เจนจิรายังคงนอนหลับอยู่ในห้องเรียนเพียงคนเดียวโดยมีแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ในห้อง เธอหันไปเห็นหน้าต่างบางบานเปิดอยู่จึงรีบเดินเข้าไปปิด จังหวะที่กำลังปิดหน้าต่างบานหนึ่งเกิดเสียหลักลื่นล้มทำให้หน้าต่างกระแทกกับขอบดังสนั่น “ปังงงงง!!!!”
เสียงกระแทกดังมากจนทำให้เจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
“ป้าขอโทษค่ะคุณเจน!!!ป้าไม่ได้ตั้งใจ”
เจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความแปลกใจเป็นอย่างมากว่าทำไมเพื่อนร่วมห้องหายไปไหนหมด “อ้าว! ป้ามดเพื่อนๆ หนูหายไปไหนกันหมด...ยังไม่หมดคาบเช้านี่คะ?มีอะไรเหรอคะ? เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
“อาจารย์สมบูรณ์ให้ป้ามาเฝ้าคุณเจนไว้ค่ะฝากบอกแค่ว่า คุณเจนอย่าเพิ่งออกไปไหน อยู่ในห้องนี้ก่อนค่ะ”
“อยู่ในห้องนี้ก่อน มีอะไรกันเหรอคะ?...หนูไม่เข้าใจที่ป้ามดพูดค่ะ”
“พี่ชื่อนิดค่ะขอเป็นตัวแทนพนักงานที่มาในวันนี้ ขออธิบายให้คุณพลอยกับคุณส้มฟังนะคะพวกเราทุกคนเป็นพนักงานของบริษัทโฟร์อัสทราเวล วันนี้พวกเรามา 897คนค่ะ...ทุกคนเป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้างด้วยวิธีจับฉลากมาขอความเป็นธรรมจากคุณเจนจิราค่ะ ทุกคนตั้งใจทำงานกันมาทั้งชีวิตบางคนทำงานมาหลาย 10 ปี ชีวิตของพวกเราต้องถูกตัดสินด้วยวิธีการแบบนี้พวกเราไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่ไปจริงๆ ถึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากคุณเจนจิราค่ะพวกเราทราบกันดีว่า ทำแบบนี้ไม่ดีไม่ถูกต้อง”
“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วขั้นตอนการซื้อกิจการเสร็จสิ้นแล้วซีคอร์ปเข้ามาซื้อกิจการของบริษัทโฟร์อัสทราเวล แล้วก็มีนโยบายมาว่าต้องเลย์ออฟพนักงานออกประมาณ 1,300คน...มีพนักงานบางส่วนที่อายุน้อยก็รับเงินชดเชยแล้วไม่ได้มาในวันนี้ ส่วนพนักงานที่มาในวันนี้ยอมรับตรงๆว่า พวกเราไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ เงินชดเชยที่ได้มา พวกเราทุกคนไม่ต้องการพวกเราขอแค่ความเมตตาจากคุณเจนจิรา อยากจะขอให้พิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้งได้ไหมคะ?”
“เรื่องบริษัทโฟร์อัสทราเวลเจนให้หนูดูเรื่องนี้อยู่ค่ะ หนูเรียนตามตรงนะคะตอนนี้คุณเจนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ทั้งหมด ทราบแค่บางส่วนยังอยู่ในช่วงดูรายละเอียดแผนงาน มีแผนต้องเลย์ออฟพนักงานส่วนหนึ่งจริงๆค่ะ...เชิญพี่ๆ พูดต่อค่ะ” พลอยเอ่ยปาก
“ที่พวกเรามากันในวันนี้อยากขอให้คุณพลอยช่วยพิจารณาเสนอคุณเจนจิราใหม่ได้ไหมคะ?พี่พูดไม่อายเลยนะคะ พี่อายุ 42 ปีแล้ว ได้เงินชดเชยมาแสนกว่าบาทเป็นเงินที่พี่ไม่อยากได้ค่ะ พี่ถูกจับฉลากให้ออกจากงาน พี่อายุขนาดนี้แล้วเศรษฐกิจก็แย่จะให้ไปหางานจากที่ไหน แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับไล่ให้ไปตาย...พวกเราทุกคนเดือดร้อนกันจริงๆขอความกรุณาด้วยค่ะคุณพลอย...พวกเราต้องออกจากงานเพียงเพราะว่าถูกจับฉลากให้ออกไม่เป็นธรรมกับพวกเราจริงๆ พวกเรายังมีศักยภาพในการทำงานอยากให้คุณเจนช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วยนะคะ”
หลังจากที่ตัวแทนพนักงานพูดจบก็มีเสียงตะโกนฮือฮามาจากทิศทางด้านหลังห้องประชุมทำให้ทุกคนต้องหันไปที่ต้นเสียงทันที“คุณเจนจิรามาแล้ว...พวกเรา! คุณเจนมาแล้ว!!!”
