ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 9 เมษายน]
เหมือนหลอดไฟนีออนที่ถูกสับสวิตช์ ความมืดมิดไร้ก้นบึ้งถูกกระชากออก
แทนที่ด้วยแสงสลัวของยามค่ำคืนและความรู้สึกหนักอึ้งที่มีตัวตน
อคินสูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดโดยสัญชาตญาณ ร่างกายดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนฟูกโดยอัตโนมัติ
วินาทีก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บ
แต่ทันทีที่เขาลืมตา ความอบอุ่นก็แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูเซลล์ ก
"อ่า... สดชื่นชะมัด"
ชายหนุ่มบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ
เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมการ 'หลับ' ของเขาถึงเหมือนการปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ มากกว่าการพักผ่อน
แต่นั่นคงเป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษของ 'คลาสอัศวิน' ที่ระบบมอบให้ เพื่อให้เขาพร้อมรบตลอดเวลา
อคินกวาดสายตามองไปรอบห้องพักบนบ้านต้นไม้ที่คุ้นตา
แสงจันทร์ลอดผ่านผืนผ้าใบเข้ามาส่องกระทบไปทั่วทั้งเต็นท์...
แต่แล้วความเงียบงันที่ผิดปกติก็ทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขาจางหายไป
"ส้มซ่า? ...ปลาเผา? ...แต้ม?"
ความว่างเปล่าคือคำตอบ ไม่มีก้อนขนสามสี และแมวลายสลิดนอนขดตัวอยู่ที่มุมห้อง
ไม่มีเจ้าแมวส้มจอมหยิ่งที่ชอบมาลับเล็บกับเสาเตียง
หัวใจของอคินกระตุกวูบ มือขวาคว้าด้ามดาบคาตานะที่วางอยู่ข้างหมอนโดยอัตโนมัติ
สัญชาตญาณระวังภัยกรีดร้องลั่น
'หรือพวกมันหนีเที่ยว? หรือว่า...'
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจหนักๆ ดึงสายตาเขาไปที่หน้าทางเข้าเต็นท์
เงาทะมึนของสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานนั่งยืดอกอยู่อย่างสงบเสงี่ยม
'เจ้าโบ้' จ้องมองมาที่เขา มันไม่ได้กระดิกหางต้อนรับเหมือนทุกที
แต่กลับจ้องมองเขาด้วยสายตาที่... ลึกซึ้งและมีความหมายแปลกประหลาด
"โบ้! อยู่แค่นี้เองเหรอ?"
อคินลดดาบลงเล็กน้อยแต่ยังไม่คลายความกังวล
"แล้วพวกแมวไปไหนกันหมด!? เกิดอะไรขึ้น!?"
เจ้าหลังอานไม่ขยับตัว มันยังคงจ้องตาเขานิ่ง ก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างจะเกิดขึ้น
วงเวทสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นที่ใต้เท้าของสุนัข อักขระโบราณที่อคินอ่านไม่ออกหมุนวนรอบตัวมัน ก่อนจะพุ่งตรงมาที่ตัวเขา!
"เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!?"
อคินผงะถอยหลัง แต่หนีไม่ทัน
แสงสีทองพุ่งเข้าชนหน้าอกเขาอย่างจัง แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวด...
มันคือความรู้สึกเหมือนมี 'สายใย' บางอย่างถูกผูกมัดเข้ากับจิตวิญญาณ
ความร้อนวูบวาบแล่นผ่านเส้นประสาท เชื่อมโยงความรู้สึกของเขาเข้ากับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบสีฟ้าเด้งขึ้นมาขวางหน้า พร้อมข้อความที่ดูเป็นทางการ
[ตรวจพบค่าความสัมพันธ์ระดับสูงสุด]
[สัตว์เลี้ยง 'โบ้' ร้องขอการทำพันธสัญญา]
[โบ้เปิดใช้งานสกิล: สร้างพันธสัญญา สำเร็จ!]
"พันธสัญญา?"
อคินทวนคำอย่างงุนงง เขามองหน้าโบ้สลับกับหน้าจอ
"นี่แก... ทำอะไรของแกเนี่ยโบ้?"
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำที่ดูสุภาพนุ่มนวล... เสียงที่ไม่ได้ผ่านแก้วหูแต่ดังขึ้น 'ในหัวสมอง' ของเขาโดยตรงก็ตอบกลับมา
(เจ้านาย... ได้ยิน... ข้าไหม?)
"เชี่ย!!"
