หลังจากค่ำคืนนั้นที่ระเบียงบ้านของเมโลดี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจของทั้งสองคนได้สร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมาคั่นกลางระหว่างพวกเขา รสจูบที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความหวัง บัดนี้กลับกลายเป็รสขมปร่าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความรู้สึกผิด
เมโลดี้เป็ฝ่ายที่เริ่มตีตัวออกห่างก่อน เธอรู้สึกเหมือนกำลังทรยศพี่สาวที่เธอรักสุดหัวใจ การได้จูบกับเอเดน คนรักเก่าของลูน่า เป็สิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะทำได้ และความรู้สึกผิดนั้นมันหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะแบกรับไหว
ในวันรุ่งขึ้น เมโลดี้ส่งข้อความหาเอเดนเพียงสั้นๆ ว่า
“ขอโทษนะคะคุณเอเดน ฉันคิดว่าเราควรจะพักเื่ของเราไว้ก่อนค่ะ”
ไม่มีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม ไม่มีแม้แต่การโทรศัพท์มาพูดคุยกัน
เอเดนอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรง ความรู้สึกเ็ปที่คุ้นเคยเริ่มกลับมาคืบคลานเข้าสู่จิตใจอีกครั้ง ความรู้สึกที่คล้ายกับการสูญเสียลูน่า... ความรู้สึกที่ว่าเขาจะต้องสูญเสียคนที่เขารักไปอีกคน
เขาพยายามโทรศัพท์หาเมโลดี้หลายครั้ง แต่เธอก็ไม่รับสาย เขาพยายามส่งข้อความไปหาเธอ ขอร้องให้เธออธิบาย ขอร้องให้เธอให้โอกาสเขาได้พูดคุยกัน แต่ก็ไม่มีการตอบกลับใดๆ จากเมโลดี้
การบำบัดของเอเดนยังคงดำเนินต่อไปตามนัด แต่บรรยากาศในห้องทำงานของเมโลดี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด และ ความอึดอัด เมโลดี้ยังคงทำหน้าที่จิตแพทย์ของเขาอย่างเป็มืออาชีพ เธอพูดคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สงบ และ
เป็กลาง แต่แววตาของเธอดูกังวลและหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับเอเดน
เอเดนรู้สึกได้ถึงความเ็าที่แผ่ออกมาจากเมโลดี้ เขาพยายามที่จะพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น พยายามที่จะขอโทษ และ พยายามที่จะทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมโลดี้ก็มักจะเปลี่ยนเื่ หรือ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า
“เรามาโฟกัสที่การบำบัดของคุณก่อนดีกว่านะคะคุณเอเดน”
ความห่างเหินของเมโลดี้ทำให้เอเดนเริ่มจมดิ่งสู่ความเศร้าอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกทอดทิ้ง เหมือนกำลังถูกผลักไสออกไปจากชีวิตของเมโลดี้ ความกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง ความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวที่คุ้นเคย เริ่มกลับมาหลอกหลอนเขา
เขากลับมาที่ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขาด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เสียงค้อนกระทบโลหะเบาๆ ที่เคยให้ความรู้สึกปลอบประโลม บัดนี้กลับกลายเป็เสียงที่ตอกย้ำความโดดเดี่ยวของเขา เอเดนมองไปยังขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุเศษผงสีฟ้าจากคริสตัลเสียงไว้บนโต๊ะทำงานของเขา มันเป็สิ่งเตือนใจถึงลูน่า ถึงบทเพลงสุดท้ายของเธอ และถึงความรู้สึกผิดที่ยังคงตามหลอกหลอนเขา
“ผมทำอะไรผิดไป” เอเดนพึมพำกับตัวเอง
“ทำไมเธอถึงตีตัวออกห่างผม”
เขาพยายามนึกย้อนถึงทุกคำพูด ทุกการกระทำที่เขาทำในคืนนั้น เขาคิดว่าเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง กำลังเปิดใจรับความรักครั้งใหม่ แต่แล้วทำไมมันถึงจบลงแบบนี้
ความรู้สึกผิดต่อลูน่าเริ่มกลับมาคืบคลานเข้าสู่จิตใจของเอเดนอีกครั้ง เขาคิดว่าการที่เขาจูบกับเมโลดี้ เป็การทรยศต่อความรักที่เขามีต่อลูน่า เป็การไม่ให้เกียรติเธอ และ นั่นอาจเป็สาเหตุที่ทำให้เมโลดี้ตีตัวออกห่างจากเขา
