บทที่ 2 พระเอกโรคจิต
"อื้มหืม~ ที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น นั่นพระเอกเรอะ?"
หนานลี่ "ระบบ เ้าจะให้ข้าขุดหลุมฝังเขาเลยไหม"
ระบบ "โฮสต์ ภารกิจของท่านคือช่วยพระเอก ถ้าพระเอกตาย โลกใบนี้ก็จะล่มสลาย โฮสต์จะทำภารกิจไม่สำเร็จ และจะถูกระบบกำจัด"
ย้อนกลับไปสักเล็กน้อย ตอนที่หนานลี่มาถึง ก็เห็นเสือดาวตัวมหึมากำลังก้มหัวลง มันอ้าปากกว้าง เตรียมจะกัดเข้าที่บ่าของพระเอกซึ่งเต็มไปด้วยเื
หนานลี่หรี่ตาลง เกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมา นางจึงยกเท้าขึ้นเตะเสือดาวที่ตัวใหญ่กว่านางหลายเท่า ส่งมันลอยละลิ่วไปไกล หลายชั่วอึดใจ เสือดาวก็ตกลงกระแทกพื้น จนเกิดเป็หลุมขนาดใหญ่ พื้นดินสั่นะเื
หนานลี่คิดในใจ : เอ่อ ... ข้าออกแรงเยอะไปรึ หลุมจึงลึกไป แต่เจออย่างนี้เข้าไปเนื้อของมันคงจะเละหมดแล้วกระมัง
อย่างไรก็ตาม เสียงดังขนาดนี้ยังไม่สามารถปลุกพระเอกให้ตื่นขึ้นมาได้ ดูท่าอาการเขาคงหนักจริงๆ
หนานลี่ขยับเข้าไปใกล้ๆ ตรวจสอบอีกฝ่าย แล้วก็ต้องพบกันใบหน้าที่เต็มไปด้วยเืจนมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตา ขณะกำลังจะเอื้อมมือไปสะกิดแขน นางก็ถูกแรงมหาศาลกระแทกจนลอยละลิ่ว ร่วงกระแทกพื้นที่อยู่ห่างออกไปอย่างแรง
หนานลี่ "เวรเถอะ! ระบบ พระเอกเป็โรคจิตรึไง ข้ามาช่วยเขานะ แต่เขาดันตีข้ากระเด็น นี่พอเห็นว่าข้าไม่มีรัศมีของนางเอก เลยรังแกกันง่ายๆ งั้นสิ?"
ระบบ "เอ่อ ... คือ ... ไม่ใช่นะ เมื่อครู่คือเกราะป้องกันของพระเอกที่คอยช่วยป้องกันอันตรายไม่ให้เข้ามาใกล้ต่างหาก"
หนานลี่นวดแขนที่เจ็บ คิดในใจว่างั้นข้าไม่เห็นต้องฆ่าเสือดาวเลยก็ได้นี่ เหตุใดเ้าไม่บอกั้แ่แรก?
