จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 94 แตกหัก

    ตอนที่ 94 แตกหัก สิ้นคำกล่าว องค์รัชทายาทเชิดศีรษะขึ้นด้วยความภาคภูมิ แม้ผู้คนของตระกูลคริธาเลียจะก้มศีรษะอยู่ ถึงกระนั้น ยังสามารถสังเกตได้ถึงสันกรามที่สั่นกระตุก แววตาของผู้คนต่างเบิกโตกว้าง ความอิจฉาริษยาพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิสามารถมอบให้ผู้อื่นง่ายดายเช่นนี้ อีกทั้ง มันยังเป็นศาสตาวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูงอีกด้วย! ผู้คนส่วนใหญ่ต่างกำหมัดแน่นคล้ายแคลงใจในโชคชะตา การที่องค์รัชทายาทยอมมอบสิ่งของล้ำค่าค้ำฟ้าให้คุณหนูตระกูลคริธาเลีย นอกจากจะเป็นการเอาใจบุตรีตระกูลคริธาเลียแล้ว มันยังบ่งบอกถึงความมั่งคั่งขององค์ชายหนึ่ง… ในช่วงเวลานี้ สีหน้าของผู้คนในตระกูลคริธาเลียต่างยินดีคละคนด้วยความอิจฉา อากัปกิริยาโดยรอบส่งผลให้องค์รัชทายาทแย้มยิ้มอย่างหุบไม่อยู่ ศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิหายากเสียยิ่งกว่ายาก! ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิระดับสูงเลย!! ศาสตราวุธที่อยู่ในระดับเดียวกันนี้มีเพียงแค่หยิบมือ… สายตาขององค์รัชทายาทเปรยมองสาวน้อยเบื้องหน้าซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความเย็นชา ใบหน้าของลาซิเฟียเฉยชาอย่างสุดแสนราวกับก้อนน้ำแข็ง องค์รัชทายาทบังเกิดไฟร้อนรุ่มในใจ ห้วงจิตสั่นกระเพื่อมด้วยความเป็นกังวล องค์ชายกล่าวเอ่ยขึ้นมา “ลาซิเฟีย---เจ้าชอบมันหรือไม่?” ลาซิเฟียกวาดตามองของขวัญเหล่านั้นอยู่พักใหญ่ ทั้งที่หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรเลยเหมือนเม่อลอยเสียมากกว่า “ลาซิเฟียขอบพระทัยองค์ชายที่เมตตา ถ้าเช่นนั้นแล้ว องค์ชายมีประสงค์อื่นอีกหรือไม่? ถ้าไม่แล้ว ข้าจะได้กลับห้อง” น้ำเสียงไพเราะเสนาะหูดุจเสียงขับขานจากสวรรค์ สีหน้าของลาซิเฟียไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ใบหน้าเย็นชาทอดมององค์ชายสุขุมเยือกเย็น การกระทำของลาซิเฟียกลับทำให้ผู้คนโดยรอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ หญิงสาวเป็นบุคคลเดียวในตอนนี้ที่ยังไม่ก้มศีรษะลง มันทำให้ผู้คนมองเห็นสีหน้าขององค์ชายและลาซิเฟียอย่างชัดเจน ดวงใจของพวกเขาทั้งหมดต่างเต้นถี่ระรัว ผู้คนได้แต่ภาวนาว่าหญิงสาวจะไม่ทำอะไรโง่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้นำตระกูลคริธาเลีย เขาก่นด่าบุตรีเสียบัดนี้!! นอกจากจะไม่มีมารยาทแล้ว ยังทำให้องค์ชายหนึ่งเสียหน้าอีกด้วย การกระทำของเธอราวกับเป็นการตบหน้าองค์ชายฉาดใหญ่ “เราไม่พบหน้ากันเสียนาน เหตุใดเจ้าจึงรีบนักเล่าใยไม่พูดคุยกับข้าก่อน” องค์รัชทายาทพยายามเกลี้ยกล่อม อย่างไรเสีย เขาก็เคยชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ลาซิเฟียปฏิเสธเขาโดยไม่ใยดี ทันใดนั้นเองที่สายตาขององค์รัชทายาทเคลื่อนมองผ่านบริเวณเอวซ้ายของลาซิเฟีย เอวข้างซ้ายของเธอปรากฏปลอกดาบยาวดูทรอมโซ่โบราณ องค์รัชทายาทกระแอมหนึ่งครา “อย่างน้อยเจ้าก็ช่วยรับกระบี่ของข้าไปเถอะ มันดีกว่าอาวุธที่แขวนไว้ข้างเอวซ้ายของเจ้าแน่ๆ” น้ำเสียงราบเรียบ สายตาขององค์ชายมองเหยียดไปทางศาสตราวุธชิ้นนั้น ถึงเขาจะไม่เห็นตัวของศาสตราวุธด้วยตาตัวเอง ถึงกระนั้น แค่เห็นปลอกใส่ดาบเขาก็ตระหนักได้แล้ว ศาสตราวุธข้างในย่อมไม่สวยงามเท่าไหร่!! “ท่านกล่าวว่าอะไรนะ” สายตาเย็นชาของลาซิเฟียกลับกลายเป็นเฉียบคมดุจใบมีด บรรยากาศน่าขนลุกแฝงมาด้วยรังสีฆ่าฟันอันเบาบาง “ข้าบอกว่าอาวุธที่แนบกายเจ้ามันดูเก่าและอ่อนแอเกินไป ให้ข้าพูดซ้ำอีกสักสิบรอบหรือไม่?” องค์รัชทายาทกล่าวพลางยืดอกด้วยความมาดมั่น ความมั่นใจอันเปี่ยมล้นย่อมมาจากศาสตราวุธที่เขานำมามอบให้เธอ ศาสตราวุธชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูง หากมองทั่วทั้งแดนมนุษย์แล้ว คงมีเพียงตระกูลราชวงศ์เท่านั้นที่ครอบครอง จะไม่ให้เขาดูแคลนอาวุธของสามัญชนทั่วไปได้อย่างไร “ถือกระบี่ขององค์ชายให้มั่น” น้ำเสียงขุ่นเคืองพลางสายตามองกลับไปที่องค์ชายหนึ่งอย่างไม่เป็นมิตร ลาซิเฟียรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก สถบคำใส่เธอยังมิทำให้โกรธเท่าด่าถอศาสตราวุธชิ้นนี้!! “ทำไม? เจ้าจะทำอะไร?” องค์รัชทายาทกล่าวขึ้นอย่างฉงน ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยสามร้อยคนที่ต่างมองเหตุการณ์เบื้องหน้าเป็นภาพเดียว พวกเขาต่างสงสัยเช่นเดียวกันกับองค์ชายหนึ่ง ลาซิเฟียกำลังจะทำอะไร? องค์ชายหนึ่งจับด้ามกระบี่ด้วยสองมือแน่นตามคำกล่าว สองมือกุมด้ามกระบี่ถือไว้ระดับอกโดยปลายกระบี่ชูขึ้นเพดานห้อง นัยน์ตาขององค์ชายกลับกลายเป็นเฉียบคม ใบหน้าของชายเจ้าสำราญกลับกลายเป็นจริงจังถึงขีดสุด “องค์ชายถือกระบี่ไว้มั่นแล้วใช่หรือไม่” ลาซิเฟียเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ ถึงกระนั้น มันกลับมีแรงกดดันแผ่ซ่านผ่านแววตาคู่งาม ผู้คนโดยรอบสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลงในฉับพลัน บรรยากาศโดยรอบพลันรู้สึกหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก ท่ามกลางแรงกดดันไร้ลักษณ์ องค์ชายกลับเป็นเพียงผู้เดียวที่ไม่รู้สึกอะไรเลย ชายหนุ่มเชิดรอยยิ้มกล้า “ข้าถือไว้มั่นอย่างสุดกำลัง” “ข้าขอน้อมรับกระบี่เล่มนี้ไว้” ลาซิเฟียเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำลง จิตสังหารกระจายออกอย่างบางเบา ในชั่วสามลมหายใจหลังจากคำกล่าวของลาซิเฟีย แววตาขององค์รัชทายาทเบิกโตกว้างด้วยความดีใจเปี่ยมล้น ดวงใจขององค์ชายเต้นไม่เป็นระส่ำด้วยความยินดีปรีดา หญิงสาวที่หยิ่งทรนงผู้นั้นตอบรับของขวัญของเขา!! ต้องรู้ก่อนว่า ลาซิเฟียนั้นเย่อหยิ่งเพียงใด เมื่อครั้นอดีต องค์ชายเคยมอบโอสถสมุนไพรและโอสถประสบการณ์ให้จำนวนมากมายดุจภูเขา หากแต่ถูกสาวน้อยปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนกรานอย่างยิ่งว่าจะไม่รับสิ่งของใดจากองค์ชายหนึ่ง ทั้งที่ของล้ำค่าเหล่านั้นสำคัญต่อผู้คนทั่วไปประหนึ่งสมบัติอันล้ำค่าของโลก แต่ลาซิเฟียหาได้สนใจไม่ แน่นอน