง แต่หญิงสาวราวกับถูกเขาดูดกลืนคำพูดไปั้แ่เมื่อคืนจนหมด
ยามเว่ย [1] แดดเริ่มร้อนจัด ชิงถิงจึงหยุดม้าที่ข้างลำธารแห่งหนึ่ง เขายื่นน้ำมาให้นางดื่ม เสี่ยวเหอไม่ทันระวัง ระหว่างยกน้ำดื่มจึงทำน้ำหกใส่เสื้อผ้าเล็กน้อย เขาเห็นน้ำที่ไหลจากคางลงไปตามลำคอและหายไปใต้เสื้อผ้าของนาง ชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลาย
“ดื่มระวังๆ หน่อยไม่เป็หรือ ซุ่มซ่ามจริง” เขาบ่นเช่นนั้น แต่กลับหยิบผ้าออกมาเช็ดให้เสี่ยวเหอ
“ข้า.. ข้าเช็ดเอง”
เขายอมปล่อยมือให้นางเช็ดเอง แต่กลับดึงตัวนางเข้ามาใกล้และก้มลงไปเลียตามรอยน้ำที่เปียกจากคางไหลลงไปตามคอ
“ชิง..ชิงถิง” เสี่ยวเหอเรียกเสียงสั่น
นี่เขาคิดจะทำอะไรกลางวันแสกๆ ท่ามกลางป่าเขาเช่นนี้!!
“หือ...” เขาตอบทั้งที่ยังเลียลำคอของเสี่ยวเหอ และเริ่มจูบไล่ไปทางติ่งหูอีกด้วย
“ชิงถิง...ข้า..ข้า”
เขารู้สึกว่าเสียงเรียกของนางราวกับเสียงเรียกของสรวง์ เขาจึงเลื่อนจูบมาที่ริมฝีปากเพื่อเสียงไพเราะที่กำลังขับขานเรียกชื่อของเขา ชายหนุ่มท่าทางพึงพอใจมีความสุขยิ่ง
จุมพิตไปสักพักเสี่ยวเหอยังเอาแต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด เขาจนใจ จึงได้แต่ปล่อยริมฝีปากของคนรักให้เป็อิสระ
“มีอะไร” เขาถามเสียงแหบพร่า
เสี่ยวเหอกลัวว่าเขาอาจจะทำมันตรงนี้จริงๆ จึงรีบซุกตัวเข้าไปในอกของเขา พูดเสียงอู้อี้มาจากอกเขาว่า
“ข้าอยากอาบน้ำ” นางเฉไฉไปเื่อื่นเสีย
ชิงถิงกะพริบตาปริบๆ นึกว่านางมีเื่อะไรสำคัญถึงได้เอาแต่เรียกเขาในเวลาเช่นนี้ ที่แท้ก็จะพูดเื่อาบน้ำ ถึงจะรู้สึกขัดใจ แต่เมื่อคิดว่านางแทบจะไม่ได้อาบน้ำดีๆ มาหลายวันแล้ว ได้แต่เช็ดตัวบ้างบางวัน โดยเฉพาะหลังจาก่เวลาที่เขาปลดปล่อยคราบขาวขุ่นใส่นางหลายครั้ง นางคงรู้สึกไม่สบายตัวอยู่บ้าง เขารู้สึกสงสารยิ่ง
ชิงถิงมองไปรอบๆ ดูลำธารที่กำลังไหลไปทางหนึ่ง
“ที่นี่หนาวเกินไป เดี๋ยวเ้าจะไม่สบาย พวกเราไปหาโรงเตี๊ยมให้เ้าได้อาบน้ำให้สบายตัว ดีหรือไม่”
เสี่ยวเหอพยักหน้าอย่างว่าง่าย เขาเชยคางนางขึ้นมาจูบอีกครั้งก่อนจะปล่อยอย่างอาลัยอาวรณ์ และพาหญิงที่รักของเขาไปหาโรงเตี๊ยมอาบน้ำ
ชิงถิงพาเสี่ยวเหอเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งระหว่างทาง เป็ครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองคนหนีตามกันมา เสี่ยวเหอได้อาบน้ำ ถึงแม้จะบอกว่าให้นางอาบน้ำ แต่ก็เป็เขาที่อาบให้
ทั้งยังจัดการกินเสี่ยวเหอในถังอาบน้ำไปรอบหนึ่ง เสี่ยวเหอได้แต่เกาะขอบถังอาบน้ำไว้แน่นๆ ส่งเสียงอ้อนวอนเขาให้เบาหน่อย ก่อนทุกอย่างจะสิ้นสุดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอบอวลของน้ำรัก
นางหมดสิ้นเรี่ยวแรงจะเดินอีกครั้ง จึงเป็เขาที่อุ้มนางออกมาเช็ดตัวเช็ดผมใส่เสื้อผ้าให้ เขาดูแลนางราวกับเด็กน้อยจนนางรู้สึกขำและยิ้มออกมา ชิงถิงได้แต่ตกตะลึงในรอยยิ้มงดงามนั้น
