กลิ่นคาวสนิมแผดแทงจมูก ลมหายใจแ่บางของหญิงสาวเต็มไปด้วยฝุ่นผง ความอับชื้น และกลิ่นเืแห้งกรัง
ดวงตาที่เคยหลับไหลค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
ภาพตรงหน้าเป็เพดานหินหยาบกร้าน ผนังดำคร่ำคร่า และเงาเพลิงวูบไหวจากคบไฟด้านนอกกรงเหล็ก
เสียงโซ่ตรวนลากผ่านพื้นหินดังกังวาน ก้องสะท้อนไปทั่วคุกใต้ดิน
นางพยายามขยับแขน แต่พบว่าข้อมือถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กเย็นเฉียบ
ทุกครั้งที่ขยับ เสียงโลหะกระทบกันดังแกร้งแกร่ง ราวจะเตือนว่า... นางไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
“อย่าแตะต้องข้านะ! ปล่อย! ปล่อยเดี๋ยวนี้!”
เสียงนั้นดังออกจากปากของนางเอง ทว่ามันไม่ใช่เสียงที่นางคุ้นเคย
แหบพร่า แฝงความสิ้นหวัง บาดลึกลงในใจยิ่งกว่ารอยแผลบนผิวเนื้อ
นางก้มลงมองมือตัวเอง... ขาวซีดเต็มไปด้วยคราบดินและรอยช้ำ
เล็บยาวแตกหัก ผิวแห้งกร้าน และเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยจนแทบไม่ปิดเรือนร่าง
นี่มัน... ไม่ใช่ร่างของนาง
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ประตูกรงจะเปิดออกพร้อมเสียงตวาด
“ลุกขึ้น! ถึงเวลาแล้ว!”
ทหารในชุดเกราะยืนข่มขู่ สองคนกระชากแขนนางให้ลุกขึ้นจากพื้นด้วยความรุนแรง
ร่างกายนางไร้เรี่ยวแรง แต่หัวใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก
นางพยายามหันมองรอบตัว... แต่ละห้องขังมีแต่คนโซ่ตรวน น้ำเน่าขัง และเสียงครางของนักโทษที่เหมือนิญญาใกล้หลุดจากร่าง
“จะ... จะพาข้าไปไหน...” นางถามเสียงสั่น
นายทหารข้างกายหัวเราะเ็า “ไปลานปะาน่ะสิ ยังมีหน้ามาถามอีก”
นางหยุดหายใจชั่วครู่
ปะา? ลานปะา?
…ประโยคนั้นฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน
หัวใจเหมือนถูกบีบแน่นขณะประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
‘หรือนี่จะเป็ตอนสุดท้ายของนิยายเื่นั้น... ในฉากที่จ้าวลี่หานกำลังจะถูกปะา’
เมื่อคิดได้เช่นนั้นั์ตาของนางก็เบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านยิ่งกว่าความหนาวในคุกชื้น
นางจำได้…
นางคือ ‘ผู้อ่าน’
เมื่อคืนนางเพิ่งอ่านนิยายจีนเื่หนึ่งจบไปก่อนจะเผลอหลับคามือถือ
และตอนสุดท้ายของเื่นั้น นางร้ายชื่อ “จ้าวลี่หาน”
สตรีผู้พยายามวางยาพระเอก ใส่ร้ายนางเอกจนแทบตายได้ถูกเปิดโปง
หลังจากนั้นนางร้ายก็ได้ถูกลากขึ้นลานปะากลางเมืองให้ประชาชนสาปแช่ง
ตอนนั้นนางยังคิดในใจว่า ‘ร้ายก็ไม่สุด แถมยังโง่อีก รู้ว่าจะตายยังจะเล่นใหญ่ใส่นางเอก’
…แต่ตอนนี้เองที่ความคิดนั้นย้อนตบหน้านางอย่างแรง
เพราะนางกลายเป็จ้าวลี่หานคนนั้น และกำลังจะตาย
“นายท่านม่อเหยียนส่งคำสั่งด่วนมาแล้ว!”
เสียงจากทหารคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามาขัดจังหวะ ก้มคุกเข่ารายงาน
“ท่านจะมาจัดการหญิงแพศยานี่ด้วยตัวเอง… สั่งห้ามนำตัวนางไปปะาก่อนได้ยินหรือไม่!”