ความรู้สึกดีใจนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เดียวเพราะทันใดนั้นเอง… ฝ่ามือเรียวงามของหญิงสาวจับด้ามดาบที่แขวนไว้ตรงเอวข้างซ้ายอย่างแนบแน่น มือขวาชักดาบออก… เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่คนสามร้อยกว่าคนเงยศีรษะขึ้นมองไม่เว้นแม้กระทั่งองค์รัชทายาท ในช่วงเวลาที่ดาบสีแดงสดราวกับโลหิตเผยโฉมแก่โลกหล้า ทั่วแดนดินราวกับถูกผนึกปิดโดยสมบูรณ์ สีหน้าของผู้คนต่างแข็งค้างอยู่อารมณ์เดิม ดาบเล่มยาวคล้ายดูดวิญญาณฝูงชนให้ตามติด ลาซิเฟียจับด้ามดาบแน่นยกไว้ระดับอก ปลายดาบชี้ขึ้นเพดานห้อง หญิงสาวกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อทำสมาธิ ทุกคู่สายตาที่จับจ้องไปยังดาบสีแดง แม้เวลาจะไหลผ่านไปนานกว่าสิบลมหายใจ สีหน้าของผู้คนล้วนมิอาจเป็นอื่นไปได้นอกจากสีหน้าอารมณ์เดิม! ใบหน้าของพวกเขาแข็งค้างราวกับถูกผนึกไว้! ภายใต้แรงดึงดูดกระชากวิญญาณ ผู้คนเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทั้งกายาราวกับยืนอยู่บนเปลวไฟ ทั้งที่ในตอนนี้มิอาจมองหาเปลวไฟใดได้ แค่เพียงมองดาบสีแดงเล่มนั้น ร่างกายล้วนรู้สึกราวกับถูกแผดเผา!! ทันทีที่ลาซิเฟียตั้งสมาธิไว้มั่น หญิงสาวก้าวเดินเข้าหาองค์รัชทายาทด้วยความเยือกเย็น แววตาเย็นชาไร้อารมณ์มององค์ชายเบื้องหน้าราวกับเหยื่อ องค์รัชทายาทได้แต่สบตาของลาซิเฟียที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารโดยไม่สามารถขยับกายได้เลย หยาดเหงื่อพร่างพรายทั่วใบหน้า ในช่วงเวลานั้นเองที่ลาซิเฟียตวัดควงดาบหนึ่งครา หญิงสาวจับดาบไว้มั่น ปลายดาบชี้ใส่หน้าองค์รัชทายาทก่อนลาซิเฟียจะลงดาบอย่างช้าๆ สีหน้าของโฉมงามสะคราญเมืองกลับมีเพียงความแน่นิ่งสนิท เสียงแหลมเสียดแก้วหูราวกับน้ำตกหลายพันชั้น ปลายดาบสีแดงสดตัดผ่านตั้งแต่ปลายดาบของกระบี่ชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูงค่อยๆกดลงมาเรื่อยๆ ตัวดาบสีแดงฉับผ่านอย่างง่ายดายราวกับตัดเต้าหู้ ลาซิเฟียกดดาบลงอย่างช้าๆจวบจนกระทั่งตัวดาบนั้นตัดถึงด้ามจับถึงหยุดลง เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่แรงกดดันค้ำฟ้าสลายหายไป โลกราวกับหยุดหมุน ท่ามกลางเหล่าผู้คนที่แข็งค้างไปประหนึ่งรูปปั้น เสียงของวัตถุหนึ่งได้ปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์ เคร้ง เคร้ง… เพียงพริบตาเดียว สายตาของเหล่าผู้คนโดยรอบต่างจับจ้องไป ณ ใจกลางห้องโถง ภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็นเศษเหล็กคมวาวสองชิ้นหล่นอยู่ไม่ไกลจากองค์รัชทายาทมากนัก ตัวของเหล็กสองชิ้นนั้นยังดูสวยสดราวกับของใหม่ ไม่มีรอยตำหนิใดๆเลย และหากสังเกตดูให้ดี เศษเหล็กแต่ละชิ้นต่างจมลงไปกับพื้นห้อง บ่งบอกถึงความคมอันไร้ที่เปรียบ บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัด เงียบอย่างยิ่ง เงียบราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดนอกจากความเงียบงันนิรันดร์กาล คนจากตระกูลคริธาเลียจำนวนสามร้อยกว่าคนต่างหน้าซีดเผือดไปตามๆกัน