อคินกระโดดโหยงไปติดผนังห้อง ขนแขนลุกชัน
"ผ... ผีหลอก! ใครพูด!? ออกมานะโว้ย!"
เจ้าโบ้ถอนหายใจ... ใช่ มันถอนหายใจจริงๆ แถมยังกลอกตาขึ้นมองบนด้วยท่าทางที่ดู 'มนุษย์' จนน่าขนลุก
(ไม่ใช่ผี... ข้าเอง... โบ้ไง)
อคินชะงัก ค่อยๆ เลื่อนสายตากลับมาที่สุนัขคู่ใจ
"โบ้? ...แกพูดได้แล้วเหรอ? ไม่สิ ปากแกไม่ได้ขยับ..."
(ข้าใช้... สื่อสารทางจิต)
เสียงในหัวตอบกลับมา มันฟังดูตะกุกตะกักเหมือนคนที่เพิ่งหัดใช้ภาษาใหม่
(ข้าอยาก... พูดได้แบบมนุษย์... แต่แต้มแลกสกิล... ไม่พอ... ราคาแพงเกินไป)
ติ๊ง!
[ท่านศรีนิลสอนให้มันอัปค่าปัญญา แล้วแลกสกิล 'สร้างพันธสัญญา' และ 'สื่อสารทางจิต' เพื่อใช้คุยกับนาย แทนที่จะต้องแลกสกิลมาเยอะแยะมากมายแบบพวกแมว]
อคินอ่านหมายเหตุบรรทัดสุดท้ายแล้วขมวดคิ้ว
"โอเคๆ เข้าใจแล้ว แกฉลาดขึ้นจนส่งกระแสจิตได้... สุดยอดไปเลยเพื่อนยาก! งั้นบอกฉันทีสิ พวกส้มซ่าไปไหน?"
โบ้กระดิกหางช้าๆ ส่งคลื่นความคิดระลอกใหม่เข้ามา
(พวกพี่ๆ ... ไปหา 'จ่าฝูงของมนุษย์'... คนที่ตัวหอมกลิ่นใบไม้)
"ท่านเพทาย?"
(ใช่... พี่ส้มซ่าบอกว่า... ถึงเวลาต้อง 'เจรจา'... พวกเขาไม่อยากเป็นแค่สัตว์เลี้ยง... อยากมีสิทธิ... มีเกียรติ)
อคินยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
"ฮ่าๆๆ ... ร้ายกาจจริงๆ เจ้าพวกนี้ คิดการใหญ่ขนาดจะไปต่อรองกับเจ้าเมืองเชียวเหรอ... อยากมีสิทธิพลเมืองงั้นสิ? เอาสิ ฉันสนับสนุนเต็มที่! สู้มาด้วยกันขนาดนี้ จะให้เป็นแค่แมวเฝ้าบ้านได้ยังไง จริงไหม?"
เขาเดินเข้าไปตบหัวเจ้าโบ้เบาๆ ด้วยความเอ็นดู
โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่พวกแมวกำลังทำอยู่นั้นคือการเจรจาทางการเมืองที่จริงจังระดับคอขาดบาดตาย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่างที่เขาคิด
"เอาล่ะ ถ้าอยู่กับท่านเพทายก็ปลอดภัยแล้ว... ทีนี้ตาเราบ้าง"
อคินเดินไปที่โต๊ะไม้ไผ่กลางห้อง สายตาปะทะเข้ากับซองจดหมายสีน้ำตาลประทับตราครั่งสีแดงวางเด่นอยู่ มันดูสำคัญและเร่งด่วน
"จดหมายคำสั่ง?"
เขาหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน แสงจันทร์ส่องกระทบตัวหนังสือลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่น
[ประกาศคำสั่งเคลื่อนย้ายกำลังพลพิเศษ (ระดับความลับ)
ถึง: อคิน
ภารกิจ: กวาดล้างภาคค่ำ
สถานที่: ฐานทัพเรือสัตหีบ
รายละเอียด: พื้นที่ชลบุรียังคงวิกฤตจากการรุกรานของอสูรยามกลางคืน กองกำลังปกติไม่สามารถรับมือได้เพราะต้องรวมผลกำจัดอสูรที่หลงเหลือในช่วงกลางวัน เราต้องการหน่วยรบพิเศษที่ปฏิบัติการในความมืดได้ดีที่สุด... ซึ่งก็คือคุณ]
"หน่วยรบพิเศษ... ที่พึ่งพาได้..."
