เวลาล่วงเลยไปจนถึง่เย็นโดยที่มีคนมาท้าเอกพนันเพิ่มอีกสองสามคน ซึ่งทั้งหมดต่างมีอายุมากกว่าเอกทั้งนั้น
ต่างฝ่ายต่างสลับกันชนะในแต่ละเดิมพัน อย่างไรก็ตามสุดท้ายท้ายสุดเอกก็ทำเงินได้กว่าหนึ่งร้อยบาทอยู่ดี
แน่นอนว่ายังไม่รวมกับที่ขายหวานเย็นด้วยนะ นี่เป็เงินของเขาล้วนๆ
ส่วนสองหน่อเจมส์กับบาสก็ขายของโดยที่มือไม่ได้หยุดพัก เพราะผู้คนเดินมาซื้อหวานเย็นแทบจะตลอด ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็ขายหมด
หลังจากที่ทั้งสามขายหวานเย็นกันหมดแล้ว เอกก็กลับบ้านหยิบอุปกรณ์และเงินมาเก็บไว้เข้าที่แล้วไปที่โรงเรียนต่อ
ตอนนี้ยังไม่มืดค่ำเลย ขอเล่นให้สนุกอีกหน่อยแล้วกัน ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีธุระอะไรทำอยู่แล้ว
ในวัยเด็กนั้นมีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีก็คือเราไม่มีหน้าที่ต่างๆ มาผูกมัด ส่วนข้อเสียก็คือไม่ค่อยจะเป็อิสระสักเท่าไหร่ เพราะผู้ใหญ่ยังคงมองว่าเราเป็เด็ก
จนกว่าเราจะหาเลี้ยงตัวเองได้นู่นแหละพ่อแม่ถึงจะให้อิสระกับเรา...
พอมืดค่ำเอกและเดอะแก๊งก็กลับบ้านมาทำหวานเย็นเพื่อขายวันพรุ่งนี้ เอกได้เพิ่มปริมาณการผลิตอีกเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับความ้าของผู้คน
ส่วนเงินที่เหลือก็หักจากค่าวัตถุดิบแล้วก็เอามาแบ่งกันเหมือนเดิม เสร็จแล้วทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน
เอกยังคงนั่งคิดทบทวนเป้าหมายของวันต่อไปเหมือนทุกๆ วัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาคิดต่างออกไป นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต
โดยที่ผ่านมานั้นเขาต่างคิดเพื่อคนรอบข้าง ไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยแม้แต่น้อย ว่าท้ายที่สุดแล้วชีวิตของเขา้าความสุขแบบไหน..
หลายลมหายใจต่อมา ใบหน้าของเอกก็คล้ายกับคนที่กำลังฝันหวาน....
..
เวลาผ่านไปสามวันด้วยความรวดเร็ว
โรงสีทำเสร็จแล้ว!
วันนี้พ่อกับแม่เดินทางเข้าเมืองเพื่อไปซื้อเครื่องสีข้าว ส่วนคนงานก่อสร้างโรงสีคงไม่มาทำงานเพราะทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย
ดังนั้นเอกไม่มีลูกค้ากลุ่มนี้อีกต่อไป แน่นอนว่าเอกและเพื่อนๆ ก็ไม่คิดมาก ถึงอย่างไรพวกเขาก็ขายหมดทุกวัน
กำไรหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเกือบๆ หนึ่งพันบาทต่อคนเพราะเอกเพิ่มจำนวนการผลิตทุกวัน แต่ปริมาณการผลิตคงต้องหยุดนิ่งแล้ว เพราะก็มีคนเอาของมาขายที่โรงเรียนเหมือนกัน
แต่ก็ไม่ใช่หวานเย็นหรอก? เป็ไก่ย่าง! เงินคงต้องไหลไปที่ไก่ย่างไม่มากก็น้อย
ภายในสามวันที่ผ่านมาเอกเริ่มเพิ่มอีกธุรกิจอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือขายน้ำอัดลมใส่แก้วพลาสติก ผู้คนเห็นของใหม่ก็แห่แหนกันมาซื้ออย่างล้นหลาม ทำให้ขายดีเทน้ำเทท่าสมชื่อมากๆ
ด้วยเหตุนี้ทำให้เอกและเหล่าเดอะแก๊งได้กำไรมากขึ้นทุกวันๆ คาดว่าขอแค่พวกเขาขายอีกภายในหนึ่งอาทิตย์ พวกเขาก็จะมีเงินซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนอย่างแน่นอน
แค่นี้ก็แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ได้แล้ว...