พวกเขาต่างสัมผัสได้ถึงเส้นขนที่ลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับองค์รัชทายาท ใบหน้าทรนงขององค์ชายกลับกลายเป็นซีดขาวดุจภูติผีในตำนาน สองขาสั่นระริกจนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ในช่วงเวลานี้ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับกายแม้กระทั่งผู้นำตระกูลคริธาเลียก็ตาม “ข้ารับของท่านมาแล้ว” ลาซิเฟียกล่าวพลางมององค์ชายที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก “ในเมื่อไม่มีธุระอื่นอีก ข้าก็ขอตัว” หญิงสาวกล่าวคำพลันหันกายกลับไปทางประตูที่หลัง ทุกย่างก้าวต่างมั่นคงดุจขุนเขา ในขณะนี้ ทุกการกระทำของลาซิเฟียต่างสร้างแรงกดดันให้ผู้คนโดยรอบอย่างยิ่งยวด อึดอัดจนยากจะหายใจ!! จวบจนกระทั่งหญิงสาวเดินลับหายไปจากครรลองสายตาของผู้คน แรงกดดันไร้ลักษณ์สลายจางลง ในที่สุด พวกเขาก็ได้หายใจทั่วท้องเสียที! ถึงห้วงจิตจะยินดีสุดแสน หากแต่ใบหน้ากลับแสดงตรงกันข้ามกัน สีหน้าของเหล่าผู้คนล้วนแต่ตกตะลึงลาน พวกเขาต่างเห็นมันด้วยสองตาภาพเบื้องหน้าจึงมิอาจเป็นอื่นได้ ดาบสีแดงเล่มนั้นตัดผ่านกระบี่แวววาวประหนึ่งหั่นเต้าหู้ ตัวดาบลื่นไหลไร้ซึ่งข้อติดขัด มิอาจจินตนาการได้ถึงความคมของมัน!! ศาสตราวุธที่สามารถตัดผ่านกระบี่ชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูงอย่างง่ายดาย เรื่องราวนี้มันน่าตกตะลึงจนเกินไป!!! หากไม่เห็นด้วยตาตัวเอง ต่อให้ฆ่าพวกเขาให้ตายก็มิอาจเชื่อได้ลง… “สาบานว่าเป็นเรื่องจริง…” ผู้อาวุโสสิบสามจ้องมองภาพเบื้องหน้าพลางกลืนน้ำลายคำโต ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยพานพบศาสตราวุธที่ทรงอำนาจเช่นนี้มาก่อน กระบี่ชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูงย่อมอยู่เหนือศาสตราวุธทั่วทั้งแดนมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย ภายในดินแดนมนุษย์แห่งนี้ คงมีเพียงศาสตราวุธแค่หยิบมือที่มีระดับอยู่เหนือกว่ามัน แต่ทว่า พอนำมาเทียบกับศาสตราวุธที่ลาซิเฟียครอบครองแล้ว สิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นขยะไร้ค่าไปเลย… “ข้ากำลังฝัน ข้ากำลังฝัน ข้ากำลังฝัน…” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวพลางฟันกระทบปากดังกรอดๆ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้อาวุโสหนึ่ง ผู้อาวุโสทั้งสิบห้าคนต่างอยู่ในอาการหวาดกลัว ผู้คนนับสามร้อยกว่าคนต่างหวาดสะพรึงกลัว!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับองค์รัชทายาทที่แบกรับจิตสังหารโดยตรง ความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงกลืนกินจิตใจอันห้าวหาญของวีรชนเทพมนุษย์จนมืดดับ ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง สายเลือด,ฐานะ,ผู้หนุนหลังหรือแม้กระทั่งสายสัมพันธ์ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจช่วยเหลือท่านได้!! “ระ---เรื่องจริงหรือ…” องค์รัชทายาทเข่าล้มพับไปด้วยความหวาดกลัวจับจิต คู่สายตาจับจ้องเศษเหล็กสองชิ้นข้างกายด้วยความหวาดผวา