กำเนิดราชาแห่งราชันย์

    EP.4

    นับตั้งแต่เกิดเหตุการ์ณครั้งนั้น เวลาได้ผ่านพ้นไป 7 วันเเล้ว ณ ป่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเมืองมีเด็กหนุ่มในชุดสีฟ้าลายมังกรทองกำลังนอนสลบไสลไม่มีวีแววที่จะตื่นขึ้นมา เด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ใช้ไครเลยนอกซะจางหมิง ตลอด 7 วันที่ผ่านจางหมิงยังคงนอนไม่ได้สติเนื่องจากเขาได้รับผลกระทบจากการรับคลื่นแสงสีแดงดำเข้าสู่ร่างกาย '' ข้าอยู่ที่ไหนกัน '' เมื่อจางหมิงได้สติเขาก็พบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่เพียงแต่รอบๆของเขาเป็นสีดำที่ไม่อาจหาจุดสิ้นสุดได้ แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อภาพข้างหน้าของเขา เป็นตัวเองที่นอนยังไม่ได้สติในป่า '' เห้ !! นั้นตัวข้าไม่ใช้หรอ '' จางหมิงมองไปยังภาพเบื้องหน้าที่มีตัวเองกำลังนอนอยู่ ถ้าหากภาพที่เขาเห็นเป็นตัวเขาละ แล้วตัวเขาในตอนนี้เหล่าหรือว่า เขานั้นได้ตายไปเเล้วจากที่ใช้พลังปราณจนหมด? หึเป็นการตายที่เหลวไหลที่สุด ขนาดเด็กแรกเกิดยังรู้เลยมั้งว่าข้าพูดเท็จ '' หรือว่านี้จะเป็นที่สุดท้ายเมื่อตายเเล้วจะต้องมา เหลวไหลข้าจะไปตายด้วยเหตุผลบ้าบอแบบนั้นได้ยังไง '' จางหมิงเถียงกับตัวเองอยู่ไม่นาน เขาก็ได้สรุปว่าเขายังคงไม่ตาย นี้เป็นเพียงความฝันเท่านั้น ! '' ผิดเเล้ว เจ้าได้ตายไปแล้วจากการที่เจ้าใช้พลังลมปราณไปจนหมด และจากนั้นเจ้าก็ได้รับผลกระทบจากแสงแห่งการกำเนิดจึงทำให้เจ้าไม่อาจทนรับพลังของมันได้มันจึงทำให้เจ้า ตายลง '' อยู่ดีๆเสียงของผู้หญิงที่มองไม่เห็นเจ้าตัวก็ดังขึ้น แต่นั้นไม่ใช้สิ่งสำคัญที่ต้องเก็บมาคิด ต่อให้เป็นเสียงของพระเจ้ามันก็ไม่สำศัญ เท่ากับการที่เขาตายด้วยเหตุผลบ้าบอนั้น '' เดียว! นี้ข้าตายด้วยเหตุผลบ้าบอแบบนั้นได้ยังไง เอ้ะ ! เมื่อกี้เจ้าพูดว่ายังไงนะข้าฟังไม่ทัน '' เมื่อจางหมิงได้ยินว่าเขาตายด้วยเหตุผลบ้าบอแบบนั้นจริง ใบหน้าของจางหมิงกลายเป็นบูดบึ้งทันที แต่เมื่อเขาลองทบทวนดีๆมันมีประโยคหนึ่งที่บอกว่าเข้าได้รับผลกระทบจากแสงแห่งรักอะไรสักอย่างนี้แหละ เขาจึงเอ้ยทวนคำตอบอีกรอบนึง '' ข้าบอกว่าเจ้าตายไปแล้ว จากการใช้พลังลมปราณจนหมดแล้วได้รับผลกระทบจากแสงแห่งการกำเนิดจึงทำให้เจ้าตายไงเจ้าโง่ ไม่ใช้แสงแห่งรักปัญญาอ่อนของเจ้า '' น้ำเสียงที่ตอบกลับมาคราวนี้ดูเหมือนนางจะขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย '' อุ้ย อ่านใจข้าได้ด้วยแฮะ แสงแห่งการกำเนิดนี้เองข้านึกว่าแสงแห่งรักอะไรซะอีก '' จางหมิงตกใจชั่ววูป ไครจะไปคาดคิดว่านางจะมีพลังอ่านใจได้ด้วย คราวหลังเขาคงต้องคิดแต่สิ่งดีๆซะเเล้วมั้ง แต่ไม่นานจางหมิงก็ปัดความคิดเหล่านั้นไปก่อนที่จะถามในสิ่งที่ตัวเจาสงสัย '' ว่าแต่ที่นี้ใช้ประตูสวรรค์และนรกรึป่าว ตัวอย่างเช่น ถ้าทำความดีมาเยอะก็ได้ขึ้นสวรรค์ไง ส่วนถ้ามีความชั่วเยอะก็ตกนรก ใช้ม่าาา ถ้าเป็นแบบนั้นข้าคงได้ไปสวรรค์แล้วแหละเพราะข้าเป็นคนดีไงแถมหน้าตายังดีอีกด้วย '' จางหมิงใช้ทฤษฎีหรือความเชื่อของพวกคนโบราณมาคิดตาม ก็สรุปได้ว่าที่นี้คือประตูสวรรค์และนรกของพวกคนตายจะต้องมาได้รับเลือกว่าจะได้ขึ้นไปสวรรค์หรือลงไปในนรก '' หุบปากซะ ! เจ้าเลิดพูดจาเหลวไหลสักที ที่นี้ไม่ใช้ประตูสวรรค์และนรกบ้าบออะไรของเจ้า ที่นี้คือในห่วงจิตวิญญาณของเจ้า '' หลังจากนางพูดเสร็จก็ไม่ได้มีเสียงของจางหมิงพูดแทรกขึ้นหรือเสียงของนางพูดต่อ มีเพียงแต่ความเงียบเท่านั้น5 ลมหายใจ . . . 10 ลมหายใจ . . . 50 ลมหายใจ . . . 100 ลมหายใจ เสียงที่เงียบลงของทั้งสองนานเกินกว่า 100 ลมหายใจ นางก็นึกว่าจางหมิงกำลังใช้ความคิดอย่างหนักจึงเงียบลงเป็นเวลนานแต่ไม่เลย กับเป็นจางหมิงที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว เขายังคงทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ไม่มีแม้เเต่มลทินสักนิด '' นี้เจ้าที่เงียบไปไม่ใช้กำลังใช้ความคิดหลอกรึ '' ทันทีที่เสียงของนางดังขึ้นจางหมิงก็ยกยิ้มขึ้นทันทีพร้อมสายหัวไปมาว่าไม่ จากนั้นจึงพูดออกมา '' ก็ท่านบอกให้ข้าหุบปากไม่ใช้รึ นี้ไงข้าก็หุบปากเเล้ว '' =============================================================================ตรงไหนที่ท่านผู้อ่านทุกท่านว่ามันไม่สนุกบนความสะดุดยังไง ก็ฝากบอกด้วยนะคร้าบบจะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขในบทต่อๆไป_/\_ ขอบคุณคร้าบบบบ