อคินอ่านทวนประโยคนั้น รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก เลือดในกายฉีดพล่าน
"ได้ยินไหมโบ้? เขาบอกว่าเราเป็นความหวังเดียวของกองทัพเรือเลยนะ! ได้เวลากลับไปเป็นสัปเหร่ออีกแล้วสิ"
(งานหนัก... อีกแล้ว)
เสียงโบ้บ่นในหัว
"เอาน่า! นี่มันโอกาสเก็บเลเวลชั้นดีเลยนะ"
อคินรีบเขียนโน้ตฝากไว้ให้พวกแมว ก่อนจะคว้าดาบและเป้เสบียงขึ้นสะพายหลัง
"ไปกันเถอะโบ้ คืนนี้เราจะไปประกาศศักดาที่ชลบุรี!"
...
การเดินทางสู่ทิศตะวันตก
เส้นทางสายหลักที่เคยคลาคล่ำด้วยรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน
บัดนี้กลายเป็นเพียงสุสานโลหะที่ถูกกลืนกินด้วยธรรมชาติ
เถาวัลย์ขนาดมหึมาเลื้อยพันซากรถบัสราวกับงูยักษ์รัดเหยื่อ
รากไม้แทงทะลุพื้นคอนกรีตขึ้นมาจนถนนแตกแยกออกเป็นร่องลึก
ภายในร่องเหล่านั้นมีหญ้าเรืองแสงสีฟ้าอ่อนงอกเงยขึ้นมา ให้แสงสว่างเพียงเล็กน้อยท่ามกลางความมืดมิด
อคินเดินนำหน้าด้วยท่าทางระแวดระวัง มือขวากระชับดาบเหล็ก
ส่วนเจ้าโบ้เดินขนาบข้าง หูตั้งชันคอยดักฟังเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน
บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านซากตึกสูงสองข้างทาง
แกรก... ครืด...
เสียงลากขา... หนักๆ และเปียกชื้น ดังมาจากเงามืดหลังป้ายโฆษณาที่หักโค่น
อคินหยุดชะงัก ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้โบ้หยุด
"ได้กลิ่นไหม?"
(กลิ่น... ของเน่า... )
โบ้ตอบกลับมาทางจิต
(ข้างหน้า... สามตัว... ซ้ายหนึ่ง... ขวาสอง)
ทันใดนั้น ร่างที่เน่าเปื่อยในชุดเสื้อผ้ายับเยินก็ค่อยๆ เดินโซเซออกมา
แสงสีแดงฉานเรืองรองออกมาจากดวงตาที่กลวงโบ๋ของพวกมัน ผิวหนังมีตุ่มหนองปูดโปนและเส้นใยราสีขาวงอกออกมาตามบาดแผล
"ซอมบี้อีกแล้ว..."
อคินแสยะยิ้ม
"โบ้! นายจัดการปีกขวา ฉันลุยตรงกลาง!"
(รับ... ทราบ)
ฟึ่บ!
สิ้นเสียงสั่งในจิต เจ้าโบ้พุ่งตัวออกไปดั่งลูกธนู!
ด้วยค่าปัญญาที่เพิ่มขึ้น ทำให้มันรู้จักใช้สกิลอย่างชาญฉลาด
แทนที่จะพุ่งเข้าไปกัดดื้อๆ เจ้าโบ้ดีดตัวไปมาระหว่างซากรถ แล้วใช้สกิล [ยั่วยุ] เพื่อดึงความสนใจ
ก่อนที่มันจะอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้ากัดที่ 'ข้อเท้า' ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ศัตรูเสียหลัก
"โฮก!"
ซอมบี้ตัวหนึ่งล้มคว่ำหน้าลง
ในจังหวะเดียวกัน อคินสูดหายใจเข้า ลมปราณหมุนวนที่จุดตันเถียน
" [ฟาดฟัน] !"
ชายหนุ่มพุ่งสวนเข้าไปหาศัตรูตัวกลาง ดาบในมือวาดออกเป็นแนวโค้งสวยงามราวกับเสี้ยวพระจันทร์
ฉับ!
คมดาบตัดผ่านเนื้อเน่าเปื่อยและกระดูกคออย่างง่ายดาย ศีรษะของซากศพกระเด็นหลุดจากบ่า เลือดสีดำคล้ำสาดกระเซ็นลงบนพื้นถนน
แต่อีกตัวทางซ้ายที่ซุ่มอยู่พุ่งเข้ามาตลบหลัง! กรงเล็บยาวโง้งของมันเล็งไปที่แผ่นหลังของอคิน
(เจ้านาย! หกนาฬิกา!)