ภาพจำยังทวนความทรงจำอันโหดร้ายวนซ้ำไปมา กระบี่เหินฟ้าคู่กายของเขา กระบี่ชนชั้นราชันจักรพรรดิขั้นสูง กระบี่เหินฟ้าของราชวงศ์!!! อาวุธที่เหล่าราชวงศ์ภาคภูมิใจนานนับหลายชั่วรุ่น ในตอนนี้ มันหักบิ่นอย่างไร้สภาพ “ดาบนั้นเป็นของใคร…” ผู้นำตระกูลคริธาเลียเอ่ยเสียงเลื่อนลอย สายตาของผู้เป็นบิดาทอดมองไปทางที่ลาซิเฟียเดินจากไป เขาย่อมรู้ดีกว่าใคร ลาซิเฟียไม่เคยมีหรือคิดจะใช้อาวุธเลย สิ่งเดียวที่หญิงสาวใช้ตวัดไปมาคืออาวุธที่สร้างขึ้นจากบทเวทย์ของเธอเอง ด้วยความที่บิดาผู้นี้อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานของโลก เขาเห็นทุกจังหวะการเติบโตของลาซิเฟีย ผู้นำตระกูลคริธาเลียเป็นหนึ่งในคนที่ทราบถึงพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวของเธอ ด้วยเหตุนี้ ชายวัยกลางคนจึงสามารถแยกแยะได้ว่าอาวุธชิ้นไหนสร้างจากพลังเวทย์ อาวุธชิ้นไหนตีหลอมขึ้นมา แน่นอน ดาบสีแดงสดประหนึ่งโลหิตเล่มนั้นเป็นอย่างหลัง… เขาอดคิดไม่ได้ว่ายอดฝีมือใดกันที่หล่อหลอมดาบชิ้นนั้นขึ้นมา … ห้วงเวลาไหลผ่านไปจวนจนตะวันแสงลับลาจากขอบฟ้า ช่วงเวลาหวนคืนสู่ยามราตรีอันเงียบสงัด ในขณะนี้เองที่ห้องไม้ห้องหนึ่ง ภายในห้องไม้ห้องนี้มีเพียงเตียงหนึ่งเตียงซึ่งดูเก่ากึกทรอมโซ่จวนจะพัง พื้นที่โดยรอบมีเพียงตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำในตัว แน่นอน ทุกอย่างมีสภาพน่าอนาถโดยสิ้น บนเตียงนอนใกล้พังนั้นกลับมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ทอดร่างนอนอยู่โดยสาวน้อยผมสีแดงนอนกอดอยู่ข้างกาย สาวน้อยฟีนิกซ์หลับสนิทยิ่ง ใบหน้านวลงามของหญิงสาวดูซื่อใสบริสุทธิ์อย่างที่สุด สาวน้อยที่นอนขดตัวกอดร่างกาติรัสราวกับลูกแมว จักรพรรดิอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา เนื่องด้วยสภาวะกึ่งอันเดด กาติรัสไม่จำเป็นต้องนอนเหมือนดั่งสามัญชนทั่วไป ชายหนุ่มมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่สาดแสงจันทร์ผ่านเข้ามาเป็นไรๆ จักรพรรดิครุ่นคิดทบทวนถึงปัจจัยต่างๆ เขาไม่เคยลืมจุดประสงค์การกำเนิดใหม่ในรอบนี้ อย่างสำคัญคือการขึ้นเป็นผู้ปกครองสูงสุดของโลกต้นกำเนิด เหตุปัจจัยรองนั้นคือการหาความสุขใส่ตัวที่ตนมิเคยได้รับจากชาติที่แล้ว สิ่งที่เรียกว่าความสุขใจ จักรพรรดิยากจะได้สัมผัสถึง… รวมไปถึงมุมมองเกี่ยวกับสาวงาม อิสตรีที่ว่างามล้ำอยู่อันดับต้นของโลก ในสายตาของจักรพรรดิ หญิงสาวเหล่านั้นไม่ต่างอะไรไปจากผู้หญิงธรรมดา มิอาจมองหาสิ่งที่เรียกว่างดงาม แต่ทว่า สตรีเพียงคนเดียวที่ทำให้จักรพรรดิตระหนักถึง สตรีที่ย้ำเตือนว่าจักรพรรดิไม่ได้มองสาวงามไม่เป็น “ลาซิเฟีย” “พระเจ้านั่นพูดถึงทูตสวรรค์…” กาติรัสถอนหายใจหนึ่งคราก่อนกล่าวต่อ “เวลาผ่านมาได้สักพักแล้ว ข้ายังไม่เห็นแม้ทูตสวรรค์สักตน…” ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:11,019 พลังกาย:76,454,800 พลังเวทย์:78,070,406 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ 

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน