เรือนเหมันต์ตั้งอยู่ในสวนไผ่ที่เงียบสงบ ทันทีที่ทุกคนก้าวเข้าไปภายในเรือนก็รู้สึกถึงความหนาวเย็น แม้เวลานี้จะเป็นฤดูร้อนก็ตามที เป็นเพราะพิษที่หลี่เยี่ยนฉือกับเซี่ยตงเฉินได้รับคือพิษหิมะกร่อนกระดูก แม้จะรักษาลมหายใจไว้ได้ แต่พวกเขาก็ต้องอาศัยอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น เพื่อป้องกันไม่ให้พิษกำเริบขึ้นมาอีก
จวนอ๋องทุ่มเงินไปมากมายเพื่อซื้อน้ำแข็งมาไว้ในเรือนเพื่อคงอุณหภูมิที่หนาวเย็นไว้ จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากเจ้าของร้านขายจักรยานและรถสามล้อลากที่โด่งดังแล้ว ยังมีโรงงานผลิตน้ำแข็งเกิดขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่าแคว้นต้าเยี่ยนมีสิ่งประดิษฐ์ที่แคว้นอื่นไม่อาจเทียบได้อยู่หลายอย่างทีเดียว
เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่มองดูเตียงสองหลังที่วางอยู่คู่กัน โดยมีบิดาของพวกเขานอนนิ่งด้วยใบหน้าสงบและไร้ความรู้สึกอยู่บนนั้น มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่บ่งบอกว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่
“บิดาของพวกเจ้าถูกพิษหิมะกร่อนกระดูก แม้จะถอนพิษออกไปแล้วบางส่วน แต่พิษที่หลงเหลืออยู่ก็ยังมีผลต่อประสาทสัมผัสและการรับรู้ของพวกเขาอยู่ดี” เซวียนอ๋องผู้เฒ่ามองดูบุตรชายคนรองพร้อมกับน้ำตาคลอ ใครๆ ต่างก็พูดกันว่าเขาเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ แอบไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่นจนมีบุตรนอกสมรส ทั้งยังทิ้งขว้างบุตรนอกสมรสและภรรยาผู้นั้นไปอย่างไม่สนใจไยดี
แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ หลี่หรานเป็นสตรีที่เขารักจนสุดหัวใจ หากไม่มีสมรสพระราชทานจากอดีตฮ่องเต้ประทานมา เขาจะทำผิดต่อนางแล้วไปแต่งกับสตรีจากสกุลเหยาผู้นั้นได้อย่างไร
หลี่หรานเข้าใจถึงความจำเป็นและไม่อยากให้เขาลำบากใจ หลังจากเขาแต่งงานได้หลายปี ในที่สุดนางก็มอบความบริสุทธิ์ของนางให้กับเขา และครั้งนั้นก็ทำให้เขามีบุตรชายที่เป็นพยานรัก เขาตั้งใจจะรับนางเข้ามาเป็นชายารองทันทีที่รู้ว่านางตั้งครรภ์ แต่นางไม่อยากเข้าไปอยู่ในวังวนของการแย่งชิงความรักจากสามีกับสตรีอื่น
หลี่หรานขอร้องเขาว่านางจะเก็บเด็กในท้องไว้ และนางจะเลี้ยงดูบุตรคนนี้เพียงลำพัง นางให้สัญญาว่านางจะไม่ปิดบังชาติกำเนิดและจะไม่ห้ามหากบิดาต้องการมาพบบุตรหรือว่าบุตรต้องการไปพบบิดา หากเขาไม่ยินยอม นางจะหอบท้องพาบุตรหนีไป
