ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง!
“ดรุณ!”
“ฮึก! ฮืออ”
“ดรุณ เปิดประตูให้พ่อเดี๋ยวนี้!”
“ใจเย็นๆก่อนเถิดพี่ ลูกมันจักกลัวเอาหนา”
“กลัวสิดี มันจักได้รู้ว่าการที่ไม่เชื่อฟังพ่อมันจักต้องโดนกระไร ดรุณ! พ่อบอกให้เปิด”
สันมือหนาทุบลงบนประตูไม้สักที่ถูดขัดกลอนไว้ด้านในอย่างแรง แต่คนด้านในก็ไม่มีทีท่าว่าจะลุกมาเปิดสักที ยังคงเอาแต่นอนร้องไห้อยู่กับหมอนท่าเดียว
“พ่อใจเย็นๆก่อนเถิด ให้ฉันกับแม่จัดการเถิดนะจ๊ะ”
เขายอมถอยหลังออกมายืนรอที่ศาลาชานเรือนแต่โดยดี แต่ก็ไม่วายขบกัดกรามจนนูนเป็สันแน่นเพื่อข่มอารมณ์ไว้
“ดรุณ นี่พี่กับแม่เองนะ ออกมาคุยกันก่อนเถิดน้องพี่”
ร่างบางที่สั่นสะท้านยอมลุกออกมาจากห้องแต่โดยดี เขาใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกลวกๆ ขอบตาแดงก่ำไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้เป็พ่อ
“จริงหรือไม่ที่เอ็งแอบหนีออกจากเรือนไปเที่ยวงานวัดเมื่อคืนนี้แล้วถูกฉุด”
“จริงจ้ะแม่”
“ตายแล้วลูก!”
“ตะ แต่ นายหญิงเ้าคะ มีภมรมาช่วยเอาไว้เ้าค่ะ มันชื่ออ้ายอินทรี เป็นักมวย มันช่วยให้คุณหนูหนีออกมาจากพวกธราและภมรที่วัดแล้วตามมาส่งจนถึงชาญเรือนเลยเ้าค่ะ”
แปะ!
“โอ๊ย!”
“ชุ่ม! อ้ายผ่าน เอ็งมาเฆี่ยนบ่าวข้าทำกระไร หยุดเดี๋ยวนี้!”
“มึงอย่าหยุด! ลงหวายอีชุ่ม 10 ไม้ โทษฐานที่ปล่อยให้คุณหนูดรุณแอบหนีออกจากบ้านยามวิกาล แล้วยังเกือบโดนฉุดไปอีก”
ทองปานได้แต่เกี่ยวรั้งเอาแขนเรียวของน้องชายไว้แน่น หากเป็คำสั่งของผู้เป็พ่อที่มีอำนาจที่สุดในบ้าน ใครก็ห้ามไอ้ผ่านให้หยุดเฆี่ยนไม่ได้ จนกว่าจะครบ 10 ไม้ตามที่สั่ง
“หากมีรอบหน้าอีชุ่ม มึงจักโดนลงหวายเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว!”
“ฉันแค่อยากออกไปเที่ยวเล่นเยี่ยงคนอื่นบ้างมันผิดนักรึ?! ใยผู้อื่นจึงไปได้ แต่ใยข้าจึงไปมิได้”
“เพราะเอ็งมันเป็ผกา!”
เสียงตะคอกกลับที่ดังราวกับสายฟ้าฟาดมันทำให้ดรุณถึงกับหน้าชา
เพราะเป็ผกาอีกแล้วงั้นรึ จึงมิได้มีอิสระเยี่ยงผู้อื่น...
เสียงรอบๆบริเวณเงียบไปทันทีราวกับป่าช้า ยกเว้นแต่พวกอนุและลูกๆของมันที่ยืนปิดปากหัวเราะคิกคักเยาะเย้ยจนไหล่สั่นไหวอยู่ด้านนอกรั้วบ้าน
อีพวกนี้มันช่างขี้เสือกเสียจริง...
“หากพ่ออายนักที่มีลูกเป็ผกา ใยจึงมิเอาฉันไปขายให้โรงชำเราบุรุษให้มันแล้วๆไปเสีย หรือว่ากลัวอีพวกปากหอยปากปูมันจักเอาไปนินทาว่านายบ่อนมิมีปัญญาดูแลแลปกป้องลูกที่เป็ผกา!”
“ไอ้ดรุณ!”
เพี้ยะ!
“พี่!/พ่อ!”
“พ่อตบหน้าฉันรึ?”
“แม่นวล ไอ้ทองปานกลับเรือนเดี๋ยวนี้ ห้ามมาเยี่ยมเยียนที่เรือนนี้เด็ดขาด! อีชุ่มกับอีบ่าวคนอื่นๆก็เช่นกัน ห้ามมิให้ใครก็ตามมาคอยรับใช้ที่เรือนนี้อีก หากผู้ใดขัดขืนมันผู้นั้นจักต้องโดนหวาย!”
“ฮึก ฮืออ!”
“เจ็บไหมลูก ไหนแม่ดูสิ้”
“อย่าเสียใจไปเลยหนา เดี๋ยวพ่อก็หายโกรธ”
“กูบอกให้ออกไปให้หมด มิได้ยินที่กูสั่งรึ?!”
ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งนายบ่อนทองขาว ทุกคนรีบกรูกันออกไปจากบริเวณอย่างรวดเร็ว ยกเว้นแม่นวล ทองปาน และชุ่ม แม้จะอยากเข้าไปกอดปลอบแค่ไหนก็ทำไม่ได้ ก่อนจะค่อยๆพากันเดินหันหลังให้ผกาไกลออกไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ
ผกาหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนตั่งไม้อย่างหมดแรง เขาซุกหน้าลงบนหมอนสามเหลี่ยมพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น แก้มขาวบวมแดงเป็รอยฝ่ามือและมีรอยเืบริเวณมุมปาก
“เอ็งชื่อเสียงเรียงใดเล่าไอ้หนุ่ม หน่วยก้านใช้ได้นี่หว่า”
“ฉันชื่ออินทรีจ้ะลุง เป็ทาสสินไถ่ นายบ่อนให้ฉันไปคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่บ่อนเวรกลางวันจ้ะ”
“เออ ข้าชื่อมั่น เป็หัวหน้าทาสที่นี่ นายบ่อนฝากให้ข้าช่วยจัดแจงเื่ปลูกเรือนให้เอ็งด้วย อีกสัก 2 วันน่าจักเสร็จ คืนนี้เอ็งก็นอนกับข้าไปก่อนก็แล้วกัน”
“จ้ะลุง...ขอบใจมากสำหรับเป็ธุระเื่เรือนให้ฉันนะจ๊ะ แต่ฉันขอออกไปเดินเล่นก่อนได้หรือไม่ ฉันยังไม่ง่วงเลย”
“ระวังล่ะเวลาดึกดื่น นายบ่อนมิชอบให้ใครที่มิใช่เวรยามกลางคืนออกไปเดินเตร็ดเตร่ทั่วเขตเรือนดอกนะ”
“จ้ะลุง แล้วฉันจะรีบกลับมา”
ถึงแม้ใจหนึ่งจะรู้สึกไม่ดีที่อยู่ๆก็ได้มาเป็ทาสเขา แต่อีกใจก็รู้สึกว้าวุ่นพอตัวเมื่อคิดถึงเื่เมื่อคืน
“แม่ดรุณจะอยู่เรือนหลังใดหนอ ดึกป่านนี้แล้วมิรู้เลยว่าเข้าเรือนไปแล้วหรือยัง”
ว่าพลางสุ่มเดินไปรอบๆบริเวณบ้านอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง จมูกของภมรที่ไวต่อกลิ่นผกาก็ทำหน้าที่สูดดมอย่างเต็มที่ กลิ่นกายหอมของดอกสายน้ำผึ้งเมื่อคืนนี้ยังคงตราตรึงอยู่ตรงปลายจมูกโด่งอยู่เลย
“ฮ้า! ข้าได้กลิ่นดอกสายน้ำผึ้ง แต่มิได้อยู่ที่เรือนทาสดอกรึ”
ขายาวก้าวไปตามทิศเหนือลม ที่พัดพาเอากลิ่นดอกสายน้ำผึ้งให้ลอยเข้าจมูกมาจางๆ
“ปุโถ่เอ้ย! จมูกข้าได้กลิ่นเพี้ยนแล้วหรือนี่ สงสัยจักล้าเพราะเปรียบมวยแลมิได้นอนเลยสินะ จึงได้พามาจนถึงต้นมันเช่นนี้ ฮ่า ๆ”
ใบหน้าหล่อหัวเราะร่าพลางส่ายหัวเบาๆ เขายืนเท้าสะเอวมองต้นสายน้ำผึ้งที่ปลูกอยู่ภายในรั้วเรือนดอกไม้
“สงสัยจักมิมีคนอยู่เรือนถึงได้เงียบปานนี้ อีกทั้งมิมีไต้หรือเทียนไว้จุดเพื่อส่องสว่าง สงสัยจะเป็เพียงแค่เรือนพักแขกของนายบ่อน เอาวะ! มิได้เจออย่างน้อยก็ได้ดอกไม้ไปนอนดมให้หายคิดถึงก็ยังดีวะ”
กุกกัก ตุ้บ!
ร่างหนาปีนป่ายขึ้นรั้วไม้แข็งแรงสูงแล้วะโลงฝั่งด้านในได้อย่างง่ายดาย เขาเดินดอมดมดอกไม้ไปเรื่อยๆจนมาถึงต้นสายน้ำผึ้ง ตาคมอาศัยแสงสว่างพยายามจ้องมองหาดอกที่สวยที่สุดอย่างเอาเป็เอาตาย
“แต่พอเข้ามาใกล้เขตเรือนนี้ใยจึงได้กลิ่นชัดนักวะ มิใช่กลิ่นจากในต้นนี่เสียหน่อย”
“อูย! ซี๊ดด”
ร่างของผกาน้อยที่เผลอหลับใหลไปเพราะร้องไห้จนเหนื่อยก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะมีเสียงดังคล้ายกับวัตถุขนาดใหญ่บางอย่างตกลงมาจากที่สูงข้างๆเรือน ก่อนจะพบว่าตนเองยังคงนอนอยู่บนตั่งด้านนอกห้อง มือเรียวจับไปที่แก้มเบาๆเพราะรู้สึกเจ็บ ทั้งเรือนมืดมิด มองเห็นแต่เพียงสำรับข้าวเย็นชืด พุ่มไม้ด้านล่างก็สั่นไหวและมีเงาขนาดใหญ่ของชายไม่คุ้นตากำลังเลือกเด็ดดอกไม้ของเขาอยู่
พรึ่บ!
“นั่นใครน่ะ”
เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นพร้อมๆกับแสงไฟจากตะคันที่กวัดแกว่งไปมาอยู่ตรงชานเรือน อินทรีรีบหลบเข้าไปในพุ่มสายน้ำผึ้งทันที ก่อนจะแอบลอบมองผ่านช่องว่างขึ้นไป
“แม่นี่เอง!”