นางจ้องมองคนที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "เ้าน่ะ ยังมีชีวิตอยู่ไหม ถ้ายังอยู่ก็ช่วยส่งเสียงหน่อย"
น้ำเสียงของหนานลี่ใสกังวาน เปลือกตาของชายที่นอนอยู่บนพื้นขยับเล็กน้อย เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองหนานลี่ ดวงตาสีดำของหนานลี่ใสซื่อ ทำให้เขาคลายความระแวงลง เขาขยับริมฝีปาก แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ออกมา
"นี่ เ้าาเ็ตรงไหน ข้าจะได้ช่วย" หนานลี่เอ่ยอย่างจนใจ ในฐานะนักรบหญิงแห่งยุคโลกาวินาศ นางไม่รู้เื่การรักษาพยาบาลหรอก
อย่างไรก็ตาม หนานลี่มีพลังพิเศษที่สามารถควบคุมน้ำได้ นางลองควบแน่นโมเลกุลของน้ำในอากาศ ให้มากระจุกอยู่ที่ฝ่ามือ จากนั้นก็สั่งก้อนน้ำที่ควบแน่นขึ้นมา ลอยไปจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม "ดื่มน้ำหน่อยไหม"
ดวงตาของชายหนุ่มขยับเล็กน้อย จ้องมองหนานลี่อยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่านางไม่มีเจตนาร้าย จึงยอมอ้าปาก ก้อนน้ำไหลผ่านลำคอ ทำให้รู้สึกเย็นชื่นใจ "ขอบคุณ"
หนานลี่พยักหน้า รับคำขอบคุณจากอีกฝ่าย
นางลุกขึ้นยืน หันหลังแล้วเดินออกไป
ช่วยแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
เพราะพระเอกมีรัศมีของพระเอก ต่อให้าเ็สาหัสแค่ไหน ถ้าได้รับการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆแล้ว ยังไงก็หายได้ ดังนั้น นางจึงกล้าแยกตัวไปหาอะไรมากินรองท้อง แล้วอีกอย่างเมื่อครู่นางได้กลิ่นเหยื่อซะด้วย
มนุษย์ในยุคโลกาวินาศ เนื่องจากสภาพแวดล้อมเป็พิษ ทำให้ยีนเกิดการกลายพันธุ์ ประสาทััทั้งห้าจึงไวกว่าคนปกติ แม้จะอยู่ไกลออกไปเป็กิโลเมตร ก็ยังสามารถรับรู้ได้
ชายหนุ่มมองตามร่างของหนานลี่ที่เดินจากไป ก่อนหลับตาลง เขาต้องรีบพักฟื้น
....
ผ่านไปไม่นาน
หนานลี่เดินถือกระต่ายกลับมา ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำลายที่มุมปาก แล้วนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม
ในยุคโลกาวินาศ มลพิษทางสิ่งแวดล้อมร้ายแรงมาก ทุกพื้นที่ถูกยึดครองโดยซอมบี้ ไม่มีสัตว์เลี้ยงให้เห็นเลย เนื้อที่กินได้ ล้วนเป็เนื้อกระป๋อง ส่วนรสชาติของมัน ... บอกไม่ถูกจริงๆ ไม่รู้จะบรรยายยังไง
ยังไงก็ตาม ตอนนี้มีเนื้อสดๆ อยู่ตรงหน้า แล้วจะไม่ให้นางตื่นเต้นได้อย่างไร?
แต่ในวินาทีต่อมา หนานลี่ที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำอาหารก็ต้องกุมขมับ นางอยากกินเนื้อกระต่ายย่าง แต่นางทำไม่เป็ ควรทำอย่างไรดี?
"เป็อะไรไป?" เสียงแหบแห้ง ดังขึ้นจากด้านหลัง หนานลี่สะดุ้ง เผลอทำกระต่ายหลุดมือ
หนานลี่เบ้ปาก "ก็ไม่เป็ไร แค่ข้าทำอาหารไม่เป็ แล้วเ้าเล่าทำเป็ไหม" การก่อไฟด้วยวิธีสมัยโบราณมันยาก นางเองก็ไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษควบคุมไฟ ที่แค่ขยับนิ้ว ก็มีไฟให้ย่างเนื้อกิน
แต่เอ๊ะ?
หนานลี่ฉุกคิดขึ้นได้ นางหันกลับไป ดวงตาทั้งสองข้างวูบไหว
เมื่อครู่นี้ พระเอกที่ยังหายใจรวยรินอยู่เลย แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนมาสวมชุดขาวสะอาด และกำลังนั่งไขว่ห้างแล้ว แม้ใบหน้าจะซีดเซียว แต่ดวงตากลับเปล่งประกาย ลมพัดชายเสื้อพริ้วไหว ช่างดูสง่างาม ใบหน้าของเขางดงามปานเทพเซียน ทั้งร่างแผ่รัศมีบางอย่างออกมา
หนานลี่อดไม่ได้ที่จะนินทาในใจ สมกับเป็พระเอก เมื่อครู่ยังดูใกล้ตายอยู่เลย ตอนนี้กลับมาหล่อเหลา ราวกับเทพเซียนไปซะแล้ว