ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    อาวุธเซียนโบราณ

    หลังจากฟางเฉินสังหารฟางเหิงแล้ว ร่างของฟางเหิงก็เริ่มสลายกลายเป็นเส้นแสง ใช่เส้นแสงเหล่านี้คือกฎสายเซียนที่ฟางเหิงได้เรียนรู้ตั้งแต่เข้ามาในเส้นทางวิญญาณ กฎสายเซียนได้ตรงเข้าสู่ร่างของฟางเฉินทันที“นี่มัน!!!! เป็นแบบนี้นี่เอง ยิ่งสังหารคนอื่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น นี่คือคำกล่าวที่ศิษย์พี่บอกข้าไว้งั้นเหรอ” ฟางเฉินในที่สุดก็เข้าใจคนอื่นๆเองก็เข้าใจเช่นกัน พวกฟางเฉินหาก้อนหินขนาดใหญ่และเจาะเข้าไปเป็นถ้ำก่อนจะเริ่มย่อยกฎสายเซียนของคนที่ตนเองสังหารไป กฎสายเซียนเหล่านี้ยังไม่บริสุทธิ์จึงจำเป็นต้องค่อยๆย่อยทีละน้อยเสวี่ยหนิงจ้องมองพวกฟางเฉินด้วยความอิจฉาตลอดหลายปีที่นางติดตามฟางเฉินในเส้นทางวิญญาณฟางเฉินก็ไม่ได้สนใจหรือมอบสิ่งใดให้นางเลยทำให้พลังบ่มเพาะของนางหยุดนิ่งมานานแล้ว“หืม เจ้าต้องการงั้นเหรอ” ฟางเฉินรู้สึกได้ถึงสายตาของเสวี่ยหนิงจึงลืมตาขึ้นแล้วกล่าว“นายท่าน ทุ้งหญ้าแห่งการสังหารนี้อันตรายอย่างมากแลถ้าข้าไม่แข็งแกร่งขึ้นข้าจะปกป้องท่านได้อย่างไร” เสวี่ยหนิงกล่าว“ปกป้องข้า หึ ในตอนที่ฟางเหิงโจมตีข้าเจ้าไม่เห็นเข้ามาปกป้องข้าเลย ข้าเห็นแต่เจ้ายืนดูอยู่ห่างๆและหวังให้ข้าตกตายไปเท่านั้น อ้อ ข้าลืมบอกเจ้าไปเลยว่าถ้าข้าตายเจ้าก็ต้องตายด้วย” ฟางเฉินกล่าว“อะไรนะ นี่เจ้า!!!!!!!!!” เสวี่ยหนิงกลายเป็นตื่นตระหนก นางเองก็พึ่งรู้ว่าตราประทับที่ความโลภวางเอาไว้นั้นไม่ธรรมดาแต่นางไม่คิดว่ามันจะทำให้นางเกิดความสิ้นหวังขนาดนี้ตัวนางเคยคิดว่าของแค่ฟางเฉินตายนางก็จะเป็นอิสระและนางจะไปแก้แค้นฟางอี้แทนฟางเฉินที่ตกตาย แต่นางไม่คิดว่าฟางเฉินจะโหดร้ายขนาดนี้“พวกเราไปกันต่อเถอะ” ฟางเฉินกล่าวในทุ่งหญ้าแห่งการสังหารนั่นมีอันตรายอยู่มากแต่มันก็มีโอกาสและโชคอยู่มากเช่นกัน ในบางพื้นที่มักจะมีอาวุธระดับเซียนซ่อนอยู่หรือแม้แต่เม็ดยาที่ถือกำเนิดขึ้นมาเองก็เช่นกัน“เอ๊ะ!!!!!!!!!!!!!” ในขณะที่พวกฟางเฉินกำลังเดินทางจิตวิญญาณกระบี่มังกรขาวของเย่เซียนก็สั่นใหวและพุ่งออกไปยังก้อนหินก้อนหนึ่งฟางเฉินรีบใช้พลังดวงตาตรวจสอบและพบว่าข้างในก้อนหินมีพลังที่แข็งแกร่งซ่อนอยู่ เย่เซียนใช้กระบี่ของนางผ่าก้อนหินก้อนนั้นออกมาทันที“นี่มัน!!!!!!!!!” ถังเจี่ยอ้าปากค้างเพราะข้างในก้อนหินนั้นคือกระบี่เล่มหนึ่งและกระบี่เล่มนี้ยังเป็นกระบี่เซียนขั้นสูงที่มีมาแต่โบราณอีกด้วย“ดูอักษรบนตัวกระบี่นี่สิ มันบ่งบอกว่ากระบี่เล่มนี้ถูกสร้างมาแต่ยุคโบราณ” อู่เย่หลานกล่าวเย่เซียนยื่นมือออกไปกระบี่สีฟ้าอ่อนก็ลอบเข้ามาอยู่ในมือของเย่เซียนทันที เห็นได้ชัดเลยว่ากระบี่เล่มนี้เป็นคนเรียกร้องต้องการให้เย่เซียนเป็นนายของมัน เย่เซียนยิ้มออกมาและยกกระบี่ขั้นและฟาดฟันออกไปพริบตาตัวอักษรบนกระบี่ก็เปล่งแสงและปลดปล่อยพลังทำลายล้างออกมา ใบหน้าของพวกฟางเฉินตื่นตระหนกเพียงแค่การฟาดฟันง่ายๆหลับแสดงพลังทำลายล้างออกมาขนาดนี้“นี่มันพลังของกระบี่ขั้นเซียนแน่เหรอ พลังของมันถ้าเซียนเป็นคนใช้ก็น่าจะแสดงพลังออกมาได้มากกว่านี้หลายเท่าเลยนะ” ถังเจี่ยกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ศิษย์น้องเจ้านี่โชคดีจริง ๆ” อู่เย่หลานกล่าว“มันต้องมีอีกแน่แถวๆนี้มีก้อนหินอยู่เป็นจำนวนมากข้าจะทุบมันออกมาให้หมด” ถังเจี่ยคำรามออกมาแลวิ่งไปยังห้อนหินก้อนต่าง ๆและทุบก้อนหินทันทีเพียงแต่เมื่อทุบหินไปเกือบร้อยก้อนถังเจี่ยก็ไม่พบอะไรเลย นี่แสดงว่าถ้าไม่มีวาสนาต่อกันแล้วละก็จะไม่มีทางพบกับสมบัติวิเศษอีกเลยในขณะที่ฟางเฉินกำลังขบคิดหาวิธีจ้องมองทะลุก้อนหินเหล่านี้อยู่ ในหัวของฟางเฉินก็มีเสียงของหวู่เถียนอี้ดังขึ้น“ตอนนี้ข้ากำลังไปถึงทุ้งหญ้าแห่งการสังหารแล้วเพราะงั้นทางที่ดีพวกเจ้าควรเลี่ยงการต่อสู้เอาไว้ก่อนเพราะด้วยพลังของพวกเจ้าตอนนี้ไม่สามารถต่อกรกับพวกเซียนได้แน่นอน” หวู่เถียนอี้กล่าว“ข้าเข้าใจแล้ว” ฟางเฉินกล่าวถึงฟางเฉินจะกล่าวไปแบบนั้น แต่ฟางเฉินก็ยังคงเดินทางต่อไปและระหว่างทางถังเจี่ยก็จะทุบก้อนหินทุกก้อนที่พบเห็นได้ชัดว่าถังเจี่ยเองก็อยากจะได้อาวุธเซียนโบราณเหมือนกับเย่เซียนบ้างเพียงแต่ในขณะที่พวกฟางเฉินกำลังเดินทางอย่างไร้จุดหมายอยู่นั้น แรงสั่นสะเทือนก็ปรากฎพร้อมกับกลุ่มควันขนาดใหญ่ปรากฎแก่สวายตาทั้ง 5 คน“นั้นอะไร” ถังเจี่ยหยุดทุบหินแล้วกล่าวขึ้น“ท่าจะไม่ดีแล้วหาที่หลบเร็ว.......” แต่ในขณะที่ฟางเฉินกำลังกล่าวแล้วหันกลับไปก็พบว่าตลอดทางถังเจี่ยทุบก้อนหินทุกก้อนที่เจอไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กถังเจี่ยก็ทุบทำลายจนหมดทำให้ตอนนี้พื้นที่กลายเป็นโล่งไปหมด“แย่แล้ว” ฟางเฉินถึงกับเหงื่อตก“เกิดอะไรขึ้น” เย่เซียนกล่าว“ฝูงพวกอสูรกระทิงอสนีกำลังวิ่งตรงมายังพวกเราซึ่งพวกมันมีกันราว ๆ 3-5 ร้อยตัว” ฟางเฉินคำรามออกมา“บ้าไปแล้วกระทิงอสนีส่วนใหญ่อยู่เป็นฝูงก็จริงแต่มันไม่น่าจะมีมากขนาดนั้นนี่ หรือว่านี่ก็เป็นสิ่งที่ผู้วร้างเส้นทางวิญญาณเตรียมไว้” อู่เย่หลานกล่าว“บัดซบแล้วพวกมันเป็นอสูรระดับ 7-8 เสียด้วย” ถังเจี่ยหน้าซีดทันที“ไม่มีทางเลือกแล้วมีแต่ต้องฝ่าออกไปเท่านั้น” ฟางเฉินกล่าว“เสวี่ยหนิงเจ้าใช้พลังน้ำแข็งของเจ้าชะลอความเร็วของพวกมันที” ฟางเฉินกล่าวสั่งทันที“รับทราบนายท่าน” เสวี่ยหนิงกล่าวพร้อมกับปลดปล่อยจิตวิญญาณบัวศักดิ์สิทธิ์ออกมา ทันทีพื้นที่รอบ ๆพวกฟางเฉินก็กลายเป็นทุ่งน้ำแข็งทันที และไม่ใช่แค่นั้นเสวี่ยหนิงยังสร้างเสาน้ำแข็งขึ้นมาเมื่อชะลอความเร็วของฝูงกระทิงอสนีอีกด้วย“พวกเราพร้อมนะ” ฟางเฉินกล่าว“เดี๋ยวข้าจะโจมตีก่อนเอง” อู่เย่หลานกล่าวอู่เย่หลานยกเก้าทัณฑ์ของตัวเองขึ้นมาและใช้พลังปราณของตัวเองสร้างลูกศรน้ำแข็งขึ้น“พิรุณโปรยปราย” อู่เย่หลานกล่าวพริบตาที่ศรน้ำแข็งถูกปล่อยออกไปศรน้ำแข็งก็เหมือนกับค่อยแยกออกจากกัน จาก 2 ไป 4 จาก 4 ไป 8 ลูกศรเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งเกือบมีลูกศรถึง 100 ลูก“เจ้านี่สุดยอดไปเลย” ถังเจี่ยกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นลูกศรพุ่งเข้าสังหารกระทิงอสนีที่อยู่ด้านหน้ทันทีแต่ว่าฝูงกระทิงอสนีก็ไม่ได้หวาดกลัวและยังคงพุ่งเข้าหาพวกฟางเฉินอย่างบ้าคลั่งแม้แต่พลังน้ำแข็งของเสวี่ยหนิงก็แทบไม่อาจหยุดฝูงกระทิงเหล่านีได้“พวกมันเป็นบ้าอะไรกันแน่ทำไมพวกมันไม่กลัวตายแบบนี้” เสวี่ยหนิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ไม่ มันไม่ถูกต้องฝูงกระทิงอสนีจะต้องกำลังหนีบางอย่างมาแน่ หืม นั่นมันบ้าอะไรไอ้ยักษ์นั่นมันอะไร” ฟางเฉินที่กำลังใช้จิตวิญญาณดวงตาตรวจสอบด้านหลังของฝูงกระทิงอสนีก็ต้องตื่นตระหนกเพราะด้านหลังของฝูงกระทิงอสนีมียักษ์ศิลากำลังแบกตำหนักหลังหนึ่งอยู่