บรรยากาศเย็นเฉียบลงทันตา
ชื่อของเขา…
ม่อเหยียน
ชายผู้เ็า ยึดมั่นในความยุติธรรม แต่มักใช้วิธีที่โเี้จนทุกคนหวาดกลัว
เขาคือตัวร้ายอีกคนในเื่
ผู้เคยกล่าวประโยคหนึ่งไว้ในเนื้อเื่อย่างเฉียบขาดว่า
“คนอย่างจ้าวลี่หาน... ไม่สมควรมีแม้แต่หลุมฝังศพ”
เขาคือคนที่ลงมือสังหารนางร้ายด้วยตัวเองในตอนจบของนิยาย...
นางกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอ ร่างกายเย็นเยียบ มือเท้าเย็นเฉียบ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับค่อย ๆ เปล่งแสงบางอย่างขึ้น
ไม่ใช่ความกลัว
ไม่ใช่ความสิ้นหวัง
แต่คือ... “แผนการ”
“ถ้าเขาเกลียดจ้าวลี่หานขนาดนั้น...”
“ข้าก็จะทำให้เขาคลั่งข้าจนฆ่าไม่ลง”
นางกัดฟันแน่น กำมือช้า ๆ ท่ามกลางเสียงโซ่เหล็ก
นางไม่ใช่ลี่หานคนเดิมที่โง่งมและร้ายไม่สุด
นางรู้ตอนจบแล้ว และนางจะเปลี่ยนมันให้ได้
ถ้าอยากรอด… นางก็ต้อง “ยั่วให้สุด”
…
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไป...
ประตูเหล็กหนาหนักถูกผลักเปิดออกพร้อมเสียงลั่นสนั่นคุก
แสงจากคบเพลิงด้านนอกวูบไหว เงาร่างสูงใหญ่ในชุดดำก้าวผ่านเข้ามาอย่างสงบนิ่ง
เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินเป็จังหวะเรียบเย็น แต่ในหัวใจของนางกลับเต้นระส่ำไม่หยุด
ม่อเหยียน... มาถึงแล้ว
บุรุษผู้เป็ดั่งมีดสังหารเงียบของราชสำนัก
ขุนนางผู้ยึดมั่นในความยุติธรรมอย่างเ็า และเป็ผู้ที่ลงมือฆ่า “จ้าวลี่หาน” ในตอนจบของเื่ที่นางเคยอ่าน
นางนั่งอยู่กับพื้นโคลน แผ่นหลังพิงผนังหินหยาบ
เสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่งจนมองเห็นผิวเนื้อขาวซีดช้ำระเรื่อโผล่พ้นสาบเสื้อ
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบทอดมองนางราวกับมองสิงสาราสัตว์ไร้ค่า
“เ้าคงรู้ดีว่า ไม่มีใครช่วยเ้าได้อีกแล้ว”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าแฝงแววเย็นะเืชวนสั่นสะท้าน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ปรายตาสบสายตาเขาอย่างจงใจ
ริมฝีปากแตกระแห้งกลับค่อย ๆ คลี่ยิ้มอย่างท้าทาย
“หากไม่มีใครช่วย... ข้าก็จะช่วยตัวเอง”
ดวงตาคมของเขากระตุกวาบอย่างไม่พอใจ
“เ้าจะใช้วิธีสกปรกเช่นเดิมหรือ?”