เอกคิดว่าหลังจากที่เขาได้ค่าเสื้อผ้านักเรียนแล้วเขาก็จะยกธุรกิจนี้ให้เพื่อนๆ ของเขาไปทำต่อ ดังนั้นวันนี้เอกจึงจับทั้งคู่มาคุยกันเป็เื่เป็ราว
“ถ้าได้เงินค่าเสื้อผ้านักเรียนแล้วกูว่าจะหยุดทำต่อ!” เอกพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจัง นั่นทำให้เพื่อนทั้งสองงุนงงไม่น้อย
“หยุดทำ? มึงบ้าหรือเปล่าเงินดีขนาดนี้” บาสถามด้วยความสงสัย เจมส์เองก็สงสัยเช่นกัน
“กูจะหยุดให้พวกมึงไปทำต่อ กูมีอย่างอื่นต้องทำอีกเยอะแยะ” เอกอธิบายเหตุผลให้เพื่อนๆเข้าใจ
“เออๆ แล้วแต่มึงเลยแล้วกัน” เจมส์ตอบสั้นๆ เพื่อให้จบๆ ไป
เพื่อนกันเขาไม่ค่อยพูดกันเยอะหรอก บาสและเจมส์ต่างเข้าใจว่าเอกทำให้แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว เอกคง้าทำอะไรที่ใหญ่กว่าการขายน้ำแน่ๆ ซึ่งแค่นี้ชาวบ้านก็นินทากันตายห่าว่าพวกเขาเกาะเอกกิน
การขายหวานเย็นเปิดโลกทัศน์ให้บาสและเจมส์มากเลยทีเดียว...
..
เป็ไปตามที่เอกได้พูดมา หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เอกก็ปล่อยให้ทั้งคู่ทำหวานเย็นกันเอง ส่วนเขาวุ่นอยู่กับการปรับแต่งรถเข็น
พ่อกับแม่เห็นก็นึกสงสัยไม่น้อยว่าลูกชายตัวดีของพวกเขากำลังทำอะไร พ่อเทียนคันปากมากจนออกปากถามว่าทำอะไร เอกก็ตอบว่าเสร็จแล้วเดี๋ยวก็รู้! ทำเอาแม่หัวเราะคิกคัก กว่าจะได้ตามที่้าก็ใช้เวลาตั้งสองวัน
ระหว่างหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาพ่อของเอกก็ซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสอง แล้วเอาไปแต่งเติมพ่วงข้างๆ รวมทั้งหมดแล้วก็หมื่นกว่าบาทเพราะเป็รถเก่า
รวมกับค่าเครื่องสีข้าวก็ห้าหมื่นกว่าบาท ดังนั้นตอนนี้บ้านของเอกเหลือเงินแค่หมื่นกว่าบาทเท่านั้นเอง ถือว่าจนมากทีเดียว
แต่ก็จะจนได้ไม่นานหรอกเพราะคนในหมู่บ้านต่างมาถามไถ่ว่าเมื่อไหร่จะเปิดรับสีข้าวสักที พวกเขาไม่อยากเอาไปสีหมู่บ้านอื่นเพราะระยะมันไกล ทั้งยังเสียค่าขนส่งอีก
ดังนั้นพอรถเสร็จพ่อของเขาก็รีบวิ่งไปรับข้าวมาสีทันที จนภายในสัปดาห์ที่ผ่านมาพ่อเทียนไม่ค่อยมีเวลาว่างให้ครอบครัวเลย มัวแต่ง่วนอยู่กับงาน
ถึงตอนนี้ครอบครัวของเอกจะไม่มีรายได้ แต่ก็อีกไม่นานจะเห็นผลอย่างแน่นอน...
..
เหล่าจิ้งหรีดของเอกนั้นส่วนใหญ่เติบโตได้เต็มที่แล้ว อีกความหมายหนึ่งก็คือสินค้าพร้อมที่จะออกสู่ตลาดแล้วนั่นเอง
เป็่ที่เหมาะเจาะเพราะวันนี้มีตลาดนัดประจำสัปดาห์ ซึ่งเอกวางแผนที่จะเอาไปขายที่นั่นพอดี
ตลาดนัดประจำหมู่บ้าน ทุกคนสามารถเอาของมาขายได้ โดยเสียค่าพื้นที่แค่ยี่สิบบาท ถือว่าถูกมากๆ ถ้าเทียบกับในเมือง
ก็อย่างว่าแหละนี่เป็แค่ตลาดนัดประจำหมู่บ้าน หนึ่งสัปดาห์มีครั้งเดียว ซึ่งกำลังซื้อก็น้อย ค่าเช่าที่หรือค่าแผงจึงถูกมากนั่นเอง
ในตอนเที่ยงเอกได้ไปติดต่อกับผู้ใหญ่บ้าน ว่าจะเอาของมาขายซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็ตกลงอย่างดีใจเพราะมีลูกค้าเพิ่มมาอีกหนึ่งคน เอกก็จ่ายค่าที่ไปพร้อมๆ กันด้วย
เมื่อจัดการเื่ที่เสร็จเอกก็กลับบ้านแล้วก็ไปคุยกับพี่น้ำต่อ
“พี่น้ำ!พี่พร้อมหรือยัง?” เอกพูดเสียงสูงเพราะกำลังตื่นเต้น
“พร้อม? พร้อมอะไร?” พี่น้ำยังทำสีหน้างุนงงเพราะแกเองก็พึ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ
“ก็ที่เราคุยกันไว้ไง!” เอกยังคงทีเล่นทีจริงไม่บอกความจริงสักที
“อ้อ ให้ไปนั่งสวยๆ แล้วได้เงินอะนะ!” พี่น้ำตอบท่าทีไม่มั่นใจ
“ใช่!!นั่นแหละ!.. มานี่มา เดี๋ยวผมจะช่วยทำสวย...”
..