หนึ่งวันต่อมา ณ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอี้ ห่างจากจี๋ชิวไปทางเหนือยี่สิบลี้
ลมหนาวหวีดหวิว ฝุ่นตลบอบอวล กองทัพจำนวนสี่พันนายเคลื่อนพลลงใต้ตามถนนสายหลักอย่างยิ่งใหญ่
ธงผืนใหญ่ที่เขียนคำว่า ‘จง’ โบกสะบัดอย่างทระนง ทรงพลังและดุดัน
ภายใต้ธงรบ จงป้าถือหอกยาว ควบม้าเดินหน้าอย่างใจเย็น ในดวงตาที่ลึกโหลมีความทะนงตนพลุ่งพล่านราวกับเปลวไฟ
เมื่อมองไกลออกไปที่ปลายถนนสายหลัก เห็นธงทิวเรียงรายซ้อนกันเป็ชั้น ๆ พลิ้วไหวอยู่รำไร กองทัพยังคงมุ่งหน้าต่อไป และในไม่ช้า ค่ายกลทหารที่ตั้งขวางอยู่กลางถนนก็ขวางเส้นทางเดินทัพของกองทัพไท้ซัวเอาไว้
ท่ามกลางค่ายกลทหารสามร้อยนาย ธงผืนใหญ่ที่เขียนคำว่า ‘ซี’ โบกสะบัดตามลมอย่างแรง
ที่หน้าค่าย ซีเซ่งควบม้าชูกระบี่ ดวงตาเยาว์วัยจ้องมองศัตรูที่ใกล้เข้ามาพลางพึมพำว่า "จงป้า ในที่สุดเ้าก็มา..."
ทางด้านจงป้าไม่ได้ขมวดคิ้วเลยแม้แต่น้อย เขาเหลือบมองธงรบคำว่า ‘ซี’ และทหารเพียงสามร้อยนายนั้น แล้วแค่นเสียงเย็นว่า "โตซาง เ้าส่งโจรทะเลกับทหารไม่กี่ร้อยนายมาคิดจะขวางทางลงใต้ของข้า ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง"
สีหน้าของจงป้ายิ่งดุร้ายขึ้น กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมารอบตัวทำให้เหล่าทหารซ้ายขวาถึงกับขนลุกซู่
เขากวาดสายตามองเหล่าโจรไท้ซัวที่อยู่เื้ั แล้วชูหอกยาวขึ้น ะโสั่งการเสียงดัง "สหายกองทัพไท้ซัว ตามข้าไปฆ่าศัตรูที่ขวางทางให้สิ้น ให้พวกมันรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของกองทัพไท้ซัว ฆ่ามัน!!"
สิ้นเสียงะโ จงป้าควบม้ากวัดแกว่งหอก พุ่งออกไปราวกับสายฟ้า
"ฆ่า!!"
ซุนกวนและอินเล้ ขุนพลใต้บังคับบัญชา ะโขึ้นพร้อมกันแล้วควบม้าบุกออกไป
กองทัพไท้ซัวสี่พันนายเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ราวกับคลื่นั์ที่ซัดสาดจนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วท้องฟ้า พุ่งเข้าใส่ดั่งกระแสคลั่ง
ทหารศัตรูจำนวนมหาศาลราวกับกระแสโคลนสีดำที่ถาโถมเข้าใส่ค่ายกลของกองทัพตระกูลโต
สามร้อยก้าว...
สองร้อยก้าว...
หนึ่งร้อยก้าว...
แรงสั่นะเืราวกับฟ้าถล่มดินทลาย และเสียงะโที่บาดแก้วหู ทำให้เหล่านักรบชั้นยอดภายใต้การนำของซีเซ่งต่างก็แอบเปลี่ยนสีหน้าด้วยความตระหนก
ทว่าซีเซ่งยังคงสงบนิ่งดั่งผิวน้ำ ท่าทางมั่นคงดั่งขุนเขา เมื่อเผชิญหน้ากับคลื่นศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าถึงสิบเท่า มุมปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มเ็าขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
"นายท่านคาดการณ์ได้ถูกต้องจริง ๆ จงป้าอาศัยว่ามีทหารมาก จึงไม่ระแวดระวังเลยแม้แต่น้อย..."
