ตอนที่ 17 เสียใจเมื่อสาย (1)
เสิ่นอี้ิได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองมู่ชิงอย่างไม่เห็นด้วย จากนั้นจึงค่อยๆ ก้มศีรษะลง ผงกหัวเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็นแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “อืม”
มองท่าทีของน้องชายที่แทบจะเรียกว่าเลี้ยงมาเองกับมือตรงหน้าปกป้องตนจากใจ มู่ชิงก็อดที่จะคัดจมูกขึ้นมาไม่ได้ ขณะเดียวกันหัวใจก็เหมือนกับมีหินก้อนใหญ่มากดทับไว้ หนักอึ้งจนรู้สึกแย่
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เสิ่นอี้ิดูออกว่าเขามีท่าทีผิดปกติ จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อ แล้วพยายามถามถึงสถานการณ์ครอบครัวของอีกฝ่ายอ้อมๆ ว่าเป็อย่างไร แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้
คราวนี้สิ่งที่เสิ่นอี้ิอัดอั้นในใจมานานก็ได้ระบายออกมาแล้ว อีกฝ่ายไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามู่ชิงมีท่าทีใส่ใจต่อครอบครัวของตนเองมากเกินไป แล้วเริ่มระบายให้ฟัง
มู่ชิงมองน้องชายที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตามานานอย่างตกตะลึง ตอนนี้ฝ่ายนั้นโง่งมถึงขนาดไม่ต้องบังคับอะไรก็ยอมบอกเล่าทุกสิ่งอย่างกับคนที่เพิ่งจะพบหน้าไม่ถึงชั่วโมงอย่างตนไปถึงต้นตระกูลแล้ว ในใจเขาถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
เขาอยากถามแม่ของเขามาก...คนตรงหน้านี้คือน้องชายคนละแม่ของเขาจริงๆ อย่างนั้นเหรอ ตอนที่ตนออกจากบ้านมานานหลายปี ที่บ้านเอาอะไรเลี้ยงเด็กนี่กันนะ ทำไมถึงเลี้ยงจนกลายเป็คนที่ถ้าคนอื่นดีด้วยหน่อย ก็กลายเป็คนโง่เง่าที่ยอมทุ่มเทกายใจให้อีกฝ่ายจนหมดอย่างนี้ได้ นี่มันไม่เหมือนตัวเขาเลยสักนิด!
...แน่นอนว่า ตอนนี้เขาเลือกที่จะลืมคุณงามความดีที่ตนเคยปฏิบัติต่อซ่งจื่อเซวียนไปหมดแล้ว
นี่สมกับที่เป็พี่น้องกันจริงๆ เลย...
ไม่นาน มู่ชิงก็หมดความสนใจเื่ความเชื่อมโยงทางสายเืนี้แล้ว เพราะเขาได้ยินเื่หนึ่งจากเสิ่นอี้ิระหว่างการร่ายยาวว่า...อีกฝ่ายออกจากบ้านมาได้กว่าครึ่งปีแล้ว! แถมก่อนออกมายังทำเื่พักการเรียนไว้อีกด้วย!
มู่ชิงพลันโมโหขึ้นมา ถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้น เขาอยากจะเอาเสิ่นอี้ิไปแขวนไว้แล้วจับตีสักยกจริงๆ...ไม่ได้เจอกันเจ็ดปี เ้าเด็กนี่ทำตัวเองกลายเป็ขี้โวยวายชอบหาเื่ยังพอว่า! เขายังกล้าออกจากบ้าน! ทั้งยังอาจหาญทำเื่พักการเรียนเองอีก!
ถึงตอนนั้นที่เขาออกจากบ้านมาก็เพิ่งจะอยู่แค่ปีสาม แต่สถานการณ์มันไม่เหมือนกัน อีกอย่างถึงอย่างไรเขาก็เรียนหนังสือจนจบ! แต่เ้าเด็กนี่กลับไม่ยอมเรียนต่อ! นี่เรียกว่าเกรียนยิ่งกว่าตัวเขาตอนนั้นอีก!
เสิ่นอี้ิที่อยู่ข้างๆ ไม่รู้เลยว่าได้ไปเหยียบกับะเิเข้าอย่างจังโดยไม่รู้ตัวแล้ว เขายังคงบอกเล่า ‘ความเป็มาของครอบครัว’ ให้กับมู่ชิงที่เป็ ‘คนแปลกหน้า’ ต่อไปอย่างมีความสุข เพียงแต่พอถึงตอนหลัง เขาก็ก้มหน้าลงอย่างอดไม่ได้ “แบบนี้นายก็รู้แล้วสินะ ว่าพี่ชายฉันเคยเป็นักแสดงดัง ทักษะการแสดงก็ดีมาก แถมยังอนาคตไกล ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้น เขาคงไม่ต้องกลายเป็ผู้ช่วยส่วนตัวอะไรนั่นของซ่งจื่อเซวียนหรอก...”
“ฉันรู้สึกมาตลอด ว่าที่เขาอยู่ข้างกายซ่งจื่อเซวียนเพราะยังปล่อยวางความฝันของเขาไม่ได้ ยังไม่สามารถปล่อยวางอาชีพนักแสดงได้ ดังนั้นฉันเองก็อยากจะลองเป็นักแสดงดูบ้าง ถ้าเกิดฉันดังขึ้นมา ไม่แน่ว่าพี่ชายฉันก็อาจจะมาเป็ผู้ช่วยฉันก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะพาเขากลับบ้านได้แล้ว...”
“แต่ว่าพ่อแม่ฉันไม่เห็นด้วย บอกว่าวงการบันเทิงวุ่นวายเกินไป ไม่ใช่ที่ที่ฉันจะเข้าไปได้ แต่ว่าฉันไม่เข้าใจ เพราะอะไรพี่ชายฉันทำได้ แต่พวกเขากลับไม่เชื่อว่าฉันก็จะทำได้เหมือนกัน! ต่อมาฉันเห็นว่าต่อให้พูดยังไงก็คงพูดไม่รู้เื่แล้ว เลยแอบไปทำเื่พักการเรียน แล้วก็ออกจากบ้านมา...ฉันอยากจะประสบความสำเร็จแล้วพาพี่ชายกลับบ้าน...ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันได้พบพี่ชาย เขาก็...”