เสียงโบ้ตะโกนลั่นในหัว พร้อมกับความรู้สึก 'ร้อนวาบ' ที่แผ่นหลังเตือนภัยผ่านพันธสัญญา
อคินไม่ต้องหันกลับไปมอง ร่างกายของเขาขยับไปเองตามสัญชาตญาณและการเตือนภัย
เขาหมุนตัวกลับหลังพร้อมตวัดดาบขึ้นในแนวเฉียง
"อย่าหวัง!"
เคร้ง! ฉัวะ!
ดาบปะทะกับกรงเล็บ
ก่อนที่แรงส่งจะดันคมดาบให้เฉือนแขนของมันขาดสะบั้น
อคินตามซ้ำด้วยการถีบยอดอกจนมันกระเด็นไปกระแทกซากรถ
"จบนะ"
อคินสะบัดเลือดออกจากดาบอย่างเท่ๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้คู่หู
"ขอบใจมากโบ้ สกิลโทรจิตของแกนี่มีประโยชน์กว่าที่คิดแฮะ!"
(ข้า... บอกแล้ว... ข้าฉลาด)
โบ้ยืดอกรับคำชม แม้ลิ้นจะห้อยออกมาด้วยความเหนื่อยก็ตาม
อคินและโบ้ใช้เวลาที่เหลือส่วนใหญ่ในเขตตัวเมืองรวบรวมซากซอมบี้มาเผาทำลาย
...
หลังจากฝ่าฟันดงซอมบี้ และเผาทำลายมาตลอดระยะทาง
เวลาการเชื่อมต่อของอคินใกล้จะหมดลงทำให้เขาต้องรีบเดินทางกลับ
ในที่สุดกลิ่นไอเค็มของทะเลและกลิ่นน้ำมันเครื่องลอยคละคลุ้งมาตามลม
เบื้องหน้าคือ 'ค่ายทหารเรือ' ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นป้อมปราการเวทมนตร์อย่างสมบูรณ์
อคินเดินเข้าไปในค่าย สายตามองเห็นทหารเรือหลายนายนอนหลับใหลอยู่ข้างป้อมปืนด้วยความเหนื่อยล้า
บ่งบอกถึงความหนักหนาของศึกที่นี่
"สงสัยงานจะหนักจริงแฮะ..."
เขาทิ้งตัวลงบนเตียงผ้าใบในเต็นท์ของเขา ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการต่อสู้ถาโถมเข้ามา
"พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน... ราตรีสวัสดิ์นะโบ้"
(ราตรีสวัสดิ์... เจ้านาย...)
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
และแล้ว สติของเขาก็ดับวูบลง... ไม่ใช่การหลับ แต่เป็นการ 'ตัดการเชื่อมต่อ' เมื่อหมดเวลาสวมร่าง
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 10 เมษายน]
ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งถูกกระชากออกอย่างรุนแรง
แทนที่ด้วยเส้นแสงสีฟ้าที่ถักทอขึ้นเป็นรูปร่างดิจิทัลในครรลองสายตา
อคินลืมตาโพลง เขาดันตัวลุกขึ้นนั่ง ท่ามกลางแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่กลางเต็นท์ทหาร
เงาตะคุ่มสามร่างที่นั่งเรียงหน้ากระดานอยู่ปลายเตียงค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในครรลองสายตา
และนั่นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างจนแทบลืมหายใจ
"นี่มัน..."
เบื้องหน้าของเขาคือ ส้มซ่า, ปลาเผา, และบัวลอย...
แต่พวกมันดูไม่เหมือนแมวปกติทั่วไป
บนร่างอ้วนกลมของส้มซ่าถูกห่อหุ้มด้วย 'เกราะหนังเคลือบเงา' สีดำขลับที่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปพอดีตัว
ช่วงอกและไหล่เสริมด้วยแผ่นโลหะเบาสลักลวดลายเถาวัลย์วิจิตรบรรจง
ที่ขาหน้ามีปลอกแขนหนังรัดกุมพร้อมช่องสำหรับเสียบมีดสั้นจิ๋ว
และที่โดดเด่นที่สุดคือ บนหน้าอกของส้มซ่า มีเข็มกลัดโลหะรูป 'โล่และดาบไขว้' ติดหราอยู่ สะท้อนแสงตะเกียงวาววับ
"ส้มซ่า!? พวกนาย..."
อคินถามเสียงหลง พลางเอื้อมมือไปสัมผัสผิวสัมผัสของเกราะหนัง มันเย็นและแข็งจริง
"ไปปล้นคลังแสงร้านขายของเล่นมาเหรอ?"
เจ้าแมวลายสลิดยืดอกขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียง เชิดหน้าจนหนวดกระดิก
แววตาของมันฉายแววหยิ่งผยองราวกับราชสีห์ในร่างแมวบ้าน
"สามหาว! ใครคือส้มซ่า? ข้าไม่รู้จักแมวบ้านนอกชื่อนั้น..."
เสียงเล็กแหลมแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจราชศักดิ์ดังขึ้น
มันสะบัดผ้าคลุมไหล่ผืนจิ๋วสีแดงเลือดหมูที่ติดอยู่หลังเกราะให้พลิ้วไหว
"จงเรียกข้าว่า 'ท่านอัศวิน มามาเลด'!"
"มามาเลด?"
อคินทวนคำอย่างงงงวย ...
"ถูกต้อง! อัศวินมามาเลด!"
ส้มซ่า... หรือตอนนี้คือเซอร์มามาเลด ใช้เท้าหน้าข้างขวาที่สวมถุงมือหนัง
เขี่ยกระบอกใส่เอกสารที่ทำจากไม้ไผ่กลิ้งมาทางอคินอย่างแม่นยำ
"อ่านซะสิ... นี่คือเครื่องพิสูจน์เกียรติยศที่พวกข้าได้มาจากบอสใหญ่แห่งอาณาจักรมหาพฤกษา"
อคินเปิดจุกไม้ไผ่ ดึงม้วนกระดาษออกมา กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษสาและกลิ่นครั่งแตะจมูก
แสงจากตะเกียงเผยให้เห็นตราประทับสีแดงสดรูปต้นไม้ใหญ่ อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหัวใจพฤกษา
[ประกาศสภาเมืองหัวใจพฤกษา
เรื่อง: การรับรองสถานะพลเมืองและจัดตั้งหน่วยรบพิเศษ
อนุมัติให้สัตว์ที่มีค่าสติปัญญา สูงกว่าเกณฑ์และผ่านการทดสอบ
ได้รับสถานะ 'พลเมืองชั้นพิเศษ' มีสิทธิและศักดิ์ศรีเทียบเท่ามนุษย์ทุกประการ
แต่งตั้ง 'กองพันสี่ขา' เป็นหน่วยรบอิสระ สังกัดกองกำลังพิทักษ์เมือง
อนุมัติการจัดตั้ง 'หน่วยพิทักษ์รัตติกาล' เพื่อปฏิบัติการกวาดล้างภัยคุกคามในยามวิกาล
ลงนาม:
เพทาย
(เจ้าเมืองหัวใจพฤกษา)
ปกป้อง
(หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง) ]
"โห..."
อคินลูบคาง ดวงตาเป็นประกายระยับ
"ท่านเจ้าเมืองเซ็นอนุมัติเองเลยเหรอเนี่ย? นายเอาลูกหมาป่าพวกนั้นไปแลกมาหรอส้มซ่า"
"ไม่ใช่ส้มซ่า!"
มามาเลดขู่ฟ่อ ขนหางพองฟู
"บอกให้เรียกท่านอัศวินมามาเลดไง พวกข้าได้รับสิทธิพลเมืองอย่างเป็นทางการแล้ว! ต่อไปนี้ข้าจะพูดคุยกับมนุษย์ได้อย่างเปิดเผย และบุกเบิกเสรีภาพของเหล่าสัตว์! แล้วเจ้าลูกหมาพวกนั้นท่านปกป้องก็รับไปเลี้ยงแล้ว"
"คร้าบ ๆ ท่านอัศวินมามาเลดคนเก่ง"
ในขณะที่อคินกำลังต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าแมวส้ม
เจ้าโบ้ สุนัขพันทางคู่ใจที่นั่งหมอบอยู่นอกวงสนทนาก็ค่อยๆ คลานเข้ามา
ในปากคาบหมวกกันน็อคทหารใบเก่าๆ ที่มันไปคาบมาจากกองขยะไหนไม่รู้มาวางแทบเท้าอคิน
(เจ้านาย... ข้าก็... อยากได้เกราะ... บ้าง)
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในหัวอคิน ฟังดูซื่อและน่าสงสารจับใจ
อคินหัวเราะร่า ตบหัวเจ้าสุนัขคู่ใจแรงๆ ด้วยความเอ็นดู
"เอาน่าโบ้ เดี๋ยวไว้เราไปหาดรอปเอาข้างหน้า คืนนี้เรามีงานฉลองต้อนรับหน่วยรบใหม่กันก่อน! ป่ะ ไปหาข้าวกินกัน!"