เขายิ้มเย็นครั้งหนึ่ง แล้วชูกระบี่ขึ้นะโสั่งการ "ทหารทุกนายฟังคำสั่ง ถอยร่นลงใต้ไปยังจี๋ชิว"
เมื่อคำสั่งประกาศออกไป ซีเซ่งก็หันม้ากลับและถอยทัพมุ่งหน้าไปยังจี๋ชิว
เมื่อแม่ทัพเคลื่อนไหว ทหารกองทัพตระกูลโตสามร้อยนายที่ตั้งค่ายรออยู่ก็สลายตัวทันที และพากันหนีไปยังจี๋ชิวอย่างลนลาน
ยังไม่ทันได้ปะทะ กองทัพตระกูลโตก็แตกพ่าย เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ใบหน้าของจงป้าก็ปรากฏความดูแคลนอย่างดุร้าย "สุดท้ายก็เป็แค่โจรทะเล มีความกล้าที่ไหนจะต้านทานการบุกของกองทัพข้าได้ การหนีไม่มีประโยชน์หรอก รอให้ข้าไล่บี้ไปจนถึงจี๋ชิวเถิด"
จิติญญาการต่อสู้ของจงป้ายิ่งแรงกล้า เขาเรียกเหล่าโจรไท้ซัวเื้ัให้ไล่ตามกองทัพตระกูลโตที่แตกพ่ายไปอย่างกระชั้นชิด
ไล่ตามมาได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่งกองหน้าของจงป้าเกือบจะทันทหารที่พ่ายแพ้ของซีเซ่ง
หอกยาวในมือแทงออกไป ทหารกองทัพตระกูลโตหลายคนที่วิ่งช้าถูกเขาปลิดชีพในทันที
จงป้าและกองทัพของเขาเป็ดั่งสัตว์ป่าที่หิวกระหาย ไล่ล่าเหยื่อที่กำลังหนีอย่างบ้าคลั่ง
จงป้าที่ฆ่าฟันจนตาแดงก่ำ ไล่ตามมาได้เจ็ดแปดลี้ ภูมิประเทศที่กว้างขวางรอบตัวเริ่มแคบลง และเริ่มมีผืนป่าปรากฏขึ้น
ห่างออกไปหลายสิบก้าว ซีเซ่งที่วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งกลับรั้งม้าหันหลังกลับ ชูกระบี่ขวางหน้า และยืนหยัดขวางถนนสายหลักอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อแม่ทัพหยุดฝีเท้า ทหารกองทัพตระกูลโตสามร้อยนายที่กำลังหนีพ่ายก็หยุดการแตกแถว และพากันกลับมารวมตัวรอบตัวซีเซ่ง จัดกระบวนทัพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่หนีแล้ว คิดจะสู้ตายงั้นหรือ?" เมื่อเห็นกองทัพตระกูลโตหยุดฝีเท้า ดวงตาของจงป้าก็ฉายแววประหลาดใจ ในใจเริ่มมีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เขามองไปรอบ ๆ พบว่าทุ่งกว้างสิ้นสุดลง สองข้างทางของถนนสายหลักมีป่าทึบปรากฏขึ้นั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ และเหนือป่าทึบนั้นมีนกบินวนเวียนโดยไม่ยอมลงมาเกาะ
ยิ่งมองสถานการณ์นี้ จงป้ายิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป พลางกล่าวว่า "นกในป่าไม่ยอมลงมาเกาะ ต้องมีคนอยู่แน่ งานเข้าแล้ว ข้ามัวแต่ไล่ตามอย่างบ้าคลั่งจนถูกเ้าแซ่ซีล่อเข้ามาในวงล้อมซุ่มโจมตี เ้าเด็กโตซาง เ้าถึงกับ..."
ขณะที่จงป้ากำลังใ บนเนินดินเตี้ย ๆ ข้างทาง โตซางที่เฝ้ามองค่ายกลมานาน มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเ็าที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
เขาคาดไว้แล้วว่าจงป้าจะอาศัยว่ามีทหารมากและดูถูกเขา จึงวางแผนซุ่มโจมตีนี้ โดยให้ซีเซ่งใช้ทหารจำนวนน้อยล่อให้ศัตรูเข้ามา
เมื่อมองดูเหล่าโจรไท้ซัวที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ลืมหูลืมตา โตซางก็รู้ว่าแผนการของเขาประสบความสำเร็จแล้ว
ถึงเวลาแล้ว จะรออะไรอีก!