เซวียนอ๋องผู้เฒ่าปิดบังเรื่องภรรยาและบุตรนอกสมรสจากพระชายาของตนอย่างมิดชิด แต่ไม่ได้ปิดบังบุตรชายคนโต เป็นเพราะบุตรชายคนโตยังเยาว์วัย จึงได้พลั้งปากบอกความลับนี้กับพระชายา พระชายาเหยาพาคนไปสังหารหลี่หราน จากนั้นก็นำตัวหลี่เยี่ยนฉือมาเลี้ยงในจวนไม่ต่างจากบ่าวรับใช้ระดับล่าง
เวลานั้นเซวียนอ๋องผู้เฒ่าไม่สามารถช่วยบุตรชายของตนได้เลย เพราะเบื้องหลังตระกูลเหยาคือพระสนมเหยาที่เป็นที่โปรดปรานของอดีตฮ่องเต้ ช่วงเวลานั้นเป็นยุคมืดของราชวงศ์ก็ว่าได้ อดีตฮ่องเต้ปกครองราชสำนักอย่างหวาดระแวง ตระกูลแม่ทัพหรือแม้แต่อ๋องนอกราชวงศ์อย่างเขาก็ต้องเก็บตัวอยู่อย่างสงบ เพราะหากทำให้ฮ่องเต้ขัดเคืองพระทัย จะมีเพียงการประหารเท่านั้นที่รอพวกเขาอยู่
ตระกูลเสิ่นเป็นตระกูลแรกและตระกูลสุดท้ายที่ถูกอดีตฮ่องเต้และตระกูลเหยากำจัด เซวียนอ๋องจึงรู้ตัวแล้วว่าเขาควรสนับสนุนฮ่องเต้พระองค์ใหม่ให้ขึ้นครองบัลลังก์ ไม่เช่นนั้นจวนอ๋องของตนจะต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับสหายรักเป็นแน่
แต่กว่าที่เขาจะช่วยเหลือฮ่องเต้พระองค์ใหม่ให้ครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง และกำจัดตระกูลเหยาจนสิ้นซาก ครอบครัวเสิ่นของสหายรักและบุตรหลานของเขาบ้างก็บาดเจ็บล้มตาย บ้างก็พลัดพรากจากกัน กว่าชีวิตจะกลับมาสงบสุขได้อย่างทุกวันนี้ ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว
ในขณะที่ทุกคนยังยืนนิ่งด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย หลี่เหิงเยว่ได้ส่งสัญญาณให้สามียืนคุมสถานการณ์ไว้ก่อน ส่วนตัวนางก็หลับตาแล้วส่งจิตเข้าไปในมิติ แม้นางจะเป็นหมอ แต่นางก็เป็นหมอยุคใหม่ที่เรียนแพทย์แผนตะวันตกมาเท่านั้น วิชาถอนพิษแบบคนโบราณ นางยังทำไม่ได้
หลี่เหิงเยว่เข้ามิติมาก็รีบไปกรอกข้อมูลที่เครื่องซื้อขายอัตโนมัติเกี่ยวกับยาถอนพิษหิมะกร่อนกระดูก รวมถึงวิธีการดูแลผู้ป่วยหลังจากถอนพิษไปแล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีที่ในระบบมียาถอนพิษชนิดนี้ขาย หากคำนวณตามเวลาที่ผู้ป่วยถูกพิษ บิดาทั้งสองคนจะต้องกินยาถอนพิษวันละหนึ่งเม็ดติดต่อกันสิบวัน ราคาของยาหนึ่งเม็ดอยู่ที่เม็ดละหนึ่งหมื่นตำลึงเงิน นางซื้อยาทั้งยี่สิบเม็ดออกมาในคราวเดียวโดยไม่เสียดายเงินเลยแม้แต่น้อย เพราะรายได้จากการประมูลสุราและรายได้จากอบอุ่นการแพทย์ ทำให้นางกับสามีมีเงินเก็บมากพอสมควร
“เยว่เอ๋อ เจ้าไม่ต้องเศร้าใจไป ปู่จะต้องหาทางมารักษาบิดาและพ่อสามีของเจ้าให้ได้” เซวียนอ๋องผู้เฒ่าเห็นหลานสาวยืนหลับตานิ่งอยู่นาน เขากลัวว่านางจะเสียใจและคิดมากจึงได้เอ่ยคำสัญญาออกไป
หลี่เหิงเยว่ลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดีใจ “ข้าสามารถรักษาอาการของท่านพ่อและพ่อสามีได้เจ้าค่ะ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” เซวียนอ๋องผู้เฒ่ากับเซวียนอ๋องตะโกนถามพร้อมกัน
“เยว่เอ๋อ เจ้าไม่ได้ล้อพวกเราเล่นกระมัง เจ้าต้องรู้ว่าท่านปู่กับท่านพ่อเฝ้ารอมาหลายปีแล้วที่จะเห็นท่านอารองฟื้นขึ้นมา เจ้าอย่าให้ความหวังกับพวกเขาหากว่าเจ้าไม่มั่นใจ” เซวียนเฉินฮั่นพูดเตือน
เซี่ยลี่หยางหันไปมองเซวียนอ๋องผู้เฒ่า “นอกจากเรื่องสุราชั้นดีแล้ว ท่านปู่เคยได้ยินว่าที่เสียนโจวมีอะไรน่าสนใจอีกหรือไม่ขอรับ”
เซวียนอ๋องผู้เฒ่าทำท่าคิด แต่เป็นเซวียนอ๋องที่นึกขึ้นได้ก่อน “ยังมีอบอุ่นการแพทย์ ได้ยินว่าที่นั่นเป็นโรงหมอของหมอเทวดาน้อยแซ่หลี่ ตั้งใจว่าพอไปถึงเสียนโจว เราจะไปเชิญหมอเทวดาน้อยให้มารักษาอาการป่วยของเยี่ยนฉือกับตงเฉิน”
“หมอเทวดาน้อยแซ่หลี่ที่ท่านลุงกำลังพูดถึงคือเยว่เยว่ของเราขอรับ” เซี่ยลี่หยางบอก
“เยว่เอ๋อคือหมอเทวดาน้อย! เป็นเรื่องจริงหรือ? เจ้าไม่ได้หลอกให้คนแก่อย่างปู่ดีใจเล่นใช่หรือไม่ ลี่หยาง...บอกปู่มาว่าเจ้าไม่ได้ล้อเล่น” เซวียนอ๋องผู้เฒ่าถามอย่างไม่อยากเชื่อ สิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาพยายามตามหาหมอที่มีชื่อเสียงมารักษาบุตรชาย แต่น่าเสียดายที่เขาพยายามส่งคนออกไปตามหาเท่าไหร่กลับไม่เคยเจอหมอคนไหนจะรักษาอาการของบุตรชายได้เลย จนเมื่อไม่นานมานี้ได้ยินว่าเสียนโจวมีหมอเทวดาน้อยแซ่หลี่ที่สามารถรักษาได้ทุกโรค แม้แต่การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดก็ยังทำได้
และการที่ฝ่าบาทมอบเสียนโจวให้เป็นพื้นที่ศักดินาแก่เขา ก็มาจากคำขอร้องของเขาเอง ไม่เช่นนั้นเรื่องบังเอิญที่เซวียนอ๋องถูกส่งไปปกครองที่เสียนโจวจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ท่านปู่ เป็นเรื่องจริงที่อบอุ่นการแพทย์คือโรงหมอที่หลานตั้งขึ้นมา และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ก็เป็นหลานที่ผ่าตัดให้เขาเองเจ้าค่ะ” หลี่เหิงเยว่ยิ้ม “หากทุกคนเชื่อใจ หลานจะทำการรักษาให้ท่านพ่อกับพ่อสามีด้วยตัวเอง เพียงแต่สิบวันนี้ ห้ามผู้ใดเข้าออกที่เรือนนี้เป็นอันขาด หลานจะให้ท่านพี่เข้าไปเป็นผู้ช่วยให้หลานคนเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะ”
“ลี่หยางก็รักษาอาการป่วยได้เหมือนกันหรือ?” เซวียนอ๋องผู้เฒ่าถามขึ้น
“ท่านพี่ไม่สามารถรักษาคนป่วยได้ แต่ท่านพี่เก่งเรื่องการทำแผล ดังนั้นเขาสามารถเข้าไปเป็นผู้ช่วยของหลานได้เจ้าค่ะ”
เซวียนอ๋องผู้เฒ่ายิ้มให้หลานสาวและหลานเขย “ที่ผ่านมาปู่เชิญหมอมากมายมารักษาให้พวกเขา แต่ก็ไม่เคยมีหมอคนไหนรักษาพวกเขาได้สำเร็จ คงเป็นเพราะพวกเขารอให้เจ้าสองคนมารักษากระมัง”
