ภายในห้องนอนของฉงอวี้หลิงหน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ สาวใช้คนสนิทกำลังช่วยแปรงเรือนผมดำขลับให้สาวงามั้แ่โคนผมจรดปลายที่ยาวถึงสะโพกผาย
“คุณชายดื่มน้ำแกงของคุณหนูหมดทุกวันบ่าวยังแอบได้ยินนายหญิงเกริ่นเื่แต่งงานอยู่บ่อยครั้ง ไม่เกินปลายปีนี้จวนเราต้องมีข่าวดีแน่เลยเ้าค่ะ”
ใบหน้านวลลออซับสีเรื่อทันใดมือน้อยบิดชายเสื้อตัวในด้วยความเขินอาย “เ้าก็พูดไปเรื่อยหากไม่ได้ออกมาจากปากพี่เซิ่งอี้ ข้ามีหรือจะกล้าคิด”
“คุณหนูก็ท่านรู้อยู่แล้วนี่เ้าคะ ว่านายหญิงเลือกท่านให้คุณชาย”
“ท่านป้าเลือกข้าแล้วอย่างไรคนที่ต้องแต่งคือพี่เซิ่งอี้ หากเขาปฏิเสธข้าเล่า” ฉงอวี้หลิงเม้มปากเล็กน้อย
ั้แ่วันรู้ว่านางคือว่าที่สะใภ้สกุลเผิงนางก็เฝ้ารอวันชายหนุ่มจะเปิดเผยความในใจที่มีต่อนางมาถึงสี่ปีแล้วนางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะแต่งหญิงอื่นที่ชาติตระกูลดีกว่านาง ส่วนนางคงเป็ได้แค่ฟูเหรินรองซึ่งเขารับไว้เพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจของมารดาและนางก็อาจจะต้องทนขมขื่นเพราะถูกกดขี่จากฟูเหรินที่เขารักเพราะคงไม่มีสตรีคนไหนยินดีแบ่งปันสามีกับหญิงอื่นแน่
“คุณชายรองปฏิเสธคุณหนูไม่ได้แน่เชื่อเหมยเหม่ยนะเ้าคะ อย่าลืมสิว่านายหญิงอยู่ข้างคุณหนู หากคุณหนูแต่งกับคุณชายรองได้ก่อนแล้วรีบมีทายาทให้สกุลเผิง คุณชายรองอาจจะรักคุณหนูคนเดียวก็เป็ได้ดูอย่างท่านแม่ทัพสิเ้าคะ ผู้ชายตระกูลเผิงไม่มีใครแต่งเมียน้อยสักคน”
คำพูดของเหมยเหม่ยทำให้ฉงอวี้หลิงยิ้มออกนางรวบผมทั้งหมดมาไว้ในมือแล้วสางเล่น เมื่อท่านป้าเอ็นดูนางก็ย่อมเป็เกราะคุ้มกันอันดี ให้นางมีโอกาสทำดีกับชายหนุ่มไปเรื่อยๆสักวันเขาก็คงรักนางได้ เหมือนอย่างที่นางค่อยๆรักและเฝ้าฝันถึงวันที่จะได้ใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับเขาแม้เขาไม่ค่อยพำนักอยู่จวนก็ตาม
นั่นเรียกว่าความผูกพันใช่หรือไม่นางกับเขาผูกพันกันมาแต่เด็ก ความใกล้ชิดอาจจะทำให้เขาหวั่นไหวกับนางได้เช่นกัน
“บ่าวคิดว่าหากคุณชายรองออกมาชมจันทร์ถ้าคุณหนูยังไม่หลับ ก็น่าจะออกไปเป็เพื่อนเขาที่หอจันทร์กระจ่างบ้างนะเ้าคะหรือไม่เราก็หาจังหวะออกไปก่อน ถ้าเจอเขา ก็ชวนเขาอยู่ชมจันทร์ด้วยกันคุณชายรองคงไม่ปฏิเสธคุณหนูแน่เ้าค่ะ”
นางลืมคิดเื่นี้ได้อย่างไร
ไม่แน่หากพักฟื้นจนร่างกายดีแล้วชายหนุ่มอาจจะออกจากจวนด้วยเื่งานจนเหินห่างจากนางไปในที่สุด ในเมื่อยังมีโอกาสเขาไม่เข้ามา นางก็ต้องเป็ฝ่ายเข้าไปหาเขาเอง!