“สกปรกหรือไม่... ก็อยู่ที่ว่าท่านจะสะอาดพอหรือเปล่า”
เสียงนางแ่เบา แต่เต็มไปด้วยประกายกล้าในแววตา
หญิงสาวยันกายลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก
ขาเรียวเปลือยเปล่ามีรอยถลอก ทว่านางกลับยืนตรงต่อหน้าเขาอย่างอวดดี
มือข้างหนึ่งยกขึ้นสอดปลายนิ้วไว้ที่รอยสาบเสื้อผ้าเก่า ก่อนค่อย ๆ ดึงออกอย่างจงใจ
เสื้อคลุมขาดวิ่นหลุดจากไหล่ข้างหนึ่ง แล้วเลื่อนไหลลงไปเผยผิวเนื้อขาวนวลสะท้อนแสงไฟ
ยอดอกสีอ่อนกระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจที่เร่งเร้า
หน้าท้องแบนราบ เนินเนื้อแน่นตึง และร่องรอยช้ำที่ซ่อนอยู่... กลับยิ่งทำให้ภาพนั้นยั่วเย้ายิ่งขึ้น
นางยื่นมือไปแตะสาบเสื้อของเขาอย่างแ่เบา ราวหญิงที่รู้จักการยั่วเย้าในจังหวะที่พอดิบพอดี
“หากท่านจะลงโทษข้า... ก็ทำให้ถึงที่สุดเถิด”
ม่อเหยียนกระชากข้อมือนางแน่น ก่อนจะดันร่างบางไปปะทะผนังคุกด้วยแรงข่ม
เสียงหอบหายใจของนางสะดุดเพียงวูบเดียว ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มอีกครั้ง
“เ้าเล่นกับไฟ... รู้ตัวหรือไม่”
“รู้สิ” นางกระซิบชิดหู “แต่อาจจะกลายเป็ไฟที่ลุกเผาท่านแทนก็ได้”
ม่อเหยียนกดร่างนางแนบชิด
ลมหายใจของเขากระทบแก้มนาง ร้อนผ่าวและหนักหน่วง
มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนจากต้นแขนขึ้นไปสอดใต้เส้นผมยุ่งเหยิง
อีกข้างสอดผ่านเอวบางไปบีบสะโพกแน่น
เสียงเสื้อผ้าถูกฉีกกระชากดังขึ้น เสียงโซ่เหล็กกระทบพื้นดังกราว
มือหยาบกร้านของเขาฟอนเฟ้นยอดอกที่แข็งสู้มือ พร้อมขบเม้มยอดถันนั้นจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก
“อ๊า…”
เสียงครางเบาหวิวเล็ดลอดจากริมฝีปากที่เม้มไว้แน่น
เขากดจูบลงต่ำ ไล้ปลายลิ้นลงไปตามร่องอกที่กระเพื่อม
ก่อนย่อตัวลง ใช้เข่าดันขานางแยกออกช้า ๆ จนพาดพิงผนังแยกเรียวขารับร่างของเขาเต็ม ๆ
ปลายนิ้วเขาแตะที่เนินเนื้ออ่อนนุ่มแ่เบา ก่อนจะลากวนจนหญิงสาวสั่นระริก
“ข้าเพียงอยากจะลงโทษ...”
“แต่เ้ากลับทำให้ข้า... อยากทำมากกว่านั้น”
“เช่นนั้นก็ทำสิ...” เสียงนางสั่นพร่า
“หากท่านแน่ใจว่า... จะไม่ติดใจข้าทีหลัง”
…เขาไม่รออีกต่อไป
ม่อเหยียนบีบปลายคางของนางแน่น ริมฝีปากขบกัดมุมปากล่างของนางราว้าลงโทษ
แต่รสชาติของความท้าทายที่ปลายลิ้น... กลับหวานเกินหักห้าม
มือหยาบกร้านของเขาเลื่อนไปปลดสาบกางเกงตนเองอย่างรวดเร็ว
เสียงผ้าถูกรูดรั้งดังเบา ๆ ก่อนแก่นกายใหญ่โตซึ่งแข็งขืนจนเืสูบฉีดเต็มที่ จะผงาดออกมาท่ามกลางอากาศเย็นชื้นของคุกใต้ดิน
หญิงสาวเบิกตากว้างเพียงครู่ แต่ไม่ถอยหนี
กลับกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างเงียบงัน
…นางรู้ดีว่า กำลังเผชิญกับสิ่งใด
เขากระชากเรียวขาของนางให้แยกออกอีกเล็กน้อย
เสียงโซ่เหล็กกระทบกันดังกริก ก่อนปลายนิ้วจะเลื่อนแตะที่กลีบเนื้อกลางหว่างขา
แม้ไร้การเล้าโลม แต่นางกลับเปียกชื้นเสียจนเขาอดขบกรามแน่นไม่ได้
“เ้านี่ช่างเป็สตรีที่ร้ายกาจจริง ๆ ถึงขนาดนั้นตรงนั้นพร้อมรับของข้าขนาดนี้เลย คง้ามันมากสินะ”
เขาจับนางพิงผนังหินชื้นเย็น มือข้างหนึ่งยกต้นขาของนางขึ้นพาดบ่า
กักร่างบอบบางไว้ด้วยสะโพกแข็งแรงและแขนแกร่งที่โอบรั้งแผ่นหลัง
แล้วในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
เขากระแทกแก่นกายเข้าสู่ช่องทางอ่อนนุ่มนั้นจนสุดความยาว!