โตซางชักกระบี่ในมือแล้วะโสั่งการ "ตีกลอง ส่งสัญญาณให้ทหารซุ่มโจมตีบุก!"
ตึง! ตึง! ตึง!
ในขณะที่จงป้าเพิ่งได้สติและยังไม่ทันได้สั่งถอนทัพ ทันใดนั้น เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องก็ดังขึ้น ในชั่วพริบตาเดียวมันดังราวกับฟ้าถล่มดินทลายจนบาดแก้วหู
เสียงกลองดังสนั่น พร้อมกับเสียงโห่ร้องสังหารที่ดุดันราวกับฝูงสัตว์ป่า ทหารกองทัพตระกูลโตจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาจากป่าทึบทั้งสองข้างทาง เข้าล้อมโจมตีจากทุกทิศทุกทาง
มีทหารซุ่มโจมตีจริง ๆ ด้วย!
"ถอยทัพ ทหารทุกนายถอยทัพ!!"
ด้วยความใ จงป้าไม่ทันได้คิดอะไรมาก รีบชูหอกแล้วะโสั่ง
จงป้าหันม้ากลับ มุ่งหน้าถอยร่นไปทางทิศเหนือตามเส้นทางที่มา เหล่าโจรไท้ซัวสี่พันนายที่เคยฮึกเหิม บัดนี้ขวัญกำลังใจตกต่ำลงอย่างมาก ต่างพากันถอยทัพตามจงป้าไปอย่างลนลาน
แต่มันสายเกินไปแล้ว
ในขณะนั้นเอง พื้นดินสั่นะเืราวกับฟ้าถล่ม ฝุ่นตลบอบอวลขึ้นที่ปีกซ้ายและขวา เห็นกองทหารราบและทหารม้าสองกลุ่ม กลุ่มละห้าร้อยนาย พุ่งเข้าโจมตีจากทางเฉียง ตัดเส้นทางถอยของกองทัพไท้ซัว
ทางปีกซ้าย กองทัพหนึ่งบุกเข้ามาเป็กลุ่มแรก ธงผืนใหญ่คำว่า ‘ฮวา’ โบกสะบัดอย่างแรง แม่ทัพหญิงผู้นำทัพสวมชุดสีแดงขี่ม้าขาว ดูสง่างามและทรงพลังยิ่งนัก นางคือ ฮวาหมู่หลาน
เมื่อทางถอยถูกตัด แม้โจรไท้ซัวจะมีจำนวนมากกว่าแต่ขวัญกำลังใจกลับถูกทำลายอย่างหนัก จนตกอยู่ในสภาวะโกลาหลในทันที
ฮวาหมู่หลานควบม้านำหน้าพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูกวัดแกว่งหอกเงินบุกทะลวงซ้ายขวา ฆ่าฟันจนทหารศัตรูร้องโหยหวนราวกับผีสาง
นางไม่มีใครต้านทานได้ พุ่งฝ่ากองทัพที่วุ่นวายเข้ามาดั่งพายุคลั่ง หอกเงินในมือรุนแรงราวกับคลื่นั์ พุ่งเข้าโจมตีจงป้าอย่างดุเดือด
"โจรชั่ว กล้าไม่ฟังคำสั่งคุณชาย ข้านี่แหละจะเอาชีวิตเ้า!" ท่ามกลางเสียงะโ หอกเงินพุ่งเข้าใส่ราวกับสายฟ้า
สตรีหรือ? โตซางถึงกับส่งแม่ทัพหญิงมาเอาชีวิตเขา
หากต้องพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของสตรี ชื่อเสียงของจงป้าจะเหลืออะไร และจะอยู่ในดินแดนซีจิ๋วและเซียงจิ๋วต่อไปได้อย่างไร
จงป้าที่เดิมทีใ เมื่อเห็นปลายหอกพุ่งเข้ามา โทสะในอกก็ะเิออกราวกับูเาไฟ เขาคำรามลั่น หอกเหล็กใหญ่ในมือพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะด้วยพลังมหาศาล
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ร่างของจงป้าที่กำยำดั่งหอคอยเหล็กยังคงนิ่งสนิท แต่ร่างของฮวาหมู่หลานกลับสั่นะเืเล็กน้อย
เพียงกระบวนท่าเดียว ค่าพลังต่อสู้ของจงป้ากลับเหนือกว่าฮวาหมู่หลาน
ทว่าฮวาหมู่หลานไม่เกรงกลัว นางพยายามระงับเืลมที่พลุ่งพล่าน รวบรวมสมาธิอย่างเต็มที่ ใช้ทุกวิชาที่เคยเรียนมาเข้าโจมตีจงป้าอีกครั้ง
ในตอนนี้จงป้าเกิดความทะนงตนขึ้นมาในอก เขาแผ่รังสีอำนาจและะโลั่น "นังเด็กเมื่อวานซืน กล้าดีอย่างไรมาสู้กับข้า เ้าหาที่ตายแล้ว!"