เจนเดินฝ่ากลุ่มเพื่อนนักศึกษาและกลุ่มอดีตพนักงานจำนวนมากที่ยืนเต็มพื้นที่ด้านหลังและกำแพงโดยรอบของห้องประชุม ตรงมาที่บริเวณด้านหน้าห้องประชุมมีสีหน้าเคร่งเครียดและสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็พยายามฝืนตัวเองเดินมานั่งข้างๆ พลอยกับส้ม
“สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน...เชิญพี่ๆ พูดกันต่อค่ะ” เจนจิราเอ่ยปากผ่านไมค์
“ขอขอบคุณคุณเจนจิราเป็นอย่างสูงคะที่เสียสละเวลาอันมีค่ามารับฟังความเดือดร้อนของพวกเราขอบคุณจริงๆ ค่ะ พวกเราไม่มีหนทางจริงๆ ถึงต้องทำแบบนี้”พี่นิดพูดพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเจนจิรา “พวกเรารู้ดีว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง...คุณเจนได้โปรดเห็นใจพวกเราด้วยค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่นิดเชิญพูดต่อจากเมื่อกี้ได้เลยค่ะ...เชิญค่ะ”
“พี่ขออนุญาตยกตัวอย่างความเดือนร้อนของพวกเราค่ะ...ลุงชัยนั่งข้างหนูปีนี้อายุ59 ปีแล้ว ทำงานมา 42 ปี ไม่เคยลางาน ไม่เคยมาสายแม้แต่วันเดียวแม้ว่าลุงชัยจะเป็นแค่คนดูแลสวน แต่ลุงชัยได้เป็นพนักงานดีเด่น 10 ครั้งวันนี้ลุงชัยได้เงินชดเชย 9 พันกว่าบาท...9พันที่ต้องเลี้ยงดูเมียที่เป็นอัมพาตกับลูกอีก 2 คนที่พิการทางสมอง อายุ 30ปีที่ไม่ต่างอะไรกับเด็ก 10 ขวบ ส่วนลูกอีกคนป่วยนอนติดเตียงมา 10 กว่าปีแล้ว”
“ตัวพี่เองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว...มีลูก3 คน คนโตกำลังจะจบ ม.6 ส่วนอีก 2 คนอยู่ ม.3 กับ ม.2 ได้เงินชดเชยแสนกว่าบาทเงินแค่นี้จะให้หนูทำยังงัยกับชีวิต สภาพ...เศรษฐกิจ...แบบ......นี้” น้ำเสียงสั่นเครือจนไม่สามารถพูดจบประโยคกัดฟันกรอดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจร้องไห้ปล่อยโฮออกมาด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจเป็นอย่างมากยกมือไหว้พร้อมกับก้มหัวต่ำลง “ได้โปรด..ช่วยพวกเรา..ด้วยเถอะ.ค่ะ....คุณ...เจนขอให้พิจาณาทบทวนแผนงานใหม่ด้วยนะคะ....”
“ขอความเมตตาขอความกรุณาด้วย คุณเจน...ช่วยพวกเราด้วย...”น้ำเสียงสั่นเครือจากหลายทิศทางทำให้เจน, พลอย,ส้มและทุกคนในห้องประชุมรู้สึกเศร้าสลดเป็นอย่างมากบรรยากาศในห้องประชุมเงียบสงัดไม่ต่างอะไรกับป่าช้าแม้ว่าจะมีคนนั่งอยู่มากมายเต็มห้องประชุม “ตอนนี้อายุ35 ปีหางานไม่ได้แล้วค่ะ”
“นิดใจเย็นๆสงบสติอารมณ์ก่อน ใจเย็นๆ...ตอนนี้พวกเรามีโอกาสคุยกับคุณเจนแล้ว”ลุงชัยต้องรีบหันมาพูดปลอบใจทันที “ตอนนี้คุณเจนรับฟังพวกเราแล้ว”
“ป้าชื่อเพียรนะคะ...ป้าเป็นแม่บ้านทำความสะอาดทำงานที่นี่มาหลาย10 ปีแล้วค่ะ ป้าไม่มีความรู้จบแค่ ป.1 ยอมรับกับท่านเจนจิราตามตรงค่ะว่าป้าหมดหนทางจริงๆ ป้าไม่รู้จะไปไหน ป้าได้ชดเชยมา 6 พันกว่าบาท ป้าต้องเลี้ยงหลาน3 คน ส่วนพ่อแม่เด็กเสียไปแล้วค่ะ ป้าตกงานตอนนี้จะให้ป้าไปหางานที่ไหน อายุมากๆอย่างป้าไม่มีใครเอาแล้วค่ะ...ขอให้ท่านเจนจิราพิจารณาใหม่ได้ไหมคะ?”