แต่...“จะดีหรือเหมยเหม่ย ข้าไม่อยากถูกมองเป็หญิงไร้ยางอาย”
“หากคุณหนูกังวลเื่ไม่เหมาะสมบ่าวยืนยันเลยว่าไม่เป็เื่น่าเกลียดสักนิดในเมื่อคนในจวนก็เหมือนรู้กันอยู่ว่าคุณหนูกับคุณชายรองต้องแต่งงานกันในสักวันอีกทั้งบ่าวก็อยู่ใกล้ๆ ลองมีคนพูดร้ายสิเ้าคะ เื่ถึงหูนายหญิงเมื่อไรนายหญิงไม่เลี้ยงพวกปากพล่อยไว้ในจวนอีกแน่”
ด้วยแรงยุของเหมยเหม่ยและความ้าของหัวใจคืนถัดมา ฉงอวี้หลิงจึงเอ่ยปากชวนเผิงเซิ่งอี้ออกไปนั่งชมจันทร์ โดยนางตุ๋นน้ำแกงไปให้เขาดื่มบนหอจันทร์กระจ่างสาวใช้คนสนิทก็นกรู้ นางยืนอยู่ใกล้ๆสักพักก็ทำทีปลีกตัวเลือนหายไปกับความมืดมิดของราตรี
คุยกันเรื่อยเปื่อยได้สักพักล้วนแต่เป็เื่สมัยเมื่อตอนทั้งสองเป็เด็ก จู่ๆเผิงเซิ่งอี้ก็ถามหญิงสาวขึ้นมา
“คลับคล้ายคลับคลาว่ามีคนเรียกข้าว่าพี่ต้าเผิงเ้าพอจะเคยได้ยินใครสักคนในจวนเรียกข้าเช่นนี้หรือไม่”
“ไม่มีนี่” นางตอบโดยไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ “ผู้ใดจะกล้าเรียกนายน้อยจวนแม่ทัพเผิงสนิทปากได้เช่นนั้นหรือพี่เซิ่งอี้จำอะไรได้บ้างแล้ว”
เผิงเซิ่งอี้ส่ายหน้า
“หรืออาจจะเป็พวกทหารในกอง”หญิงสาวคาดคะเน
เท่าที่จำได้...ไม่มีและเสียงที่ติดริมหูก็ไม่ใช่เสียงผู้ชาย เผิงเซิ่งอี้ยิ้มให้ฉงอวี้หลิงที่พยายามจะช่วยเขาหาคำตอบ
“ช่างมันเถอะหลังอุบัติเหตุข้าอาจฝันเลอะเลือนไปบ้าง” ชายหนุ่มผินหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าวันมะรืนพระจันทร์จะเต็มดวง
“ท่านยังไม่ล้มเลิกหาคำตอบ่ที่ท่านหายตัวไปอีกหรือนั่นจะยิ่งทำให้ท่านปวดหัวนะ”
ดูท่าว่าหากความทรงจำไม่กลับคืนมาทั้งหมดชายหนุ่มก็ไม่มีใจคิดเื่อื่น รวมถึงเื่แต่งงานขนาดองค์จักรพรรดิประทานเวลาพักฟื้นให้เขาก็มักออกจากจวนไปยังสนามฝึกกำลังพลนอกประตูกิเลนต้านอัคนี หากอยู่ในจวนก็มักไปขลุกอยู่กับท่านย่าของเขาภายในจวน นางเข้าหาเขาได้ไม่ยาก หากแต่นอกจวนก็ยากจะตามติด
“ในทางกลับกันนะเสี่ยวฉงหากเ้าสูญเสียความทรงจำใน่ที่หายออกจากบ้านไปนานสองเดือนเ้าไม่อยากจะรู้เลยหรือว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเ้าใน่นั้นบ้างเคยทำเื่ใดกับใคร มีหนี้แค้น มีบุญคุณที่ต้องชำระคืนหรือไม่”
ทันทีที่ก้อนหินกระทบผิวน้ำย่อมมีเสียงและเกิดคลื่นแผ่เป็วงรอบทุกลมหายใจของคนผู้หนึ่งนั่นย่อมส่งผลให้เกิดเหตุการณ์อันกระทบกับผู้อื่นได้เช่นกัน