ด้วยความโกรธ หอกยาวในมือของจงป้ากวัดแกว่งจนเกิดเป็แสงประกายราวกับฝนดอกหลี่ฮวา การโจมตีที่รุนแรงดั่งพายุฝนโหมกระหน่ำเข้าใส่ฮวาหมู่หลาน
แม้ฮวาหมู่หลานจะมีวรยุทธ์สูงส่ง แต่เมื่อเทียบกับจงป้ายังถือว่าด้อยกว่าเล็กน้อย ภายใต้กระบวนท่าหอกที่บ้าคลั่งนี้ ไม่ถึงสิบเพลงนางก็ตกเป็รอง ทำได้เพียงใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานอย่างยากลำบาก
พลังของหอกจงป้ายิ่งมายิ่งรุนแรง กระบวนท่ารวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผ่านไปยี่สิบเพลง เขากดดันจนฮวาหมู่หลานแทบจะรับมือไม่ไหวและเริ่มหายใจติดขัด
การปะทะที่ฮวาหมู่หลานเป็รองในครั้งนี้ โตซางที่อยู่บนเนินดินมองเห็นได้อย่างชัดเจน
"ระบบ สแกนข้อมูลของจงป้าให้ข้าที"
[ติ๊ด... ผลการสแกนของระบบ แม่ทัพศัตรูจงป้า ค่าบัญชาการ 70, ค่าพลังต่อสู้ 79, ค่าสติปัญญา 60, ค่าการเมือง 70]
ให้ตายเถอะ ข้อมูลนี้ไม่ธรรมดาเลย ค่าบัญชาการสูงขนาดนี้ ค่าพลังต่อสู้ยังสูงกว่าซีเซ่งเสียอีก มีเพียงสติปัญญาที่ด้อยกว่าซีเซ่งเล็กน้อย ความสามารถโดยรวมสูงกว่าขุนพลทุกคนภายใต้สังกัดของโตซาง
เก่งกาจขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่สามารถครองอำนาจในพื้นที่หนึ่งได้ ในประวัติศาสตร์หลังจากยอมจำนนต่อโจโฉ เขายังได้รับมอบหมายให้ดูแลซีจิ๋ว ต้านทานซุนกวนทางใต้และต้านทานตระกูลอ้วนทางเหนือ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ในการสร้างความมั่นคงทางตะวันออกให้กับโจโฉ
เมื่อโตซางเห็นข้อมูลของจงป้า ดวงตาก็เป็ประกายด้วยความโลภ อดไม่ได้ที่จะคิดเื่ชักชวนให้ยอมจำนน
แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ การจะให้จงป้ายอมจำนนเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ หากลังเลต่อไป คู่หมั้นพ่วงตำแหน่งหัวหน้าทหารคนสนิทของเขาคงถูกจงป้าฟันตายก่อนแน่
"โบกธงสัญญาณ สั่งให้หมู่หลานถอยทัพและให้ห้วนกุ๋ยขึ้นไปแทน" โตซางดึงสติกลับมาและรีบสั่งการ
บนเนินดิน ธงสัญญาณสีต่าง ๆ โบกสะบัดราวกับสายลม ส่งคำสั่งออกไป
ฮวาหมู่หลานที่กำลังต่อสู้อย่างยากลำบากเหลือบเห็นธงสัญญาณ แม้ในใจจะไม่ยินยอม แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งจึงได้แต่กัดฟันกรอด ควบม้าะโออกจากวงล้อมการต่อสู้ไป
"นังแพศยา จะหนีไปไหน ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เถอะ" จงป้าผู้ชนะแสดงท่าทางโอหัง คำรามเสียงดังและเตรียมจะไล่ตาม