“อ๊าาา…!”
เสียงครางหลุดลอดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
นางเกร็งสะท้านทั้งร่างจนเล็บจิกแขนเขาแน่น
จังหวะเข้าแรกนั้นหนักหน่วงจนดันร่างนางกระแทกกับผนังเสียงดัง
ช่องทางตอดรัดจนเขาต้องขบกรามอย่างยากลำบากที่จะควบคุมสติ
“แน่น… จนข้าจะคลั่งอยู่แล้ว…”
เขากระแทกซ้ำอีกครั้ง และอีกครั้ง
สะโพกหนาขยับเข้าออกอย่างหนักหน่วง รวดเร็ว ไม่ให้โอกาสนางได้พักหายใจ
“อื้อ… อ๊า… อ๊ะ… ท่าน… รุนแรงเกินไป…”
เสียงหวานพร่าแหบถูกกลืนหายในเสียงเนื้อกระทบกัน
ยอดอกของนางกระเพื่อมไหวตามแรงโยกของเขา หน้าอกแนบอกอย่างไม่มีช่องว่าง
“เ้า้ามันมิใช่หรือ…”
เขากระซิบชิดใบหู พลางกระแทกกายลึกเข้าไปจนสุดโคน
“งั้นจงรับมันไปให้หมด!”
มือข้างหนึ่งฟอนเฟ้นทรวงอกที่เด้งรับััอย่างบ้าคลั่ง
อีกมือกดสะโพกนางแน่น ดันเข้าหาตัวราวกับ้าหลอมรวมเป็หนึ่งเดียว
ร่างกายของเขาและนางกระทบกันดังผึงผัง ลั่นไปทั่วคุกแคบ
เสียงครางของนางขาดห้วงแต่แ่หวาน
“อ๊า… อ๊ะ… อ๊าาา… เจ็บ… แต่… เสียว…!”
ม่อเหยียนกัดฟันกรอดก่อนจะกดจูบที่ต้นคอของนางอย่างแรง ทิ้งรอยแดงชัดเจนราวตราประทับ
มือของเขาลูบไล้ลงมาตามแผ่นหลังเปียกเหงื่อ ก่อนบีบสะโพกขาวนั้นแรงขึ้นอีก
“อย่าได้กล้าร้องให้คนช่วย…”
เขากระซิบเสียงพร่า “เพราะเ้า… คือคนที่เริ่มเกมนี้ก่อน”
แต่ขณะที่เขาเร่งจังหวะแรงขึ้น จนเสียงกระแทกสลับกับเสียงครางดังต่อเนื่อง
สิ่งที่สะท้อนกลับเข้าหูเขา... กลับไม่ใช่เสียงของเหยื่อ
แต่คือเสียงของหญิงสาวที่ยิ่งคราง ยิ่งรัดตอดแน่น ยิ่งดูเหมือนผู้ควบคุมเกม
“อ๊าา… ท่าน… ข้า…ข้าเสียว… อ๊าาา…”
เสียงหวานครางพร่าติดปลายลิ้น น้ำตาคลอในหางตา แต่สายตากลับจ้องเขาแน่วนิ่ง
ใบหน้างดงามแย้มยิ้มเร้าอารมณ์ แม้ถูกรุกไล่จนน้ำตาไหล
...กลับยั่วเย้าเสียจนเขาแทบคลั่ง
แรงกระแทกครั้งสุดท้ายดันร่างนางแนบผนังจนตัวสั่น
เขาฝังแก่นกายลึกเข้าจนสุด ปลดปล่อยความร้อนวาบในกายเข้าไปอย่างไม่ยั้ง
หญิงสาวตัวเกร็งกระตุก ก่อนจะค่อย ๆ อ่อนแรงลงอย่างช้า ๆ
เสียงหอบหายใจแ่เบาลอยอยู่ในอากาศคละเคล้ากลิ่นเหงื่อและไฟปรารถนา