ในขณะเดียวกัน เมโลดี้ก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในของเธออย่างหนัก เธอรู้สึกเ็ปกับการที่ต้องตีตัวออกห่างจากเอเดน เธอรู้ว่าการกระทำของเธอทำให้เอเดนเ็ป แต่เธอก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้เลย ความรู้สึกผิดต่อลูน่ามันหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
ทุกครั้งที่เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความสับสนของเอเดนในห้องบำบัด หัวใจของเธอก็รู้สึกเหมือนถูกบีบรัด เธออยากจะโผเข้ากอดเขา อยากจะบอกเขาว่าเธอเข้าใจความรู้สึกของเขามากแค่ไหน แต่เธอก็ทำไม่ได้ เธอต้องรักษาระยะห่าง ต้องรักษากำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความรู้สึกผิด
เมโลดี้กลับมาที่บ้านของเธอในแต่ละคืนด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เธอเดินเข้าไปในห้องนอนของลูน่า ห้องที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้เหมือนเดิมทุกอย่าง มีกีตาร์โปร่งตัวเก่าของลูน่าพิงอยู่ข้างเตียง มีสมุดบันทึกเพลงของลูน่าวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ
เมโลดี้หยิบสมุดบันทึกเพลงของลูน่าขึ้นมา เธอพลิกดูหน้าต่างๆ ที่เต็มไปด้วยลายมือของพี่สาว และบทเพลงที่ลูน่าแต่งขึ้นมาด้วยความรัก และ ความสุข
เธอจำได้ว่าลูน่าเคยบอกเธอว่า ดนตรีคือภาษาของหัวใจ และ
บทเพลงสุดท้ายของหัวใจ ที่ลูน่าแต่งขึ้นมาเพื่อเอเดนนั้น เต็มไปด้วยความรัก การให้อภัย และความปรารถนาที่จะให้เอเดนมีความสุข
“พี่ลูน่า... หนูขอโทษ” เมโลดี้พึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้ม
“หนูไม่รู้ว่าหนูควรจะทำอย่างไรดี”
เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกฉีกเป็สองส่วน ส่วนหนึ่งคือจิตแพทย์ที่้าเยียวยาผู้ป่วยของเธอ และอีกส่วนหนึ่งคือน้องสาวที่้าซื่อสัตย์ต่อความทรงจำของพี่สาว
ความรู้สึกผิดของเมโลดี้ไม่ได้มาจากแค่การจูบกับเอเดน แต่ยังมาจากความกลัวที่จะทำลายความทรงจำอันบริสุทธิ์ของลูน่า เธอคิดว่าการที่เธอมีความรู้สึกดีๆ กับเอเดน เป็การลืมลูน่า เป็การไม่ให้เกียรติพี่สาวที่จากไป
ในขณะเดียวกัน เอเดนก็เริ่มจมดิ่งสู่ความมืดมิดอีกครั้ง เขากลับไปสู่สภาพเดิมก่อนที่จะมาพบเมโลดี้ เขาไม่กิน ไม่นอน ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่เขารักไปอีกคนกัดกินหัวใจของเขาอย่างรุนแรง
เขาพยายามที่จะซ่อมเครื่องดนตรี แต่ก็ไม่มีสมาธิ มือของเขาสั่นเทาจนไม่สามารถทำงานที่ละเอียดอ่อนได้ เสียงเพลงที่เคยให้ความรู้สึกปลอบประโลม บัดนี้กลับกลายเป็เสียงที่ตอกย้ำความเ็ปของเขา
เอเดนมองไปยังขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุเศษผงสีฟ้าจากคริสตัลเสียงไว้บนโต๊ะทำงานของเขา มันเป็สิ่งเตือนใจถึงลูน่า ถึงบทเพลงสุดท้ายของเธอ และถึงความรู้สึกผิดที่ยังคงตามหลอกหลอนเขา
“ผมจะเสียเธอไปอีกคนไม่ได้” เอเดนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า
“ผมจะปล่อยให้เธอจากไปไม่ได้”
เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงเมโลดี้กลับมา เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง และ จะต้องพิสูจน์ให้เมโลดี้เห็นว่าความรักที่พวกเขามีให้กันนั้นเป็เื่จริง และ มันไม่ได้เป็การทรยศต่อความทรงจำของลูน่าเลย
แม้แต่น้อย
แสงจันทร์ส่องสว่างเข้ามาในร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเอเดน มันเป็แสงที่เย็นเยียบและหม่นหมอง ราวกับกำลังสะท้อนความรู้สึกภายในใจของเขา
Alice คนชอบทะเล