“เ้ายิ้ม เ้า..เ้าพอใจหรือ?” เขาถามเหมือนคนโง่งม
เสี่ยวเหอหัวเราะมากกว่าเดิม เขาก็มี่เวลาที่โง่งมเช่นนี้ด้วย นางเดินช้าๆ ไปแกะห่อผ้าสัมภาระของตัวเอง หยิบด้ายแดงที่พี่สาวไปขอจากวัดมามัดข้อมือให้เขาเส้นหนึ่ง มัดให้ตัวเองเส้นหนึ่ง
“นี่คือด้ายแดงผูกรักทุกชาติภพที่พี่หลันเหมยขอมาให้พวกเรา คราแรกข้าคิดจะให้เ้าหลังจากพิธีกราบไหว้ฟ้าดินของพวกเรา แต่ให้เวลานี้ก็คงไม่ต่างกัน” หญิงสาวพูดด้วยความเขินอาย
ชิงถิงดีใจอย่างโง่งม ดึงนางไปจูบกอดราวกับคนบ้า ที่แท้นางก็คิดจะแต่งให้เขาคนเดียวไปทุกภพชาติ นางไม่ได้รังเกียจเขาดังเช่นที่เขาเข้าใจ นางไม่ได้อยากแต่งงานกับเ้าหมูตอนนั่น
“ข้า้าเพียงเ้า ทุกชาติภพหากไม่ใช่เ้าก็จะไม่ขอแต่งกับใคร” เขาให้สาบาน
สำหรับเสี่ยวเหอแล้ว ถึงจะยังไม่ได้รู้สึกว่ารักชิงถิงมากมายดังที่เขาพร่ำเพ้อบอก แต่ในใจก็ยินดีอย่างควบคุมไม่ได้ ผู้ชายที่ปกติแทบจะไม่ค่อยพูด เวลาเช่นนี้กลับพูดพร่ำไม่ยอมหยุด ยิ่งโดยเฉพาะเวลาเข้าหอ เขาจะพูดมากอย่างผิดปกติ คล้ายกลัวว่านางจะไม่ได้ยินไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ในใจของเขา
คืนนั้นชิงถิง พูดมาก อีกครั้ง แต่ไม่ได้ใช้เวลานานมาก เพราะเขาเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาหลายวัน ทั้งสองคนหลับไปด้วยกันอย่างอ่อนล้าและสุขสม ไม่ได้ระวังตัวดังเช่นวันก่อนๆ อาจเพราะได้นอนเตียงอบอุ่นหลังจากไม่ได้พักผ่อนดีๆ มาหลายวัน ชิงถิงหลับสนิทจนเช้า ตื่นมาแม้จะสายกว่าปกติ แต่เขาก็รีบพานางหนีไปต่อ
คืนต่อมา ทั้งสองพบบ้านร้างแห่งหนึ่ง ตัดสินใจค้างคืนที่นั่น วันนี้ไม่ต้องล่าสัตว์เพราะชิงถิงซื้ออาหารแห้งจากโรงเตี๊ยมมาแล้ว ระหว่างกินอาหาร เสี่ยวเหอที่พอจะมีแรงและไม่ได้เขินอายมากเท่าไรแล้ว จึงเริ่มพูดเริ่มชวนเขาคุย
ถามไปถามมา ชิงถิงก็ยอมพูดความจริงให้เสี่ยวเหอฟัง
“ที่จริงแล้วพี่สาวของเ้า นางไม่ได้อยากแต่งงานจนตัวสั่นอย่างที่เ้าเข้าใจ วันนั้นนางไปซื้อของในตัวอำเภอ ได้เข้าไปดื่มชาในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เห็นสาวใช้ของบ้านเ้า คนที่ชื่อว่า จื่อรั่ว กำลังพูดคุยกับคนที่มีท่าทางเป็พ่อค้าวาณิช
และได้รู้ว่าสาวใช้กับพ่อค้าคนนั้นวางแผนจะเอาหญิงสาวไปขายต่างแคว้น เ้าหมูสกปรกนั่นทำกำไรด้วยการโกหกว่าจะแต่งงานกับสตรี ก่อนแต่งงานก็ทำให้ฝ่ายหญิงเสื่อมเสีย จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าสินสอดแพง บางครั้งก็ได้มาโดยไม่เสียสักอีแปะ จากนั้นก็เอาไปขายต่างถิ่น
และไปหลอกคนในต่างถิ่นนำหญิงสาวจากที่โน่นมาขายที่นี่ ทำเช่นนั้นมาเรื่อยๆ จนมาที่เมืองนี้และเลือกเป้าหมายเป็หญิงสาวในหมู่บ้านเล็กๆ ยากจน จื่อรั่ว นางเสนอพวกเ้าสองพี่น้อง แลกกับเงินจำนวนหนึ่งที่มากพอจะออกไปตั้งตัว ไม่ต้องเป็สาวใช้อีก”
เสี่ยวเหอชะงักค้างไป พูดสิ่งใดไม่ออก ในหัวว่างเปล่า
[1] ยามเว่ย คือ เวลา 13.00 – 14.59 นาฬิกา