“นั่นสิ บางทีน้องรองกับตงเฉินอาจจะรอการมาถึงของเจ้าสองคนก็ได้” เซวียนอ๋องยิ้มให้หลานสาวกับหลานเขยเช่นกัน “ลุงเชื่อว่าพวกเขาทั้งสองคนจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววันนี้”
“เยว่เอ๋อ ลี่หยาง พวกเจ้าไม่ต้องกังวลมากเกินไป ไม่ว่าผลการรักษาจะออกมาแบบไหนก็จะไม่มีใครโทษพวกเจ้า” เซวียนเฉินฮั่นให้กำลังใจ เขาไม่อยากให้ญาติผู้น้องกับน้องเขยรู้สึกกดดัน
“เหมือนอย่างที่พี่ชายบอก พวกเจ้าไม่ต้องรู้สึกกดดันมากเกินไป สิบกว่าปีเรายังรอมาได้ อีกแค่สิบวันทำไมเราจะรอไม่ได้ ถึงตอนนั้นครอบครัวของเราก็จะกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขเสียที” เซวียนหลี่น่าจับมือหลี่เหิงเยว่อย่างให้กำลังใจ
หลี่เหิงเยว่กับเซี่ยลี่หยางพาบิดาของพวกเขาเข้าไปในมิติทันทีที่ทุกคนเดินออกจากห้องไป ความจริงแล้วหลี่เหิงเยว่ได้อ่านเอกสารกำกับยามาแล้วว่าขอแค่คนป่วยกินยาถอนพิษติดต่อกันจนครบ ร่างกายของพวกเขาก็จะกลับมาเป็นปกติ
แต่นางไม่อยากเสี่ยง บิดาของนางและบิดาของสามีนอนเป็นเจ้าชายนิทรามาสิบกว่าปี ไม่แน่ว่าพอถอนพิษออกมาจนหมด ร่างกายอาจจะมีปฏิกิริยาใดเกิดขึ้นก็ได้ ในมิติมีเครื่องช่วยชีวิตที่พร้อมสำหรับการใช้งานติดตั้งอยู่ หากเกิดความผิดปกติกับบิดาทั้งสอง นางกับสามีจะได้ช่วยเหลือพวกเขาได้ทัน
ผ่านไปห้าวันหลังจากบิดาทั้งสองกินยาถอนพิษ ร่างกายที่เคยขาวซีดกลับมามีเลือดฝาด ทั้งร่างกายก็อุ่นขึ้น ไม่ได้เย็นเฉียบเหมือนก่อนหน้านี้
แต่พอกินยาถอนพิษสำหรับวันที่หกเข้าไป บิดาทั้งสองก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ทั้งกระอักเลือด ชักเกร็ง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว บางครั้งก็ร้องอย่างเจ็บปวด ของเสียในร่างกายถูกขับออกมาจากทุกช่องทาง เรียกว่าห้าวันที่เหลือนั้นเป็นช่วงเวลาที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ในที่สุดเวลาสิบวันก็ผ่านพ้นไป เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่จัดการทำความสะอาดร่างกายให้บิดาพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พวกเขาสวมใส่ ก่อนที่จะพาบิดาทั้งสองออกจากมิติเพื่อกลับมานอนบนเตียงที่พวกเขาเคยนอน สองสามีภรรยาน้ำตาคลอ อีกไม่นานเตียงสองหลังนี้ก็จะไม่ได้ใช้งานแล้ว เพราะบิดาของพวกเขากำลังจะตื่นจากฝันร้าย
“เราทำสำเร็จแล้ว เราช่วยชีวิตท่านพ่อสำเร็จแล้ว” หลี่เหิงเยว่กอดสามีด้วยความดีใจ
“อืม...ต่อไปท่านพ่อกับท่านพ่อตาก็จะไม่ต้องทนทรมานอีกแล้ว ไปเถอะ...เราออกไปบอกข่าวดีกับทุกคนกัน”