หลังจากมื้อเช้าเผิงเซิ่งอี้ออกไปที่ตำหนักเหมันต์พิศุทธิ์ หนึ่งเื่ที่สนทนากันนั้นยังเป็เหตุการณ์่เขาถูกดักซุ่มทำร้ายชายหนุ่มเข้าใจสถานการณ์ดีว่าตัวเองเป็คนสำคัญของเสวี่ยอ๋องคนที่้ากำจัดนายของเขาให้พ้นทางย่อมต้องตัดแขนขาของพระองค์ก่อน
เสวี่ยอ๋องรู้สึกไม่พอพระทัยเช่นกันที่ทรงอยู่เฉยแต่กลับถูกหวาดระแวงจนดึงเื่ไปพัวพันกับชีวิตของคนใต้บังคับบัญชาอำนาจทางทหารซึ่งถูกเรียกคืนไปเกินครึ่งก็ทรงไม่ว่ากระไรทว่าทำกับคนของพระองค์เช่นนี้แล้ว ยอมรับว่าทรงมีพระทัยอยากเขาคืนให้สาสม
แต่เื่ความบาดหมางในราชบัลลังก์ย่อมเกี่ยวพันกับอีกหลายชีวิตข้าราชบริพาร ทหารหาญ ไหนจะยังชาวประชาของแคว้น าแย่งชิงอำนาจใช่เป็เื่ดีภายในแตกแยก ศึกภายนอกก็คงรอท่าประชิด ทรงตัดใจทำการฮึกเหิมลำพองไม่ได้ก็เพราะเอาพระทัยไปผูกไว้กับผู้อื่นนั่นเอง
คนพระทัยอ่อนเฉกเช่นพระองค์จะอยู่เหนือบัลลังก์ทองซึ่งคละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเือย่างไรให้เป็สุขได้
“อย่าได้ทรงกลัดกลุ้มกับเื่ของกระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะท่านพ่อกับกระหม่อมเตรียมพร้อมนานแล้วว่าวันนี้จะมาถึง”
วาดภาพเสือวาดได้แต่ผิวนอก ยากที่จะวาดกระดูกข้างใน รู้ทั้งรู้ว่าผู้ใดบงการเื้ัแต่กลับต้องทำเป็หูหนวกตาบอด “เมื่อแผนเก่าไม่สำเร็จก็เปลี่ยนจากทำลายเป็การดึงเ้าไว้ใกล้ตัว เ้าทนได้กระนั้นหรือ”
“นั่นเป็หน้าที่ของขุนนางจักรพรรดิสั่งให้ทำสิ่งใดก็ต้องทำ ตอนนี้บ้านเมืองกำลังเป็ปึกแผ่นปวงประชาร่มเย็นปัญหาที่แล้วมา กระหม่อมจะทำใจไม่หาความใดอีก แต่ถ้าหากมันผู้ใดยังคิดล่วงเกินหรือกระทำการร้ายกับพระองค์อีกอย่าหมายว่าภายหน้ากระหม่อมจะละเว้นมันผู้นั้น”
“ความภักดีของเ้าตัวข้ารับรู้เสมอมา เ้าเป็ดั่งน้องชายที่ข้ารักใจข้าก็นึกห่วงเ้าและครอบครัวไม่ต่างกันนักหรอกจริงอยู่ที่ข้าดีใจเมื่อหงเอ๋อร์จะได้แต่งงานกับคนดีเช่นเ้าสายเืของราชวงศ์จะได้เกี่ยวดองกับแม่ทัพผู้ทำคุณประโยชน์ให้แผ่นดินแต่นั่นต้องไม่ใช่เหตุจากการบังคับฝืนใจ”
ยังมีเวลากว่าจะถึงงานพิธีหลังปีใหม่ทรงกำลังคิดหาหนทางช่วยเหลือเผิงเซิ่งอี้ไม่ให้แต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักทายาทสกุลเผิงควรต้องเกิดจากความรักของคู่สามีภรรยาไม่ใช่ทายาทซึ่งเป็หุ่นเชิดและตัวแปรทางการเมือง