ในขณะนั้นเอง เื้ัมีเสียงะโดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าร้อง "เ้าหมูสกปรกแซ่จง รังแกสตรีมันมีความสามารถตรงไหน มีความกล้าพอจะสู้กับปู่ห้วนกุ๋ยของเ้าหรือไม่"
จงป้าชะงักและหันกลับมาทันที เห็นห้วนกุ๋ยควบม้าบุกฝ่าความวุ่นวายเข้ามาดั่งพายุคลั่ง ดาบฆ่าหมูในมือหอบเอาเสียงลมหวีดหวิว ฟันลงมาที่จงป้า
ก่อนที่คมดาบจะถึงตัว แรงลมจากคมดาบที่รุนแรงก็กดทับเข้ามาจนใบหน้าของจงป้ารู้สึกราวกับถูกมีดโกนกรีด
จงป้าไม่ทันได้คิด รีบใช้หอกขวางไว้เพื่อป้องกันทันที
เคร้ง!
แรงปะทะอันมหาศาลจากดาบฆ่าหมูส่งผ่านด้ามหอกเข้าสู่ร่างกายโดยตรง จนเืลมในอกของจงป้าสั่นะเือย่างรุนแรง แขนทั้งสองข้างถูกกดจนงอลงเล็กน้อย
"เ้านี้มีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ ได้ยินว่าโตซางปั้นขุนพลขึ้นมาเองและตั้งชื่อตามคนโบราณ พลังต่อสู้ของห้วนกุ๋ยผู้นี้เหมือนกับห้วนกุ๋ยในยุคโบราณจริง ๆ หรือ เป็ไปได้อย่างไร..." เพียงกระบวนท่าเดียว จงป้าก็รู้ว่าเ้าคนที่เรียกตัวเองว่าห้วนกุ๋ยผู้นี้มีพลังต่อสู้ที่น่าทึ่ง และเหนือกว่าตนเองเสียอีก ในใจรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง
ยังไม่ทันหายใ ดาบของห้วนกุ๋ยก็กวัดแกว่ง กระบวนท่าที่สองพุ่งเข้าใส่ในแนวเฉียง พร้อมกับความกดดันอันสูงสุด โจมตีเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเผชิญกับการโจมตีอย่างรวดเร็วของศัตรูที่แข็งแกร่ง ศักดิ์ศรีของจงป้าถูกกระตุ้น เขาคำรามลั่น พลังหอกในมือเพิ่มขึ้นทันที ไม่เพียงแต่ป้องกัน แต่กลับเปลี่ยนเป็เส้นแสงสีรุ้ง โจมตีโต้กลับอย่างบ้าคลั่ง
ประกายไฟกระเด็น ฝุ่นคลุ้งกระจาย ม้าสองตัวสู้กันจนกลายเป็กลุ่มก้อน
เงาดาบดั่งสายลม เงาหอกดั่งสายฟ้า วงต่อสู้ของทั้งคู่ถูกห่อหุ้มด้วยประกายไฟที่ปลิวว่อน จนทหารเลวรอบนอกมองไม่ออกว่าพวกเขาออกกระบวนท่าอย่างไร
ใน่แรกจงป้าแผ่รังสีอำนาจ แทงหอกครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่เสียดายแรง โจมตีอย่างบ้าคลั่งจนสามารถสู้กับห้วนกุ๋ยได้อย่างสูสี
ทว่าค่าพลังต่อสู้ 82 ของห้วนกุ๋ยนั้นย่อมเหนือกว่าจงป้า ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งและอ่อนแอ ไม่ใช่สิ่งที่จิติญญาเพียงอย่างเดียวจะเปลี่ยนแปลงได้
หลังจากผ่านไปสิบกระบวนท่า พลังะเิของจงป้าก็เริ่มลดลง ถูกห้วนกุ๋ยกดดันทีละนิด และค่อย ๆ ตกเป็รองในที่สุด