“เอ่อ...” หญิงสาวอึกอัก ก่อนพยักหน้ายอมรับว่านางก็อาจจะเป็เช่นเขา “แต่ว่าการพยายามคิดถึงเื่นั้นทำให้ท่านอาการแย่ลง มันก็ไม่ดีไม่ใช่หรือในเมื่อท่านปลอดภัยดีแล้ว อยู่ที่นี่แล้ว จะคิดถึงเื่นั้นอีกทำไมสู้รอให้เวลาผ่านไป สักวัน ท่านย่อมจดจำเื่ทั้งหมดได้แน่”
สักวันที่ว่ามันจะมาถึงเมื่อไรหากไม่ใช่เพราะเสียงเพรียกหาอย่างอาลัยอาวรณ์นั่นแล้ว เขาคงมองไปยังอนาคตเบื้องหน้าไม่วนเวียนหวนระลึกถึง่เวลาชีวิตที่หายไปอยู่อย่างนี้
“หรือพี่เซิ่งอี้ยังเสียดายที่ป้ายหยกประจำตัวของท่านหายไป”
“นั่นก็มีส่วน”
“ถ้ามีคนขายมัน หยกมันแพะ[1]ลักษณะพิเศษเช่นนั้นย่อมกลายเป็ของสะสมล้ำค่าของใครสักคนอย่างนี้ดีไหมเราก็ส่งประกาศตามหาป้ายหยกตามโรงรับจำนำหรือร้านรับซื้อชื่อดังของแต่ละเมืองนั่นอาจจะทำให้เรารู้ไปถึงต้นตอคนที่ได้หยกชิ้นนี้มาก็ได้”
เื่ของชายหนุ่มย่อมรวมเป็เื่ของนางด้วยฉงอวี้หลิงจึงเน้นย้ำคำว่า ‘เรา’ หมายให้เขารู้ความในใจนางมากขึ้น ว่าทุกเื่ทุกข์ร้อนของเขานางไม่เคยนิ่งดูดาย
ในดวงตาคมกล้ามีประกายความหวังวูบหนึ่งเขาลืมคิดถึงเื่นี้ได้อย่างไร
“ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวฉง”
เรียวปากอิ่มเต็มยกยิ้มรู้สึกดีที่ตัวนางทำให้ชายหนุ่มสบายใจขึ้น “อวี้เอ๋อร์ยินดีทำเพื่อท่าน...ทุกอย่างขอเพียงท่านมีความสุขและรู้สึกดี”
ในส่วนลึกของจิตใจเผิงเซิ่งอี้รู้สึกผิดต่อหญิงสาว แม้นางดีกับเขามากมายเพียงไรแต่เขาไม่สามารถตอบแทนน้ำใจนางได้ด้วยการแต่งงาน ชายหนุ่มจึงตบมือเบาๆลงบนหลังมือของนาง
“เ้าเป็น้องสาวที่ดีของข้าเสมอ”
นางไม่้าเป็เพียงน้องสาวของเขา!
“หากอวี้เอ๋อร์ไม่อยากเป็เพียงน้องสาวเล่า”ความเ็ปเป็แรงผลักดันให้นางกล้าเอ่ยถาม “อวี้เอ๋อร์ยอมเป็รองก็ได้เพียงแค่พี่เซิ่งอี้เปิดโอกาสให้อวี้เอ๋อร์ได้อยู่ดูแลปรนนิบัติท่าน”
“ข้าไม่อยากทำร้ายเ้านะเสี่ยวฉงเ้าเป็ผู้หญิงที่ดี ควรได้รักกับผู้ชายที่พร้อมดูแลเ้า” เผิงเซิ่งอี้ลุกขึ้นเพื่อจะกลับห้องฉงอวี้หลิงก็เลยถลันกายเข้ามาสวมกอดแล้วซบหน้ากับอกเขา
“อวี้เอ๋อร์้าเพียงท่านนะนอกจากท่านแล้ว อวี้เอ๋อร์จะไม่รักใครทั้งนั้น”
น้ำเสียงเว้าวอนเรือนร่างหอมกรุ่นนุ่มนวลที่แนบชิด ไม่ได้ทำให้จิตใจชายหนุ่มเตลิดเพริดไปเพราะฉงอวี้หลิงในใจเขานั้น ฐานะหยั่งรากลึกเพียงน้องสาวที่ควรปกป้องเอ็นดูเขาพยายามจะดันร่างนางออก
“ข้ายังไม่พร้อม”
“พี่เซิ่งอี้รอใครอยู่อย่างนั้นหรือทำไมถึงเป็อวี้เอ๋อร์ไม่ได้” หยาดน้ำตาจากความเสียใจเริ่มไหลรินฉงอวี้หลิงเงยหน้าถามชายหนุ่มพร้อมตัดพ้อ
“ข้าไม่ได้รอใครทั้งนั้นเพียงแต่ข้าไม่ได้รักเ้าในทำนองนั้น”
เขาไม่รักนาง!