“ราชโองการออกมาแล้วรับรู้กันทั่วแผ่นดิน หากเกล้ากระหม่อมบิดพลิ้วเอาตอนนี้เท่ากับสร้างมลทินให้องค์หญิง เห็นทีหัวจะหลุดจากบ่าทั้งตระกูลหนึ่งชีวิตของกระหม่อมหาได้สำคัญ เพียงแต่ไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องเดือดร้อนไปด้วยเท่านั้นเอง”
เพราะไม่อาจหลบเลี่ยงมงคลสมรสครั้งนี้จึงคิดกลัดกลุ้มอยู่ทุกคืนว่าจะทูลความองค์จักรพรรดิเช่นไรกับภรรยาทั้งสองซึ่งมีก่อนหน้านี้หากเขาต้องย้ายเข้าไปอยู่ร่วมตำหนักกับองค์หญิงหงหญ่าคนทางบ้านที่เหลือจะอยู่กันเยี่ยงไร มาปฏิเสธเอาตอนนี้รังแต่จะทำให้พวกนางพลอยลำบากไปด้วย
“จะว่าไปเ้ากับข้ามิได้ต่างกันนักหรอก แบกรับหัวตัวเองไว้ไม่พอยังต้องประคองหัวคนรอบข้างไว้เสียหลายหัว เพราะเช่นนี้อย่างไรเล่าจึงได้มีจุดอ่อนให้คนเขาโจมตีและหาประโยชน์”
ความภักดีมีคุณธรรม และซื่อตรงเป็คุณสมบัติหลักของข้าราชสำนักทว่าคุณสมบัติเ่าั้หามีประโยชน์เต็มประสิทธิภาพไม่ในขณะนายเหนือหัวไร้ความหนักแน่นเที่ยงธรรมมิได้กระทำสุจริตกับผู้ใต้บังคับบัญชาของตน
ครั้นพอกลับจากตำหนักเหมันต์พิศุทธิ์แล้วฮว่าเซียงก็มาหาเผิงเซิ่งอี้ที่เรือนบูรพาเพื่อรายงานว่าเผิงไหน่ไน้าให้ชายหนุ่มพาฟังเยว่ฉิวไปพบยังเรือนประจิม
“นางสร้างเื่อะไรให้ท่านย่าไม่พอใจ”เผิงเซิ่งอี้ซึ่งตรงดิ่งมายังเรือนของผู้เป็ย่าเพียงลำพังซักถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นหญิงชรานั่งรออยู่ในโถงของเรือน
“ทำไมต้องคิดว่านางทำเื่ไม่ดีกับย่าหรือเ้าก็เป็อีกคนที่มีอคติกับนาง”
นั่นเพราะท่านยังไม่รู้เื่ที่นางกับเขามีความสัมพันธ์กันได้อย่างไรน่ะสิ
ตามความคิดของเผิงเซิ่งอี้นั้นบุญคุณก็ส่วนบุญคุณไม่ใช่เื่ที่จะหยิบยกมาเป็เครื่องต่อรองตอบแทนด้วยการอยู่กินฉันสามีภรรยาต่อให้หญิงสาวที่ช่วยชีวิตของเขาสะสวยเลิศฟ้าแต่เมื่อเขาไม่สามารถมอบความรักให้แล้วไซร้ จะมีความสุขในชีวิตคู่ได้เช่นไร
เผิงเซิ่งอี้คือบุรุษหนุ่มซึ่งเคยคิดและตัดสินใจทุกเื่ที่เกี่ยวพันกับตัวเองอย่างเฉียบขาดชายหนุ่มไม่เคยจนตรอกกับปัญหาใด แม้เคยตกอยู่ในวงล้อมข้าศึกศัตรูนับร้อยก็พาเหล่าทหารกล้าตีฝ่าวงล้อมออกมาและสามารถตลบหลังเผด็จศึกได้เด็ดขาดมีก็เพียงเื่ฟังเยว่ฉิว ฉงอวี้หลิงและองค์หญิงหงหญ่าเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเอง
พวกนางทั้งสามล้วนแล้วแต่เป็ผู้หญิงที่เขาไม่้าจะเกี่ยวพันทางกายด้วยแต่ชะตากลับเล่นตลกดึงพวกนางเข้ามาพัวพันกับเขา เพราะเหตุใดคนร่วมชีวิตจนแก่เฒ่าเขากลับเลือกหรือตัดสินใจเองไม่ได้