ป้าเพียรพูดไปพลางก็เดินออกมาจากที่นั่งมาที่บริเวณด้านข้างห้องแล้วคุกเข่าก้มลงกราบลงที่พื้นทันทีหลายครั้งติดต่อกันจนทำให้เจน,พลอยกับส้มตกใจเป็นอย่างมาก ตั้งตัวไม่ทันต้องรีบลุกจากที่นั่งวิ่งจากเวทีด้านหน้าห้องประชุมเข้ามาประคองป้าเพียรทันที ในขณะที่พลอยวิ่งช้ากว่าได้แต่เอามือปิดปากด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขี้นตรงหน้าไม่แพ้กัน
“ขอความเมตตาจากท่านเจนจิราด้วยค่ะ…ป้ายินดีกราบเท้าท่านส้มกับท่านพลอยทุกวัน ช่วยพูดให้ท่านเจนจิราเปลี่ยนใจได้ไหมคะ?”ป้าเพียรหันไปยังทิศทางที่พลอยกับส้มนั่งยองๆโน้มตัวลงกราบที่พื้นหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ก้มลงกราบหน้าผากติดพื้นทั้งน้ำตาร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างถึงที่สุด
“ถือว่าเมตตาสงสารป้าเถอะนะคะท่านเจนจิรา...”
“ป้าๆๆ...ป้าเพียรอย่าทำแบบนี้ป้าทำแบบนี้หนู 3 คนรับไม่ไหวจริงๆ ค่ะ ไม่เอานะคะ ป้าเพียรไม่ทำแบบนี้นะคะลุกขึ้นมาก่อนค่ะ ถือว่าหนูขอนะคะ ขอร้องเถอะคะ ขอความกรุณาอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”เจนกับส้มรีบเข้าไปพยุงป้าเพียรซ้าย-ขวา แล้วประคองไปที่นั่งพร้อมกับยกมือไหว้
“หนูขอนะคะป้าเพียร...ป้าเพียรทำแบบนี้หนู3 คนรับไม่ไหวจริงๆ ค่ะ”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันสร้างความเศร้าสลดให้กับทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมเป็นอย่างมากจนทำให้เจน,พลอยและส้มต้องยกมือไหว้ขอร้องป้าเพียร
“ป้าเพียรไปนั่งที่ก่อนนะคะ...ใจเย็นๆก่อนนะคะ ใจเย็นๆ ตอนนี้หนูรับทราบเรื่องราวแล้วค่ะป้าเพียร”
อธิการบดีเห็นท่าไม่ค่อยดีรีบเดินเข้ามาประคองป้าเพียรไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งพร้อมกับกวักมือเรียกลุงชัยกับคนอื่นๆมานั่งเป็นเพื่อนป้าเพียร “ผมทราบดีครับว่าตอนนี้ป้าเพียรเครียดเรื่องงานอย่างมาก...ผมอยากให้ป้าเพียรใจเย็นๆก่อนนะครับ เท่าที่ผมพอจะประเมินได้คือตอนนี้คุณเจนจิรารับทราบเรื่องนี้โดยตรงแล้วรอให้คุณเจนใช้เวลาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ก่อนดีไหมครับ?...ใจเย็นๆก่อนครับ”
“ป้าเพียรฟังหนูนะคะ...ตอนนี้หนูรับรู้และรับทราบแล้วว่ามีปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นหนูขอเวลาดูรายละเอียดเรื่องนี้นิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้หนูทราบข้อมูลแค่บางส่วนหนูอยากให้ป้าเพียรใจเย็นๆ ก่อนนะคะ...ขอเวลาหนูนิดหนึ่ง ตกลงไหมคะ?”เจนหันไปพูดพร้อมกับจับมือป้าเพียรด้วยความห่วงใย
“พี่ๆทุกคนคะ ตอนนี้หนูรับทราบปัญหาของพี่ๆ แล้วนะคะ หนูขอเวลาดูรายละเอียด 1 วันค่ะพรุ่งนี้ช่วงบ่ายหนูขอนัดหมายพี่ๆ ทุกคนมาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งค่ะส่วนวันนี้พอแค่นี้ก่อนดีไหมคะ?...พี่ๆหลายคนต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด หนูคิดว่าอยากให้พี่ๆ พักผ่อนกันก่อนค่ะ”เจนจิราพยายามพูดเสียงดังกว่าปกติ
“เอาแบบนี้ดีไหมครับทางมหาวิทยาลัยมีพื้นที่โรงอาหารกับลานจอดรถด้านหลังอยู่ครับพอจะดัดแปลงเป็นที่พักชั่วคราวได้...พนักงานคนไหนอยู่กรุงเทพอยากให้ช่วยชวนเพื่อนพนักงานไปอยู่ด้วยสัก 2-3 คนเพื่อลดความแออัดลงบ้างครับเพราะว่าโรงอาหารไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากขนาดนี้ได้ครับ...ส่วนนัดหมายช่วงบ่ายโมงใช้ห้องประชุมใหญ่ได้ครับ”
“ขอบคุณมากค่ะท่านอธิการบดีที่ช่วยเหลือหนู...เดี๋ยวเรื่องอาหารการกินหนูขอรับผิดชอบเองค่ะ”
ภายใต้การสั่งการของเจนจิราใช้เวลาไม่นานนักพนักงานซีคอร์ปจำนวนหนึ่งเดินทางมาพร้อมกับรถครัวเคลื่อนที่ขนาดใหญ่หลายคันมาจอดให้บริการที่โรงอาหารด้านหลังในขณะที่พนักงานโฟร์อัสบางส่วนเลือกใช้รถบัสเป็นที่พักผ่อนบางส่วนใช้โรงอาหารกับลานจอดรถเป็นที่พักชั่วคราว