อย่างไรก็ไม่มีวันรักกระนั้นหรือ!
ความปวดร้าวในดวงตาคู่สวยทำให้เผิงเซิ่งอี้รู้สึกปวดใจพอกันเขาไม่มีเจตนาหักหาญน้ำใจนาง แต่ตอนนี้ก็ฝืนใจตัวเองไม่ได้เช่นกันการแต่งงานต้องเริ่มต้นที่ความรักของคู่บ่าวสาวไม่ใช่หรือไร
“ท่านป้า้ายกอวี้เอ๋อร์ให้ท่านไม่เกินสิ้นปีนี้แล้ว”
“เ้าไม่ได้รักข้าหรอกเสี่ยวฉงที่เ้าหวั่นไหวก็เป็เพียงความใกล้ชิดและผูกพันเท่านั้น ลองคิดทบทวนให้ดีๆ”
“อวี้เอ๋อร์คิดดีแล้วมั่นใจแล้วว่าหัวใจมีเพียงพี่เซิ่งอี้”
ชีวิตคู่อยู่กันจนแก่เฒ่าจะอาศัยความมั่นใจแต่เพียงฝ่ายเดียวได้อย่างไร ชายอื่นอาจจะได้แต่ตัวเขานี้...ไม่!
“ข้าจะคุยกับท่านแม่เ้าจะมีความสุขมากกว่าถ้าได้อยู่กับคนที่รักเ้า” เผิงเซิ่งอี้ประคองสองไหล่บอบบางของหญิงสาวเอ่ยความจริงใจออกมาเพื่อให้นางยอมรับความจริง
ความสุขของนางคือการได้เป็ฟูเหรินของเขาถ้าหากเขามีหญิงคนรักอยู่แล้วก็ว่าไปอย่าง หญิงสาวครุ่นคิด
หญิงคนรัก!
จริงสิ...หรือการที่ชายหนุ่มปฏิเสธนางจะเกี่ยวกับเชือกถักนั่นของแทนใจคู่รักมีอยู่ไม่กี่สิ่ง ป้ายหยก เชือกถัก ปิ่นปักผมวันที่ชายหนุ่มกลับมาจวนสกุลเผิงข้าวของที่อยู่ในห่อสัมภาระส่วนตัวซึ่งนายทหารมอบให้มารดาของเขานอกจากเสื้อผ้าหนึ่งชุดแล้ว ยังมีเชือกถักลายปลาคู่อยู่เส้นหนึ่ง
หรือความทรงจำที่ขาดหายของเขาจะเกี่ยวข้องกับเ้าของเชือกถักเส้นนั้นชายหนุ่มถึงได้พยายามรื้อฟื้นความทรงจำ่สองเดือนกว่านัก
พี่เซิ่งอี้มีหญิงอื่นในดวงใจที่ไม่ใช่นาง!
เพียงแต่เขายังจดจำมันไม่ได้เท่านั้นเองหากความทรงจำของเขากลับมา ก็ไม่มีทางที่มารดาของเขาจะยัดเยียดนางเพื่อแทนผู้หญิงคนนั้นได้ทางที่ดีเื่แต่งงานระหว่างนางกับเขาต้องเกิดขึ้นก่อนชายหนุ่มจะฟื้นความทรงจำได้ทั้งหมด และนางต้องไม่ให้เขารู้เื่เชือกถักเส้นนั้นเป็อันขาด!
[1]หยกขาวบริสุทธิ์ลื่นเป็มันเหมือนไขมันแพะ เรียกกันว่า “หยังจืออวี้”