“หรือเ้ารังเกียจที่นางอัปลักษณ์”เผิงไหน่ไนเห็นหลานชายนิ่งเงียบไปนานจึงถามเข้าเป้านับได้กี่ครั้งกันหนอที่ลูกสะใภ้และหลานสะใภ้พร่ำบอกว่าฟังเยว่ฉิวอัปลักษณ์ไม่คู่ควรกับเผิงเอ้อร์ของนาง
บุรุษรูปงามย่อมปรารถนาเคียงคู่สตรีโฉมสะคราญ แต่ในเมื่อเื่มันเกิดขึ้นแล้วหลานชายได้เสียกับนางแล้ว และนิสัยใจคอนางก็ไม่ได้โหดร้ายน่ารังเกียจแม้หญิงชราเช่นนางได้มีปฏิสัมพันธ์กับฟังเยว่ฉิวชั่วประเดี๋ยวทว่าประสบการณ์กว่าค่อนชีวิตที่ได้พบผู้คนมากหน้าทั้งชาวบ้านธรรมดาตลอดจนขุนนางและเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ทำให้นางมั่นใจว่าตนมีสายตามองคนไม่ผิด ผู้หญิงอ่อนหวาน ใจอารีไร้เล่ห์เหลี่ยมเช่นฟังเยว่ฉิว เป็คนดีน่าถนอมไว้ใกล้ตัวนางจะยินดียิ่งหากหลานชายเลี้ยงดูหญิงสาวไว้ไม่ยอมให้จากไป
“ท่านย่าก็รู้ว่าเผิงเอ้อร์หาใช่คนเช่นนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็คงเพราะเ้าสงสัยในการมาของนางกระมังแม่เ้าบอกย่าว่านางมีคนใหญ่คนโตหนุนหลัง จึงเข้ามาอยู่ที่จวนได้ ย่าละแปลกใจหญิงบ้านนอกเช่นนาง รู้จักผู้มีศักดิ์ฐานะในเมืองหลวงได้อย่างไร และในเมื่อนางก็เป็คนของเ้าไยถึงไม่ใช้ฐานะภรรยาเข้ามาอยู่ในจวนแต่คราวแรก”
“ท่าน...ท่านแม่ไม่ยอมรับนาง”เผิงเซิ่งอี้บอกตามจริง หญิงชราพยักหน้าอย่างเข้าใจในเื่ราวดี
“อย่างที่ย่าคิดไว้ไม่มีผิดนางสู้อุตส่าห์ดั้นด้นมาจากไท่ซา แต่คนที่นี่กลับไม่ต้อนรับนาง”
ตอนนี้คงรวมเ้าด้วยกระมัง...ในสายตาของเผิงไหน่ไนที่ส่งให้หลานชายอดแฝงด้วยคำถามไว้ไม่ได้ จนเผิงเซิ่งอี้เกิดความละอายขึ้นวูบหนึ่ง
“ดอกไม้ดีบางชนิดไม่บานให้เชยชมบ่อยๆเ้าคงรู้นะว่าย่าหมายถึงสิ่งใด ไปตามนางมาให้ย่ารู้จักอย่างน้อยก่อนจากจวนสกุลเผิงไป ก็ขอให้มีสักหนึ่งคนที่นางพอจะพูดคุยด้วยได้กี่วันแล้วที่นางต้องทนอยู่แต่ในเรือน แม้แต่กินอาหารแม่เ้าก็ไม่ยินยอมให้นางมีส่วนร่วม หากไม่นับนางเป็ครอบครัวก็น่าจะให้ความสำคัญดั่งนางเป็แขกผู้มาเยือน ไยเท่านี้กลับละเลย”
บุคคลที่ควรถูกตำหนิอันดับแรกก็คือสามีของนางนั่นเอง!
หญิงชราใช้สายตาสื่อความหมายอีกครั้งนางเรียกอันหลิวให้เข้ามาพยุงเข้าห้องเพื่อพักผ่อนทิ้งหลานรักไว้ลำพังที่โถงของเรือนสุดแต่ใจเขาจะตัดสินใจว่าควรพาฟังเยว่ฉิวมาพบนางหรือไม่...